เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

ฟีเจอร์ลับๆ น่ารักๆ ที่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับผู้ใช้สักเท่าไหร่ ที่เรากำลังจะเอามาบอกทุกคนเหล่านี้ เป็นฟีเจอร์ที่นักพัฒนาแอบซ่อนมันไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น ที่ถูกเรียกว่าเป็นฟีเจอร์ Easter Egg(ไข่อีสเตอร์) เพราะว่าวิธีการเข้าถึงพวกมันนั้นบอกเลยว่าไม่สามารถทำได้แบบตรงๆ ด้วยวิธีการธรรมดา จำเป็นจะต้องใช้ทริกเล็กน้อยในการเปิดใช้งาน เอาหล่ะไปดูกันดีกว่า ว่าแอนดรอยด์แต่ละรุ่นมีฟีเจอร์หรือเกมส์น่ารักๆ อะไรซ่อนไว้บ้าง และเราจะสามารถเปิดใช้มันได้อย่างไร

Android 7.0 Nougat

สำหรับฟีเจอร์ไข่อีสเตอร์ลับๆ ในแอนดรอยด์เวอร์ชั่นนี้คือเกมส์จับแมวน้อย ที่เราต้องให้อาหารมันทิ้งไว้รอเจ้าเหมียวมากินอาหาร และเมื่อเจ้าแมวแอบมากินอาหารที่เราให้ไว้ เครื่องจะทำการแจ้งเตือนว่ามีน้องเหมียวที่แอบมากิน ซึ่งมันก็จะไปปรากฎอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เรา โดยถ้าเราให้อาหารเรื่อยๆ ก็จะมีเจ้าเหมียวตัวใหม่ๆ มาให้เราสะสมเป็นฟาร์มแมวเลยครับ ซึ่งมีวิธีการเปิดใช้งานดังนี้

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

  1. ไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings)
  2. เลื่อนลงมาล่างๆ แล้วแตะเลือกคำสั่ง เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone)
  3. แตะย้ำๆ ที่ เวอร์ชั่นของแอนดรอยด์ (Android version) จนกว่าโลโก้รูปตัว “N” จะปรากฎบนหน้าจอ แล้วแตะค้างไปที่ตัว “N” จนกว่า Emoji แมวน้อยแสดงขึ้นมา ซึ่งแสดงว่าเราเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้แล้ว (ถ้าขึ้นอีโมจิเครื่องหมายห้าม ให้กดค้างอีกครั้งให้เปลี่ยนเป็นรูปแมวครับ)
    เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!
  4. จากนั้นให้ลากจากขอบจอด้านบนลงมาสองครั้งเพื่อเข้าถึงการตั้งค่าอย่างรวดเร็ว (Quick Settings)
  5. ตรงมุมขวาล่างเลือก แก้ไข (Edit)
  6. แตะลากเพิ่มไอคอนรูปแมว “???? Android Easter egg” มาไว้ในแถบ การตั้งค่าอย่างรวดเร็ว (Quick Settings)
  7. เปิด การตั้งค่าอย่างรวดเร็ว (Quick Settings) อีกครั้ง แล้วแตะเลือกที่ ไอคอนรูปแมว “???? Android Easter egg” ที่เราเพิ่มไว้ในขั้นตอนที่แล้ว จากนั้นก็จะมีอาหาร 4 อย่างได้แก่ Bits, Fish, Chicken และ Treat ที่เอาไว้ล่อเจ้าเหมียวแสดงขึ้นมา
    เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!
  8. แตะเลือกอาหารอันไหนก็ได้ จากนั้นก็รอให้มีแมวมากิน ซึ่งเมื่อมีแมวมากินระบบจะขึ้นแจ้งเตือนใน แถบแสดงการแจ้งเตือน (Notification bar) แล้วเจ้าเหมียวที่แอบมากินอาหารของเราก็จะถูกจับเอามาอยู่บนหน้าจอ และเราสามารถตั้งชื่อหรือแชร์อวดเพื่อนก็ได้ แต่เจ้าแมวเหล่านี้ที่จับได้จะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป ช่วงเวลาหนึ่งมันก็จะหายไปเองครับ

Android 6.0 Marshmallow

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

มาถึงฟีเจอร์ลับที่ถูกซ่อนไว้ในเจ้ามาร์ชเมลโล่นุ่มนิ่มนี้ นั่นก็คือมินิเกมส์สุดน่ารัก ให้อารมณ์ประมาณเกมส์ Flappy Bird ที่บอกเลยมันไม่ได้เล่นเพลินๆ น่ารักๆ เพราะความยากของมันอาจทำให้บางคนหงุดหงิดจนอยากปามือถือทิ้งก็มี ซึ่งวิธีการเปิดใช้งานทำได้ง่ายกว่าเจ้า Nougat 7.0 มาก

ขั้นแรกให้ไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings) จากนั้นเลื่อนลงมาล่างๆ จากนั้นแตะเลือกคำสั่ง เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About phone)
แล้วแตะย้ำๆ ที่ เวอร์ชั่นของแอนดรอยด์ (Android version) จนกว่าโลโก้สีส้มๆ รูปตัว “M” จะปรากฎ และเมื่อโลโก้ดังกล่าวขึ้นให้แตะที่โลโก้ “M” ค้างไว้ เจ้ามินิเกมส์นี้ก็จะขึ้นมาให้เราเล่นครับ


Android 5.0 Lollipop

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

สิ่งที่ซ่อนไว้ในเจ้าอมยิ้ม Lollipop ไม่ได้ต่างกับในเวอร์ชั่น 6.0 Marshmallow สักเท่าไร เพราะได้รับแรงบันดาลใจมากจากเกมส์ที่กำลังดังในตอนนั้นอย่าง Flappy Bird เหมือนกัน ซึ่งวิธีการเข้าถึงฟีเจอร์ลับนี้ก็ใช้วิธีการเดียวกันกับในแอนดรอยด์ Marshmallow เลยครับ คือแตะค้างที่โลโก้ Lollipop เพื่อเข้าสู่มินิเกมส์


Android 4.4 Kitkat

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!  เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

สำหรับเวอร์ชั่นของเจ้าเวเฟอร์ช็อคโกแลตคิทแคทนี้ นักพัฒนาเขาไม่ได้ซ่อนเกมส์อะไรไว้เลย แต่เขาซ่อนสิ่งที่อาจจะทำให้ใครที่ติดตามแอนดรอยด์มาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ได้ระลึกความหลังจากบรรดาโลโก้ของแอนดรอยด์รุ่นก่อนๆ ที่รวมไว้ในรูปแบบกระเบื้องสี่เหลี่ยมสดใสหลากสี ที่คุณสามารถแตะพวกมันให้เลื่อนย้ายตำแหน่งไปมาได้ โดยวิธีเปิดใช้งานก็ไม่ต่างจากในเวอร์ชั่นของเจ้าลูกอม Lollipop เพียงแต่เมื่อคุณแตะค้างไปที่โลโก้ “K” ครั้งแรก มันจะหมุน เปลี่ยนเป็นหน้าที่มีพื้นหลังสีแดงๆ ดังภาพ จากนั้นก็แตะค้างที่หน้าดังกล่าวอีกครั้ง ทีนี้เหล่าไอคอนสีสันสดใสจากแอนดรอยด์รุ่นก่อนๆ ทั้งหมดก็จะปรากฎขึ้นมาครับ


Android 4.1 – 4.3 Jelly bean

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

วิธีการเปิดเข้าใช้งานฟีเจอร์ลับในเจ้าเยลลี่รูปถั่วสุดแบ๊วนี้ ก็ไม่ต่างกับเวอร์ชั่น Kitkat 4.4 สักเท่าไร เพียงแค่ตอนแตะที่ เวอร์ชั่นของแอนดรอยด์ (Android version) ย้ำๆ มันจะขึ้นเป็นโลโก้เจ้าถั่วสีแดงแทน แล้วเมื่อแตะค้างไปที่มัน เจ้าโลโก้เยลลี่สีแดงนั้น ก็จะแตกตัวเพิ่มจำนวนเป็นเยลลี่หลากสีกระจายทั่วหน้าจอ ซึ่งเราสามารถแตะพวกมันเลื่อนไปมาได้ด้วยครับ


Android 4.0 Ice Cream Sandwich

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

มีใครยังพอจำเจ้าแมว Nyan Cat ที่วิ่งแล้วมีสายรุ้งตามก้นไปได้ไหมครับ ซึ่งฟีเจอร์ลับในเจ้าไอติมแซนด์วิชนี้ ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากมันนี่แหละ เพียงแต่เปลี่ยนจากแมว ไปเป็นเจ้าหุ่นยนต์ไอติมแซนด์วิชตัวเขียวๆ ที่เป็นโลโก้ประจำแอนดรอยด์เวอร์ชั่นนี้ลอยล่องขึ้นไปบนฟ้าแทน ซึ่งวิธีการเปิดใช้งานก็ทำเหมือนใน Android Jellybean ได้เลยครับ


 Android 3.0 Honeycomb

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

สิ่งที่ซ่อนเป็นฟีเจอร์ไข่อีสเตอร์ ในแอนดรอยด์เวอร์ชั่นนี้ ที่สามารถเปิดใช้งานได้ด้วยวิธีการเดียวกันกับใน Android Jellybean ก็คือเข้าฟีเจอร์สำเร็จก็จะเห็นตามภาพด้านบนเลย เป็นเจ้าหุ่นยนต์ผึ้งที่อยู่นิ่งๆ กลางภาพแค่นั้น


Android 2.3 Gingerbread

เผยฟีเจอร์ลับน่ารักๆ ที่นักพัฒนาซ่อนไว้ใน Android แต่ละเวอร์ชั่น มีอะไรบ้างไปดูกัน!!

มาถึงฟีเจอร์ลับอันสุดท้ายในเจ้าขนมปังขิง Gingerbread 2.3 นี้ที่ไม่ค่อยจะน่ารักเหมือนเวอร์ชั่นอื่นๆ สักเท่าไร ออกแนวน่ากลัวแทนซะมากกว่า โดยวิธีการเปิดเข้าไปดูหน้าตาโหดๆ ของเจ้าขนมปังนี้ก็สามารถทำได้เหมือนใน Android Jellybean เลยครับ


เป็นอย่างไรบ้างครับ ใครใช้งานแอนดรอยด์รุ่นไหน ว่างๆ ก็ลองกดเข้าไปเล่นพวกมันดู แล้วมีข่าวว่าแอนดรอยด์เวอร์ชั่นใหม่ 8.0 Android O ก็กำลังจะเปิดตัวในปีนี้แล้ว สาวกก็คงต้องติดตามดูว่าผู้พัฒนาจะแอบซ่อนฟีเจอร์ลับอะไรใหม่ๆ ไว้ในนั้นบ้าง
ที่มา : www.androidpit.com

ที่มา : https://news.thaiware.com/9829.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1417306685000813

Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest

Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest

ในตอนนี้ดูเหมือนว่า Instagram จะยังไม่หยุดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่โดยการยืมไอเดียจากแอพฯ ของบริษัทอื่น หลังจากที่ “จำลอง” หลายลูกเล่นมาจาก Snapchat ในการอัพเดทครั้งล่าสุด ได้มีการเพิ่มลูกเล่น “Collections” ที่คล้ายกับความสามารถของแอพฯ Pinterest เข้ามา

Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest    Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest

การใช้งานไม่มีอะไรยาก เมื่อเราแตะไปที่ไอคอน “ที่คั่นหนังสือ” ใต้รูปภาพที่ต้องการ “Saved” ภาพจะถูกบันทึกเอาไว้ให้เราในทันที สามารถเรียกดูภายหลังได้ที่เมนู “ที่คั่นหนังสือ” ในหน้าส่วนตัวของเรา และหากต้องการสร้าง Collections ก็แค่แตะไปที่ไอคอน + ที่มุมขวาบนของแอพฯ เท่านั้นเอง

หากใครต้องการใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้ ก็เข้าไปอัพเดทแอพฯ Instagram ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่กว่า 10.16 กันได้เลย ทั้งบน iOS และ Android ก็จะมีความสามารถใหม่นี้ให้ใช้งาน (ทีมงานลองแล้วมีแค่ Saved แต่ยังไม่สามารถสร้าง Collections ได้ คาดว่าฟีเจอร์นี้น่าจะทยอยเปิดใช้งานให้แก่ผู้ใช้)
ที่มา : www.engadget.com , blog.instagram.com

ที่มา: https://news.thaiware.com/10144.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1417864544945027

VERA V1 รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไทย

VERA AUTOMOTIVE เตรียมเปิดตัว VERA V1 รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ในวันพรุ่งนี้ (13/1/60) กับสนนราคาค่าตัว 945,000 บาท ณ อาคาร Zero Energy สำนักปฏิบัติธรรมสอาดจิตต์ธรรมสถาน ซอยร่มเกล้า 19/1

VERA V1 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ที่พัฒนาโดยคนไทย (แม้จะยืมโครงตัวถังมาจาก GEELY GX2 ก็เถอะ) เป็นรถแฮทช์แบ็ค 5 ประตูไซส์มินิ สามารถวิ่งได้ไกลสุด 180 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ที่ความเร็วคงที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 50-70 สตางค์ต่อกิโลเมตร (ค่าไฟ 4 บาท/กิโลวัตต์) สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และปลอดภัยด้วยระบบเบรค ABS และถุงลมนิรภัยคู่หน้า

ในส่วนของราคาที่สูงเกือบ 1 ล้านบาทนั้น นายวันชัย มีศิริ ผู้ร่วมก่อตั้ง VERA AUTOMOTIVE ให้เหตุผลว่า เพราะแบตเตอรี่ที่ใช้ใน VERA V1 เป็นแบตฯ ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LiFePO4) ขนาด 22kWh ซึ่งยังมีราคาสูงในปัจจุบัน คิดเป็น 50% ของราคารถ ขณะที่นโยบายจากภาครัฐก็ยังไม่ชัดเจนและยังไม่พร้อมจะให้การสนับสนุนใดๆ เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าจนกว่าจะถึงปี 2564 นอกจากนี้ชิ้นส่วนหลักของตัวรถยังต้องเสียภาษีนำเข้าปกติ ทั้งหมดทำให้ VERA V1 มีต้นทุนในการผลิตสูง ส่งผลให้ราคาจำหน่ายสูงตามไปด้วย

ด้านการตลาด เบื้องต้น VERA AUTOMOTIVE โฟกัสลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรักษ์สิ่งแวดล้อม รักเทคโนโลยีสมัยใหม่ กลุ่มวิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า และสำคัญที่สุดคือกลุ่มคนรักยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้ายอดขายเอาไว้เพียงหลักร้อยคันเท่านั้น

ชมรถตร.ซูเปอร์คาร์ของดูไบที่เป็นรถตร.ที่เร็วสุดในโลกค่ะ

ชมรถตร.ซูเปอร์คาร์ของดูไบที่เป็นรถตร.ที่เร็วสุดในโลกค่ะ ตร.ดูไบยังใช้ซูเปอร์คาร์อื่นๆอีกหลายรุ่นด้วย :o

เอมิเรตส์247 – อับดุลเลาะห์ คาลิฟา อัลมาร์รี ผู้บัญชาการตำรวจดูไบ ได้รับมองใบรับรองจากกินเนสบุ๊คออฟเวิลด์ เรคอร์ด สำหรับการเป็นสายตรวจเร็วที่สุดในโลก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะพวกเขาใช้ซูเปอร์คาร์บูกัตติ เวย์รอน เป็นยานพาหนะ

พิธีมอบใบรับรองเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยกินเนสบุ๊คออฟเวิลด์ เรคอร์ด ยกให้สายตรวจของตำรวจดูไบที่ใช้รถสปอร์ต บูกัตติ เวย์รอน เป็นหน่วยลาดตระเวนเร็วที่สุดในโลก ด้วยรถยนต์รุ่นนี้มีสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 407 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำลายสถิติเดิมของรถตำรวจลาดตระเวนของกองกำลังตำรวจสหรัฐฯที่ใช้รถสปอร์ตแลมโบกินี ที่ทำความเร็วได้สูงสุด 360 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การนำ บูกัตติ เวย์รอน เข้าประจำการเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเสริมความเข้มแข็งแก่สายตรวจดูไบ หลังจากก่อนหน้านี้มีรถสมรรถภาพสูงอยู่ในประจำการหลายรุ่นหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นแมคลาเรน MP4-12C, แลมโบกินี อเวนทาดอร์, เฟอร์รารี เอฟเอฟ, เมอร์เซเดส SLS AMG, Roush มัสแตง, เบนทต์ลีย์ Continental GT, ออดี R8 V01 Plus, แอสตัน มาร์ติน วัน-77, นิสสัน GTR และเมอร์เซเดส SL36 AMG

ตำรวจดูไบเผยว่าการเสริม บูกัตติ เวย์รอน เข้าประจำการในกองกำลัง มีขึ้นพร้อมกับเป้าหมายเสริมประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ อย่างเช่นตึกคาลิฟาและอื่นๆ


โดย MGR Online

อ้างอิง http://www.manager.co.th

https://web.facebook.com/rmutphysics/videos/1417861988278616/

 

Norton อัดฉีดเงินเพิ่มอีก 3 ล้านปอนด์ สำหรับการผลิต Norton V4 มอเตอร์ไซค์ที่หลายๆคนอยากเป็นเจ้าของ

Norton_V4_RR_13-1024x683

ได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาดหลังจากเปิดตัวไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมาและทำยอดจองงได้แบบเต็มยาวจนกระทั่งทางค่ายต้นสังกัดอย่าง Norton ต้องไปอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่สายการผลิตเจ้า Norton V4 SS และ Norton V4 RR ถึง 3 ล้าน ปอนด์

Norton V4 SS

Norton V4 RR

โดยการอัดฉีดเงินจำนวนนี้ก็เพื่อการเพิ่มอัตราและจำนวนของพนักงานถึง 40 ตำแหน่ง ซึ่งเงินที่ทางค่ายได้รับมาจาก Santander Corporate & Commercial bank ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนเพิ่มเพื่อการวางตลาดในสหราชอนาจักร

สืบเนื่องมาจากการพัฒนาและบริการก่อนการขายที่ยอดเยี่ยมรวมไปถึงการวางแผนการตลาดที่ดีส่งผลให้เจ้า Norton V4 ทั้ง 2 รุ่น จำเป็นต้องมีการผลิตที่สูงถึง 40 คันต่อเดือน จะต้องเร่งให้ทันในการส่งมอบให้ครบตามกำหนด โดยแผนการเพิ่มจำนวนการผลิตนั้นจะส่งผลให้ทางค่ายผลิตรถได้ 1500 คันต่อปี นั้นก็ถือว่าเป็นจำนวนที่สุดมากๆสำหรับการทำงานโดยการใช้มนุษย์ในการประกอบ

Stuart Garner CEO ของ Norton ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้ว่า “ทางเรามีความยินดีอย่างมากที่ผลตอบรับของ Norton V4 ทั้งสองรุ่นนั้นดีเกินตาด และแน่นอนเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกลุ่มลูกค้าของเรา เราจะมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเดิมและรถ 130 คันแรกจะถูกส่งมอบได้ในหน้าร้อนปี 2017 นี้อย่างแน่นอน”

ในครั้งแรกที่มีการเปิดให้จอง Norton V4 ทั้งสองรุ่นนั้น จากเป้าหมายที่ทางค่ายได้วางไว้เพียง 120 คัน กลับทะลุเป้าทำบอดจองไปได้เกินกว่า 130 คัน นั้นก็ส่งผลให้ทาง Norton เองต้องขยายฐานการผลิตเพื่อจะซับพอร์ทกลุ่มลูกค้าให้ได้รับรถที่จองไว้ไวที่สุด

สำหรับเจ้าซุปเปอร์ไบค์ Norton V4 นั้นมีพื้นฐานเครื่องยนค์  4 สูบแบบวี 1200 ซีซี ให้แรงม้าที่สูงถึง 200 Hp ร่วมไปถึงออพชั่นที่มากมายไม่ว่าจะเป็น robust electronics package ระบบไจโรแบบ 6 แกน ระบบ Traction Control ระบบ Wheelie Control หรือระบบป้องกันล้อยกโดยไม่จำเป็น ระบบ Launch Control ที่ช่วยเหลือในเรื่องการออกตัว และระบบ Cruise Control เหมือนในรถยนต์เลนทีเดียว

สนนราคาของเจ้า Norton V4 RR จะอยู่ที่ £28,000 หรือราวๆ 1,205,000 บาท และเจ้า Norton V4 SS ที่มีสเปคที่สูงกว่า ราคาจะอยู่ที่ £44,000 หรือราวๆ 189,000 บาท

ที่มา คลิกที่นี่

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1419756641422484

Robocar รถแข่งไร้คนขับ สงครามระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ในสนาม Formula E

Robocar

Robocar รถแข่งปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ไร้คนขับที่คิดเป็นคันแรกของโลก หวังครองตำแหน่งเจ้าแห่งความเร็วสนาม Formula E ฤดูกาล 2016-2017 ชัยชนะแห่งอนาคตควรเป็นของใครระหว่างผู้สร้างหรือหุ่นยนต์ที่ฉลาดล้ำเหนือมนุษย์

มนุษย์สร้างหุ่นยนต์เพื่อพิสูจน์ถึงความอัจฉริยะล้ำเลิศและตอนนี้หุ่นยนต์ก็พร้อมที่จะพิสูจน์ว่าฉลาดล้ำเหนือกว่ามนุษย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งล่าสุด Robocar จาก Roborace รถแข่งไร้คนขับที่คิดเองได้พร้อมลงสนาม Formula E ในฤดูกาล 2016-2017 เพื่อประกาศให้มนุษย์ทุกคนรับรู้ว่าอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) พร้อมจะครองโลกและทำหน้าที่แทนมนุษย์ผู้สร้างมันขึ้นมาได้แล้ว

Robocar

Robocar ได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดย Roborace เพื่อให้เป็นรถแข่งไร้คนขับคันแรกของโลกขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า​ โดย Robocar จะติดตั้งทั้งกล้องด้านหน้า บนเสากระโดงท้ายแบบ 360 องศา รวมทั้งหมด 6 ตัว, อัลตราโซนิคเซนเซอร์ 18 จุด, เรดาร์ 2 จุด หน้า-หลัง รวมถึงไลดาร์รอบคัน 5 จุด ซึ่งมีขนาดยาว 4.8 เมตร กว้าง 2 เมตร แต่มีน้ำหนักเบาเพียง 975 กิโลกรัมเท่านั้น และประมวลผลด้วยสมองของ AI แสนฉลาดล้ำจากพาร์ทเนอร์อย่าง NVIDIA ที่เรียกว่า NVIDIA DRIVE™ PX 2 ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับรถไร้คนขับในอนาคตโดยเฉพาะ

Robocar

ส่วนงานดีไซน์ภายนอกที่ดูล้ำยุคกว่ารถแข่ง F1 และไม่มีค็อกพิทสำหรับนักแข่งนี้ออกแบบโดย นายแดเนียล ซิมอน (Daniel Simon) ซึ่งเป็น Chief Design Officer ของ Roborace แต่จะเข้าใจง่ายกว่าถ้าบอกว่าเขาผู้นี้คือคนที่ออกแบบยานพาหนะในภาพยนตร์แนว Sci-Fi ฟอร์มยักษ์มาแล้วหลายต่อหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น Tron Legacy ปี 2010 ทั้ง Light Jet, Light Cycle และ Light Runner หรือพาหนะแนวย้อนยุคสุดล้ำรูปแบบต่าง ๆ ใน Captain America : The First Avenger อย่าง Hydra Schmidt Coupe Rot, Hydra Sub, Hydra Parasit, Hydra Bike, Hydra Flying Wing และ Hydra Tank มาจนถึงยาน Bubble Ship ในภาพยนตร์เรื่อง Oblivion ปี 2013 เป็นต้น

Robocar

เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Robocar ถึงมีหน้าตาล้ำอนาคตคล้ายกับยานอวกาศมากกว่ารถแข่ง F1 ทั่วไป แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือมันไม่ใช่จินตนาการและสามารถวิ่งได้จริงด้วยมอเตอร์ขับเคลื่อน 300 กิโลวัตต์ จำนวน 4 ตัว และแบตเตอรี่ 540 กิโลวัตต์ สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 320 กม./ชม. แบบไม่ต้องง้อนักแข่งอีกต่อไป

Robocar

ทั้งนี้ข้อมูลจากกล้องและเซนเซอร์จำนวนมหาศาลและซับซ้อนนั้นจะถูกประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วย AI (NVIDIA DRIVE™ PX 2) ซึ่งทำได้ในระดับสูงสุด 24 ล้านล้าน (24 Trillion) ต่อวินาที ทั้งหมดถูกโปรแกรมจากทีม “วิศวกรซอฟต์แวร์” ด้วยอัลกอริทึมที่มีความซับซ้อน โดยมีการพัฒนามาจาก DEVBOT รถแข่งโปรโตไทป์ไร้คนขับก่อนที่จะมาเป็น Robocar และนี่คือมิติใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตที่ไร้ขอบเขตแห่งโลกอนาคตที่นักแข่งอาจกลายเป็นเพียงแค่ตำนานไปตลอดกาล

Robocar

ฉลาดล้ำ คิดได้ สะดวกสบาย แต่ไร้อารมณ์ นี่อาจเป็นคำตอบของอนาคต ซึ่งทั้งหมดอาจดูเป็นชัยชนะสำหรับมนุษย์ที่น่าตื่นเต้นและขอต้อนรับทุกท่านก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคต ณ บัดนี้ เพราะ Robocar คือของจริง ไม่ใช่รถแข่งในภาพยนตร์ Sci-Fi ที่เราเคยดูอีกต่อไป

 

RobocarRobocar

Robocar

เปี่ยมไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยี! นี่คือ 10 อันดับเครื่องบินรบที่แพงที่สุดในโลก

แชแนลยูทูบดัง Top Unknown เผย 10 อันดับเครื่องบินรบที่แพงที่สุดในโลก มีอะไรบ้าง ต้องติดตาม!

FF-22 Raptor : ความเร็วสูงสุด 2.35 มัค (ราคา 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ /ราว  8,700 ล้านบาท) : สุดยอดเครื่องบินรบขับไล่ของสหรัฐที่กล่าวกันว่ายอดเยี่ยมที่สุด ด้วยระบบเรดาร์ที่สามารถตรวจจับเครื่องบินของข้าศึกได้ก่อน และระบบหลบหลีกการตรวจจับจากเรดาร์ของศัตรู ทำให้เจ้า F-22 ลำนี้เป็นสุดยอดของเครื่องบินรบ
ที่มีประจำการเพียง 135 ลำ เนื่องจากต้นทุนการสร้างโหดเอาเรื่อง เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของกองทัพ

f22

F-35 Lightning II : ความเร็วสูงสุด 1.6 มัค (ราคา 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 6,240 ล้านบาท) : เครื่องบินรบขึ้นลงแนวดิ่งลำนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนรุ่นพี่อย่าง F-16 และ F/A-18 นอกจากนี้มันยังมีระบบเรดาร์ที่ล้ำสมัยเทียบเท่ากับเครื่องบิน F-22 ด้วยต้นทุนการสร้างที่น้อยกว่า ทำให้เชื่อกันว่าเจ้าเครื่อง F-35 จะกลายเป็นพระเอกของกองทัพสหรัฐในไม่ช้า

most-expensive-jet-fighter-pics-2

Eurofighter Typhoon : ความเร็วสูงสุด 2.35 มัค (ราคา 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 6,066 ล้านบาท) : นี่คือเครื่องบินที่เกิดจากความร่วมมือของชาติมหาอำนาจในทวีปยุโรป ได้แก่ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และ อิตาลี เพื่อนำมาเป็นเครื่องบินขับไล่หลักของชาติสมาชิกยุโรป โดยมีซาอุดีอาระเบีย และโอมาน ชาตินอกสมาชิกอียูที่มีเครื่องบินรบลำนี้ประจำการอีกด้วย

most-expensive-jet-fighter-pics-3

SUKHOI PAK FA : ความเร็วสูงสุด 2.3 มัค (ราคา 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 5,200 ล้านบาท) : เครื่องบินลำนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนรุ่นพี่อย่าง MIG-29 และ SU-27 ด้วยระบบหลบหลีกจากตรวจจับจากเรดาร์ข้าศึกกล่าวกันว่ามันมีศักยภาพการรบเทียบเท่ากับเครื่องบิน F-22 และ F-35 ของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

most-expensive-jet-fighter-pics-4

F-15E Strike Eagle : ความเร็วสูงสุด 2.35 มัค (ราคา 135 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 4,680 ล้านบาท) : เครื่องบินขับไล่พิสัยไกลของกองทัพสหรัฐ ที่กล่าวได้ว่าเป็นหัวหอกในทุกสมรภูมิสำคัญ ๆ ที่สหรัฐมีบทบาท จึงทำให้มันเป็นหนึ่งในสุดยอดเครื่องบินขับไล่ที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุดอีกรุ่นของโลก

most-expensive-jet-fighter-pics-5

Dassault Rafale : ความเร็วสูงสุด 2.35 มัค (ราคา 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 4,506 ล้านบาท) : เพราะความหวาดกลัวภัยคุกคามจากสหภาพโซเวียต ทำให้ฝรั่งเศสได้คิดค้นเครื่องบินรบสมรรถนะสูงที่สามารถใช้ได้หลายบทบาท ที่สำคัญคือมันยังมีระบบเรดาร์และระบบอาวุธที่เยี่ยมยอด ไม่แพ้เครื่องบินรุ่นใด ๆ ที่เอ่ยชื่อมาเลยทีเดียว

most-expensive-jet-fighter-pics-6

F/A-18EF Super Hornet : ความเร็วสูงสุด 1.8 มัค (ราคา 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 2,274 ล้านบาท) : กล่าวกันว่า F/A-18 เป็นเครื่องบินที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงและมีกองทัพอากาศทั่วโลกกว่า 7 ชาติมีไว้ประจำการ สำหรับเครื่องรุ่นนี้คือรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล F/A-18 ที่ถูกพัฒนาเพื่อทดแทนรุ่นพี่อย่าง F-14 Tomcat โดยเพิ่มศักยภาพด้านการรบ และการถูกตรวจจับโดยเรดาร์ของฝ่ายข้าศึกน้อยลง เชื่อกันว่ามันจะเป็นกระดูกสันหลังของกองทัพสหรัฐไปอีกนาน

most-expensive-jet-fighter-pics-7

SU 35 : ความเร็วสูงสุด 2.25 มัค (ราคา 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 2,600 ล้านบาท) : เครื่องบินรบสัญชาติรัสเซียที่ถูกคาดหมายว่าจะเป็นอีกหนึ่งผู้ท้าชิงคนสำคัญของ F-22 ของฝ่ายสหรัฐฯ ด้วยระบบเป้าลวงอาวุธนำวิถีของฝ่ายข้าศึก ทำให้เจ้า SU 35 เป็นสุดยอดเครื่องบินรบที่น่าจับตามองอีกรุ่น

most-expensive-jet-fighter-pics-8

SU 30MKI : ความเร็วสูงสุด 2 มัค (ราคา 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 2,254 ล้านบาท) : เครื่องบินโจมตีสองที่นั่ง ที่มีศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับ F-15 ของฝ่ายสหรัฐฯ มันเป็นเครื่องบินรถที่มีสมรรถนะและความยืดหยุ่นสูง จนมีกองทัพอากาศทั่วโลกกว่า 7 ชาติมีไว้ในครอบครอง โดยกองทัพอากาศไทยเคยแสดงความสนใจในเครื่องบินรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน

most-expensive-jet-fighter-pics-9

MIG 35 : ความเร็วสูงสุด 2.25 มัค (ราคา 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ / ราว 1,907 ล้านบาท) : มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนรุ่นพี่อย่าง MIG 29 ที่รอวันปลดประจำการ เครื่องบินรบรุ่นนี้ถูกดัดแปลงและต่อเติมออปชั่นใหม่ ๆ เข้าไป แน่นอนว่ามันอาจไม่ใช่เครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุด แต่บอกไว้เลยว่าสมรรถนะและจำนวนที่มากกว่า
จะสร้างความแตกต่างในสนามรบอย่างแน่นอน

most-expensive-jet-fighter-pics-10

ที่มา : Top Unknown

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม!! ‘Volt Lighter’ ต้นแบบไฟแช็คยุคใหม่ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานแทนแก๊ส แถมยังกันน้ำได้อีกด้วย หน้าตาเป็นยังไง? ดูเลย

ไฟแช็คแก๊ส เป็นอีกหนึ่งไฟแช็คที่มีคนนิยมใช้งานมากที่สุด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีราคาค่อนข้างถูกกว่าไฟแช็คชนิดอื่นๆ ในตลาด แต่รู้หรือไม่ว่าไฟแช็คแก๊สมีส่วนในการสร้างภาวะเรือนกระจกให้กับโลก แม้จะเป็นจำนวนไม่มากต่อการจุด 1 ครั้ง แต่หากไฟแช็คถูกจุดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ผลเสียที่ได้จะมากขนาดไหน? ใช้ได้ไม่นานแก๊สก็หมด ทำให้ตัวไฟแช็คกลายเป็นขยะสะสมมลพิษให้กับโลก หากคุณยังรักโลกแต่ขาดไฟแช็คไม่ได้ ขอแนะนำให้รู้จักกับ Volt Lighter ต้นแบบไฟแช็คยุคใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% ทำงานยังไงไปดู

VOLTLIGHTER.COM

Volt Lighter ทำหน้าที่เหมือนกับไฟแช็คทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างและกลายเป็นจุดขายที่สำคัญคือ มันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% เพราะไม่ต้องใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง แต่ใช้ไฟฟ้าในการสร้างเชื้อเพลิง ไฟแช็ค Volt Lighter เก็บไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ด้วยการชาร์จไฟฟ้าเพียงแค่ 5 นาที ไฟแช็ค Volt Lighter สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอีกหลายเดือนเลยทีเดียว

 

 

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกับไฟแช็คทั่วไป คือระบบกันน้ำกันลม ที่ไม่ว่าขณะนั้นลมจะแรง หรือไฟแช็คเปียกน้ำก็ยังใช้งานได้ตามปกติ เพราะไฟแช็คไม่ได้เป็นเปลวไฟลอยขึ้นไปในอากาศ แต่เป็นขั้วกระแสไฟฟ้าเล็กๆ ทำให้ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้งานเลยแม้แต่น้อย

Volt Lighter จึงกลายเป็นต้นแบบของไฟแช็คที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์ เพราะไม่ต้องใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง อันเป็นผลเสียที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และยังใช้งานได้ต่อเนื่องจากการชาร์จไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนไฟแช็คบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยลดขยะได้มากเลยทีเดียว Volt Lighter วางจำหน่ายแล้วในราคา $29 หรือประมาณ 1,015 บาท ใครที่ไม่ต้องการเปลี่ยนไฟแช็คบ่อยๆ Volt Lighter เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

 

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://web.facebook.com/rmutphysics/videos/1416876831710465/

Bartini Beriev VVA-14 เครื่องบินหน้าตาประหลาดแห่งสหภาพโซเวียต สร้างขึ้นมาเพื่อยับยั้งขีปนาวุธบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์โดยเฉพาะ นี่คือสเปกของมัน

“Bartini Beriev VVA-14” เป็นเครื่องบินที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัท Beriev แห่งสหภาพโซเวียต บินทดสอบครั้งแรกในปี 1972 เป็นเครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำภารกิจในการทำลายขีปนาวุธบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ของอเมริกาที่สามารถปล่อยได้จากเรือดำน้ำในยุคสงครามเย็น โดยตัวเครื่องได้ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ผืนน้ำเป็นรันเวย์ได้โดยผลิตเครื่องต้นแบบออกมาเป็นจำนวน 2 เครื่องเพื่อใช้ในการทดสอบ

mihanpost.com

Bartini Beriev VVA-14 มีความสามารถในการบินระยะไกลถึง 2,450 กม.ต่อการเติมน้ำมันเต็มถังด้วยความเร็วถึง 760 กม./ชม. เหนือผืนน้ำและแล่นบนน้ำด้วยความเร็ว 640 กม./ชม. ติดตั้งเครื่องตรวจจับระดับความผิดปกติของแม่เหล็กเพื่อใช้ในการหาตำแหน่งของขีปนาวุธ

เชิญรับชม


WIKIPEDIA CC ALEX BELTYUKOV

แต่ภายในระยะเวลา 2 ปีนับตั้งแต่การบินทดสอบครั้งแรก Bartini Beriev VVA-14 ต้องพบกับปัญหาในส่วนของส่วนท้องเครื่องที่ใช้ในการลอยตัวเกิดความไม่สเถียรจึงต้องทำการเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ จากเดิมที่ใช้วัสดุที่มีการทำงานเหมือนเบาะลม ก็เปลี่ยนมาใช้เป็นเหล็กกล้าทั้งแผงทำให้ตัวเครื่องยาวขึ้นและกำลังของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการทำให้เครื่องลอยตัวนั้นไม่สามารถทำได้เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลทำให้ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ที่มีกำลังเยอะกว่า และต้องหาแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟพอที่จะทำให้เครื่องยนต์ทั้ง 12 ตัวสตาร์ทเครื่องได้ ทำให้โครงการต้องประสบปัญหาหนักจนส่งมอบเครื่องไม่ทันและงบประมาณก็บานปลาย อีกทั้งประธานบริษัทก็มาเสียชีวิตกลางคัน ทำให้โครงการหยุดชะงักไปจนเป็นเหตุให้ล้มเลิกโครงการในเวลาต่อมาปัจจุบันเครื่องบินลำนี้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ 1 ลำ อีก 1 ลำถูกแยกชิ้นส่วนและทิ้งไว้ที่สุสานเครื่องบิน รวมแล้ว Beriev VVA-14 ทำการบินทดสอบเป็นจำนวน 107 เที่ยวบิน รวมระยะเวลาได้ 103 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น ปิดตำนานเครื่องบินหน้าตาล้ำอนาคตของโซเวียตแบบไม่มีโอกาสเกิด

เรียบเรียง: SpokeDark.TV