นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเครื่องมือพิเศษที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำของสมอง ทดสอบแล้วได้ผลจริง!

  img_1510825484_1957884d0096

https://web.facebook.com/peth.love.98/posts/836535696528704

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1618805794850900

         นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเครื่องมือพิเศษที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจดจำของสมอง ทดสอบแล้วได้ผลจริง! จำได้ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 30% สมอง

ถือว่าเป็นอวัยวะที่มีความมหัศจรรย์มากที่สุดในร่างกายมนุษย์ และถือว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพทั้งในด้านการประมวลผล รวมถึงการเก็บข้อมูลสำหรับใช้งานในอนาคต ซึ่งล่าสุด ได้มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์สามารถค้นหาวิธีการที่ทำให้สมองจดจำได้มากขึ้น พร้อมกับทดสอบกับกลุ่มอาสาสมัครแล้วพบว่า ได้ผลจริงอีกด้วย

โดยทีมนักวิจัย นำโดย Dong Song จาก University of Southern California ได้ออกมาเผยแพร่บทความวิจัยดังกล่าวในงานประชุมด้านระบบประสาทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทีมของเขาประสบความสำเร็จในการใช้ฮาร์ดแวร์ที่สร้างโดยมนุษย์ในการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพของสมอง โดยได้ทำการทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 20 คนที่อนุญาตให้นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้สามารถทดลองฟังก์ชันต่าง ๆ ในสมองของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผลการศึกษานี้ ถือว่า เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เลยทีเดียว

สำหรับการทดสอบในครั้งนี้ก็คือ กลุ่มอาสาสมัครจะได้รับการฝังขั้วไฟฟ้าขนาดจิ๋วลงไปในสมอง ซึ่งขั้วไฟฟ้านี้จะทำหน้าที่ช่วยบรรเทาภาวะของความสับสนของสมองนั่นเอง โดยขั้วไฟฟ้านี้ ใช่ว่าจะฝังตรงสมองส่วนใดก็ได้ แต่จะต้องมีการกำหนดพื้นที่ของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำของแต่ละคนด้วยเช่นกัน เมื่อทำการฝังขั้วไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการจดจำของสมองนั่นเอง

จากการทดสอบข้างต้น พบว่า ประสิทธิภาพในการจดจำของกลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ เพิ่มขึ้นมาประมาณ 30% จากค่าพื้นฐานของแต่ละคน แม้จะดูเป็นตัวเลขที่น้อยมากแต่ก็เป็นบทพิสูจน์ว่า เราสามารถสร้างเครื่องมือในการเพิ่มความจำของมนุษย์ได้ และสามารถนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจในอนาคตได้อีกด้วย

ก่อนหน้านั้น Elon Musk ได้เคยคาดการณ์ว่า ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่สามารถพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ได้ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะเปลี่ยนให้มนุษย์มีความสามารถเหนือกว่าที่ธรรมชาติสร้างมา แต่ไม่ใช่เป็นเครื่องมือที่เปลี่ยนให้มนุษย์กลายเป็นเครื่องจักร และดูเหมือนว่า ผลการทดลองข้างต้นสอดคล้องกับสิ่งที่ Elon Musk ทำนายไว้อีกด้วย

ที่มา : http://www.techmoblog.com/memory-implant-brain-study-research/

หุ่นยนต์น้องหมารุ่นล่าสุดจาก boston dynamics

http://nuclear.rmutphysics.com/blog-sci7/?p=20959

หุ่นยนตน้องหมารุ่นล่าสุดจาก Boston Dynamics น่ารักกว่า                                                 เวอร์ชั่นเเรกนะ

หุ่นยนตน้องหมารุ่นล่าสุดจาก Boston Dynamics น่ารักกว่าเวอร์ชั่นแรกนะ

                 บริษัทผลิตหุ่นยนต์สัญชาติอเมริกันชื่อดังอย่าง Boston Dynamics ที่ตอนนี้ถูกซื้อกิจการโดย SoftBank ซึ่งเป็นบริษัทด้านการสื่อสารรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้ปล่อยคลิปที่เผยให้เห็นเวอร์ชั่นใหม่ของหุ่นยนต์ SpotMini ที่มีการเปิดตัวครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปี 2016 ซึ่งตัวหุ่นเวอร์ชั่นแรกนั้นมีลักษณะคล้ายลูกยีราฟ ซึ่งจะว่าไปแล้วรูปลักษณ์ของมันค่อนข้างจะน่ากลัวเกินกว่าที่มนุษย์จะใช้ชีวิตร่วมกับมันได้อย่างสะดวกใจ แต่คลิปล่าสุดที่มีการเผยแพร่ออกมา ต้อง                         บอกว่าเจ้า SpotMini นั้นเปลี่ยนไปมากจริงๆ ดูเป็นหุ่นยนต์ที่มีลักษณะคล้ายน้องหมาที่ดูทันสมัย แถมยังมีท่าทีที่เป็นมิตร โดยในคลิปทางด้านบนเราจะเห็นโฉมใหม่ของเจ้า SpotMini ทำท่าโค้งตัวให้ เหมือนเป็นการทำความเคารพเจ้านายอย่างไรอย่างนั้นเลย

หุ่นยนตน้องหมารุ่นล่าสุดจาก Boston Dynamics น่ารักกว่าเวอร์ชั่นแรกนะ

                          หุ่น SpotMini รุ่นแรกที่คล้ายลูกยีราฟนั้นหน้าตาไม่น่ารักเอาซะเลย

               ท่าทางการเดินของเจ้า SpotMini ในคลิปทางด้านบนนั้นดูมีความทะมัดทะแมงแถมยังแฝงความน่ารักเอาไว้ในตัว และในตอนท้ายของวีดีโอมีการทิ้งข้อความเอาไว้ว่า Coming soon ก็ไม่แน่ใจว่าทาง Boston Dynamics ต้องการสื่อความหมายว่า จะมีการวางขายหุ่น SpotMini ในเร็วๆ นี้ หรือว่าจะปล่อยคลิปเวอร์ชั่นยาวออกมาในเร็วๆ นี้กันแน่

หุ่นยนตน้องหมารุ่นล่าสุดจาก Boston Dynamics น่ารักกว่าเวอร์ชั่นแรกนะ

                                     หุ่น SpotMini เวอร์ชั่นล่าสุดน่ารักกว่ารุ่นแรกเยอะ

แต่ก็ต้องบอกว่าคลิปนี้ได้แสดงให้เราเห็นว่า พัฒนาการทางด้านการสร้างหุ่นยนต์นั้นก้าวมาไกลมากจริงๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้สัมผัสกับหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงที่มีท่าทางการเคลื่อนไหวที่เสมือนจริงแถมยังใช้เฝ้าบ้านและช่วยงานมนุษย์ได้สารพัด
ที่มา : www.theverge.com

หุ่น‘เสี่ยว อี้’ผ่านการสอบใบอนุญาตการแพทย์จีน

1511105568174

หุ่นยนต์ผ่านการทดสอบขอใบอนุญาตการแพทย์แห่งชาติจีนเป็นครั้งแรก โดยทำคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ถึง96คะแนนวันนี้(19พ.ย.60)หุ่นยนต์นามว่า “เสี่ยว อี้” ซึ่งได้รับการพัฒนาจากมหาวิทยาลัยซิงหัว ผ่านการทดสอบขอใบอนุญาตการแพทย์แห่งชาติจีน โดยทำคะแนนได้ 456 คะแนน สูงกว่าเกณฑ์ 96 คะแนน นับเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกในจีนที่เข้าร่วมการสอบดังกล่าว ซึ่งมีคะแนนเต็ม 600 คะแนน นายอู๋ จี้ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งมหาวิทยาลัยซิงหัวระบุว่า การสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์เสี่ยว อี้มีความรู้ทางการแพทย์อย่างดีเยี่ยมและมีความสามารถในการนำความรู้ไปแก้ปัญหาบางประการเสี่ยว อี้ทำข้อสอบแยกกับผู้สมัครสอบรายอื่นๆ โดยมีเจ้าหน้าที่เกือบ 10 คนทำงานดูแลการสอบของหุ่นยนต์ตัวนี้ โดยผู้คุมสอบประจำศูนย์สอบการแพทย์แห่งชาติจีนระบุว่า ได้ทำข้อสอบฉบับอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเพื่อหุ่นยนต์ตัวดังกล่าว ซึ่งข้อสอบมีเนื้อหาเดียวกับข้อสอบของผู้สอบรายอื่นๆขณะที่ นักวิจัยได้เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบของเสี่ยว อี้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีที่ผ่านมา โดยได้ใส่ข้อมูลจากหนังสือการแพทย์ 10 เล่มเข้าไปในสมองของเสี่ยว อี้ โดยนายอู๋ระบุว่าหุ่นยนต์มีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์ในเรื่องความจำหรือขีดความสามารถในการเก็บข้อมูลและความสามารถทางคอมพิวเตอร์ แต่การจดจำความรู้ยังไม่เพียงพอ เพราะเสี่ยว อี้ต้องวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆเพื่อวินิจฉัยอาการป่วยและโรคของคนไข้และหาวิธีว่าควรจ่ายยาแบบไหนหรือรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีใด คำถามจำนวนมากมีความซับซ้อนไม่สามารถตอบได้ด้วยการค้นหาเพียงอย่างเดียว

นักวิจัยจึงเชิญผู้เชี่ยวชาญมาสอนวิธีการเรียนรู้ประสบการณ์และการวินิจฉัยโรคต่างๆให้แก่เสี่ยว อี้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่นักวิจัยยังต้องทำงานอีกยาวไกลเพื่อพัฒนาให้เสี่ยว อี้เป็นแพทย์ที่เหมาะสม

17 ปีจะเปลี่ยนไปแค่ไหน! น่ารักมาก ภาพถ่ายเปรียบเทียบวันวานสู่ปัจจุบัน

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1617811348283678
กะพริบตาแป๊บๆ เวลาก็ดูเหมือนว่าจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน โดยที่หลายคนอาจจะไม่ทันได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง อย่างช่างภาพ Josephine Sittenfeld เธอได้ถ่ายรูปเพื่อนร่วมชั้นเรียนในช่วงที่เรียนอยู่ที่ Princeton University ในปี 2000 เธอถ่ายภาพเพื่อนๆ และดูเหมือนว่าเธอก็เก็บภาพนั้นไว้โดยลืมไปแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่งช่างภาพสาวคนนี้ได้เก็บตู้เสื้อผ้าของพ่อแม่ จึงได้เจอรูปในวันวานที่เธอได้ถ่ายเพื่อนๆ เอาไว้ นอกจากนั้นเมื่อฤดูใบไม้ผลิได้มีการนัดมีตติ้งศิษย์เก่าปี 15 เธอจึงตัดสินใจสร้างภาพชุด ถ่ายภาพเพื่อนๆ อีกครั้งหนึ่งในช่วงงานนี้

Sittenfeld ได้สร้างภาพชุดโดยใช้ชื่อว่า “Reunion” ซึ่งเป็นภาพเปรียบเทียบเพื่อนร่วมชั้นของเธอในปี 2000 และปี 2017 เรียกว่าเห็นกันไปจะจะเลยว่าเพื่อนแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน เป็นอีกหนึ่งภาพชุดที่น่ารักและทำให้เราเกิดคำถามกับตัวเองว่าอีก 17 ปีข้างหน้าเราจะเป็นอย่างไร จะเปลี่ยนแปลง พัฒนา แก่ลงมากแค่ไหน.

ที่มา : josittenfeld , boredpanda

 

คนเห็นชอบใจคิกคัก แต่กองทัพไม่ปลื้ม นักบินทะเล้นใช้ไอพ่นวาดรูปทะลึ่งกลางฟ้า

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.เอเอฟพีรายงานว่า ทางกองทัพเรือสหรัฐไม่พอใจนักบินของกองทัพ ใช้ไอพ่นเครื่องบินเจ็ต วาดรูปอวัยวะเพศชายขนาดใหญ่กลางอากาศ สร้างความตื่นตะลึงและฮือฮาให้กับชาวเมืองที่อยู่ภาคพื้นด้านล่างและมีผู้ถ่ายรูปพร้อมกับแชร์ออกไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

นาวาตรีหญิงเลสลี่ ฮับเบิลล์ โฆษกหญิงจากค่ายสนามบินกองทัพเรือ บนเกาะวิดบีย์ แถลงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และขัดต่อคุณค่าของกองทัพเรือ พร้อมกันนี้ยังได้สั่งขังนายทหารคนดังกล่าว พร้อมสอบสวนแล้ว อีกทั้งยังขอโทษประชาชนและขอรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ในเหตุการณ์ดังกล่าว นักบินใช้เครื่องบินอีเอ-18จี โกรเลอร์ เจ็ต ขึ้นบินเหนือน่านฟ้าของเมืองโอกาโนแกน ทางทิศตะวันตกของรัฐวอชิงตัน ก่อนวาดรูปทะลึ่งออกมา

ผู้เห็นภาพบนท้องฟ้า เช่น นายเรมอน ดูแรน กล่าว เริ่มสังเกตว่าเครื่องบินวาดวงกลมสองวงด้านล่างก่อน จากนั้นก็รู้โดยทันทีว่ามันคือและหัวเราะออกมา

ขณะที่ภาพถ่ายช็อตดังกล่าวแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง และผู้รับชมหลายคนที่ได้เห็นภาพต่างก็แสดงอาการสนุกสนาม หัวเราะขบขันออกมา

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1617084878356325

คลิปนาทีระทึก! ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงปีกเครื่องบิน แต่ไม่เป็นอะไร นักบิน-ผู้โดยสารปลอดภัย

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1615686781829468

plane_171114_04-696x392

เป็นคลิประทึกในยูทูบ เมื่อเครื่องบินของสายการบิน รอยัลดัตช์แอร์ไลนส์ (เคแอลเอ็ม) เที่ยวบิน เคแอล 743 ซึ่งจะมุ่งหน้าออกจากสนามบินสคิปโฮล กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไปยังเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ท่ามกลางฟ้าครึ้มฝน แต่ขณะทำการบินขึ้นไปไม่นาน จู่ๆ มีสายฟ้าผ่าลงมาที่เครื่องบินไปทางปีกซ้ายในเสี้ยววินาที แต่นักบินทำการบินต่อไปตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โชคดีที่ไม่มีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายใดๆ

‘อูเบอร์’ ร่วมมือ ‘นาซ่า’ พัฒนารถแท็กซี่บินได้

Uber บริษัทให้บริการเรียกรถรับส่งผ่านแอพฯ กล่าวว่าได้ลงนามความตกลงกับหน่วยงานอวกาศ NASA ของอเมริกาเพื่อร่วมกันพัฒนาแท็กซี่บินได้ภายในปี ค.ศ. 2020 หรืออีกสามปีจากนี้

Uber หวังว่าจะสามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี ค.ศ. 2023 ซึ่งก็คือ 6 ปีจากนี้

แท็กซี่ที่สามารถทะยานขึ้นในแนวตั้งเป็นบริการที่ Uber ต้องการช่วยให้ผู้เดินทางลดเวลาการสัญจร และลดมลพิษตามเมืองใหญ่

Uber เสนอตัวอย่างการเดินทางด้วยรถแท็กซี่บินได้ ระหว่างนครซานฟรานซิสโกและเมืองซานโฮเซ่ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน โดยระบุว่าหากสัญจรทางถนนจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง และมีค่าใช่จ่าย 111 ดอลลาร์

แต่ถ้าผู้โดยสารเดินทางทางอากาศ เวลาที่ใช้จะลดลงมาอยู่เพียง 15 นาที ค่าใช้จ่ายในช่วงแรกจะอยู่ที่ 129 ดอลลาร์ แต่ Uber เชื่อว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 43 และ 20 ดอลลาร์เมื่อเวลาผ่านไป

แน่นอนว่า หาก Uber ต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นจริง บริษัทต้องฝ่าฟันอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และความกังวลเรื่องความปลอดภัย

ที่มาจาก: https://www.voathai.com/a/uber-flying-taxi/4107519.html

xTEM-microscope.png.pagespeed.ic.8fPHCLxxgZ

กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนสร้างภาพโมเลกุล 3 มิติ คว้าโนเบลสาขาเคมี

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1614587118606101

1510878473711

ความร่วมมือครั้งสำคัญของ 3 นักวิทยาศาสตร์จาก 3 ชาติ Jacques Dubochet จาก University of Lausanne สวิตเซอร์แลนด์, Joachim Frank จาก Columbia University, New York สหรัฐอเมริกา และ Richard Henderson จากอังกฤษ ได้เปลี่ยนโฉมหน้าของการศึกษาเคมีชีวภาพของโลก ด้วยการพัฒนากล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ที่สามารถสร้างภาพของโมเลกุลที่กำลังเคลื่อนไหว


นี่ถือเป็นนวัตกรรมที่นำพาโลกเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการศึกษาชีวเคมี ที่ทำให้สามารถสร้างภาพ 3 มิติของโมเลกุล ซึ่งทำให้เห็นกระบวนการเคมีของเซลล์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนายาและเวชภัณฑ์ในอนาคต


นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมีทั้ง 3 จะได้รับเงินรางวัล 1 ล้าน 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 37 ล้าน 4 แสนบาท
การประกาศรางวัลโนเบลประจำปีนี้ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว โดยจะมีการประกาศรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และสันติภาพ ต่อเนื่องไปจนถึงวันศุกร์ และประกาศรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคมนี้

ที่มา : http://siweb.dss.go.th/news/show_abstract.asp?article_ID=7155

ภควัฒน์ ขาวนิล sci

โทรศัพที่พับงอโค้งได้

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานระบุว่า Samsung กำลังเร่งพัฒนาสมาร์โฟน Galaxy X พับงอได้ และจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2017 นี้ ล่าสุดได้มีรายงานจากแหล่งข่าวในประเทศเกาหลีว่า สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวอาจเริ่มวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2018 เลยทีเดียว

 

เว็บไซต์ BusinessKorea ได้เรียกสามาร์ทโฟน “พับงอได้” ดังกล่าวว่า Samsung Galaxy X โดยคาดว่าแผงหน้าจอจะผลิตโดย Kolon Industries ของประเทศเกาหลี ซึ่งจะใช้วัสดุที่เรียกว่า “ฟิล์ม Polymide ” ที่มีความบางและยืดหยุ่นสูง อีกทั้งยังป้องกันความร้อนและเย็นจัดได้

นอกจากนี้ทางเว็บไซต์ยังได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า Samsung Galaxy X รุ่นต้นแบบจะทำเสร็จในปี 2017 นี้ แต่ตัวสมาร์ทโฟนของจริงจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นครึ่งแรกของปี 2018

อย่างไรก็ดี นอกจาก Samsung แล้ว ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังสนใจเทคโนโลยีด้านนี้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น Apple ที่ได้รับสิทธิบัตรสำหรับโทรศัพท์ที่ “บิดงอได้” และ LG ก็อาจจะเปิดตัวสมาร์ทโฟน “พับงอได้” ด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

ที่มา : https://tech.mthai.com/mobile-tablet/android/64780.html