ไม่มีเงินสดไม่เป็นไร ญี่ปุ่นเตรียมให้จ่ายค่าไฟได้ด้วย “Bitcoin” โดย สุชาทิพย์

ไม่มีเงินสดไม่เป็นไร ญี่ปุ่นเตรียมให้จ่ายค่าไฟได้ด้วย "Bitcoin"

บริษัทญี่ปุ่นเตรียมเปิดให้ผู้ใช้บริการชำระค่าไฟด้วยสกุลเงินดิจิตอลอย่าง “บิทคอยน์” (Bitcoin) แล้ว โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้

โดยบริการดังกล่าวมีชื่อว่า Coincheck Electricity ของ Coincheck ที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการนำ Bitcoin ของตนเองมาจ่ายแทนเงินสดได้ และมีแผนจะให้ส่วนลด 4 – 6 เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก และเลือกที่จะจ่ายด้วย Bitcoin ด้วย

สำหรับบริษัทแม่ของ Coincheck อย่าง Reju Press ก็ได้จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Mitsuwa พัฒนาระบบการชำระเงินด้วย Bitcoin เช่นกัน โดยในตอนนี้ ทาง Coincheck ได้ร่วมกับบริษัทลูกของ Mitsuwa อย่าง E-Net จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Marubeni Power Retail Corporation ซึ่งมีโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ถึง 17 แห่งในญี่ปุ่นตอนกลาง และมีสำนักงานใน 66 ประเทศทั่วโลกด้วย แต่ก็ยังไม่มีแผนเกี่ยวกับการรับชำระค่าไฟด้วย Bitcoin ในประเทศอื่นนอกญี่ปุ่นประกาศออกมาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ Coincheck ยังมีแผนจะขยายการรับชำระค่าสาธารณูปโภคด้วย Bitcoin ในอีกหลาย ๆ ประเภท เช่นค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์มือถือ และอาจหาพาร์ทเนอร์เป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ รับชำระค่าเช่าห้องเป็น Bitcoin ด้วยเช่นกัน

คางะ คาวาบาตะ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Coincheck เผยว่า การจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับธุรกิจด้านสาธารณูปโภคเป็นการทำให้ Bitcoin ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวเลือกในการชำระเงินที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเงินประเภทอื่น ๆ 
ทั้งนี้ แผนในการรับชำระเงินด้วย Bitcoin นั้นคาดว่าจะเปิดตัวในย่านจูบุ คันโต (รวมโตเกียวด้วย) และคันไซ และตั้งเป้าว่าจะมีผู้บริโภคใช้ Bitcoin เป็นทางเลือกในการชำระค่าสาธารณูปโภคสูงถึง 1 ล้านคนภายในปีแรกของการให้บริการด้วยบิตคอยน์ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2009 โดยฝีมือการพัฒนาของเซียนคอมพิวเตอร์ผู้ลึกลับที่ใช้ชื่อว่าซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) ล่าสุดบิตคอยน์เป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติความหมายไว้ในพจนานุกรมออคฟอร์ดว่า “สกุลเงินดิจิตอลในการทำธุรกรรมซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านธนาคารกลาง”
หลักการของบิตคอยน์ คือ การเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่อยู่ภายใต้การดูแลของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์ของบิตคอยน์ คือ การลดบทบาทของธนาคารในการกำหนดค่าเงิน, การพิมพ์-แจกจ่ายธนบัตร และการบันทึกมูลค่าการโอน-ฝากเงิน ซึ่งแทนที่จะต้องให้ธนาคารเป็นผู้ดูแลการโอนเงินของผู้ใช้ แต่บิตคอยน์ออกแบบให้ชาว Bitcoin ทุกคนสามารถรับรู้และช่วยยืนยันการโอนเงินซึ่งกันและกัน ผ่านซอฟต์แวร์และไฟล์ข้อมูลเฉพาะทางที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทั่วโลก
อ้างอิง : http://m.manager.co.th/Cyberbiz/detail/9590000108567