เผยภาพสเก็ตช์ “ไดโนเสาร์” เจ้าของรอยเท้าขนาดมหึมา โดยวีรยา

Image # 2. เผยภาพสเก็ตช์ “ไดโนเสาร์” เจ้าของรอยเท้าขนาดมหึมา

ภาพสเก็ตช์ของไดโนเสาร์เจ้าของรอยเท้าขนาดมหึมาที่พบในทะเลทรายโกบี จากการสำรวจของทีมวิจัยญีปุ่นและมองโกเลีย (HO / Okayama University of Science an / AFP)

 เผยภาพสเก็ตช์ “ไดโนเสาร์” เจ้าของรอยเท้าขนาดขนาดมหึมาที่พบในทะเลทรายโกบี จากการร่วมสำรวจโดยนักวิจัยญี่ปุ่นและนักวิจัยมองโกเลีย ตรวจหาความเก่าแก่พบว่ารอยเท้าถูกประทับรอยไว้เมื่อ 70-90 ล้านปีก่อน
เอเอฟพีเผยภาพร่างไดโนเสาร์ที่ทิ้งรอยเท้าไว้เมื่อ 70-90ล้านปีก่อนในบริเวณที่กลายเป็นทะเลทรายโกบี (Gobi Desert) ในปัจจุบัน โดยภาพดังกล่าวเพิ่งเผยแพร่เมื่อ 30 ก.ย.2016โดยมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โอกายามา (Okayama University of Science) ในญี่ปุ่นและสถาบันวิทยาศาสตร์มองโกเลีย (Mongolian Academy of Science) ซึ่งร่วมกันสำรวจพบรอยเท้าไดโนเสาร์ดังกล่าว

จากการวิเคราะห์อายุพบว่ารอยเท้าดังกล่าวถูกทิ้งไว้บนชั้นดินของโลกที่มีอายุ 70-90 ล้านปีมาแล้ว และภาพจากเอเอฟพียังเผยภาพ ศ.ชิโนบุ อิชิกากิ (Prof.Shinobu Ishigaki) หนึ่งในทีมสำรวจจากมหาวิทยาลัยโอกายามา นอนถ่ายคู่กับรอยเท้าดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

Image # 3. เผยภาพสเก็ตช์ “ไดโนเสาร์” เจ้าของรอยเท้าขนาดมหึมา

ศ.ชิโนบุ อิชิกากิ (Prof.Shinobu Ishigaki) หนึ่งในทีมสำรวจจากมหาวิทยาลัยโอกายามา นอนถ่ายคู่กับรอยเท้าไดโนเสาร์ที่พบในทะเลทรายโกบี (HO / Okayama University of Science an / AFP )

มวิจัยระบุว่า รอยเท้าดังกล่าวเป็นหนึ่งในรอยเท้าไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยมีบันทึกมา และเป็นหลักฐานใหม่ของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่เคยอาศัยอยู่บนโลกหลายสิบล้านปีก่อน จากการวัดรอยเท้าดังกล่าวมีความยาว 106 เซ็นติเมตร และกว้าง 77 เซ็นติเมตร

รอยเท้ายักษ์ของไดโนเสาร์เป็นหนึ่งในจำนวนรอยเท้ามากมายที่ถูกพบในทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลของมองโกเลียจากการสำรวจเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา รอยเท้าดังกล่าวถูกหล่อขึ้นโดยธรรมชาติจากการที่เม็ดทรายปลิวเข้าไปทับถมในรอยเท้าที่สัตว์ร่่างยักษ์ทิ้งไว้เมื่อครั้งเดินลงบนพื้นโคลน

นักวิจัยคาดว่ารอยเท้าดังกล่าวเป้นของ “ไททาโนซอร์” (Titanosaur) ไดโนเสาร์คอยาว ซึ่งมีตัวยาวได้ถึง 30 เมตร และสูงได้ถึง 20 เมตร

ด้านมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โอกายามาแถลงว่า ตัวอย่างรอยเท้าที่ค้นพบนั้นหาได้ยาก เพราะเป็นรอยเท้ายาวกว่าเมตรที่ถูกรักษาไว้อย่างดี อีกทั้งยังมีรอยพิมพ์ของกรงเล็บอยู่ด้วย

ที่มา:http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9590000098525