ฟิลิปปินส์อวดห้างดัง พลังแสงอาทิตย์ โดยกลุ่ม9

Image # 2.

ขณะนี้ที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้มีห้างสรรพสินค้าชั้นนำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งเต็มเปี่ยมด้านประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นแหล่งสร้างพลังงานสะอาดปริมาณ 2.9 เมกะวัตต์ ให้ห้างสามารถใช้ในการขับเคลื่อนดำเนินงานภายในแบบครบวงจร โดยโครงการนี้นอกจากจะเป็นการบริหารจัดการระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังแสดงถึงรูปแบบการพึ่งพาตนเองสำหรับความเป็นอยู่ที่มั่นคงและยั่งยืนพร้อม ๆ กัน อย่างไรก็ตามนักจัดสรรอสังหาริมทรัพย์ประจำประเทศ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกิจการในเครือบริษัท Robinsons Land แห่งนี้ ยังมีแผนที่จะต่อเติมแผงโซลาร์เซลล์แก่ศูนย์การค้ารายอื่น ๆ อีก เพื่อเสริมกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าให้มียอดรวมพุ่งสูงขึ้นไปเป็น 12.5 เมกะวัตต์ ภายในไม่เกินสิ้นปีนี้

ทั้งนี้พลังงานกว่า 2.9 เมกะวัตต์จากแผงโซลาร์เซลล์จะเริ่มเดินเครื่องบนดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้า Robinsons Starmills ในเมืองซาน เฟอร์นันโด (San Fernando) จังหวัดปัมปังกา (Pampanga) โดยนี่ถือเป็นโครงการใหม่ล่าสุดเลยก็ว่าได้ หลังจากการผลักดันของบริษัท Robinsons Land ที่ได้ประกาศไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่าจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จำนวน 6 แผง ให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้นตามการคาดการณ์จะมีแผงโซลาร์เซลล์อีก 2 แผง ถูกเพิ่มเข้ามาและพร้อมสำหรับดำเนินงานภายในไม่เกินเดือนธันวาคมนี้อย่างแน่นอน

โดยจุดประสงค์จริง ๆ ของทีมนักพัฒนาเลยคือ การเข้าถึงศักยภาพของอัตราการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ 12.5 เมกะวัตต์ จากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 10 แห่งบนดาดฟ้าของห้างช้อปปิ้งมอลล์ พร้อมกันนั้นทางบริษัทยังเผยอีกด้วยว่า สถานที่เหล่านี้จะสามารถสร้างพลังงานสะอาดรวมเกือบ 16 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ไว้เป็นเครื่องมือที่ช่วยยับยั้งและป้องกันการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 8,760 ตันต่อปีอีกด้วย ซึ่งเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้จำนวน 223,965 ต้นเลยทีเดียว

บริษัท Robinsons Land เชื่อมั่นว่าช่วงระยะเวลาก่อนหน้าที่จะถึงสิ้นปีนี้ แหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพเพียงพอแก่การใช้งานได้ที่ประมาณ 30% ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งเหมาะสมกับการรองรับและตอบสนองต่อความต้องการสำหรับดำเนินการภายในห้างสรรพสินค้า โดยอย่างไรก็ดีทีมนักพัฒนายังคงเดินหน้ามุ่งมั่นทำงานต่อไป และดูเหมือนว่าจะมีแผนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มบนดาดฟ้าของห้างอีกกว่า 41 แห่งในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

 

Image # 3.

ที่มา : http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n=107&cno=8842