เผยมีแค่ 5 ประเทศ ครอบครองพื้นที่ธรรมชาติ 70% ที่เหลืออยู่ทั่วโลก

Image # 2.
Getty Images อุทยานแห่งชาติเดนาลีในรัฐอะแลสกาของสหรัฐฯ

คลิก  Image # 3. hd-people-mobile-image-750x352px

เผยมีแค่5ประเทศ ครอบครองพื้นที่ธรรมชาติ 70% ที่เหลืออยู่ทั่วโลก – BBCไทย

ผืนป่า ทุ่งหญ้า และท้องทะเลที่มนุษย์ยังไม่เคยเข้าไปเหยียบย่ำทำลายนั้น ปัจจุบันเหลืออยู่น้อยเต็มทีและกำลังหดหายไปทุกขณะ โดยงานวิจัยล่าสุดพบว่า 70% ของพื้นที่ทางธรรมชาติดังกล่าวซึ่งยังหลงเหลืออยู่ทั่วโลก ตกอยู่ในเขตแดนภายใต้การดูแลของประเทศต่าง ๆ เพียง 5 ประเทศเท่านั้น ซึ่งได้แก่รัสเซีย แคนาดา สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และบราซิล

ทีมนักวิจัยทางนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ตีพิมพ์รายงานการสำรวจพื้นที่ทางธรรมชาติของโลกที่ยังไม่ถูกรุกรานลงในวารสาร Nature โดยได้จัดทำแผนที่โลกแสดงอาณาบริเวณดังกล่าวทั้งบนบกและในมหาสมุทรประกอบด้วย

ผลการสำรวจพบว่าอาณาบริเวณกว่า 77% ของผืนแผ่นดิน และอีก 87% ของมหาสมุทร ถูกกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์เข้าไปทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าโลกมีพื้นที่ทางธรรมชาติบนบกที่ยังมนุษย์ยังไม่ได้แตะต้องเหลืออยู่เพียง 23% เท่านั้น

นอกจากนี้ พื้นที่ทางธรรมชาติซึ่งยังไม่ถูกการขยายตัวของชุมชนและอุตสาหกรรมรุกเข้าเบียดเบียน 94% ตกอยู่ในเขตแดนของประเทศต่าง ๆ เพียง 20 ประเทศ

Image # 4.

ส่วนพื้นที่ทางธรรมชาติขนาดใหญ่และสำคัญที่สุด 5 แห่ง ซึ่งคิดเป็นพื้นที่กว่า 70% ของที่หลงเหลืออยู่ทั่วโลกนั้น ได้แก่เขตภูมิอากาศแบบอาร์กติกทุนดรา (Arctic Tundra)ในอะแลสกาและไซบีเรีย, ป่าบอเรียล (Boreal forest) หรือป่าในเขตเหนือสุดของแคนาดา, ป่าฝนในลุ่มแม่น้ำแอมะซอนของบราซิล, สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโอคาวันโก (Okavango Delta)ในบอตสวานา และพื้นที่ทะเลทรายของออสเตรเลีย

Image # 5. เผยมีแค่5ประเทศ
ป่าฝนลุ่มแม่น้ำแอมะซอนในภูมิภาคอเมริกาใต้  Getty Images

ศ. เจมส์ วัตสัน ผู้อำนวยการศูนย์เพื่อความหลากหลายทางชีวภาพและวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์บอกว่า 5 ประเทศผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ทางธรรมชาติส่วนใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่นี้ จะมีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของโลก ด้วยการปกป้องสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ในอาณาบริเวณดังกล่าวให้ดำรงคงอยู่ต่อไป โดยต้องจำกัดการพัฒนาขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการทำป่าไม้ การทำเกษตร การทำเหมืองแร่ และอุตสาหกรรมประมงในพื้นที่ดังกล่าวลงอย่างเด็ดขาด

“พื้นที่ทางธรรมชาติเหล่านี้นอกจากจะสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพแล้ว ยังเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนที่ช่วยชะลอภาวะโลกร้อนอีกด้วย พื้นที่ทางธรรมชาติจึงควรได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ หากมีการตัดต้นไม้ต้นแรกเกิดขึ้นแล้ว เราจะไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอะไรได้อีกเลย” ศ. วัตสันกล่าว