เหตุใด “ถ้วยใส่ประจำเดือน” จึงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น?

Image # 2. A woman holding a menstrual cup.

คลิก  Image # 3. hd-people-mobile-image-750x352px

การมีประจำเดือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้หญิง แต่หลายคนอาจกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย แต่หากเอ่ยถึงในระดับรัฐบาลแล้วเรื่องของ “ภาษีผ้าอนามัย” กำลังเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในหลายประเทศ และที่กำลังเป็นกระแสคือการหาทางช่วยเหลือผู้หญิงที่มีฐานะยากจนเกินกว่าจะซื้อผ้าอนามัยมาใช้ได้

ขณะนี้เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นว่า การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างถ้วยใส่ประจำเดือน หรือ กางเกงในที่ซึมซับประจำเดือนได้ จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับอนาคตหรือเปล่า?

คนเสียเงินเท่าไหร่สำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือน?

ในสหราชอาณาจักร บริษัทวิจัยด้านการค้าปลีก Mintel ระบุว่า ตัวเลขมูลค่าการขายผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนในปี 2017 อยู่ที่ 265.8 ล้านปอนด์ โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อผ้าอนามัยแบบต่าง ๆ

ยอดขายในปี 2017 ลดลงจากปี 2016 ประมาณ 5.7 ล้านปอนด์ แต่นักวิจัยจาก Mintel ระบุว่านั่นเป็นเพราะผู้ขายปรับลดราคาเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ ไม่ใช่เพราะผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวน้อยลง

องค์กรการกุศล Bloody Good Period ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วตลอดชีวิตผู้หญิงจะต้องเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนราว 4,800 ปอนด์ หรือราวสองแสนบาท

Image # 4. menstrual cupImage copyrightGETTY IMAGES

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เป็นที่นิยมมากขึ้นหรือเปล่า?

แม้ว่าผ้าอนามัยแบบต่าง ๆ จะยังเป็นตัวเลือกที่เป็นที่นิยมอยู่ ผู้ใช้เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมอาจจะเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอนามัยแบบสอดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้วยใส่ประจำเดือน หรือกางเกงในซึมซับประจำเดือนซึ่งทำจากผ้าฝ้ายและผ้าที่กันน้ำได้

ในกูเกิล สถิติการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี โดยคำว่าถ้วยใส่ประจำเดือนเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนค้นหามากที่สุด กูเกิลมีหน่วยวัดความสนใจในการค้นหาหัวข้อต่าง ๆ จากระดับ 1-100 ปรากฏว่าคนให้ความสนใจค้นหาถ้วยใส่ประจำเดือนเพิ่มขึ้นจากระดับ 21 คะแนน เมื่อปี 2013 พุ่งสูงขึ้นเป็น 83 คะแนน ใน 5 ปีถัดมา

การเสิร์จหาคำว่าถ้วยใส่ประจำเดือนส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้กูเกิลในออสเตรเลีย ในขณะที่ผู้ใช้กูเกิลในสหรัฐฯ เสิร์จหาคำว่าหาผ้าอนามัยที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากที่สุด

ขณะนี้ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart ในสหรัฐฯ และ Boots ในสหราชอาณาจักร มีถ้วยใส่ประจำเดือนวางขายแล้ว และบริษัทผู้ผลิตหลายบริษัทก็บอกว่ายอดขายพุ่งสูงขึ้นมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

Image # 5. Underwater scene showing tampons and pads.

ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนให้ความสนใจเรื่องผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น และผลิตภัณฑ์ที่ขายกันอยู่ก็มักจะมาพร้อมกับหีบห่อที่เป็นพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะไปในที่สุด

เมื่อความตระหนักรู้เรื่องขยะพลาสติกมีมากขึ้น ผู้ใช้อินสตาแกรมและยูทิวบ์หลายคนสร้างช่องทางในการรณรงค์ผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อกันว่าคนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะดังกล่าวก็เพื่อประหยัดเงินด้วย

ภาษีผ้าอนามัยคืออะไร?

ภาษีผ้าอนามัยหมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าสำหรับการมีประจำเดือนซึ่งกลายเป็นรายได้ของรัฐบาล

ขณะนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังจัดให้สินค้าสำหรับการมีประจำเดือนเป็น “สินค้าฟุ่มเฟือย” นั่นหมายความว่าในสหราชอาณาจักรก็ยังมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์นี้อยู่ ในขณะที่ประเทศที่ยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าประเภทนี้แล้วได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย ไอร์แลนด์ เคนยา ยูกันดา และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา

ขณะนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาว่าจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ สามารถยกเลิกอัตราภาษีขั้นต่ำ 5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนได้

ในตอนนี้ รัฐบาลอังกฤษให้คำมั่นสัญญาที่จะนำเงินที่ได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านี้ไปลงทุนโครงการเพื่อผู้หญิง ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ หลายแห่งก็รับภาระภาษีส่วนนี้เอง