ต้องขอบคุณการกลายพันธ์ุของบรรพบุรุษมนุษย์ ที่ทำให้พี่ตูน วิ่งได้ไกลถึง 2,215 กิโลเมตร

ต้องขอบคุณการกลายพันธ์ุของบรรพบุรุษมนุษย์ ที่ทำให้พี่ตูน วิ่งได้ไกลถึง 2,215 กิโลเมตร

0 %E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C+%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%99+%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87+2%2C215+%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3
A-A+

มนุษย์ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่วิ่งได้เร็วที่สุด ทำให้เราไม่เคยคาดคิดเลยว่า เราก็เป็นสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่มีความเก่งกาจในเรื่องของการวิ่งเหมือนกันนะ จริงอยู่ที่สัตว์สี่เท้าหลากหลายสายพันธุ์บนโลกนี้ ต้องทำให้เราได้อับอายถ้าคิดจะวิ่งแข่งความเร็วกับมัน แต่มนุษย์นั้นมีสกิลพิเศษในเรื่องการวิ่งที่ยากจะหาสัตว์สายพันธุ์ใดมาเทียบเคียงได้ นั่นก็คือความสามารถในการ วิ่งทน วิ่งได้เป็นระยะทางไกลๆ นั่นเอง

มนุษย์นั้นมีคุณลักษณะของความเป็นนักวิ่งระยะไกลอยู่ในสายพันธุ์ และถึงแม้จะนำไปเทียบกับสัตว์สายพันธุ์อื่นที่เก่งเรื่องวิ่งเร็ว ถ้าจับพวกมันมาวิ่งระยะทางไกล รับรองว่ามันต้องยอมแพ้เราอย่างแน่นอน แต่อะไรหล่ะคือเหตุผลเบื้องหลังความสามารถในการวิ่งทนของมนุษย์? เพื่อหาคำตอบนี้ นักวิจัยจาก University of California, San Diego ได้ทำการศึกษา และเผยแพร่รายละเอียดลงในวารสาร Proceedings of the Royal Society B

นักวิจัยพุ่งเป้าไปที่การหายไปของยีนที่มีลักษณะพิเศษ และการหายไปของยีนนี้ทำให้เรากลายเป็นนักวิ่งระยะไกลที่ดี มีการตั้งสมมติฐานว่าวิวัฒนาการของบรรพบุรุษมนุษย์ยุคโบราณทำให้เกิดการสูญหายไปของยีนที่มีชื่อว่า CMAH และให้เรากลายเป็นนักวิ่งระยะไกลที่ดีในที่สุด

ความเปลี่ยนแปลงในวิวัฒนาการมนุษย์ยังรวมถึง ลักษณะของขา และเท้า ที่ทำให้เรารักษาความเร็วในการวิ่งได้ดี รวมถึงความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้ร้อนเกินไปด้วยการขับเหงื่อ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความเกี่ยวโยงกับการหายไปของยีน CMAH และเมื่อมีข้อมูลมากพอ นักวิจัยต้องการพิสูจน์ว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ จึงได้มีการทดลองทำให้ยีน CMAH ของเจ้าหนูทดลองหายไป แล้วจับมันไปทดสอบ

ต้องขอบคุณการกลายพันธ์ุของบรรพบุรุษมนุษย์ ที่ทำให้พี่ตูน วิ่งได้ไกลถึง 2,215 กิโลเมตร

คุณ Jon Okerblom หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “พวกเราได้ทำการทดลองกับหนู โดยทำให้ยีน CMAH ของพวกมันหายไป และเราพบว่าประสิทธิภาพการวิ่งบนลู่วิ่งของพวกมันเพิ่มขึ้นในระยะเวลา 15 วันของการทดสอบ” ความเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัดเจนหลังจากที่หนูเติบโตขึ้นโดยที่ไม่มียีน CMAH หนูมีความแข็งแรงขึ้น และมันเป็นสัญญาณว่านักวิจัยมาถูกทางแล้ว

แต่อย่างไรก็ดี การสูญหายไปของยีน CMAH ก็ไม่ได้มีแต่ประโยชน์เพียงด้านเดียว นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยว่าการหายไปของยีนนี้ ทำให้มนุษย์มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งจากการกินเนื้อแดง

คุณ Ajit Varki นักวิจัยอาวุโสในผลงานชิ้นนี้กล่าวว่า “มันเปรียบเหมือนดาบสองคม ผลพวงจากการสูญหายของยีนเพียงยีนเดียวนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในกายภาพของมนุษย์ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในศักยภาพของเรา″

วิวัฒนาการ หรือการกลายพันธุ์นี้ ทำให้เราวิ่งได้ไกลขึ้น แต่ก็มีข้อเสียที่ทำให้เราอาจเป็นมะเร็งถ้ากินแฮมเบอร์เกอร์ที่มีเนื้อแดง ต้องบอกว่าธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่แปลกและน่ามหัศจรรย์อย่างแท้จริง