มารู้จักศัพท์เทคโนโลยีล้ำยุค 12 คำ เพื่อก้าวทันโลกอนาคต

_102893051_gettyimages-515727572 (1)

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1938906046174205

เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ชีวิตของคนเราสะดวกสบายขึ้นทุกขณะ แต่ก็มาพร้อมกับความรู้และศัพท์แสงใหม่ ๆ ที่ต้องทำความเข้าใจกันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย บีบีซีจึงได้รวบรวมคำศัพท์ว่าด้วยวิทยาการล่าสุดที่ควรรู้ 12 คำ พร้อมทั้งความหมายโดยสังเขปเอาไว้ดังต่อไปนี้

Autonomous architecture   สถาปัตยกรรมอัตโนมัติ คือระบบการก่อสร้างที่ใช้หุ่นยนต์ “พิมพ์” ตัวอาคารออกมาทั้งหมด ด้วยวิธีการพิมพ์แบบสามมิติ ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยลดการพึ่งพาแรงงานคนในอุตสาหกรรมการก่อสร้างลงได้เป็นอย่างมาก ทั้งช่วยให้ทำงานเสร็จได้อย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (MIT) ของสหรัฐฯ สามารถสร้างผนังอาคารทรงกลมซ้อนกันหลายชั้นได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

Plane Li-Fi   ผู้โดยสารเครื่องบินคงจะคุ้นเคยกับการปรับให้อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ของตนเข้าสู่โหมดทำการบิน (Airplane mode) ขณะอยู่บนเครื่อง แต่อีกไม่นานเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้แสงแพร่สัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือไล-ไฟ (Li-Fi) จะช่วยให้ใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้และท่องอินเทอร์เน็ตได้ แม้ในขณะที่เครื่องบินกำลังบินขึ้นและร่อนลงจอด จะมีการติดตั้งหลอดไฟ LED ตรงเหนือที่นั่งผู้โดยสาร โดยหลอดไฟนี้จะกะพริบเปิดปิดอย่างรวดเร็วหลายล้านครั้งต่อวินาที จนดวงตาของมนุษย์ไม่สามารถจะสังเกตเห็นได้ สัญญาณแสงนี้จะส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่าสัญญาณไว-ไฟ (Wi-Fi) แบบเดิมนับร้อยเท่า และมีความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลสูงกว่าด้วย  ในขณะนี้บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินโดยสารรายใหญ่อย่างแอร์บัส กำลังเตรียมติดตั้งระบบดังกล่าวบนเครื่องบินทุกลำ โดยผู้ใช้ต้องเสียบอุปกรณ์พิเศษเข้ากับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของตนเอง ส่วนระบบปฏิบัติการไอโอเอสเวอร์ชันล่าสุดของแอปเปิลก็มีฟังก์ชันที่รองรับระบบ Li-Fi บนเครื่องบินแล้ว

Brainjacking   ในยุคที่อุปกรณ์การแพทย์หลายชนิดถูกฝังหรือปลูกถ่ายลงในร่างกายของคนไข้โดยตรง โดยมีการออกแบบให้ควบคุมหรือชาร์ตแบตเตอรีได้ผ่านระบบไร้สาย ความสะดวกสบายเช่นนี้ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ผู้ไม่หวังดีอาจเจาะล้วงระบบเข้ามาแย่งชิงสั่งการเสียเอง จนเป็นเหตุให้มีอันตรายถึงชีวิตได้ ความหวั่นเกรงในเรื่องนี้มีมานาน ตั้งแต่ครั้งอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดิ๊ก เชนีย์ ซึ่งรับการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจไว้ในร่างกาย เขาจะปิดการใช้งานแบบไร้สายของเครื่องไว้โดยตลอด เพราะเกรงว่ากลุ่มชาวต่างชาติที่มุ่งร้ายจะใช้ช่องทางนี้ลอบสังหารเขาได้   ไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่ผู้รับการฝังอุปกรณ์กระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) จะถูกนักเจาะล้วงข้อมูลหรือแฮกเกอร์ลอบเข้าควบคุมโปรแกรมสั่งการของอุปกรณ์ดังกล่าว แล้วใช้โปรแกรมนั้นทำให้เกิดความเจ็บปวด แรงสั่นสะเทือน หรือแม้แต่เปลี่ยนพฤติกรรมของคนผู้นั้นได้ เสมือนปล้นชิงการควบคุมสมอง หรือ Brainjacking นั่นเอง  ตามปกติแล้ว อุปกรณ์กระตุ้นสมองส่วนลึกจะส่งสัญญาณไฟฟ้าให้เซลล์ประสาทสมอง เพื่อรักษาโรคอย่างพาร์คินสัน และกำลังมีการทดลองใช้เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า อาการทางจิต-ประสาท รวมทั้งความผิดปกติทางพฤติกรรมอื่น ๆ ด้วย

Platooning   ขบวนรถบรรทุกกึ่งอัตโนมัติเริ่มปรากฏโฉมตามถนนสายต่าง ๆ ในหลายประเทศแล้ว โดยระบบเซนเซอร์จะช่วยให้รถบรรทุกหลายคันซึ่งไม่ได้ต่อพ่วงกัน และมีคนขับนำในรถคันหัวขบวนเท่านั้น สามารถเคลื่อนที่ตามกันไปได้อย่างไม่ขาดตอน คาดว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยลดการจราจรติดขัด และประหยัดน้ำมันลงได้ราว 10%

Machine bias  อคติของเครื่องกลนั้นเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในหลากหลายวงการ ซึ่งอัลกอริทึม (Algorithm)ที่เอไอได้จากการเรียนรู้ข้อมูลมหาศาล ถูกนำไปใช้ประมวลผลเพื่อตัดสินใจเลือกนโยบายทางธุรกิจและการลงทุน, วินิจฉัยโรคมะเร็ง, จับผิดกรณีฉ้อโกงทางการเงิน, พิจารณาคดีในศาล ไปจนถึงให้คำแนะนำเรื่องดนตรีและบันเทิงมาแล้ว อย่างไรก็ตาม วิจารณญาณของเครื่องกลอย่างเอไอก็ไม่สามารถหนีพ้นความบกพร่องที่มากับการป้อนข้อมูลที่ไม่สมดุล และการเขียนโปรแกรมโดยมีอคติแต่แรกเริ่มได้ แคเธอรีน เฟลตเชอร์ ผู้ประสานงานหน่วยวิจัยด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดบอกว่า “หากมีอคติเจือปนเข้าไปในระบบระยะเริ่มแรกเพียงเล็กน้อย ความลำเอียงในการประมวลผลและตัดสินใจของเอไอจะถูกขยายให้รุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนครั้งที่มีการเรียนรู้เพิ่มและแก้ไขปรับปรุงรหัสโปรแกรมในภายหลัง”

Crowdturfing   หลายคนคงเคยได้ยินว่ามีการจ่ายเงินจ้างให้บุคคลทั่วไปเขียน “รีวิว” ติชมธุรกิจหรือบริการต่าง ๆ ด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงลงในเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง TripAdvisor หรือ Yelp เพื่อหวังขจัดคู่แข่งและเพิ่มความนิยมให้กิจการของตนเอง พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่า Crowdturfing ซึ่งมีที่มาเดียวกับคำว่า Crowdsourcing ที่หมายถึงการระดมมวลชนมาเพื่อแสดงพลังสนับสนุนเรื่องใดเรื่องหนึ่งบนโลกออนไลน์นั่นเอง  แต่ทว่าการจ่ายเงินจ้างคนจำนวนมากมาเพื่อปั่นกระแสในประเด็นใดประเด็นหนึ่งนั้น นับว่าไม่อาจจะทำได้ง่าย ๆ จึงมีผู้นำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยสร้างความเห็นติชมปลอมในปริมาณมาก เพื่อปล่อยให้แพร่ไปในโลกออนไลน์ โดยความเห็นเหล่านี้ดูน่าเชื่อถือจนยากจะแยกแยะได้ว่าอะไรจริงหรือเท็จกันแน่

AI Cyber-attacks  การใช้เอไอโจมตีทางไซเบอร์กำลังเป็นประเด็นที่น่าหวั่นเกรงอย่างยิ่ง โดยโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์เริ่มถูกนำมาใช้ให้เรียนรู้ระบบความปลอดภัยขององค์กรต่าง ๆ เพื่อมองหาจุดอ่อนเข้าโจมตีเจาะล้วงเอาข้อมูลสำคัญ หรือแม้แต่ใช้หาทางแพร่มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า อาจจะมีการใช้แช็ตบ็อต (Chatbot) ซึ่งที่จริงเป็นเอไอที่มีความซับซ้อนสูง เข้าล่อลวงเอาข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเช่นความลับของธนาคารได้  อย่างไรก็ตาม เราสามารถจะใช้เอไอให้เรียนรู้หาจุดบกพร่องของระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันระบบจากอาชญากรได้เช่นเดียวกัน ทำให้สถานการณ์ในทุกวันนี้กลายเป็น “การแข่งขันสะสมอาวุธ” ระหว่างผู้ใช้เอไอฝ่ายเจาะล้วงและฝ่ายป้องกันไป

Computer Hallucinations  การมองเห็นผ่านระบบคอมพิวเตอร์หรือคอมพิวเตอร์วิชันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อประเด็นนี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของมนุษย์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติกำลังมาแรง แม้ระบบนี้จะช่วยให้เครื่องกลมองเห็นและแยกแยะวัตถุต่าง ๆ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติหลบหลีกสิ่งกีดขวาง อ่านสัญญาณจราจร และถอยเข้าจอดเองได้ แต่บ่อยครั้งคอมพิวเตอร์ก็เกิดอาการเห็นภาพหลอน (Hallucination) โดยมองเห็นและประมวลผลผิดพลาดได้ นักวิจัยบางกลุ่มได้พิสูจน์แล้วว่า การเปลี่ยนพื้นผิวของวัตถุ หรือเติมสีสันลวดลายบางอย่างลงไปในรูปทรงต่าง ๆ สามารถหลอกคอมพิวเตอร์ให้เข้าใจผิดได้ เช่นที่โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ของกูเกิลเคยมองเห็นหุ่นจำลองสามมิติรูปเต่าเป็นปืนไรเฟิลมาแล้ว ซึ่งข้อผิดพลาดนี้สร้างความกังขาต่อความน่าเชื่อถือของระบบรถยนต์อัตโนมัติอย่างมากทีเดียว

Internet of ears  ระบบ “หูอินเทอร์เน็ต” อย่าง Alexa หรือ Google Home จะทำให้เราใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัวเรือน เช่น ฝักบัวอาบน้ำ เตาไมโครเวฟ รถยนต์ และกระจกแต่งตัวได้ เพียงใช้เสียงสั่งการเท่านั้น

mHealth  ระบบติดตามดูแลสุขภาพแบบเคลื่อนที่หรือ mobile health กำลังมีแนวโน้มจะเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยอุปกรณ์สวมใส่ติดตัวอย่าง FitBits หรือนาฬิกาแอปเปิลวอตช์ ไม่เพียงแต่จะบันทึกและส่งข้อมูลสุขภาพรวมทั้งความเคลื่อนไหวขณะออกกำลังกายให้แพทย์ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลสุขภาพของแต่ละคน เพื่อการวินิจฉัยโรคและปรับเปลี่ยนการรักษาได้ทุกที่ทุกเวลา

Plastic ocean barriers  เครื่องกั้นขยะพลาสติกในมหาสมุทร ถือเป็นประดิษฐกรรมใหม่ที่ตอบรับการแก้ปัญหาขยะล้นโลกได้เป็นอย่างดี โดยมูลนิธิเพื่อการทำความสะอาดมหาสมุทร (Ocean Cleanup Foundation) ได้นำเครื่องกั้นนี้มาใช้เพื่อกวาดต้อนเอาแพขยะปริมาณมหาศาลในมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าฝั่งเพื่อกำจัดและรีไซเคิลต่อไป

Qi  ในปีนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถชาร์จไฟผ่านระบบไร้สายได้ จะถูกนำออกวางตลาดกันมากมายหลายชิ้น เช่นแท่นชาร์จ AirPower ที่ใช้กับไอโฟนรุ่นล่าสุด ซึ่งทางแอปเปิลเลือกใช้เทคโนโลยีตามมาตรฐาน Qi wireless charging ที่ใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟในแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ได้ มีการขานรับระบบแท่นชาร์จไร้สายของ Qi กันอย่างกว้างขวาง เช่นร้านแมคโดนัลด์ 1 พันสาขาทั่วสหราชอาณาจักร จะติดตั้งแท่นชาร์จดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ส่วนผู้ผลิตรถยนต์อย่างฟอร์ด บีเอ็มดับเบิลยู โตโยต้า และโฟล์กสวาเกน ก็เตรียมจะติดแท่นชาร์จ Qi ในรถยนต์รุ่นใหม่ด้วย