พายุเซินติญ: ชื่อของพายุมีที่มาอย่างไร ?

Image # 2. ภาพจากดาวเทียมของพายุไต้ฝุ่นโบพา ที่สร้างความเสียหายในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อปี 2012 https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1893370107394466

พายุเซินติญ ที่กำลังเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนบนประเทศเวียดนาม ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศและทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางของไทย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสานงานให้ 29 จังหวัด เตรียมรับมือน้ำท่วม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงคลื่นลมแรง เจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์ รวมถึงเตรียมหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง และกวดขันการเดินเรือทุกประเภทตลอดช่วงนี้ เหตุใดชื่อ เซินติญ ถึงถูกนำกลับมาใช้อีก หลายคนเคยได้ยินชื่อ “เซินติญ” มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่พายุไต้ฝุ่นชื่อเดียวกันนี้เข้าถล่มเวียดนามตอนบน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 8 คน และความเสียหายต่อที่พักอาศัยกว่า 50,000 หลังคาเรือน ในเดือน ต.ค. 2555 เหตุที่ชื่อ เซินติญ ถูกนำมาใช้อีกครั้ง เป็นเพราะวิธีการตั้งชื่อพายุ เป็นการนำรายชื่อที่มีอยู่แล้วมาใช้วนตามลำดับอักษร โดยชื่อทั้งหมดเป็นชื่อที่ได้รับการเสนอจาก กลุ่มประเทศที่อยู่บนคาบสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกตอนบน และทะเลจีนใต้

Image # 3. สภาพอากาศในจังหวัดไห่หนานของจีน เมื่อพายุเซินติญ ขึ้นฝั่งเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ยังมีความแรงในระดับพายุไต้ฝุ่น
“รายชื่อของพายุพวกนี้ มันแบ่งออกเป็น 5 คอลัมน์ ไล่ตามตัวอักษร และถูกใช้วนไปเรื่อย ๆ” นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ หัวหน้าเวรพยากรณ์ประจำวัน กล่าวกับบีบีซีไทยเขาอธิบายว่า นักอุตุนิยมวิทยาจากภูมิภาคนี้ทั้งหมด จะประชุมร่วมกันหลายครั้งในแต่ละปี โดยรวมถึงการหารือเรื่องการกำหนดชื่อของพายุด้วย ดังนั้น พายุที่เกิดในประเทศ อย่าง สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย หรือมาเลเซีย ทั้งหมดจะใช้ชื่อพายุจากรายชื่อเดียวกัน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดราว 140 ชื่อ เซินติญ หรือ Son-Tinh เป็นชื่อที่เวียดนามเป็นผู้เสนอ ซึ่งเป็นชื่อของวิญญาณหรือตัวละครที่เป็นตัวแทนของภูเขา ในภาษาเวียดนาม และมีความหมายในแง่บวก ขณะที่ชื่อของไทย มีชื่ออย่าง พระพิรุณ วิภา และเมขลา ไปจนถึงชื่อดอกไม้และผลไม้ เช่น กุหลาบ ชบา และขนุน ทำไมพายุต้องมีชื่อเรียก ? เดิมที นักอุตุนิยมวิทยาใช้วิธีติดตามพายุตามปีที่พวกมันเกิดขึ้น แต่ในบางภูมิภาคของโลกอาจมีพายุได้นับร้อยครั้งในแต่ละปี และแต่ละลูกอาจมีอายุนานหลายเดือน การตั้งชื่อให้กับพายุ จึงช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามพวกมันได้สะดวก นอกจากนี้ มันยังช่วยให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ตามสื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ส่วนชื่อของพายุที่เคยสร้างความเสียหายรุนแรง มักจะถูกทดแทนด้วยชื่อใหม่ ด้วยเหตุผลเพื่อความเหมาะสม เช่น พายุทุเรียน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในฟิลิปปินส์กว่า 1,400 คน ได้ถูกทดแทนด้วยชื่อ มังคุด ในปี 2551