21 ปีที่รอคำตอบ! ไขปริศนาหลักฐานใหม่ใต้ดวงจันทร์ยูโรปา มีอะไรมากกว่าน้ำ?

Image # 2.

ประกาศความสำเร็จไปอีกขั้น หลังองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซา) ยืนยันพบน้ำพุพ่นออกมาจากพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปา โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่วิเคราะห์ข้อมูลจากยานกาลิเลโอที่บันทึกไว้เมื่อ 21 ปีก่อน และภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่จับภาพของพื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปาว่าคล้ายๆ พ่นบางส่ิงออกมาในอวกาศ

การค้นพบใหม่ในระบบสุริยะครั้งนี้ทำให้เกิดกระแสตื่นตัวของคนที่สนใจ นอกจากเป็นการยืนยันว่าไม่ใช่แค่โลกที่มีของเหลวเป็นองค์ประกอบ และนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดการศึกษาสิ่งมีชีวิตนอกโลกแล้ว ยังมีประเด็นน่าค้นหาอีกมากมาย

พลังงานความร้อนของดวงจันทร์ยูโรปามาจากไหน? สิ่งมีชีวิตใต้น้ำคืออะไร หรือมีความเป็นไปได้ที่ดวงจันทร์ยูโรปาจะเป็นโลกใหม่ของมนุษย์หรือไม่ มนุษย์ต่างดาวซ่อนตัวอยู่หรือเปล่า คำถามปริศนาดังกล่าวมีคำตอบชี้ชัดจาก รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล กูรูวงการวิทยาศาสตร์ไทยและเทศ

คำตอบที่รอมานาน 21 ปี เปิดเหตุผลที่เพิ่งเป็นข่าวดัง พร้อมที่มาของชื่อ

โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ ย้อนความถึงจุดเริ่มต้นการค้นหาความจริงบนดวงจันทร์ยูโรปา เร่ิมจากการที่เมื่อ พ.ศ.2555 ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้บันทึกภาพดวงจันทร์ยูโรปาที่กำลังพ่นบางสิ่งตรงขั้วใต้ออกไปในอวกาศเป็นระยะทางถึง 200 กิโลเมตร นักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นน้ำจากใต้ผิวน้ำแข็งที่ถูกพ่นออกมา แต่ด้วยขีดจำกัดทางเครื่องมือทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า สิ่งที่พวยพุ่งออกมานั้นมันคืออะไรกันแน่ ใช่น้ำจริงไหม หลังจากนั้นก็ไม่ได้ศึกษาต่อ

จนมาล่าสุดเมื่อ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา คณะนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นทีมต้นคิดทำก็ประสบความสำเร็จอีกขั้นจนเป็นข่าวฮือฮาของคนทั้งโลก ด้วยการตีพิมพ์ผลงานวิจัยในวารสาร Nature Astronomy เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2018 ซึ่งคนที่อยู่เบื้องหลังสำคัญในการค้นพบครั้งล่าสุด คือ ดร.เซียนจือ เจีย นักฟิสิกส์อวกาศ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา สนใจและศึกษาร่วมกับทีมงาน โดยใช้ข้อมูลจากยานกาลิเลโอที่บันทึกไว้เมื่อ 21 ปีที่แล้ว ในปี พ.ศ.2540

“เมื่อศึกษาสำเร็จแล้ว ก็ต้องตีพิมพ์รายงานวิจัย เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าดวงจันทร์ยูโรปา ซึ่งเป็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี สิ่งที่พุ่งขึ้นมาจากผิวดวงจันทร์ยูโรปานั้น คือน้ำ” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คลายข้อสงสัย เหตุใดถึงเพิ่งเป็นข่าวโด่งดัง

และเปิดเผยที่มาของชื่อ “ยูโรปา” กับทีมข่าวฯ ว่าดวงจันทร์ยูโรปาถูกค้นพบในปี พ.ศ.2153 โดยสุดยอดนักดาราศาสตร์โลกชาวอิตาลี กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ที่ค้นพบดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดีมี 4 ดวง ดวงจันทร์ยูโรปาคือหนึ่งในนั้น คำว่า “ยูโรปา” เป็นชื่อในบุคคลในเทพนิยายของกรีกโบราณ ยูโรปาเป็นภรรยาคนหนึ่งของเทพซูส แต่เป็นมนุษย์อยู่บนโลก

กระบวนการทางธรรมชาติ จุดกำเนิดน้ำพุร้อน

จากการพบน้ำพุในครั้งนี้ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ ระบุใต้ดวงจันทร์ยูโรปา คือมหาสมุทรน้ำเค็มที่อบอุ่นอยู่ใต้พื้นน้ำแข็งหนาเป็นบริเวณกว้างทั่วทั้งดาว โครงสร้างภายในของดวงจันทร์ยูโรปาที่มีขนาด 1 ใน 4 เท่าของโลก ถือว่าเป็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่ พื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปาเป็นน้ำแข็งทั้งดวง คาดว่ามีความหนา 10-30 กิโลเมตร ใต้แผ่นน้ำแข็งจะเป็นน้ำที่มีปริมาณมากกว่าน้ำบนผิวโลกทั้งหมด ประมาณ 2-3 เท่า เป็นมหาสมุทรใต้น้ำแข็ง ค่อนข้างลึกมากประมาณ 100 กม.

“น้ำพุที่พุ่งออกมามีอุณหภูมิเป็นน้ำอุ่น คาดว่าไม่ได้เกิดจากความร้อนใต้หรือใจกลางดวงจันทร์ยูโรปา เกิดจาก 2 สาเหตุ ส่วนหลักๆ คือการที่ดวงจันทร์ยูโรปาหมุนรอบตัวเอง ในขณะที่โคจรไปรอบดาวพฤหัสบดี เกิดเเรงเสียดทานระหว่างชั้นน้ำแข็งที่เป็นเปลือกหนา กับส่วนที่เป็นน้ำ อีกส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากใจกลางของดวงจันทร์ยูโรปาที่มีแร่ต่างๆ ที่ให้กัมมันตภาพรังสีได้ด้วย” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ อธิบาย

พร้อมระบุว่าดวงจันทร์ยูโรปาไม่เหมือนโลกมนุษย์ที่เป็นดาวเคราะห์ที่มีทั้งผิวดินและน้ำ แม้ใจกลางของดวงจันทร์ยูโรปาจะมีแร่ต่างๆ ทำให้เกิดกัมมันตภาพรังสี แต่เนื่องจากผิวเป็นแผ่นน้ำแข็งล้วนๆ ที่หนา จึงไม่ไม่มีโอกาสเกิดภูเขาไฟระเบิดแน่นอน

ดวงจันทร์ยูโรปา มหาสมุทรมีชีวิต เผยยังมีอีกดวงจันทร์ที่มีน้ำใต้ผิว

หลักฐานบ่งชี้การค้นพบสำคัญของดวงจันทร์ยูโรปาครั้งนี้ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ เชื่อว่า เป็นไปได้ที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในมหาสมุทรนั้นด้วย และการค้นพบน้ำพุบนดวงจันทร์ยูโรปา ยังเป็นอีกหลักฐานสำคัญยืนยันว่าโลกไม่ใช่ดาวเคราะห์แห่งเดียวที่มีของเหลว และมีองค์ประกอบทางเคมีที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับการค้นพบร่องรอยของแหล่งน้ำบนดาวอังคารและมหาสมุทรใต้พื้นผิวดวงจันทร์เอนเซลาดัส ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ ที่เคยค้นพบก่อนหน้านี้

“นอกจากโลก ดาวอังคาร ที่รู้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตใต้พื้นผิวและน้ำใต้ดินแล้ว ยังมีดวงจันทร์เอนเซลาดัสที่มีน้ำอยู่ใต้น้ำแข็งคล้ายๆ ดวงจันทร์ยูโรปา แต่พบน้ำไม่มากเท่าดวงจันทร์ยูโรปา ขณะนี้ความเข้าใจ หรือความสนใจของนักวิทยาศาสตร์ทั้งโลกมองว่า แหล่งที่จะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าไปค้นหามากที่สุดแหล่งหนึ่งในระบบสุริยะ คือ ดวงจันทร์ยูโรปานี่แหละ และเป็นไปได้ว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อาจเป็นจำพวกเเบคทีเรียที่ก้นมหาสมุทรเหมือนกับโลก” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าว

อีกสิ่งมีชีวิตอาจซ่อนอยู่บนดวงจันทร์ยูโรปา คาดว่าเป็นมนุษย์ต่างดาว

นอกจากนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น มนุษย์ต่างดาว สามารถจะมาซ่อนอยู่บนดวงจันทร์ยูโรปานี้ได้หรือไม่นั้น รศ.ดร.ชัยวัฒน์ ชี้โอกาสเป็นไปได้ แต่มีเงื่อนไขที่ไม่เอื้ออำนวย

“จริงๆ แล้วในทางวิทยาศาสตร์ สำหรับระบบสุริยะของเราแล้ว เราเชื่อว่ามีเฉพาะโลกเราเท่านั้นที่มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อาศัยอยู่ ส่วนที่ดาวอังคารก็อาจมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อยู่เท่านั้น แต่ก็มีความคิดกันว่ามนุษย์ต่างดาวอาจมาอยู่ตั้งนานแล้ว แต่แอบซ่อนไม่ให้เห็นก็เป็นได้ อาจไปอยู่บนดวงจันทร์ ดาวอังคาร หรืออยู่ใต้น้ำดวงจันทร์ยูโรปา แต่ถ้ามนุษย์ต่างดาวมาอยู่จริงๆ ก็จะค่อนข้างลำบาก ไปอยู่ที่อื่นง่ายกว่าดวงจันทร์ยูโรปา จะซ่อนตัวบนผิวดวงจันทร์ยูโรปาก็ไม่ได้ เพราะเป็นผิวน้ำแข็ง แต่ถ้าอยู่ใต้ผิวน้ำ เขาอาจจะทำอะไรแปลกก็เป็นได้ ต้องติดตามศึกษาต่อไป”

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ชี้แจง พร้อมเผยแม้แต่มนุษย์ก็สามารถไปอยู่บนดวงจันทร์ยูโรปาได้ แต่อยู่ยากด้วยเช่นกัน หากเปรียบเทียบให้เลือกระหว่างไปอยู่ดาวอังคาร กับดวงจันทร์ยูโรปา การอยู่บนดาวอังคารจะง่ายกว่า เนื่องจากมีสภาพเหมือนโลกของเรามาก มีดิน ผิวดิน และบรรยากาศ แต่น้ำบนดาวอังคารอยู่ใต้ดิน สำหรับดวงจันทร์ยูโรปาทั้งผิวเป็นน้ำแข็งทั้งดวง อยู่ได้แต่ยากกว่า และไกลมาก หนาวมาก เย็นมาก อุณหภูมิต่ำมาก และถึงแม้จะมีบรรยากาศ แต่ก็เบาบางกว่าดาวอังคารมาก

แกะรอยเรื่องราวใหม่ๆ ที่รอให้ค้นพบ จุดกำเนิดชีวิตเล็กๆ บนดวงจันทร์ยูโรปา

สำหรับวิธีการค้นหาคำตอบว่าดวงจันทร์ยูโรปาจะก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อีกหรือไม่ เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหรือเปล่านั้น นาซาได้ประกาศว่า ระหว่างปี พ.ศ.2565-2568 จะมีการส่งยานอวกาศไปโคจรสำรวจรอบดวงจันทร์ยูโรปาอย่างละเอียดมากขึ้น ภายใต้ชื่อภารกิจ “ยูโรปาคลิปเปอร์” (Europa Clipper)

โดยวางแผนให้ยานอวกาศเข้าใกล้ดวงจันทร์ยูโรปา 40-45 ครั้ง มีระยะห่างระหว่าง 2,700 – 25 กม. ซึ่งจะเป็นการบินเฉียดที่ใกล้ที่สุด และจงใจให้บินผ่านตำแหน่งที่มีหลักฐานการพ่นน้ำออกมา เพื่อศึกษาน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมา และอนุภาคต่างๆ ที่เป็นพลาสมา คือ อนุภาคมีประจุไฟฟ้า โดย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คาดว่าน่าจะมีน้ำพุออกมาอีกหลายแหล่ง

“ผลของการค้นพบใหม่ตามมาในครั้งนี้ คือ ยานสำรวจยูโรปาคลิปเปอร์ถูกกำหนดให้บินต่ำ โดยที่ไม่ต้องแล่นลงจอดบนพื้นผิว หรือส่งเรือดำน้ำไปขุดเจาะพื้นผิวดวงจันทร์ที่เป็นน้ำแข็งหนา ส่งผลให้การสำรวจเก็บตัวอย่างน้ำและอนุภาคต่างๆ บนดวงจันทร์ยูโรปาเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยยานยูโรปาคลิปเปอร์ที่จะส่งไปสำรวจนั้น คำว่าคลิปเปอร์เป็นชื่อของเรือใบรูปแบบหนึ่งของอเมริกาที่ออกแบบมาให้เพรียว เพื่อเคลื่อนที่ได้เร็ว

ผมตื่นเต้นในกระบวนการทำงานต่อจากนี้ ขณะนี้มีข้อมูลเยอะแยะในระบบสุริยะเก็บไว้ในกล้องโทรทรรศน์ในฐานข้อมูลของหอดูดาวต่างๆ ค่อยๆ แกะรอยออกมา เป็นเรื่องราวขุมทรัพย์อีกเยอะที่รอให้ค้นพบ ในแง่การกำเนิดของชีวิตเล็กๆ บนดวงจันทร์ยูโรปาซึ่งน่าจะมีมาก แต่ไม่แน่อาจจะมีสัตว์ที่พัฒนาแล้ว โตแล้วอยู่ด้วยก็ได้

ผมเห็นด้วยว่าต้องสำรวจอย่างแท้จริงต่อไป และน่าจะมีโครงการอีกเยอะแยะตามมา โดยที่ในขณะนี้ก็มียานจูยส์ (Juice จาก Jupiter Icy Moons Explorer) ขององค์การอวกาศยุโรป คือ อีซา (ESA) ซึ่งจะถูกส่งออกจากโลกปี พ.ศ.2565 เพื่อไปสำรวจดวงจันทร์เจนีมีดของดาวพฤหัสบดีเป็นหลัก แต่จะสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาอย่างใกล้ชิดด้วย” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ กล่าวสรุป

การค้นพบน้ำพุจากพื้นผิวน้ำแข็งของดวงจันทร์ยูโรปาในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่ายังมีข้อมูลอีกมากมายที่รอการตรวจสอบและค้นพบ หากนำเทคโนโลยีและวิธีการที่ทันสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ก็อาจจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปจากในอดีตได้ และยังเกิดการพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อศึกษาหาคำตอบเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

ขอบคุณภาพจาก นาซา