อียิปต์พบวิหาร “ฟาโรห์สตรี”องค์แรก

Image # 2. ภาพสลักพระนางฮัทเชปซุท ขณะแสดงออกมาเป็นสตรีเพศ แตกต่างจากในยุคหลังที่แสดงเป็นฟาโรห์บุรุษ (ตามแนวเส้นสีแดง)(ภาพ-German Archaeological Institute)

ภาพสลักพระนางฮัทเชปซุท ขณะแสดงออกมาเป็นสตรีเพศ แตกต่างจากในยุคหลังที่แสดงเป็นฟาโรห์บุรุษ (ตามแนวเส้นสีแดง)(ภาพ-German Archaeological Institute)

เมื่อราวกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงกิจการโบราณคดีแห่งอียิปต์ประกาศการค้นพบซากโบราณสถานแห่งหนึ่งบนเกาะอีเลแฟนทีน เกาะในลำน้ำไนล์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองอัสวาน เมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศอียิปต์ โดยแท่งหินโบราณจำนวนหลายชิ้นที่ค้นพบมีภาพสลักของราชินี ฮัทเชปซุท ที่นำเสนอออกมาในสภาพเป็นสตรี เชื่อว่าเป็นระยะแรกของการขึ้นครองอำนาจของสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นฟาโรห์องค์แรกแห่งอียิปต์โบราณรายนี้

ทำให้อาคารที่เชื่อว่าเป็นวิหารย่อยแห่งนี้มีนัยสำคัญเป็นพิเศษในการศึกษาช่วงชีวิตแรกเริ่มของฟาโรห์ ฮัทเชปซุท ซึ่งครองอำนาจตั้งแต่ 1473 ปีก่อนคริสตกาลเรื่อยไปจนถึง 1458 ปีก่อนคริสตกาล ทั้งนี้เนื่องจากในระยะหลังของยุคดังกล่าว ภาพสลักของฮัทเชปซุทถูกนำเสนอออกมาในเครื่องแต่งกายแบบฟาโรห์ผู้ชาย

อย่างไรก็ตามหลังจากฟาโรห์ ฮัทเชปซุท สิ้นพระชนม์ การแสดงออกต่างๆ ถึงฟาโรห์สตรีองค์แรกนี้ถูกลบทำลาย ไม่ว่าจะเป็นภาพสลักหรืออนุสาวรีย์ต่างๆ แล้วทดแทนโดยภาพของกษัตริย์บุรุษเพศแทน คือ ภาพของกษัตริย์ทุตโมสที่ 2 ที่ด่วนสิ้นพระชนม์ไปก่อนหน้า นักอียิปต์วิทยาส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้ดำเนินการลบล้างการพาดพิงถึงฟาโรห์สตรีผู้นี้คือ ฟาโรห์ ทุตโมสที่ 3 ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นลูกเลี้ยงหรืออาจเป็นหลานของฮัทเชปซุทและได้รับการเชิดชูขึ้นมาเป็นผู้ปกครองควบคู่ไปกับฟาโรห์สตรีผู้นี้นั่้นเอง

เอียน ชอว์ นักอียิปต์วิทยาชื่อดังระบุไว้ว่า เป็นเรื่องยากและผิดปกติมากสำหรับสตรีที่จะก้าวขึ้นมาเป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์ ในประวัติศาสตร์อียิปต์สมัยราชวงศ์ (ระหว่าง 3000 ปีก่อนคริสตกาลถึง 332 ปีก่อนคริสตกาล) มีสตรีเพียง 2-3 รายเท่านั้นที่สามารถก้าวขึ้นครองอำนาจเบ็ดเสร็จแบบฟาโรห์ได้ แทนที่จะเป็นการใช้อำนาจในฐานะมเหสีของกษัตริย์ ฮัทเชปซุท เป็นคนแรกที่ทำเช่นนั้นได้

Image # 3. ภาพแสดงการลบทำลายการพาดพิงถึงฟาโรห์ฮัทเชปซุท (ภาพ-German Archaeological Institute)

 

ภาพแสดงการลบทำลายการพาดพิงถึงฟาโรห์ฮัทเชปซุท (ภาพ-German Archaeological Institute)

ฟาโรห์ ฮัทเชปซุท ได้ชื่อว่าเป็นฟาโรห์ผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดผู้หนึ่งในสมัยราชวงศ์ของอียิปต์ วิหารเพื่อบูชาเทพเจ้าต่างๆ รวมทั้งวัดวาอารามจำนวนมากถูกสร้างขึ้นหรือได้รับการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ในรัชสมัยของพระนาง ทั้งนี้ มามู้ด อาฟิฟีย์ หัวหน้าแผนกโบราณคดีของกระทรวง เชื่อว่าวิหารที่ค้นพบใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของอาคารหลายแห่งซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เป็นที่รู้จักกันมาก่อน แต่เพิ่งถูกค้นพบใหม่ในปีนี้โดยทีมสำรวจจากสถาบันโบราณคดีแห่งเยอรมัน

ตัวอาคารซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะสร้างขึ้นสำหรับเป็นวิหารย่อยซึ่งฟาโรห์ ฮัทเชปซุท สร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมในเทศกาลเรือศักดิ์สิทธิ์เพื่อบูชาเทพคนุม โดยที่ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่า “บาร์คส์” หรือ “เรือศักดิ์สิทธิ์” นี้สามารถนำพาผู้คนไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าหลังความตาย จากสภาพเท่าที่พบเห็น ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นเป็นโถงใหญ่สำหรับเรือศักดิ์สิทธิ์ของเทพคนุมดังกล่าว โดยมีเสาหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่โดยรอบทั้งสี่ด้าน บนเสาหินเหล่านี้มีภาพแกะสลักของเทพคนุมในหลายรูปแบบ รวมทั้งเทพองค์อื่นๆ อาทิ อิมี-เพเรฟ หรือพระผู้สถิตในตำหนัก, เนเบท-เมนิท เทพีแห่งการเทียบท่าเรือ และ มิน-อามุน แห่งนูเบีย เป็นต้น

อาคารแห่งนี้จึงไม่เพียงให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับฟาโรห์ ฮัทเชปซุท เท่านั้น ยังช่วยสร้างความเข้าใจในแง่ของความเชื่อทางศาสนาในยุคสมัยนั้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/118908