แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน มิติใหม่การบริหารระบบไฟฟ้า กฟผ. Energy 4.0

Image # 2.
• แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานก็เหมือนกับ Power Bank
• กฟผ. มุ่งพัฒนาแบตเตอรี่ 3 แห่งทั่วประเทศ ที่ แม่ฮ่องสอน ลพบุรี และชัยภูมิ
• ข้อดี : ทำให้การจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีเสถียรภาพ และช่วยจ่ายไฟฟ้าช่วงความต้องการสูง

‘แบตเตอรี่’ ผู้ช่วยคนสำคัญของพลังงานหมุนเวียน

ด้วยทิศทางการพัฒนาพลังงานของไทย ที่มีนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ถูกลง ทำให้มีการเติบโตของการใช้พลังงานหมุนเวียน ทั้งการผลิตใช้เอง และการผลิตในระบบไฟฟ้า แต่เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตามความต้องการไฟฟ้าตลอดเวลาทำให้ ‘ระบบกักเก็บพลังงาน’ กลายเป็น ‘กุญแจดอกสำคัญ’ ที่จะเข้ามาช่วยอุดช่องว่างดังกล่าว

แบตเตอรี่ ทำอะไรได้บ้าง?

การกักเก็บพลังงานไฟฟ้าของ กฟผ. ในอดีตถึงปัจจุบัน จะใช้โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ ที่ใช้พลังน้ำทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานมีติดตั้งอยู่ตามเขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ 1,031 เมกะวัตต์ และกำลังจะติดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 2,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าประเภทนี้มีข้อจำกัดที่ต้องใช้พื้นที่ที่เหมาะสม และการลงทุนสูง การเข้ามาของ ‘แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน’ หรือ Battery Energy Storage จึงนับว่ามีความสำคัญ และสอดคล้องกับในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพราะแบตเตอรี่ ใช้พื้นที่น้อยกว่า และสามารถติดตั้งได้ทั้งในบริเวณจุดจ่ายไฟฟ้า จุดผลิต และส่งไฟฟ้า ตามวัตถุประสงค์การใช้งานที่หลากหลาย ได้แก่

1. ช่วยลดความผันผวนของพลังงานทดแทน และจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้เสถียร หรือที่เรียกว่า การ Smoothing

2. เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานในช่วงความต้องการไฟฟ้าต่ำ และจ่ายไฟฟ้าในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง (Energy Shifting)

3. ช่วยควบคุม และรักษาความถี่ของไฟฟ้าให้อยู่ในเกณฑ์ (Frequency Regulation)

4. ช่วยจัดการความหนาแน่นของระบบส่ง (Congestion Management) หรืออาจกล่าวง่ายๆ ได้ว่า ช่วยบริหารจัดการสายส่งให้สามารถนำไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ที่มา Image courtesy of AES Energy Storage

โครงการแบตเตอรี่ของ กฟผ.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ศึกษา และเริ่มนำระบบกักเก็บพลังงานโดยแบตเตอรี่มาใช้ในระบบไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในจุดผลิต และส่งจ่ายไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 โครงการ คือ

1. โครงการติดตั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน (ได้รับการอนุมัติโครงการแล้ว) กำลังไฟฟ้า 4 เมกะวัตต์ (ความจุ 1 MWh) ที่ช่วยจ่ายไฟฟ้าเลี้ยงระบบไฟฟ้าของแม่ฮ่องสอนทั้งจังหวัดได้นาน 15 นาที

โครงการนี้จะติดตั้งอยู่ข้างกับโครงการเซลล์แสงอาทิตย์ที่จะติดตั้งในพื้นที่เพิ่มอีก 3 เมกะวัตต์ (รวมกำลังการผลิตจากเซลล์แสงอาทิตย์ในพื้นที่ทั้งหมดเป็น 3.5 เมกะวัตต์) โดยการเลือกติดตั้งใน จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่มีสายส่งแรงสูงรองรับ ทำให้เกิดไฟตก ไฟดับบ่อยครั้ง

นอกจากนี้ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานดังกล่าวจะทำงานร่วมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ทกริด ที่ กฟผ. จะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาช่วยจัดการไฟฟ้าในพื้นที่ให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และมีเสถียรภาพ ที่ประเมินว่า เมื่อแล้วเสร็จโครงการในเดือนมีนาคม 2562 จะช่วยลดเวลาในการเกิดไฟดับเหลือน้อยกว่า 500 นาที/ปี จากเดิมที่สูงถึง 2,614 นาที/ปี

2. สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ (อยู่ระหว่างการอนุมัติโครงการ) กำลังไฟฟ้า 16 เมกะวัตต์ (ความจุ 16 MWh)

3. สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี (อยู่ระหว่างการอนุมัติโครงการ) กำลังไฟฟ้า 21 เมกะวัตต์ (ความจุ 21 MWh)

สำหรับการติดตั้งแบตเตอรี่อีก 2 โครงการของ กฟผ. นั้น จะติดตั้งอยู่ในบริเวณของสถานีไฟฟ้าแรงสูงในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ซึ่งสาเหตุที่เลือกพื้นที่ดังกล่าวนั้น เนื่องจากว่า เป็นพื้นที่ที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ในปี 2563 ประเมินว่า จ.ชัยภูมิ จะมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียน 218.2 เมกะวัตต์ ส่วน จ.ลพบุรี จะมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนจะอยู่ที่ 301.2 เมกะวัตต์

จากแนวโน้มของราคาแบตเตอรี่ที่ลดลง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การนำแบตเตอรี่สำรองเข้ามาในระบบไฟฟ้า จึงนับเป็นโอกาสดี ในการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน และสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าของประเทศ โดยมีระดับราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม

https://www.thairath.co.th/content/1048632

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1544056688992478