​เซลล์ไขมันนั้นมีอายุยืนกว่าเซลล์ปลอดไขมัน..หรือคนอ้วนจะอายุยืนกว่าคนผอม? (นุชรี)

เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบความเชื่อมโยงกันระหว่างไขมันในเซลล์และอายุขัยของมัน ซึ่งอาจจะใช้อธิบายความขัดแย้งของโรคอ้วนที่สร้างความสับสนให้แก่นักวิทยาศาสตร์มาเป็นเวลาสิบๆปีว่าทำไมคนอ้วนถึงมีอัตราการตายที่ต่ำที่สุด ในขณะที่คนที่มีสุขภาพแข็งแรงและมีไขมันน้อยนั้นกลับมีอัตราการตายที่สูงกว่า

งานวิจัยชิ้นใหม่ได้พบว่าเซลล์ยีสต์ที่มีระดับของ triacylglycerol (TAG) สูง – ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของไขมันในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ – นั้นมีอายุขัยที่นานกว่า แต่เมื่อเซลล์นั้นถูกระงับไม่ให้สังเคราะห์ TAG และมีไขมันน้อยลงแล้วมันกลับตายเร็วขึ้น

ทีมวิจัยจาก Michigan State University ยังพบด้วยว่าเซลล์ยีสต์ที่มีไขมันเยอะและมีชีวิตยืนยาวนั้นไม่มีความผิดปกติทางการเจริญเติบโตใดๆ และยังสามารถสืบพันธุ์ได้เหมือนปกติ ซึ่งนี่ถือเป็นวิธีการใหม่ที่ต่างไปจากวิธีการอื่นๆในการยืดอายุขัยของเซลล์ (เช่นการลดแคลอรี่และการลบพันธุกรรม) ซึ่งมีแนวโน้มที่จะทำให้เซลล์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายหรืออ่อนแอต่อแรงกดดันต่างๆจากสภาพแวดล้อมมากกว่าปกติ

และแน่นอนว่ามันเป็นการก้าวกระโดดจากเซลล์ยีสต์ไปยังเซลล์มนุษย์ แต่นักวิจัยก็คิดว่ามันอาจจะมีความเชื่อมโยงบางอย่างอยู่ก็เป็นได้

“ผ่านการวิเคราะห์อันซับซ้อน พวกเราได้แสดงให้เห็นว่าการผลิตซ้ำของ TAG ที่เพิ่มสูงขึ้นช่วยรักษาอายุขัยเอาไว้ผ่านกลไกลที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับวิธีการควบคุมอายุขัยอื่นๆที่มีร่วมกันทั้งในยีสต์และมนุษย์” ผู้เขียนงานวิจัย Min-Hao Kuo กล่าว “รายงานวิจัยของเรานั้นน่าจะกระตุ้นงานวิจัยใหม่ๆที่มีผลกระทบที่กว้างข้าง ซึ่งรวมไปถึงความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์ของมนุษย์ด้วย”

ความขัดแย้งของโรคอ้วนนั้นเป็นทฤษฎีที่กำลังรอการพิสูจน์ว่าการที่เราอ้วนนั้นที่จริงแล้วอาจช่วยป้องกันคนบางกลุ่มและช่วยให้เขามีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าการมีน้ำหนักมากเกินไปนั้นมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพต่างๆมากมาย ดังนั้นจึงเป็นที่มาของคำว่า “ความขัดแย้ง” นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์บางคนก็ยังเชื่อว่าไขมันในร่างกายที่มีเกินมานั้นก็มีประโยชน์บางอย่างในบางกรณี

มีบทความจาก New York Times ในปี 2013 ได้อ้างอิงถึงงานวิจัยชิ้นหนึ่งว่า

“รายงานจากข้อมูลของคนกว่า 3 ล้านคนพบว่าผู้ที่มีดรรชนีมวลกาย (BMI) จัดอยู่ในระดับน้ำหนักเกินนั้นมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติ และในขณะที่คนที่เป็นโรคอ้วนนั้นมีความเสี่ยงต่ออัตราเสียชีวิตสูงที่สุดโดยรวม ผู้ที่มีระดับของโรคอ้วนต่ำ (BMI ระหว่าง 30 ถึง 35.9) นั้นไม่ได้มีแนวโน้มในการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติแต่อย่างใด ซึ่งรายงานฉบับดังกล่าวนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชิ้นแรกที่นำเสนอถึงความสัมพันธ์ดังกล่าวระหว่าง BMI และอัตราการตายก็ตาม แต่ก็นับเป็นรายงานที่มีข้อมูลมากที่สุดและถูกทำอย่างระมัดระวังที่สุด ด้วยการวิเคราะห์งานวิจัยเกือบ 100 ชิ้นงาน”

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่เป็นที่เห็นร่วมกันในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำใหม่งานวิจัยชิ้นนี้ิอาจจะมีคุณค่ามากต่องานวิจัยชิ้นอื่นๆในอนาคต แต่ Kuo เองก็ยอมรับว่าความขัดแย้งของโรคอ้วนนั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์จากหลายๆแขนงต่างก็สับสนด้วยกันทั้งนั้น

งานวิจัยชิ้นดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Plos Genetics

ที่มา : [http://www.sciencealert.com/why-do-obese-people-have-lower-mortality-rates-scientists-discover-that-fat-cells-outlive-lean-ones