คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2018

ทฤษฏีสร้างมนุษย์เทียม ด้วยการฉีดสเปิร์มใส่ ไข่ไก่ ทำได้จริงหรือไม่ มาพิสูจน์กัน…

ทฤษฏีสร้างมนุษย์เทียม ด้วยการฉีดสเปิร์มใส่ ไข่ไก่ เรามาพิสูจน์จากคลิปดังกล่าวกันว่า ทำได้จริงหรือไม่ !!

หลังจากที่มีข้อถกเถียงกันต่าง ๆ นานาบนโลกโซเชียลว่า การสร้างมนุษย์เทียม หรือ Homunculus ด้วยการฉีดสเปิร์มใส่ ไข่ไก่ นั้นทำได้จริงเหรอ? โดยส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะสเปิร์มมนุษย์กับไข่ไก่ไม่สามารถปฏิสนธิกันได้ วันนี้เลยนำสองคลิปทดลองการสร้างมนุษย์เทียมให้ได้ชมกัน ส่วนทฤษฏีการสร้างมนุษย์เทียมด้วยวิธีดังกล่าว จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกลวง มาพิสูจน์กัน…

 

แผ่นดินไหวอินโดนิีเซีย: ทำไมคนไทยชอบปีนภูเขาไฟบนเกาะลอมบอก

ภูเขาไฟรินจานี ถือเป็นเป้าหมายที่กำลังได้รับความนิยมของคนไทย

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1911263702271773

จำนวนคนไทยที่ติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี ในเกาะลอมบอกกว่า 200 คน สะท้อนถึงความนิยมต่อการท่องเที่ยว แนวผจญภัยของนักท่องเที่ยวไทย บีบีซีไทยรวบรวมเหตุผลว่า ทำไมคนไทยชอบเที่ยวเกาะลอมบอก

นพ.อรรควิชญ์ หาญนวโชค แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ผู้ก่อตั้งและดูแลเฟซบุ๊กเพจแนะนำการท่องเที่ยว “หมอ ๆ ตะลุยโลก” มาแล้ว 5 ปี และมีผู้ติดตามอยู่มากกว่า 1.5 แสนคน บอกกับ บีบีซีไทย ว่า การเดินสำรวจภูเขาไฟในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และแตกต่างจากการปีนเขาในไทยแล้ว ยังมีอีก 4 เหตุผล ที่คนไทยไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านทางใต้มากขึ้นในขณะนี้

1) การปีนภูเขาไฟยังแบบดั้งเดิม

หากพิจารณาการปีนเขาในประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้แล้ว จะพบว่าการผจญภัยบนภูเขาไฟในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเขาไฟโบรโม ภูเขาไฟรินจานี และภูเขาไฟคาวาอีเจียน ยังคงรูปแบบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติดั้งเดิม ทิวทัศน์ยังมีความเป็นธรรมชาติสูง ไม่ถูกคุกคามมาก

ทิวทัศน์มีความแปลกตารายล้อมโดยธรรมชาติ

เมื่อเที่ยบกับสถานที่ปีนเขาอื่น ๆ ที่คนไทยนิยม เช่น การปีนภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น หรือ การปืนยอดเขาเอเวอเรสต์ในเนปาล ระยะทางและเวลาในการเดินทางมาที่เกาะลอมบอกใช้เวลาไม่นาน ระยะเวลาบินราว 4 ชั่วโมง จากกรุงเทพมหานครมายังสนามบินเดนปาซาร์ บนเกาะบาหลี และ บินต่อไปยังเกาะลอมบอกอีกเพียง 30 นาทีเท่านั้น

2. ค่าใช้จ่ายไม่สูง

โดยปกติจุดหมายหลักในการท่องเที่ยวบนเกาะลอมบอก ก็คือ “การปีนภูเขาไฟรินจานี” ส่วนใหญ่คนไทยจะมาเป็นกลุ่ม ๆ ละประมาณ 10-20 คน โดยจะจองกับบริษัทนำเที่ยวท้องถิ่น หากเป็นกลุ่มใหญ่ ค่าทัวร์ก็ถือว่าคุ้มค่าเงินมากขึ้น โดยเฉลี่ย หากเป็นแพกเกจ 3 วัน 2 คืน มีค่าใช้จ่ายราว 150 ดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือราว 5,000 บาท ต่อคน ขณะที่การเดินทางมายังเกาะลอมบอก ก็มีสายการบินต้นทุนต่ำก็ให้บริการ

หากเทียบกับการปีนเขาหรือภูเขาไฟที่ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ค่าใช้จ่ายโดยรวมถือว่าสูงกว่าที่เกาะลอมบอก

3. คนหนุ่มสาวคือกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก

การปีนเขาจำเป็นต้องอาศัยความอดทนและความแข็งแรงของร่างกาย ดังนั้นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหลัก ๆ ของไทยส่วนใหญ่ เป็นคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน อายุตั้งแต่ 20 – 40 ปี ที่สำคัญก่อนมาเที่ยวภูเขาไฟ ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะการเดินบนภูเขาไฟจะต้องใช้ระยะเวลานานหลายชั่วโมงและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เบาบางเพราะอยู่บนที่สูง นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดแผ่นดินไหว

4. ช่วงนี้คือฤดูการท่องเที่ยว

โดยปกติแล้วช่วง มิ.ย. – ต.ค. เป็นช่วงที่เหมาะสมในการเดินทางมาที่เกาะลอมบอกมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด ส่วนช่วงที่ถือว่าเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือน ก.ค. ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาจึงมีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาปีนภูเขารินจานีเป็นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวจะต้องมีการออกกำลังกายให้ร่างกายพร้อม เพราะการเดินบนภูเขาไฟจะต้องใช้ระยะเวลานานหลายชั่วโมงและต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เบาบางเพราะอยู่บนที่สูง นอกจากนี้ต้องเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดแผ่นดินไหว

รู้อะไรแล้วบ้าง หลังแผ่นดินไหวใกล้เกาะลอมบอก

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางการอินโดนีเซียได้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างบนภูเขาไฟริมจานีแล้ว หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อวานนี้ทำให้ดินถล่มปิดทางเข้าออก ล่าสุดเจ้าหน้าทีสามารถเปิดทางออกบางส่วนได้แล้ว

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเขาไฟรินจานีของอินโดนีเซียระบุว่า มีผู้ที่ยังติดค้างอยู่บนภูเขาไฟรินจานีมากกว่า 500 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจาก ฝรั่งเศส ไทย เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย ที่ยังรอการช่วยเหลือ ล่าสุดมีรายงานว่านักท่องเที่ยวบางส่วนได้เดินทางลงมาแล้ว เหลือเพียง 266 คนเท่านั้นที่ยังรอการช่วยเหลือ

ภาพชาวอินโดนีเซียและนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนที่เดินทางลงมาจากภูเขาไฟรินจานี แต่ยังเหลืออีกจำนวนหลายร้อยยังติดค้างอยู่ข้างบนภูเขา

รีเบกกา เฮนชกี้ บรรณาธิการข่าวบีบีซี แผนกภาษาอินโดเซียรายงานว่า ทางการได้สั่งปิดอุทยานดังกล่าวแล้วเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้ปฏิบัติการอพยพนักปีนเขาที่ยังติดค้างบนภูเขาไฟดังกล่าวทำได้อย่างสะดวก ซึ่งเริ่มต้นขึ้นแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย ทั้งจากหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ กองทัพ และตำรวจ พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ประจำการอีก 2 ลำ

ขณะที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซียเยือนพื้นที่ประสบภัยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด้านบีบีซีไทย สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงจาการ์ตา เช้านี้ ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทางการไทยยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลผู้ที่ยังติดค้างบนภูเขาไฟรินจานี ขณะที่เอกอัครราชทูตไทย ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์แล้ว

บ้านเรือนประชาชนบนเกาะลอมบอกพังเสียหายจำนวนมาก

มีนักท่องเที่ยวชาวไทยราว 200 คน

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา สามารถติดต่อกับกลุ่มคนไทยดังกล่าวได้แล้ว ทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่ขึ้นไปดูภูเขาไฟรินจานีบนเกาะลอมบอก โดยมีมัคคุเทศก์ชาวอินโดนีเซียพาขึ้นไปหลายกลุ่มรวมราว 200 คน แต่หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวทำให้ดินถล่มปิดทางลง ขณะนี้ได้ขอให้คนไทยทั้งหมดรวมกลุ่มกันไว้ ขณะที่ทางสถานทูตได้ประสานกับทางการอินโดนีเซียเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยทั้งหมดแล้ว

ล่าสุดเมื่อ 19 น. ตามเวลาในไทย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับ บีบีซีไทย ว่า สามารถช่วยคนไทยลงจากเขามาได้แล้ว 216 คน จากที่ติดอยู่ 239 คน หลัง ติดต่อกับกลุ่มคนไทยอยู่โดยตลอด และได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ของอินโดนีเซีย กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย และหน่วยงานกู้ภัยของทหารอินโดนีเซีย เพื่อหาทางให้ความช่วยเหลือ

แบ่งพื้นที่ช่วยเหลือ 4 จุด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพี้นที่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดอยู่ในพื้นที่ 4 จุด ได้แก่ Bayan (North Lombok) / Sembalun / Sambelia / Brang Rea (East lombok) และกำลังให้ความช่วยเหลือในจุดอื่นต่อไป อย่างไรก็ดี ยังมีบางจุดที่ยังไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้

ก่อนหน้านี้ มีผู้อ่านของบีบีซีไทยรายหนึ่งแจ้งมาโดยอ้างถึงบัญชีเฟซบุ๊กที่มีเจ้าของบัญชี ชื่อ Rinraphat Kaewwongsa ระบุว่า “ใครก็ได้ช่วยประสานงานให้เราหน่อย เราติดอยู่ที่ทะเลสาบด้านล่างของภูเขาไฟริจานี มีคนไทยประมาณ 150-200 คน”

A villager sits at her damaged house after an earthquake hit Sembalun Bumbung village in Lombok Timur, Indonesia, July 29, 2018.

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียระบุว่า แรงสั่นสะเทือนสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนจำนวนมาก

ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 16 คน

สำหรับแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาก่อน 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวานนี้ (29 ก.ค.) สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ ระบุว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือของเกาะลอมบอกราว 40 กิโลเมตรและอยู่ลึกลงไปราว 7 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างพังเสียหายเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ เกาะลอมบอกถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย และอยู่ห่างเกาะบาหลีไม่ไกลไปทางทิศตะวันออกราว 40 กิโลเมตร

ทางการท้องถิ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 3 วัน

ผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงได้รับการรักษาตัวจุดพักพิงชั่วคราวบนเกาะลอมบอก

โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติอินโดนีเซียระบุว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 16 คน และบาดเจ็บ 162 คน โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กรวมอยู่ด้วย 5 คน และคาดว่าตัวเลขอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้คือ การอพยพและการค้นหา ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งตัวไปรักษาตัวในสถานพยาบาลแล้ว

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย เผยว่า เหตุการณ์นี้มีชาวมาเลเซียเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 6 คน โดยขณะเกิดเหตุทั้งหมดอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟรินจานี

แผ่นดินไหวเป็นเรื่องปกติในอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ยังมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอย่างน้อย 120 ครั้ง โดยครั้งที่รุนแรงที่สุดมีขนาด 5.7

ศูนย์กลางแผ่นดินไหว

อินโดนีเซียถือเป็นสถานที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติจากใต้พื้นพิภพอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือ สึนามิ เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลกที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

แอลเอชซีทดลองเร่งอะตอมตัวแรกเข้าใกล้ความเร็วแสง

เครื่องชนอนุภาค LHC

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1911274735604003

องค์การเพื่อการวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรปหรือเซิร์น (CERN) แถลงว่าเครื่องชนอนุภาคขนาดใหญ่แอลเอชซี (LHC)ได้ทำการทดลองพิเศษก่อนปิดเครื่องซ่อมบำรุงประจำปี โดยได้เร่งให้อนุภาคของตะกั่วทั้งอะตอมเข้าใกล้ความเร็วแสง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การผลิตรังสีแกมมาพลังงานสูงที่อาจนำไปสู่การค้นพบสสารชนิดใหม่ได้

ตามปกติแล้วเครื่องชนอนุภาคแอลเอชซีมักทำการทดลองชนโปรตอน ซึ่งเป็นอนุภาคมูลฐานภายในนิวเคลียสของอะตอมเป็นหลัก แต่ในการทดลองพิเศษเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ตัดสินใจทดลองเร่งความเร็วของสสารทั้งอะตอมให้เข้าใกล้ความเร็วแสงเป็นครั้งแรก โดยใช้อะตอมของตะกั่วที่มีอิเล็กตรอน 1 ตัวในการทดลองครั้งนี้

นักฟิสิกส์และวิศวกรของเซิร์นระบุว่า การทดลองดังกล่าวถือเป็นขั้นแรกในการทดสอบแนวคิด “โรงงานรังสีแกมมา″ (Gamma Factory) ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการเร่งสสารทั้งอะตอมจะทำให้แอลเอชซีสามารถผลิตลำแสงรังสีแกมมาพลังงานสูงไว้ใช้ เพื่อค้นหาสสารชนิดใหม่ ๆ เช่นสสารที่มีมวลมาก หรือแม้แต่ผลิตสสารมืด (Dark matter) ขึ้นมาเองได้

หากแอลเอชซีสามารถเพิ่มศักยภาพในการเป็น “โรงงานรังสีแกมมา″ ได้สำเร็จ จะมีการใช้เลเซอร์ยิงอะตอมที่ถูกเร่ง เพื่อให้อิเล็กตรอนกระโดดสู่ระดับพลังงานที่สูงขึ้น เมื่ออิเล็กตรอนดังกล่าวกลับคืนสู่ภาวะปกติ จะมีการคายพลังงานในรูปของโฟตอนหรืออนุภาคของแสงที่มีพลังมหาศาลออกมา ซึ่งก็คือลำแสงรังสีแกมมาที่ต้องการนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม การเร่งอนุภาคทั้งอะตอมนั้นทำได้ยาก เพราะโครงสร้างของอะตอมที่เปราะบางอาจทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกไประหว่างการทดลองและส่วนนิวเคลียสชนเข้ากับผนังท่อเร่งความเร็วได้ จึงต้องมีการทดสอบหาระดับพลังงานในการเร่งอนุภาคทั้งอะตอมที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดลำรังสีแกมมาที่มีความเสถียรเป็นเวลานานมากเพียงพอต่อการใช้งาน

รังสีแกมมาพลังงานสูงสามารถให้กำเนิดอนุภาคชนิดต่าง ๆ ทั้งที่เป็นสสารชนิดปกติทั่วไปเช่น ควาร์ก อิเล็กตรอน และอนุภาคมิวออน รวมทั้งสสารที่มีมวลมากซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปต่อไปเป็นสสารหายากเช่นสสารมืดได้

 

เหตุใดหลายพื้นที่ของโลกจึงร้อนผิดปกติขณะนี้

JAPAN-WEATHER

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1908845192513624

หลายประเทศกำลังเผชิญสภาพอากาศร้อนจัด ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น กลุ่มสแกนดิเนเวีย สหราชอาณาจักร และกรีซที่กำลังประสบปัญหาไฟป่ารุนแรงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่บางประเทศในตะวันออกกลางกลับมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ

บีบีซีเรียลิตีเช็ค พาไปดูว่าประเทศใดมีอุณหภูมิสูงและต่ำกว่าปกติในช่วงเดือน ก.ค.ปีนี้ โดยเปรียบเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปี 1981-2010 ซึ่งสีฟ้าในแผนภาพบ่งชี้อุณหภูมิต่ำกว่าปกติ ส่วนสีแดงบ่งชี้ถึงอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ

แผนภาพ

อุณหภูมิในเดือน ก.ค.นี้ พุ่งสูงกว่าปกติในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ, ภาคตะวันออกของแคนาดา, นอร์เวย์, แอลจีเรีย, พื้นที่ฝั่งตะวันออกของไซบีเรีย และบริเวณรอบทะเลแคสเปียน ที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป

ขณะที่ประเทศโอมาน แม้คืนที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุดของฤดูร้อนปีนี้ แต่ยังสูงถึง 42.6 องศาเซลเซียส

ส่วนสเปน, โปรตุเกส, พื้นที่ตอนเหนือของเขตไซบีเรียในรัสเซีย และบริเวณตอนใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ก็มีอากาศเย็นกว่าปกติในเดือน ก.ค. เมื่อเทียบกับอุณหภูมิเฉลี่ยของช่วงเดียวกันในปีก่อน ๆ

สวีเดนกำลังเผชิญปัญหาไฟป่าที่ลุกลามขึ้นไปทางเหนือ ไกลถึงแถบวงกลมอาร์กติก หรือ Arctic Circle ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่เหนือสุดของโลก ส่วนสถานการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่ในกรีซก็คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 80 ราย และสูญหายอีกจำนวนมาก

แผนภาพ

ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service ซึ่งเป็นบริการเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของสหภาพยุโรป บ่งชี้ว่าเดือน ก.ค.ที่มีอากาศร้อนที่สุดในยุโรปคือเมื่อปี 2010 ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 องศาเซลเซียส ส่วนเดือน ก.ค.ปีนี้มีอากาศร้อนกว่าปกติแต่ไม่ร้อนเท่าเมื่อปี 2010

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเดือนที่อุณหภูมิทั่วโลกสูงที่สุดเป็นอันดับ 5 เมื่อเทียบกับอุณหภูมิในเดือน มิ.ย.ปีอื่น ๆ นับแต่ปี 1880 โดยเดือน มิ.ย.ที่ร้อนที่สุดคือเมื่อปี 2016 ซึ่งตอนนั้นอุณหภูมิทั่วโลกสูงกว่าค่าเฉลี่ย 0.91 องศาเซลเซียส

ส่วนในสหราชอาณาจักร เดือน มิ.ย.ปีนี้ ถือเป็นเดือน มิ.ย.ที่ร้อนมากเป็นอันดับ 3 นับแต่ปี 1910 โดยอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดทั่วประเทศสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติราว 2-3 องศาเซลเซียส

visitors to Greenwich Park walk and play on the dry brown grassImage copyrightAFP
คำบรรยายภาพอากาศร้อนจัดทำให้สนามหญ้าที่เคยเขียวขจีบริเวณสวนสาธารณะกรีนิชทางตะวันออกของกรุงลอนดอนแห้งแล้งเป็นสีน้ำตาล

อุณหภูมิสูงเช่นนี้เกิดจากอะไร?

เดวิด ชุกแมน บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซี บอกว่า ปรากฏการณ์อากาศร้อนผิดปกติเช่นนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยเดียว

“สิ่งที่น่าสนใจก็คือตอนนี้เกิดคลื่นความร้อนขึ้นพร้อม ๆ กันหลายจุด”

ตัวอย่าง เช่น ญี่ปุ่นประกาศภาวะภัยพิบัติทางธรรมชาติจากปรากฏการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งคร่าชีวิตคนญี่ปุ่นไปแล้ว 65 ราย

ชุกแมน กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อนในสหราชอาณาจักรก็คือ กระแสลมกรด (jet stream) ซึ่งในปีนี้เคลื่อนตัวเป็นวงใหญ่และสหราชอาณาจักรก็อยู่ทางใต้ของกระแสลมกรดนี้ ประกอบกับอุณหภูมิของทะเลใกล้เคียงกับคลื่นความร้อนครั้งก่อน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งชั้นบรรยากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น ปัจจับยเหล่านี้ล้วนเพิ่มโอกาสให้เกิดคลื่นความร้อน

“บรรดานักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศไม่ได้บอกว่าจะเกิดคลื่นความร้อนขึ้นทุกปี แต่ชี้ว่าโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะอากาศร้อนรุนแรงกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ”

ที่มาhttps://www.bbc.com/thai/features-44956615

หยุดทดลองใช้ไวอากราช่วยทารกในครรภ์เติบโต หลังตายแต่แรกเกิด 11 ราย

A father cradles the tiny feet of his five-day-old baby girl

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1909661319098678

การทดลองใช้ยาไวอากราเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต้องยุติลงอย่างกะทันหัน หลังมีทารกในกลุ่มทดลองเสียชีวิตแต่แรกเกิดมากถึง 11 ราย

การทดลองทางการแพทย์ดังกล่าวมีขึ้นที่โรงพยาบาลทั้งหมด 11 แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมด้วย โดยเดิมมีแผนจะทำการทดลองในระยะยาวไปจนถึงปี 2020 แต่ต้องมายุติลงเสียก่อนหลังพบว่ายาไวอากราอาจเป็นสาเหตุทำลายปอดของทารกจนเสียหายและถึงแก่ชีวิตได้

ก่อนหน้านี้มีการทดลองใช้ยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil ) หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อการค้าว่า “ไวอากรา″ ซึ่งเป็นยาเสริมสมรรถนะทางเพศ มาช่วยกระตุ้นการเติบโตของทารกในครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องการเจริญของรกผิดปกติ เนื่องจากไวอากราจะทำให้การสูบฉีดไหลเวียนของกระแสเลือดในร่างกายดีขึ้น

ทารกในครรภ์ที่มีการเจริญของรกไม่สมบูรณ์เต็มที่ จะพลอยทำให้ร่างกายของทารกไม่เติบโตเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งถือเป็นความผิดปกติร้ายแรงที่ปัจจุบันยังไม่มีทางรักษา ทำให้คลอดก่อนกำหนด ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ และมีโอกาสรอดชีวิตน้อย

ViagraImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil ) รู้จักกันแพร่หลายในชื่อการค้าว่าไวอากรา

อย่างไรก็ตาม เคยมีการทดลองใช้ยาไวอากราแก้ไขภาวะนี้มาแล้วในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ปี 2010 แต่การทดลองครั้งก่อน ๆ สรุปผลว่า ยาไวอากราไม่มีประโยชน์ต่อการเติบโตของทารกในครรภ์แต่อย่างใด ทำให้แพทย์ต้องมองหายาที่ช่วยยืดระยะเวลาการตั้งครรภ์ และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเด็กที่มีภาวะผิดปกติดังกล่าวกันต่อไป

ในการทดลองครั้งนี้มีหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ 93 คนได้รับยาไวอากรา ในขณะที่หญิงมีครรภ์อีก 90 คนได้รับยาหลอก ซึ่งในเวลาต่อมาพบว่าทารก 20 คนที่เกิดจากหญิงกลุ่มดังกล่าวมีปัญหาเรื่องปอดแต่แรกเกิด โดยนับเป็นทารกที่แม่ได้รับยาไวอากราถึง 17 ราย แต่ในจำนวนนี้เสียชีวิตไป 11 ราย ในเวลาต่อมา

ศ. ซาร์กโค อัลฟิเรวิก ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลของสหราชอาณาจักรระบุว่า ไม่เคยพบเหตุทารกเสียชีวิตในการทดลองใช้ยาไวอากราครั้งก่อน ๆ และจะต้องมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวโดยละเอียดต่อไป เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดของความผิดพลาดในการทดลองครั้งนี้ให้ได้

ที่มาhttps://www.bbc.com/thai/international-44956610

แสงดาวฤกษ์เปลี่ยนไปขณะเข้าใกล้หลุมดำตามทฤษฎีของไอน์สไตน์

แสงจากดาวฤกษ์ S2 เปลี่ยนเป็นสีแดง ขณะเข้าใกล้หลุมดำมวลยิ่งยวด

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1909669182431225

ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติค้นพบหลักฐานที่พิสูจน์ว่า ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ มีความถูกต้องเป็นจริงอีกครั้ง แม้ในภาวะที่สนามความโน้มถ่วงมีความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล เช่นที่บริเวณโดยรอบหลุมดำมวลยิ่งยวด

รายงานการค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Astronomy & Astrophysics โดยทีมนักดาราศาสตร์ระบุว่าได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ที่ประเทศชิลี ติดตามศึกษาดาวฤกษ์ S2 ซึ่งโคจรเข้าใกล้หลุมดำมวลยิ่งยวด Sagittarius A* ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกทุก 16 ปี

ทีมนักดาราศาสตร์พบว่า แสงจากดาวฤกษ์ S2 เกิดความเปลี่ยนแปลงขณะเข้าใกล้หลุมดำดังกล่าวในระยะ 120 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกและดวงอาทิตย์

คลื่นแสงจากดาวฤกษ์ถูกสนามความโน้มถ่วงดึงให้ขยายยาวขึ้น จนเกิดการเคลื่อนไปทางแสงสีแดง (Gravitational Redshift) ซึ่งเป็นไปตามที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปได้ทำนายไว้

นอกจากนี้ ดาวฤกษ์ S2 ยังเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้น ขณะที่ถูกสนามความโน้มถ่วงอันทรงพลังของหลุมดำมวลยิ่งยวด เร่งให้โคจรผ่านไปด้วยความเร็วสูงถึง 8,000 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ 2.7% ของความเร็วแสงอีกด้วย

ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องอีกครั้ง
คำบรรยายภาพทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องอีกครั้ง
กล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ที่ประเทศชิลี
คำบรรยายภาพกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) ที่ประเทศชิลี

ทีมนักดาราศาสตร์ผู้ทำการศึกษาในครั้งนี้อธิบายว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดจากอนุภาคของแสงหรือโฟตอนพยายามปีนป่ายออกจากหลุมของกาล- อวกาศที่บิดเบี้ยวด้วยความโน้มถ่วงมหาศาล จึงต้องเกิดการสูญเสียพลังงานโดยทำให้ความยาวคลื่นของแสงขยายตัวออก

(ภาพจากฝีมือศิลปิน) หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีสนามความโน้มถ่วงพลังมหาศาล เป็นเครื่องมือทดสอบทฤษฎีของไอน์สไตน์ได้เป็นอย่างดี
คำบรรยายภาพ(ภาพจากฝีมือศิลปิน) หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีสนามความโน้มถ่วงพลังมหาศาล เป็นเครื่องมือทดสอบทฤษฎีของไอน์สไตน์ได้เป็นอย่างดี

ดร. แฟรงก์ ไอเซนฮาวเออร์ จากสถาบันมักซ์พลังก์ด้านฟิสิกส์อวกาศ (MPE) ของเยอรมนี หนึ่งในทีมผู้วิจัยครั้งนี้บอกว่า การพิสูจน์ทฤษฎีของไอน์สไตน์ในครั้งนี้ จะเปิดประตูสู่การศึกษาปรากฎการณ์เกี่ยวกับความโน้มถ่วงในห้วงอวกาศลึกได้อีกมาก โดยเราอาจได้เห็นดวงดาวเปลี่ยนแปลงวงโคจร หรือสภาวะที่กาล-อวกาศ หมุนไปพร้อมกันกับหลุมดำได้

กลิ่นไอดิน: ทำไมจึงกรุ่นหอมหลังฝนตก

น้ำ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1909674769097333

หลายคนรู้สึกสดชื่นหลังฝนแรกลงสัมผัสกับพื้นดินโดยเฉพาะเมื่อได้ “ไอดินกลิ่นฝน” นักวิทยาศาสตร์บอกว่ากรุ่นกลิ่นหอมไอดินหลังฝนตกนี้เกิดจากส่วนประกอบทางเคมีจากหลายปรากฎการณ์ด้วยกัน

ทั้งแบคทีเรีย พืชพรรณ ไปจนถึงสายฟ้าต่างก็มีส่วนในการสร้างกลิ่นสดชื่นเมื่อฝนตกหลังจากที่พื้นดินแห้งผากมาเป็นเวลานาน

เพทริคอร์

ดิน

คำว่ากลิ่นไอดิน มีคำเรียกเฉพาะในภาษาอังกฤษว่า เพทริเคอร์ (petrichor) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมต่าง พยายามศึกษาค้นคว้าเพื่อที่จะทำให้กลิ่นดังกล่าวนี้ทนนานและสามารถใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้

คำว่า petrichor เกิดขึ้นโดยนักวิจัยออสเตรเลียสองคนในทศวรรษ 1960 คือ อิสเบล แบร์ และ อาร์จี โธมัส พวกเขานำเอาคำกรีกสองคำมาต่อกัน คือ “เพทรอส” หมายความว่า ก้อนหิน และ “ichor” แปลว่าของเหลวที่ไหลอยู่ในเส้นโลหิตของทวยเทพ ทั้งสองคนอธิบายว่ากลิ่นไอดินที่ลอยขึ้นจากพื้นดินเมื่อต้องเม็ดฝนเกิดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เรียกว่า สเตรปโตมายซีส (Streptomyces)

“เจ้าพวกนี้มีอยู่มากมายในดิน” ศ. มาร์ค บัตต์เนอร์ หัวหน้าแผนกจุลชีววิทยาระดับโมเลกุล แห่งศูนย์จอห์น อินนส์ กล่าว

“ดังนั้นเมื่อคุณบอกว่าคุณได้กลิ่นดินเปียกชื้น จริง ๆ แล้วก็คือคุณได้กลิ่นโมเลกุลที่เกิดขึ้นแบคทีเรียชนิดนี้” ศ. บัตต์เนอร์กล่าวกับบีบีซี

ใยแมงมุม

แบคทีเรียสเตรปโตมายซีสมีอยู่มากมายมหาศาลในดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ แบคทีเรียจะผลิตโมเลกุลที่มีชื่อเรียกว่า จีโอสมิน (geosmin) ออกมา

เมื่อหยดน้ำหล่นลงมาต้องพื้นดิน จีโอสมินจากพื้นจะลอยขึ้นไปในอากาศ และเมื่อฝนตกหนักขึ้น ปริมาณจีโอสมินที่หลุดลอยไปในอากาศก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

“มีสัตว์หลายประเภทที่ไวต่อกลิ่นนี้ แต่มนุษย์จะไวมากที่สุด” ศ. บัตต์เนอร์กล่าว

ในช่วงต้นทศวรรษ 1960 มีผู้คิดค้นวิธีเปลี่ยนไอดินให้กลายเป็นกลิ่นในเชิงพาณิชย์เรียกว่า มัตติ กา อัททาร์ หรือ “กลิ่นหอมแห่งพสุธา″ โดยมีการทำขึ้นครั้งแรกในรัฐอุตตรประเทศ ของอินเดีย

ในปัจจุบันนี้ จีโอสมินได้กลายองค์ประกอบสำคัญของน้ำหอมหลายชนิดไปแล้ว

“มันเป็นส่วนประกอบหนึ่งของสูตรน้ำหอม และกลิ่นมันจะคล้ายเวลาฝนตกใส่พื้นคอนกรีต” มารินา บาร์เซนิลลา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอมกล่าว “กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกถึงความเก่าแก่แบบปฐมกาล”

“แม้แต่เมื่อคุณนำมันไปผสมกับอย่างอื่นในสัดส่วนหนึ่งต่อพันล้าน (มุนษย์)ก็ยังสามารถรับรู้กลิ่นนี้ได้” เธอกล่าว

แม้เราจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับจีโอสมิน จนได้กลิ่นแม้จะมีมันอยู่เพียงเล็กน้อยในอากาศ แต่มนุษย์ไม่น้อยเกลียดรสชาติของมัน

บีท

ถึงมันจะไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ กลิ่นจีโอสมินเพียงเล็กน้อยในน้ำแร่หรือไวน์ก็ทำให้คนหลายคนเลิกกินได้เลย

“เราไม่รู้ว่าทำไมเราถึงไม่ชอบรสจีโอสมิน” ศ. เจปเป ลุน นีลเซนจาก มหาวิทยาลัยอัลบอร์ก ในเดนมาร์กกล่าว “บางทีเราอาจจะเอามันไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่ไม่ดีกับเราก็ได้”

พืช

ศ. นีลเซน ยังระบุว่างานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าจีโอสมินยังเกี่ยวพันกับ เทอร์พีนส์ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของกลิ่นในพืชหลายชนิด

ส่วน ศ. ฟิลลิป สตีเวนสัน หัวหน้านักวิจัยที่สวนพฤกษศาสตร์หลวงคิว บอกว่า ฝนยังสามารถนำเอากลิ่นต่าง ๆ ออกมาจากพืชด้วย

“สารเคมีจากพืชที่ให้กลิ่นสดชื่นนั้นจะผลิตจากขนของใบ …ฝนที่ตกถูกใบไม้ทำให้เส้นใยเสียหายและปล่อยองค์ประกอบเคมีออกมา″

เทอร์พีนส์

“ฝนอาจจะทำให้องค์ประกอบส่วนที่แห้งของพืชเสียหายและปล่อยสารเคมีออกแบบในลักษณะเดียวกับเวลาที่เราขยี้พวกสมุนไพร ทำให้กลิ่นจึงออกแรงขึ้น” เขาบอกกับบีบีซี

ในช่วงหน้าแล้งอาจจะทำให้เมตาโบลิซึ่มของพืชช้าลง แต่ฝนที่ตกลงมาอีกครั้งจะทำให้พืชเริ่มฟื้นคืนชีวิต เติบโตอีกครั้ง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พืชปล่อยกลิ่นสดชื่นออกมา

สายฟ้า

สายฟ้า

สายฟ้าก็มีส่วนไม่น้อยในกลิ่นไอดิน โดยเฉพาะกลิ่นสดชื่นเตะจมูกอย่างแรงของโอโซน ซึ่งเกิดจากสายฟ้าแล่นผ่านอากาศ รวมทั้งการแล่นของไฟฟ้าในแบบอื่น ๆ ในบรรยากาศอีกด้วย

ศ. มาริเบธ สโตลเซนเบิร์ก จากมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปีอธิบายว่า “นอกจากสายฟ้าแล้ว พายุฟ้าคะนองโดยเฉพาะฝน จะทำให้คุณภาพของอากาศดีขึ้น ฝุ่นหรือ ละอองลอย หรืออนุภาคต่าง ๆ จะถูกฝนชะไปและทำให้อากาศสะอาดขึ้น”

การค้นพบ “ทะเลสาบ” ใต้ผืนน้ำแข็งดาวอังคารจะนำไปสู่อะไร?

ทีมนักวิทยาศาสตร์ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีทะเลสาบขนาดใหญ่อยู่ใต้ผืนน้ำแข็งบริเวณขั้วใต้ของดาวอังคารเป็นครั้งแรก โดยถือเป็นแหล่งน้ำ (body of water) ในรูปของเหลวที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่น้ำขังในร่องหิน หรือน้ำในรูปของน้ำแข็งอย่างที่เคยพบมาก่อนหน้านี้ นับเป็นการค้นพบที่ช่วยให้ความหวังว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงนี้

งานวิจัยก่อนหน้านี้พบหลักฐานว่ามีทางน้ำที่เคยไหลผ่านพื้นผิวดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีก่อน แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พบหลักฐานบ่งชี้ถึงแหล่งน้ำขนาดใหญ่บนดาวอังคารที่ยังมีอยู่ในปัจจุบัน โดยแหล่งน้ำนี้กว้าง 20 กม.(12 ไมล์) และอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็งที่ความลึก 1.5 กม.

การค้นพบทำอย่างไร?

ทีมนักวิทยาศาสตร์พบทะเลสาบนี้โดยใช้เรดาร์ Marsis ที่ติดตั้งบนดาวเทียมสำรวจดาวอังคาร Mars Express ของ ESA โดยอุปกรณ์เรดาร์ส่งสัญญาณเพื่อตรวจสอบพื้นผิวและชั้นใต้ดินของดาวอังคาร แล้วประเมินสัญญาณที่สะท้อนกลับมา ซึ่งการศึกษาครั้งนี้ใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก Marsis เป็นเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2012-2015

หลักฐานบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิต?

แม้การค้นพบครั้งนี้จะสร้างความตื่นเต้นให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวอังคารหรือไม่ เนื่องจากคาดว่าการที่น้ำในทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นของเหลวอยู่ได้ในสภาพที่เย็นจัดบนดาวอังคาร เพราะน้ำน่าจะมีเกลือละลายเป็นส่วนประกอบอยู่อย่างข้มข้น ซึ่งเป็นการยากสำหรับสิ่งมีชีวิตจะดำรงชีพอยู่ได้นั่นเอง

เหตุใดเราจึงชอบกินมันฝรั่งทอด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เหตุใดเราจึงชอบกินมันฝรั่งทอด

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1909685729096237

งานวิจัยจากสถาบันมักซ์พลังค์เพื่อการวิจัยเรื่องการเผาผลาญอาหารในเยอรมนี ไขปริศนาว่าเหตุใดคนเราจึงมักกินมันฝรั่งทอดและโดนัท แม้ว่าจะอิ่มแล้วก็ตาม

ทีมนักวิทยาศาสตร์ศึกษาเรื่องนี้โดยใช้วิธีสแกนสมองของคนตอนที่พวกเขาได้เห็นภาพอาหารชนิดต่าง ๆ และพบว่าสมองของอาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองจะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อภาพอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูงมากที่สุด

นักวิจัยอธิบายว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะมันฝรั่งทอดมีทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง ถือเป็นอาหารธรรมชาติเพียงไม่กี่ชนิดที่มีคุณสมบัตินี้ โดยหนึ่งในนั้นคือ “น้ำนมแม่”ซึ่งมีทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง นักวิจัยจึงเชื่อว่าความชื่นชอบอาหารประเภทนี้ของคนเรามีอิทธิพลมาจากการกินนมแม่ ซึ่งสำคัญต่อสุขภาพทารกในช่วงวิวัฒนาการของมนุษย์นั่นเอง

หุ่นกระถางเคลื่อนที่

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1908450835886393

ซัน เทียนฉี ประธานกรรมการบริษัทวินครอส บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์จากประเทศจีนเปิดตัว “เฮซา” หุ่นยนต์กระถางต้นไม้-ดอกไม้เคลื่อนที่อัตโนมัติ มาในรูปแบบกระถางต้นไม้ขนาดกลาง กว้าง 15.7 นิ้ว และสูง 6 นิ้ว กับขากล 6 ข้างที่สามารถขยับได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน

ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ประกอบเข้ากับมอเตอร์ กล้องความละเอียดในการแสดงผล 720p ระบบแสงอินฟราเรดสำหรับตรวจจับสิ่งกีดขวาง และทำงานต่อเนื่องได้นาน ถึง 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟฟ้าจนเต็มในแต่ละครั้ง

แค่ปลูกต้นไม้ที่ชอบลงในส่วนกระถางของหุ่นยนต์เฮซาซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดราว 1.5 กิโลกรัม และปล่อยให้เฮซาทำหน้าที่ดูแลต้นไม้ หุ่นยนต์เฮซาจะเคลื่อนที่หาแสงแดดเพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงและสังเคราะห์แสง ไม่ใช่แค่เข้าหาแสงแดดเท่านั้น แต่ระบบอัจฉริยะของเฮซาจะหมุนกระถางตามข้อมูลวิเคราะห์ปริมาณการรับแสง เพื่อให้ต้นไม้ได้รับแสงอย่างทั่วถึง และเมื่อต้นไม้ขาดความชุ่มชื้น หุ่นยนต์เฮซาจะยกขากลขึ้นลงเพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานรดน้ำต้นไม้ หุ่นยนต์กระถางเฮซามีให้เลือก 2 แบบ คือ แบบปกติ และแบบไร้สาย