คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2018

พบสารอินทรีย์สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ของดาวเสาร์

 

_102240745_d21fad8e-4519-4b8e-bd32-6cfc4fda84ab

มีการค้นพบโมเลกุลสารอินทรีย์ที่ซับซ้อนซึ่งมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก ในละอองน้ำที่ถูกพ่นออกมาจากมหาสมุทรใต้พื้นผิวของดวงจันทร์ “เอนเซลาดัส  (Enceladus)  ซึ่งเป็นบริวารของดาวเสาร์

วิทยาศาสตร์คาดว่า สารเคมีสำคัญที่มีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตดังกล่าวก่อตัวขึ้น จากปฏิกิริยาระหว่างน้ำและหินร้อนที่ก้นมหาสมุทรใต้พื้นผิว ของเอนเซลาดัสเอง                                                         – ฟิสิกส์ช่วยแก้รำคาญเสียงน้ำหยดจากก๊อก-หลังคารั่ว                                                                                 – ละอองเพชรนาโนให้กำเนิดคลื่นไมโครเวฟจากทางช้างเผือก                                                                 – เผยทีเร็กซ์แลบลิ้นไม่ได้แบบในภาพยนตร์ดัง

ดร. แฟรงก์ โพสต์เบิร์ก จากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กของเยอรมนี และคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นลงในวารสาร Nature โดยระบุว่าการค้นพบดังกล่าวมาจากข้อมูลที่รวบรวมโดยยานแคสสินีขณะบินผ่านดวงจันทร์เอนเซลาดัส ก่อนจะทำลายตัวเองด้วยการพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์เมื่อปีที่แล้ว

“นี่เป็นการค้นพบสารอินทรีย์ที่ซับซ้อนครั้งแรกจากดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยน้ำ โดยเป็นสารที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต แต่เรายังบอกไม่ได้ว่า สารอินทรีย์นี้มีความเกี่ยวข้องหรือมาจากสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์เอนเซลาดัสหรือไม่”

 

ที่มา : https://www.bbc.com/thai/features-44642527 

 

 

 

Chili-pepper-benefit-1

พริกป่น เสี่ยงต่อสารอะฟลาท็อกซิน ไม่แพ้ ถั่วลิสง

prik

รู้หรือไม่ ถ้าเราเก็บรักษา “พริกป่น” ไม่ดีโดยปล่อยให้มีความชื้น จะส่งผลให้เกิดสารอันตราย “อะฟลาท็อกซิน” ได้ไม่แพ้ “ถั่วลิสง” แล้วพริกป่นสำเร็จรูปที่เราทานกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันล่ะ จะปลอดภัยต่อสุขภาพแค่ไหนกัน
                     เกิดเป็นไทยกินอาหารอะไรก็ต้องแซ่บไว้ก่อน “พริก” จึงกลายเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่คนไทยขาดแทบไม่ได้ แถมยังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ สามารถพัฒนาในระดับอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสินค้าหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ยา ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ยาฆ่าแมลง ส่วนผสมของสายเคเบิ้ล หรือผลิตภัณฑ์แก้ง่วง  พริกป่น เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน แต่พริกป่นนั้น จำเป็นต้องเก็บไว้ในที่แห้งสนิท เพราะเกิดเชื้อรา ง่าย เมื่อเกิดเชื้อราขึ้นแต่เราบริโภคเข้าไป ก็จะได้รับสารอะฟลาท็อกซิน เป็นของแถม จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า พริกป่นเป็นอาหารที่เสี่ยงต่อการเกินสารอะฟลาท็อกซินได้ง่าย ไม่แพ้ถั่วลิสง ยิ่งในปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าพริกป่นจากต่างประเทศมากขึ้น ความเสี่ยงจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย เพราะผู้บริโภคขาดข้อมูลแหล่งผลิตสินค้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง เราจึงเก็บตัวอย่าง “พริกป่น” ที่บรรจุในซองสำเร็จรูป 2 ยี่ห้อยอดนิยม ได้แก่ “ไร่ทิพย์” และ “ข้าวทอง” พร้อมด้วยพริกป่นบรรจุซองขายในห้างอีก 5 ยี่ห้อ ได้แก่ ตราเจเจ ตราบางช้าง ตรามือที่ 1 ตรานักรบและตราศาลาแม่บ้าน รวมทั้งพริกป่นแบบแบ่งขายใตตลาดสด จากนั้นไปนำส่งห้องทดสอบ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อตรวจหาสารอะฟลาท็อกซิน                                                                                                ผลการทดสอบพบการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซิน ในพริกป่นเกือบทุกตัวอย่าง แต่ปนเปื้อนในปริมาณไม่มากจนน่าห่วง คือ พบน้อยกว่าที่ อย.กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ ตามปกติแล้วเรามักไม่บริโภคพริกป่นในปริมาณมาก เพียงแค่เติมเพื่อชูรสชาติเท่านั้น จึงไม่น่ากังวลต่อการบริโภคอย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประมาท ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการเลือกพริกแห้งมาคั่วพริกป่นทานเอง หากซื้อจากแม่ค้า ก็ควรเลือกซื้อจากเจ้าที่เชื่อถือได้และหมุนเวียนสินค้าไว

ที่มา : http://www.physics2u.org/index.php?option=com_content&view=article&id=1448:2010-03-10-13-23-43&catid=62:2010-02-04-02-28-01&Itemid=90

การเก็บรักษาแสงอาทิตย์

 

38813A31-93F8-4D0A-925C-11E6682F0D65
พลังงานจากดวงอาทิตย์นี้ สามารถนำมาเก็บเอาไว้แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนได้ ความร้อนนี้จะถูกนำไปใช้ทำความอบอุ่นใน อาคารบ้านเรือนและใช้ในการทำน้ำร้อนได้อีกด้วยบ้านทดลองพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากดวงอาทิตย์ถูกเก็บรักษาไว้ในหลังคาลาดเอียงที่ทำขึ้นเป็นพิเศษหลังคาแบบนี้มีประโยชน์มากในภูมิประเทศที่ได้รับแสงอาทิตย์น้อยวิธีการหนึ่งที่ใช้กันอยู่คือ การใช้แผ่นโลหะที่เรียกว่าแผ่นรับความร้อนซึ่งมีลักษณะแบน แผ่นรับความร้อนนี้จะถูกติดตั้งไว้บนหลังคาโดยหันหน้าไปในทิศทางที่จะรับแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด ข้างใต้แผ่นรับความร้อนนี้มีท่อหลาย ๆ ท่อติดอยู่ภายในท่อบรรจุของเหลวพิเศษชนิดหนึ่ง เมื่อแสงแดดแผดเผาแผ่นรับความร้อน ของเหลวในท่อก็จะร้อนด้วย ตอนนี้ก็จะต้องเก็บรักษา ความร้อนเอาไว้ก่อนจนกว่าจะต้องการใช้ โดยเราให้ของเหลวพิเศษนี้ไหลถ่ายเทจากท่อข้างใต้ แผ่นรับความร้อนไปตามท่อที่ต่อเข้าไปผ่านถังเก็บน้ำความร้อนจากของเหลวภายในท่อนี้จะทำให้ น้ำในถังร้อน น้ำร้อนนี้ก็จะถูกเก็บรักษาไวในถังที่มีฉนวนป้องกันการสูญเสียความร้อนเพื่อเก็บเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืน และในวันที่ไม่มีแสงแดดสำหรับของเหลวนี้เมื่อระบายความร้อนให้กับน้ำจนตัวมันเย็นลง แล้วก็จะถูกส่งกลับเข้าไปที่แผ่นรับแสงอาทิตย์เพื่อดูดซับความร้อนอีกเป็นเช่นนี้เรื่อย ไปไอน้ำร้อนจากน้ำพุร้อนใต้พื้นดินแทรกตัวขึ้นมาตามรอยแยกของหินที่อยู่ข้างบนนอกจากนี้ แสงอาทิตย์ยังถูกนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย อุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้านี้ เราเรียกว่า เซลล์ไฟฟ้าพลังแสง (PHOTOELECTRIC CELL) เมื่อมีแสงส่องมาตกกระทบเซลล์ เหล่านี้ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมา ถ้าแสงนั้นเป็นแสงอาทิตย์เราเรียกมันว่า เซลล์แสงอาทิตย์ เซลล์เหล่านี้หลาย ๆ เซลล์เมื่อนำมาเชื่อมต่อกันก็จะเกิดเป็นแบตเตอรี่พลังแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็น อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับยานอวกาศ

ที่มา : http://www.physics2u.org/index.php?option=com_content&view=article&id=236%3A2010-02-12-05-13-45&catid=62%3A2010-02-04-02-28-01&Itemid=90

 

ปิดใช้คลื่น 2400 MHz สองวัน ป้องกันระบบ “รถไฟฟ้าบีทีเอส” ขัดข้อง

กสทช. เชิญ ทีโอที และ ดีแทค ผู้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิร์ตซ์ มาหารือ รวมทั้งบีทีเอส เพื่อหาทางแก้ปัญหาคลื่นที่อาจรบกวนการเดินรถไฟฟ้า ผลสรุปคือค่ายมือถือจะปิดสัญญาณฐานตามแนวรถไฟฟ้า 2 วัน ให้บีทีเอสปรับเปลี่ยนระบบสัญญาณใหม่ให้เรียบร้อย

news05

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือร่วมกันระหว่าง กสทช. ผู้บริหารบีทีเอส ทีโอที และดีแทค ได้ข้อสรุปแนวทางแก้ปัญหารถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องว่า ทีโอที จะปิดสัญญาณคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิร์ตซ์ ตามแนวของรถไฟฟ้า 10 สถานี เป็นเวลา 2 วัน ป้องกันการรบกวนระบบวิทยุสื่อสารในระบบอาณัติสัญญาณของรถไฟฟ้าบีทีเอส ในระหว่างที่ บีทีเอสปรับเปลี่ยนระบบรับสัญญาณใหม่ จากคลื่น 2400 ช่วงต้น ไปเป็น 2400 ช่วงปลาย ซึ่งจะแล้วเสร็จวันที่ 29 มิถุนายนนี้

>> BTS เปิดใจ! เหตุใดรถไฟฟ้าถึงมาช้านะเธอ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันคลื่นความถี่ของทีโอทีและบีทีเอส ที่ใช้อยู่ในย่าน 2370-2400 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งห่างกันประมาณ 30 เมกะเฮิร์ตซ์ ถือว่ามีระยะห่างมากพอที่จะไม่เกิดการรบกวนของสัญญาณในทางเทคนิค แต่เมื่อเห็นว่ามีปัญหารบกวน กสทช.จึงแนะนำบีทีเอสให้ย้ายช่องความถี่สื่อสารของระบบอาณัติสัญญาณ

ทั้งนี้ยืนยันว่า การปิดคลื่นความถี่ย่าน 2300 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอที จะไม่กระทบต่อผู้ใช้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือค่ายดีแทค เพราะสามารถเปลี่ยนไปใช้คลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ได้

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส ยอมรับว่า ในช่วงตลอดสัปดาห์นี้รถไฟฟ้ายังมีโอกาสขัดข้องอยู่บ้าง โดยผู้บริหารบีทีเอสอยู่ระหว่างหาข้อสรุปของการเยียวยาผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนการประชุมคู่สัญญาระหว่าง กรุงเทพมหานคร เจ้าของสัมปทาน และผู้เดินรถ หรือบีทีเอส ซึ่งเหลืออายุสัญญา 11 ปี กทม.ให้สำนักการจราจรและขนส่งไปพิจารณาว่า จะเรียกค่าปรับจากกรณีปัญหาการเดินรถได้หรือไม่ ตามหลักเกณฑ์ ค่าปรับคิดเป็นร้อยละ 0.6 ของ 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าจ้างเดินรถต่อเดือน หรือคิดเป็นเงิน 1.8 ล้านบาท

นอกจากนี้ กทม.ยังสั่งการให้บีทีเอสพิจารณาเยียวยาผู้โดยสารเป็นรายกรณี ทั้งผู้ใช้บัตรโดยสารและจ่ายเงินสด และให้บีทีเอสปรับปรุงวิธีการประชาสัมพันธ์ให้รวดเร็วขึ้น

จีนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนภูเขาสูง ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ได้ปีละ 20,000 ตัน

1.1

ประโยชน์มหาศาล…จีนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนภูเขาสูง ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 20,000 ตัน

สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า แผงโซลาร์เซลล์จำนวนมหาศาลถูกติดตั้งเหนือภูเขาไท่หาง มณฑลเหอเป่ย จนกลายเป็นฟาร์มโซลาร์ขนาดยักษ์ที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ด้วยกำลังการผลิตติดตั้ง (Installed Capacity) 20 เมกะวัตต์

แผงโซลาร์เซลล์เหล่านี้ได้รับการติดตั้งในปริมาณที่พอดีกับภูเขาและอยู่ในองศาที่รับแสงอาทิตย์ได้ดีที่สุด

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจจะกำจัดพลังงานสกปรกให้หมดไปจากจีน ฟาร์มแห่งนี้สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปีละ 20,000 ตัน และทดแทนการใช้ถ่านหินได้ปีละ 7,500 ตัน โดยใช้ต้นทุนไปแล้วราว 26.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 880 ล้านบาท)

คันแรกของโลก! วิศวะ มข. เจ๋ง เปิดตัวจักรยานผ้าไหม นน.เบา-แข็งแรงเทียบเท่าคาร์บอนไฟเบอร์

a

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1858952247502919

ณ  อาคารสิริคุณากร สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผศ.ดร.รัชฎา ตั้งวงศ์ไชย ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำคณะนักวิจัยของคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น แถลงข่าวเปิดตัวผลงานวิจัยจักรยานผ้าไหม คันแรกของโลก

ผศ.ดร.พนมกร ขวาของ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ หนึ่งในทีมคณะนักวิจัย เปิดเผยว่า จักรยานผ้าไหมคันแรกของโลก 2 คันต้นแบบ เป็นการนำวัสดุใหม่มาทดแทนโครงรถจักรยานที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาแต่มีราคาสูงถึงโครงละ 40,000-100,000 บาท

ในขณะที่โครงจักรยานไหมมีต้นทุนการผลิตเพียง 15,000-20,000 บาท ซึ่งถูกกว่าถึง 4 เท่า ที่น้ำหนักเบา มีค่าการยืดหยุ่นตัวสูงเมื่อเทียบกับโครงอลูมิเนียม

และจากการทดสอบพบว่า โครงจักรยานที่ทำจากไหมผสมเรซินสามารถรับแรงกด หรือแรง Load ได้มากกว่า 1,300 นิวตัน แรงเค้น หรือ Stress ได้มากกว่า 55 เมกกะปาสคาล  และค่าการยืนหยุ่นตัว หรือ Flex Modulus มากกว่า 2,700 เมกกะปาคาล เมื่อเทียบกับโครงรถจักรยานอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเท่ากันที่นำมาทดสอบ

กระบวนการขั้นตอนในการผลิตโครงจักรยานผ้าไหมคันแรกของโลก นั้นเริ่มจากการนำโครงจักรยานต้นแบบมาตัดโครงเก่าออกเพื่อใช้ข้อต่อของจักรยานเดิม จากนั้นใช้เรซิ่นมาเชื่อมผ้าไหมเข้าด้วยกัน เมื่อได้ชิ้นส่วนครบแล้วนำมาประกอบเป็นโครงจักรยานที่ทำจากผ้าไหมเข้ากับโครงจักรยานต้นแบบเดิม

จากนั้นนำเส้นไหมมาพันโดยรอบโครงจักรยานที่ทำจากผ้าไหม  โดยทิ้งเรซิ่นไว้ให้แห้งแข็งตัวเป็นเวลา 3 วัน ต่อด้วยการนำมาขัดผิวสัมผัสให้เรียบเนียนด้วยเครื่องกลึงให้มีความสวยงาม และเข้าสู่ขั้นตอนของการประกอบโครงจักรยาน และนำเฟรมส่วนที่รับน้ำหนักจากเบาะถึงแกนล้อหลังซึ่งน้ำหนักผ้าไหมที่ใส่เรซิ่นนั้น จะเท่ากับน้ำหนักของเฟรมอลูมิเนียม ซึ่งจักรยานต้นแบบนั้นจะมีสีเหลืองและสีขาว อย่างไรก็ตามทีมงาน นักวิจัย ได้จดสิทธิบัตรโครงรถจักรยานที่ทำจากผ้าไหมผสมเรซิ่น เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ มข.เป็นที่ เรียบร้อยแล้ว

gal-6975838-20180628085926-779b665

ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดผ้าไหมไทย ที่นำเอาคุณสมบัติในเรื่องของความแข็งแรง และทนทาน ของไหม มาใช้เป็นวัสดุทดแทน คาร์บอนไฟเบอร์ ที่จะต่อยอดสู่อุตสาหกรรมและธุรกิจเชิงพาณิชย์ให้กับผู้ที่สนใจได้อีกด้วย

รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ปี 2016: การค้นพบกระบวนการเขมือบตัวเองของเซลล์ (Autophagy)

nobel-prize-in-physiology-and-medicine-2016-autophagy-768x514

วันที่ 3 ตุลาคม ปี 2016 ได้มีการประกาศรางวัลโนเบลสาขาแพทย์ขึ้น โดยปีนี้ตกเป็นของ คุณ Yoshinori Ohsumi นักชีววิทยาชาวญี่ปุ่น กับการค้นพบเรื่องกระบวนการกลืนกินตัวเองของเซลล์ (Autophagy) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญ เมื่อเซลล์ต้องการสารอาหาร การติดเชื้อ หรือซ่อมแซมออร์แกเนลที่เกิดความเสียหาย

งานวิจัยชิ้นนี้ไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปหรือตีความต่อได้ว่า การอดอาหารจะทำให้สุขภาพดี ทำให้เกิดผลดี หรือทำให้ร่างกายปรับตัว ทำความสะอาดตัวเอง ได้แต่อย่างใด

macroautophagy

Autophagy การกลืนกินตัวเองของเซลล์

แนวคิดเริ่มต้นในการศึกษาการเขมือบตัวเองของเซลล์ หรือ Autophagy นี้เกิดขึ้นในปี 1960 โดยมีนักวิจัยค้นพบว่าเซลล์สามารถย่อยส่วนต่างๆ ภายในเซลล์ได้ด้วยการสร้างเยื่อหุ้มขึ้นมาปิดล้อม และส่งไปยังส่วนรีไซเคิลหรือที่เรียกว่า “ไลโซโซม”

จนกระทั่งปี 1990 คุณ Yoshinori Ohsumi ได้เริ่มทำการศึกษากระบวนการนี้ทีละขั้นตอนจากยีสต์เพื่อหายีนส์ที่สำคัญในการเกิด Autophagy จนกระทั่งเขาพบว่า กลไกการกินตัวเองของเซลล์ในยีสต์นั้นมีความคล้ายกับกลไกที่เกิดขึ้นในร่างกายของมนุษย์

ถึงแม้ว่ากระบวนการกินตัวเองนี้จะถูกค้นพบมากว่า 50 ปีแล้ว แต่การเกิดองค์ความรู้พื้นฐานสำคัญของกระบวนการนี้ที่นำไปสู่การศึกษาเพิ่มเติมก็ถูกศึกษาและค้นพบโดยคุณ Ohsumi นั่นเอง จึงทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ประจำปีนี้ไปครอง

นักวิทย์ฯ ประดิษฐ์เครื่องเปลี่ยนฉี่ให้เป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ ดับกระหายได้ชื่นใจ !

a1_2344
นักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียมเจ๋ง ประดิษฐ์เครื่องเปลี่ยนปัสสาวะให้กลายเป็นน้ำดื่มด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ใสสะอาดบริสุทธิ์ ดื่มได้ชื่นใจ หวังนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้จริง

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1858957514169059

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยรายงานชวนทึ่ง ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเกนต์ ในประเทศเบลเยียม ได้ทำการประดิษฐ์อุปกรณ์ชนิดหนึ่งขึ้นมาโดยมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถเปลี่ยนน้ำปัสสาวะให้กลายเป็นน้ำที่ดื่มได้ โดยเจ้าเครื่องที่ว่านี้ก็มีกระบวนการทำงานง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน และอาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์ช่วยเท่านั้นเอง

ดร. เซบาสเตียน ดีรีส หัวหน้าทีมผู้คิดค้น ได้เปิดเผยว่า กระบวนการทำงานของเจ้าเครื่องนี้ เริ่มจากการกักเก็บปัสสาวะไว้ในแท็งก์น้ำที่ทำหน้าที่เป็นหม้อต้มขนาดใหญ่ แล้วอาศัยความร้อนจากแสงอาทิตย์ในการต้ม เมื่อได้รับความร้อนปัสสาวะก็จะแยกตัวเป็นชั้นระหว่างน้ำกับธาตุที่อยู่ในนั้น อย่างพวกโปแตสเซียม ไนโตรเจน และฟอสฟอรัส ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้จะถูกนำไปทำเป็นปุ๋ย ส่วนน้ำจะผ่านกระบวนการกลั่นภายในเครื่อง จนได้น้ำที่บริสุทธิ์สามารถดื่มได้

โดยทางทีมนักวิทยาศาสตร์ได้นำเจ้าเครื่องเปลี่ยนฉี่ให้ดื่มได้นี้ ไปจัดแสดงที่เทศกาลงานภาพยนตร์และดนตรีที่กลางเมืองเกนต์ ภายในงานมีผู้ให้ความสนใจเข้ามาร่วมทดสอบเป็นจำนวนมาก จนได้ปริมาณน้ำดื่มมากถึง 1,000 ลิตรด้วยกัน ซึ่งคาดว่าน้ำเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ผลิตเบียร์ต่อไป !

 ทั้งนี้ ด้านทีมนักวิทยาศาสตร์มีความหวังว่า เทคนิคที่พวกเขานำมาใช้กับอุปกรณ์ดังกล่าว จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ช่วยเหลือและพัฒนาพื้นที่ในชนบทที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้และมีทรัพยากรจำกัดได้ หรือแม้กระทั่งในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากแต่มีพื้นที่จำกัด อย่างเช่น สนามกีฬา หรือสนามบิน ทีมนักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อว่าเจ้าเครื่องนี้จะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ได้เช่นกัน

นักวิทย์ฯ เผย ดวงจันทร์เคลื่อนห่างจากโลกเรื่อย ๆ ทำให้เวลาบนโลก เริ่มช้าลง

a1_2344

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1861294037268740

นักวิทยาศาสตร์พบข้อมูลใหม่ ดวงจันทร์เคลื่อนที่ห่างจากโลก ปีละ 3.82 เซนติเมตร ทำให้เวลาบนโลกนานขึ้น

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 เว็บไซต์สเปซ รายงานว่า การค้นคว้าทางดาราศาสตร์ล่าสุดได้เผยข้อมูลว่า ดวงจันทร์ ดาวบริวารอายุ 4.5 พันล้านปี ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 385,000 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนที่ห่างจากโลกไปเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ปี เฉลี่ยปีละ 3.82 เซนติเมตร ซึ่งเมื่อดวงจันทร์อยู่ห่างออกไป การโคจรของโลกก็จะช้าลงไปด้วย ส่งผลให้เวลาในแต่ละวันจะยาวนานมากกว่าเดิม

ดวงจันทร์ และวัตถุในห้วงอวกาศต่าง ๆ ในระบบสุริยะ ล้วนมีผลต่อการหมุนของโลก นำไปสู่รูปแบบวงโคจรที่เรียกว่าวัฏจักรมิลานโควิทช์ (Milankovitch Cycle) รูปแบบเหล่านี้เป็นตัวกำหนดตำแหน่งที่แสงอาทิตย์ส่องกระจายอยู่บนพื้นโลก ตามองศาการหมุนและเอียง

การค้นพบว่าดวงจันทร์ได้เคลื่อนที่ห่างจากโลกอยู่ตลอดเวลา เกิดขึ้นหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีการทางสถิติที่ที่เรียกว่า Astrochronology ซึ่งเป็นการรวมเอาทฤษฎีทางดาราศาสตร์ และการสังเกตทางธรณีวิทยา เข้าด้วยกัน วิธีนี้ช่วยให้นักวิจัยสามารถเขียนประวัติศาสตร์ของระบบสุริยะขึ้นมาได้ใหม่ และสามารถเข้าใจบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศในสมัยโบราณได้ดีกว่าเดิม

สำหรับกรณีนี้ เหล่านักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ได้ศึกษาโครงสร้างทางธรณีวิทยาของโลก เพื่อคำนวณอายุของมันเสียใหม่ จากการวิเคราะห์พบว่า เมื่อประมาณ 1.4 พันล้านปีก่อน ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกกว่าปัจจุบันมาก และหมุนรอบโลกเร็วกว่ามากเช่นกัน เวลาบนโลกน่าจะเหลือแค่เพียง 18 ชั่วโมงเท่านั้น

รายงานจากเว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ ระบุว่า ดวงจันทร์น่าจะขยับห่างจากโลกไปเป็นระยะทาง 3.82 เซนติเมตรต่อไป อย่างไรก็ตามคงต้องรอต่อไปอีกหลายร้อยล้านปีข้างหน้า กว่าช่วงเวลาที่ขยายออกในแต่ละวันจะยาวพอให้นำมาคำนวณใหม่ ว่าเวลา 1 วันบนโลกในตอนนั้น ยาวนานกี่ชั่วโมง

“เมื่อดวงจันทร์อยู่ห่างออกไป โลกของเราก็จะหมุนช้าลง เหมือนกับนักกีฬาสเกตยื่นแขนออกไปเพื่อให้การเคลื่อนไหวของตัวเองช้าลง สิ่งที่เราตื่นเต้นมากก็คือการใช้ Astrochronology ในการระบุเวลาในอดีตอันไกลโพ้น เพื่อศึกษาธรณีกาล หรือช่วงเวลาทางธรณีวิทยาในสมัยโบราณ สิ่งที่เราต้องการก็คือ การสามารถศึกษาก้อนหินที่มีอายุหลายพันล้านปีได้ โดยในวิธีที่ใกล้เคียงกับกระบวนการศึกษาในยุคปัจจุบัน” สตีเฟน เมเยอร์ส ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน กล่าว 

นักวิจัย ค้นพบอวัยวะชิ้นใหม่ อีกความหวังในการศึกษาการแพร่กระจายของมะเร็ง

a1_2344
นักวิจัย ค้นพบอวัยวะชิ้นใหม่ แม้ไม่ได้ถูกพบครั้งแรก แต่เป็นครั้งแรกที่ถูกระบุเป็น อวัยวะ ชี้เป็นอีกความหวังในการศึกษาเรื่องการแพร่กระจายของมะเร็ง

วันที่ 27 มีนาคม 2561 เว็บไซต์อินดิเพนเดนท์ มีรายงานอ้างอิงผลงานวิจัยชิ้นใหม่ ที่เพิ่งเผยแพร่ผ่านทางวารสาร Scientific Reports เผยให้เห็นการค้นพบครั้งสำคัญ เมื่อกลุ่มนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ในสหรัฐฯ เพิ่งจะค้นพบอวัยวะชิ้นใหม่ของร่างกายมนุษย์ ที่เรียกว่า “Interstitium” ซึ่งนักวิจัยหวังว่าการค้นพบครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถทำความเข้าใจถึงการแพร่กระจายของมะเร็งในร่างกายได้

โดย Interstitium เป็นชั้นที่เต็มไปด้วยของเหลว แทรกตัวอยู่ระหว่างเซลล์ มีลักษณะเป็นโครงข่ายคล้ายตาข่าย พบได้ทั่วร่างกาย นับตั้งแต่ใต้ผิวหนัง ตลอดไปจนถึงรอบ ๆ อวัยวะสำคัญอย่าง ลำไส้ ปอด เส้นเลือด และกล้ามเนื้อ มันเป็นโปรตีนที่มีความยืดหยุ่น คาดว่ามันทำหน้าที่ช่วยป้องกันแรงสั่นสะเทือนต่าง ๆ และหากนำ Interstitium ทั้งหมดมารวมกัน มันอาจกลายเป็นหนึ่งในอวัยวะขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกายเลยทีเดียว

สำหรับ Interstitium ไม่ได้เพิ่งจะถูกค้นพบเป็นครั้งแรก แต่มันเป็นครั้งแรกที่ชิ้นส่วนนี้ ถูกกล่าวถึงในฐานะ “อวัยวะ”

 

สำหรับการค้นพบอวัยวะใหม่ครั้งนี้ เกิดขึ้นระหว่างที่ ดร.เดวิด คารร์-ล็อก และ ดร.ปีตรอส เบเนียส จากศูนย์การแพทย์ เมาท์ ไซไน เบ็ธ อิสราเอล ทำการส่องกล้องตรวจสอบท่อน้ำดีของผู้ป่วย เพื่อมองหาสัญญาณของโรคมะเร็ง แต่แล้วพวกเขากลับเห็นช่องว่างบางอย่างที่ไม่สัมพันธ์กับกายวิภาคของมนุษย์ที่รู้จักกันก่อนหน้านี้ จึงได้ติดต่อให้ ดร.นีล ไทส์ นักพยาธิวิทยา จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก มาทำการตรวจสอบ กระทั่งนำไปสู่การค้นพบดังกล่าว
โดยนักวิจัยมองว่า มันอาจเป็นหนึ่งในช่องทางที่เซลล์มะเร็ง ใช้ในการเคลื่อนที่ไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งพวกเขายังต้องศึกษากระบวนการทำงานของมันให้แน่ชัดต่อไป ด้วยความหวังว่ามันอาจนำไปสู่หนทางการรักษาโรคใหม่ ๆ ขณะที่ ดร.นีล ย้ำว่า การค้นพบครั้งนี้มีส่วนผลักดันความก้าวหน้าทางการแพทย์อย่างมาก และเราอาจใช้มันเป็นหนึ่งในช่องทางวินิจฉัยโรคที่มีประสิทธิภาพด้วย