คลังเก็บรายเดือน: พฤษภาคม 2018

นักดนตรีแขนด้วนสามารถเล่นเปียโนได้อีกครั้งด้วยแขนเทียมไฮเทค

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1815072041890940

amputee-play-piano-1

ฉากที่ลุค สกายวอล์คเกอร์กำลังต่อมือที่ถูกตัดขาดตอนที่ดวลดาบเลเซอร์กับดาร์ธ เวเดอร์ด้วยมือกลเทียมในภาพยนตร์มหากาพย์สตาร์วอร์ ภาพนิ้วมือกลขยับได้เหมือนคนปกติยังฝังในความทรงจำของใครหลายคน และสิ่งนี้คือความฝันที่ไม่เคยเป็นจริงของคนพิการแขนขาด แต่ตอนนี้มันกำลังจะเป็นจริงแล้วเมื่อนักวิจัยได้สร้างแขนเทียมไฮเทคให้นักดนตรีแขนด้วนสามารถกลับมาเริ่มเล่นเปียโนได้อีกครั้งแล้ว

เมื่อปี 2012 Jason Barnes หนุ่มมือกลองที่รัฐจอร์เจียสหรัฐอเมริกาโดนไฟฟ้าแรงสูงช็อตขณะกำลังทำความสะอาดปล่องระบายอากาศบนหลังคาภัตตาคารที่เขาทำงาน ถึงจะรอดตายมาได้แต่เขาต้องถูกตัดแขนข้างขวาเสมอข้อศอก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาหยุดเล่นกลอง เขาเอาไม้ตีกลองยึดติดกับแขนของเขาแล้วหัดเล่นต่อไป

ปี 2014 Gil Weinberg จากมหาวิทยาลัยจอร์เจียเทคได้สร้างแขนกลสำหรับใช้ตีกลองให้กับเขา แขนกลนี้มีไม้ตีกลอง 2 อัน อันหนึ่ง Barnes สามารถควบคุมด้วยกล้ามเนื้อแขนผ่านทางเซ็นเซอร์คลื่นไฟฟ้า (Electromyography Sensors) ซึ่งสามารถส่งคลื่นไฟฟ้าระหว่างแขนของเขากับแขนกล ส่วนอีกอันหนึ่งจะเล่นของมันเองไปตามดนตรีที่เล่นอยู่ ทำให้ Barnes กลับมามีความสุขกับการตีกลองอีกครั้งหนึ่ง

amputee-play-piano-2

ตอนนี้ Weinberg และทีมงานได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการสร้างแขนเทียมที่มีมือกลอยู่ด้วยให้กับเขา Barnes สามารถควบคุมนิ้วแต่ละนิ้วของมือข้างขวาได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกตัดแขนไป มันดีถึงขนาดที่เขาสามารถกดคีย์เปียโนแต่ละคีย์ได้อย่างที่ต้องการ

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของนิ้วมือกลนี้ไม่ได้ถูกควบคุมโดยสมอง แต่เป็นการสื่อสารโดยใช้กล้ามเนื้อของ Barnes โดยตรง เทคโนโลยีที่ใช้คืออัลตราซาวด์ (อันเดียวกับที่ใช้ดูเด็กทารกในมดลูกนั่นแหละ) ร่วมกับอัลกอริทึมหรือชุดคำสั่งที่ใช้ในการแปลความหมายของการกระตุกของกล้ามเนื้อไปเป็นการเคลื่อนไหวของนิ้วที่ขึ้นอยู่กับว่า Barnes กำลังพยายามทำอะไร

สิ่งนี้เป็นไปได้เพราะว่าการเคลื่อนไหวของนิ้วมือบางส่วนของคนเราถูกควบคุมด้วยกล้ามเนื้อไปตลอดทางขึ้นไปถึงข้อศอก ลองกระดิกนิ้วนางขึ้นลงดูจะเห็นกล้ามเนื้อที่แขนขยับตามอย่างชัดเจน

ทีมงานใช้หัวตรวจอัลตราซาวด์ติดกับกล้ามเนื้อแขนใช้ในการสังเกตรูปแบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขณะที่สั่งงานไปที่นิ้วแต่ละนิ้วเพื่อแยกความแตกต่าง แล้วใช้อัลกอริทึมเป็นตัวประเมินว่า Barnes ต้องการเคลื่อนไหวนิ้วไหน แบบไหน รวมไปถึงต้องการใช้แรงมากน้อยเท่าไร

โดยการใช้อัลตราซาวด์เซ็นเซอร์และอัลกอริทึมร่วมกับแขนกลทำให้ Weinberg สร้างแขนเทียมที่สามารถบังคับนิ้วแต่ละนิ้วได้ และ Barnes สามารถเล่นเปียโนได้เป็นครั้งแรกหลังจากเกิดอุบัติเหตุ เขาสามารถเล่นเพลงธีมของ The Empire Strikes Back (ภาคที่ลุคต่อมือกล) ได้ด้วย

“ถ้าแขนเทียมชนิดนี้สามารถใช้เล่นดนตรีที่ละเอียดอ่อนอย่างการเล่นเปียโนได้ เทคโนโลยีนี้ก็สามารถใช้ทำงานอย่างอื่นอย่างเช่น อาบน้ำ แต่งตัว และทานอาหารได้เช่นกัน” Weinberg กล่าว

ดูการใช้งานแขนเทียมไฮเทคของ Barnes ได้ที่ด้านล่าง

25 ภาพถ่าย ที่งดงามจนน่าทึ่งในแบบธรรมชาติจริงๆ ไม่พึ่ง Photoshop

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1813607415370736


ในทุกวันนี้ภาพสวยงามที่เพื่อนๆ ทุกคนได้พบเห็นมากมายก็อาจมีหลายภาพที่ถูกนำไปแต่งในโปรแกรม Photoshop เพื่อให้มันดูสวยงามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังมีอยู่หลายภาพเหมือนกันที่เป็นภาพถ่ายในแบบธรรมชาติจริงๆ ซึ่งการจะถ่ายภาพให้ออกมาสวยงามได้ขนาดนี้นั้นอาจจะขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาต่างๆ ที่ให้ได้แสงและเงาที่พอดี รวมถึงเทคนิคในการถ่ายภาพที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของช่างภาพแต่ละคนด้วย

อย่างเช่น 25 ภาพถ่าย ที่งดงามจนน่าทึ่งในแบบธรรมชาติจริงๆ ไม่พึ่ง Photoshop ที่เราได้นำมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันในวันนี้ ซึ่งแต่ละภาพนั้นเป็นผลงานของช่างภาพมืออาชีพที่ไม่ได้ผ่านการแต่งใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนจะสวยงามแค่ไหนนั้น ลองไปชมกับตาตัวเองได้เลยจ้า

1. ภาพสะทอนของเงาก้อนเมฆ ที่ดูเหมือนประตูมิติ

2. คลื่นพายุลูกใหญ่

3. แสงที่ส่องลงมาภายในกีต้าร์

4. หิมะที่เทือกเขาอัลไต

5. ภาพถ่ายมุมต่ำ ที่ทำให้ตึกในฮ่องกงดูยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที

6. ท้องฟ้าที่ดูแปลกตาเหนือมหาวิทยาลัยศิลปะ

7. นกน้อยสีแตงโม

8. ถนนที่ตัดผ่านระหว่างป่าที่ถูกไฟไหม้กับป่าที่สมบูรณ์

9. เครื่องบินร่อนผ่านดวงจันทร์

10. การก่อตัวของพายุฝนฟ้าคะนอง ถ่ายจากเครื่องบินที่อยู่บนความสูง 11,000 เมตร จากพื้นดิน

11. เต่าที่ถูกปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ

12. ฟ้าผ่าที่เป็นแสงสีม่วง

13. ภูเขาไฟที่มียอดส่องแสง

14. แสงที่พุ่งขึ้นฟ้าจากจรวด

15. เหล่าทหารกำลังออกกำลังกายในตอนเช้าที่มณฑล Heilongjiang ประเทศจีน

16. ร่องรอยจากก้อนหินที่กระเด็นมาโดนกระจกรถ จนกลายเป็นเหมือนภาพนกบิน

17. เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์กับอิตาลี

18. ก้อนเมฆฝนที่มองจากเครื่องบิน

19. ความงดงามของภูเขาน้ำแข็งก้อนโต

20. แสงอาทิตย์กระทบลงบนน้ำตกจนกลายเป็นสายน้ำสีทอง

21. ก้อนเมฆสีแดงเหนือสนามเบสบอล

22. Saho Harada นักว่ายน้ำหญิงชาวญี่ปุ่นกำลังแหวกว่ายท่ามกลางฝูงผลา

23. เครื่องบินที่บินผ่านเส้นสายรุ้ง

24. แผ่นน้ำแข็งที่มีลักษณะคล้ายแพนเค้ก

25. สุริยุปราคาในอุทยานแห่งชาติ Canyon de Chelly รัฐอริโซนา

หลายผ่านนั้นแทบจะไม่น่าเชื่อเลยนะว่าไม่ได้ถูกนำไปแต่งในโปรแกรม Photoshop ซึ่งถ้าช่างภาพทั้งหลายถ่ายภาพออกมาได้งดงามขนาดนี้ล่ะก็ เรียกได้ว่าเป็นช่างภาพที่เก่งมากๆ เลยทีเดียวเนาะ

สุดยอดสายเป้

แคตเธอรีน ครูก จากสหรัฐอเมริกา แนะนำ “ซูเปอร์สแตรปส์” สุดยอดสายกระเป๋าช่วยพยุง แค่ติดซูเปอร์สแตรปส์เข้ากับสาย กระเป๋าสะพายหลัง จะยี่ห้อไหนหรือรุ่นใดก็ไม่มีปัญหาเพราะถูกออกแบบมาให้เข้ากับสายกระเป๋ามาตรฐาน จากนั้นดึงสายคล้องสำหรับแอ๊กทิเวต เพียงเท่านี้ผู้ใช้ก็จะรู้สึกสบายตัวแม้กำลังสะพายเป้หนักๆ เพราะกลไกของซูเปอร์สแตรปส์เปลี่ยนให้อุปกรณ์ชิ้นนี้กลายเป็นเครื่องมือทางการยศาสตร์ ปรับเปลี่ยนให้กระเป๋าอยู่ในสภาพที่เหมาะกับผู้ใช้

การใช้ซูเปอร์ สแตรปส์ยังช่วยเปลี่ยนการทรงตัวให้ตั้งตรงเป็นปกติ ไม่เอียงไปข้างหน้าเหมือนเวลาแบกเป้หนักๆ อย่างเคย ผู้ใช้งานจึงรู้สึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่มักจะตึงเครียดบริเวณไหล่ คอ และหลังได้แบบทันทีทันใดที่ใช้ซูเปอร์สแตรปส์ แม้จะฟังดูเกินจริง แต่เชื่อหรือไม่ว่าการเอียงศีรษะเพียง 15 องศาก็เท่ากับมีแรงกดมากถึง 12 กิโลกรัม หากเอียง 30 องศาจะเพิ่มแรงกดเป็น 18 กิโลกรัม และการเอียง 45 องศาจะเพิ่มแรงกดถึง 22 กิโลกรัม

ซูเปอร์สแตรปส์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักกระเป๋าจึงทำให้ผู้ใช้รู้สึกได้ว่ากระเป๋าเบาขึ้นเกือบครึ่งหนึ่ง นอกจากอาการปวดเมื่อยหลัง-ไหล่จะหายไปแล้ว ซูเปอร์สแตรปส์ยังช่วยปรับบุคลิกภาพท่าทางการเดินให้ดูดีได้อีกด้วย 

ส่องแอพดูเฉดสีก่อนลงมือเปลี่ยนสีบ้านของจริง

แอพพลิเคชั่น Dulux Visualizer ของสีดูลักซ์ ให้ดาวน์โหลดมาใช้งานฟรี เลือกเฉดสีทาบ้านกว่า 2,000 สี ใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AR ทำงานควบคู่กับกล้องบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เห็นตัวอย่างสีก่อนลงมือทาจริง

ส่องแอพดูเฉดสีก่อนลงมือเปลี่ยนสีบ้านของจริง

 ผลการสำรวจของ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสีทาอาคาร  “ดูลักซ์”  พบว่า เจ้าของบ้านในประเทศไทยเกินครึ่งยอมรับว่า การจินตนาการสีสันต่าง ๆ ที่จะนำมาปรับโฉมห้องใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก โดย 63% จากเจ้าของบ้านทั้งหมด 800 คน ให้ข้อมูลว่า อยากตกแต่งบ้านให้บ่อยมากขึ้น ถ้าการทาสีไม่เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก

แอพพลิเคชั่น  Dulux Visualizer  เป็น แอพพลิเคชั่นที่ให้เห็นสีบ้านก่อนทาสีจริง เวอร์ชั่นใหม่ ที่ใช้ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android   มีเฉดสีมากกว่า 2,000 สี

มร.เดฟ เพลน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อั๊คโซ่ โนเบล เพ้นท์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  เจ้าของบ้านสามารถทดลองออกแบบบสีห้องได้ง่าย ๆ เพียงแค่ส่องแอปพพลิเคชั่นไปที่ผนังห้องแล้วเลือกเฉดสีที่ชอบ จะเห็นภาพเสมือนจริงของผนังห้องผ่านแอพทันที แล้วยังสามารถเลือกบันทึกเก็บเป็นรูปภาพ หรือวีดิโอได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นเทียบสีที่ให้เจ้าของบ้านสามารถเทียบเฉดสีจากสิ่งของใกล้ตัวเพื่อนำไปจำลองการออกแบบสีห้องได้

“เมื่อเจ้าของบ้านจำลองการออกแบบสีห้องเสร็จเรียบร้อย สามารถสั่งซื้อสีที่ต้องการหรือค้นหาร้านค้าจัดจำหน่ายใกล้เคียง และสามารถแชร์ผลงานการออกแบบสีห้องให้กับเพื่อนและครอบครัวบนโซเชียลมีเดียผ่านแอพลิเคชั่น Dulux Visualizer ได้อีกด้วย เชื่อว่าแอปพลิเคชั่นนี้สามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และช่วยให้การเลือกสีทาบ้านเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น”

แอพพลิเคชั่น  Dulux Visualizer ใช้เทคโนโลยีภาพเสมือนจริง (Augmented Reality Technology) ที่ช่วยให้เห็นภาพการออกแบบสีได้ทันทีแบบเรียลไทม์ โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2557 และได้มีการปรับปรุงการใช้งานให้มีลูกเล่นใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี เช่น ตัวช่วยคำนวนปริมาณสี ฟังก์ชั่นเทปกาวที่ช่วยแบ่งพื้นที่บนผนังในการทาสี หรือเทรนด์สีแนะนำใหม่ ๆ เป็นต้น  มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 18 ล้านครั้งทั่วโลก ได้รางวัลนวัตกรรมด้านแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนถึง 3 รางวัล จากประเทศเยอรมนีและอังกฤษ

ต้นไม้เรืองแสง

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1813612225370255

โกลซ์โปรเจ็กต์จากสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “โกลซ์” (Glowze) แก๊ดเจ็ตไฮเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนต้นไม้ธรรมดาๆ ในบ้านให้กลายเป็นโคมไฟ และของประดับบ้านที่เปลี่ยนบรรยากาศผ่านการเรืองแสงเป็นสีสันที่ต้องการได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

โกลซ์เป็นอุปกรณ์ครอบทรงกลม ผลิตจากพลาสติก เอบีเอส และซิลิโคน ล็อกด้วยระบบแม่เหล็ก มีหลอดไฟแอลอีดีระบบสีอาร์จีบี 10 หลอดติดตั้งอยู่รอบๆ ด้านในบรรจุแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน 20,000 มิลลิแอมป์ชั่วโมง ใช้งานได้นาน 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จจนเต็มใน 1 ครั้ง

เริ่มใช้งานโดยครอบโกลซ์เข้ากับฐานต้นไม้ จากนั้นเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์มือถือ เลือกสีที่ต้องการ และรอดูบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ซึ่งจากงานวิจัยพบว่าสีเขียวมีส่วนช่วยเพิ่มพลังด้านบวก สบายตา และกระตุ้นการผลิตโกรทฮอร์โมน เหมาะกับช่วงพักผ่อน สีส้มและสีม่วงเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับเวลาทำงานหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้จินตนาการ สีแดงให้พลัง ลดความเหนื่อยล้า และกระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรสชาติ เหมาะแก่การเปิดในช่วงกินอาหาร

และสีฟ้าทำให้บรรยากาศสงบ และคลายเครียดจากการเรียนหรือทำงานที่หนักหนามาตลอดทั้งวัน

คลิปการสร้างเสียง มหัศจรรย์ ( ความรู้ฟิสิกส์ เรื่อง เสียง)

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1811171812280963
1526864054647

เสียงคืออะไร

        แผนภูมิแสดงการได้ยินเสียง (น้ำเงิน : คลื่นเสียง; แดง: แก้วหู; เหลือง: คลอเคลีย; เขียว: เซลล์รับรู้การได้ยิน; ม่วง : สเปกตรัมความถี่ของการตอบสนองการได้ยิน; ส้ม: อิมพัลส์ประสาท)

เสียง (Sound) เป็นคลื่นเชิงกลที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ เมื่อวัตถุสั่นสะเทือน ก็จะทำให้เกิดการอัดตัวและขยายตัวของคลื่นเสียง และถูกส่งผ่านตัวกลาง เช่น อากาศ ไปยังหู แต่เสียงสามารถเดินทางผ่านสสารในสถานะก๊าซ ของเหลว และของแข็งก็ได้ แต่ไม่สามารถเดินทางผ่านสุญญากาศได้

เมื่อการสั่นสะเทือนนั้นมาถึงหู มันจะถูกแปลงเป็นพัลส์ประสาท ซึ่งจะถูกส่งไปยังสมอง ทำให้เรารับรู้และจำแนกเสียงต่างๆ ได้

คลิปโชว์หวาดเสียว (ความรู้ฟิสิกส์ เรื่องการแกว่ง)

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1811148938949917

1526861665871

ความรู้ทางฟิสิกส์

เรื่องการแกว่ง

Pendulum

      เป็นเครื่องเล่นที่จะทำให้ผู้เล่นเคลื่อนที่แบบแกว่งและครอบคลุมถึงการหมุนในแนวดิ่ง เครื่องเล่นประเภทนี้ที่คุ้นเคยได้แก่ เรือไวกิ่ง เฮอริเคน และพรมวิเศษ ที่มีอยู่ในดรีมเวิลด์ รวมถึงเครื่องเล่นเบาๆอย่างชิงช้าสวรรค์ด้วย ความเร่งที่ผู้เล่นได้รับเป็นความเร่งอันเนื่องจาก แรงปฏิกิริยา ของ แรงที่ทำให้การเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะแกว่งหรือจะหมุนก็ตาม ซึ่งสามารถแยกคิดเป็นสองทิศทางคือ ความเร่งอันเนื่องจากแรงหนีศูนย์กลาง a1 และ ความเร่งอันเนื่องจากแรงปฏิกิริยาในแนวเดียวกับการเคลื่อนที่ a2

  

ในบทความนี้จะยกตัวอย่างการแกว่งของเรือไวกิ่ง ความเร่ง a1 จะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงกดผู้เล่นให้ติดที่นั่ง ส่วนความเร่ง a2 จะเป็นความเร่งที่ทำให้ผู้เล่นรับรู้ถึงการเพิ่มหรือการชะลอความเร็วของตัวเรือ ในจังหวะที่ลำเรือเมื่อถูกเหวี่ยงไปที่ปลายของการแกว่งทั้งสองด้าน ตรงปลายทั้งสองนี้เอง ผู้เล่นจะรู้สึกถึงความเร่ง a2 อย่างมาก แต่จะรู้สึกแรงเหวี่ยงจาก a1 น้อย

         ต่อมาเมื่อลำเรือเคลื่อนที่ออกจากปลายของการแกว่งมาถึงตรงที่ลำเรืออยู่ ด้านล่างสุด ตรงครึ่งทางของการแกว่ง ในจังหวะนี้ผู้เล่นจะรู้สึกถึงความเร่ง a2 ไม่มากนัก แต่จะรับรู้ถึงความเร็วที่มีค่ามาก (ความเร็วเชิงเส้นที่มีค่ามาก) และจะรู้สึก แรงเหวี่ยงจากความเร่ง a1 มากด้วย รูปด้านล่างแสดงขนาดและทิศทางของความเร่งทั้งสองขณะที่ลำเรือและผู้เล่นกำลังเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นการอธิบายเรือไวกิ่งด้วยการแหว่งแบบลุกตุ่มนาฬิกา แต่ในการเล่นจริงเรือไวกิ่งอาจจะมีการเคลื่อนที่แปลกไปจากนี้บ้าง ขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมเครื่องจักรที่ใช้สำหรับแกว่งตัวเรือซึ่งเขาจะปรับการแกว่งให้เป็นจังหวะต่างๆ เพื่อความสนุกที่ไม่จำเจของผู้เล่น

จีนสร้างเครื่องติดฟิล์มอัจฉริยะทำเงิน75,000ต่อเดือน

 33186393_397238064105328_6235769111897440256_n

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1811158238948987

มหาวิทยาลัยในประเทศจีน สร้างเครื่องติดฟิล์มโทรศัพท์อัตโนมัติ ใช้เวลาทำงานเพียง4นาที  สร้างรายได้เดือนละ75,000บาทวันนี้(19พ.ค.61)เป็นไปได้ว่าเร็วๆนี้ส่วนแบ่งทางตลาดของบริการติดฟิล์มโทรศัพท์มือถือกำลังถูกผู้เล่นใหม่เข้ามาแบ่งเค้ก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ที่มหาวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ฉางซา ในมณฑลหูหนาน ผุดเครื่องติดฟิล์มโทรศัพท์อัจฉริยะ ที่เคลมว่าสามารถติดได้อย่างแนบสนิทไร้ฟองอากาศไม่พลาดทุกองศา และใช้เวลาเพียงแค่ 4 นาทีเท่านั้น

วิธีการใช้ก็ง่ายดายเพราะเครื่องมีระบบสแกนรุ่นโทรศัพท์อัตโนมัติ โดยติดได้ 100 กว่ารุ่น เวลาชำระเงินก็แค่สแกนผ่านคิวอาร์โค้ด เครื่องติดฟิล์มอัตโนมัตินี้ สร้างรายได้ต่อเดือนประมาณ 15,000 หยวน หรือราวๆ 75,000 บาทเลยทีเดียว ทางชาวเน็ตจีนเลยคอมเมนท์เข้ามาว่า งานนี้คนรับจ้างติดฟิล์มคงเริ่มตกงานกันเสียแล้ว

ปลื้มปีติ! เจ้าชายแฮร์รี่-มาร์เคิล เข้าพิธีเสกสมรสสุดยิ่งใหญ่ (คลิป)



โลโก้ฟิสิกส์ราชมงคลกับเจ้าชายและเจ้าหญิง

 เจ้าชายแฮร์รี่ รัชทายาทลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ และน.ส. เมแกน มาร์เคิล อดีตนักแสดงชาวอเมริกัน เข้าพิธีเสกสมรสเป็นพระสวามีและพระชายาโดยสมบูรณ์แล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พ.ค. และได้รับตำแหน่ง ดยุคกับดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

เมแกน มาร์เคิล ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์เดินทางจากโรงแรมคลีฟเดน เฮาส์ มาถึงโบสถ์ เซนต์ จอร์จ ก่อนเวลา 12:00 น. (18:00 น. วันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย) เพียงเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าโบสถ์ โดยมีเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ทรงทำหน้าที่พาเจ้าสาวเดินผ่านแถวที่นั่งของแขกไปส่งยังแท่นประกอบพิธีเคียงข้างเจ้าบ่าว

พิธีเสกสมรสเร่ิมขึ้นช้ากว่ากำหนดการในเวลา 18:00 น. ประมาณ 6 นาที โดยเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน มาร์เคิล ประกอบพิธีสาบานตนต่อหน้า จัสติน เวลบี อาร์คบิชอปแห่งแคนเทอร์บิวรี โดยต่างฝ่ายต่างประกาศยอมรับอีกฝ่ายเป็นคู่ครอง ขณะที่แขกในงานก็ร่วมสาบานว่า พวกเขาจะให้การสนับสนุนชีวิตแต่งงานของชายหญิงทั้งสอง

จากนั้น เลดี้ เจน เฟลโลว์ส น้องสาวของไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระมารดาผู้ล่วงลับของเจ้าชายแฮร์รี่ ก็ทำหน้าที่กล่าวสุนทรพจน์อวยพรบ่าวสาว โดยยกข้อความมาจากตอนหนึ่งในบทเพลงของโซโลมอน

ต่อมาบาทหลวง ไมเคิล เคอร์รี ผู้นำคริสตจักรอิปิสโคปอล เป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับความรัก ตามด้วยการ ขับร้องบทเพลงคลาสสิกโซล ‘Stand By Me’ ของ เบน อี. คิง โดยคาเรน กิบสัน และวงดนตรี ‘เดอะ คิงดอม ไควเออร์’

ขั้นตอนต่อไป อาร์คบิชอป จัสติน เวลบี เชิญบ่าวสาวกลับมาทำพิธี โดยให้ทั้งคู่กล่าวคำสาบานว่าจะรักและดูแลอีกฝ่าย จนกว่าชีวิตจะหาไม่ “ในยามสุขหรือยามทุกข์ ยามมั่งมีหรือยากจน ยามป่วยไข้ หรือแข็งแรง จะรักและใส่ใจ จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน” จากนั้นจึงทำพิธีแลกแหวนเพื่อเป็นหลักฐานของการแต่งงาน และในที่สุดบิชอป เดวิด คอนเนอร์ ก็ประกาศให้เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล เป็นพระสวามีและพระชายาโดยสมบูรณ์

จากนั้นแขกในโบสถ์จะได้รับฟังบทเพลงซึ่งบรรเลงโดย เชคู เคนเนห์-เมสัน นักเชลโลวัย 19 ปี จำนวน 3 เพลง ในระหว่างที่เจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกน มาร์เคิล จดทะเบียนสมรส ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางกลับเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีเสกสมรสในครั้งนี้

 

Elon Musk วางแผนสร้างระบบเดินทางไปจุดไหนก็ได้ในโลกภายในเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

spacex-transport-system-plan-1

วิสัยทัศน์ของ Elon Musk สำหรับบริษัท Boring Company ที่กำลังขุดอุโมงค์ใต้ดินในเมืองลอสแอนเจลิสเพื่อสร้างระบบการเดินทางแบบใหม่เริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อเขาได้เปิดเผยแผนการรวมเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปของ Boring Company กับจรวดของ SpaceX เพื่อสร้างระบบการเดินทางที่สามารถไปจุดไหนก็ได้ในโลกภายในเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

 

เมื่อ 1 ปีก่อนตอนที่เปิดตัว BFR จรวดขนาดใหญ่ที่ SpaceX วางแผนใช้สำหรับการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร Musk ได้กล่าวไว้ว่าพวกเขาสามารถใช้จรวดและยานอวกาศสร้างระบบการเดินทางที่ไปถึงได้ทุกที่ในโลกภายในเวลาประมาณ 30 นาที แนวคิดนี้กำลังถูกทำให้เป็นจริงเมื่อ Gwynne Shotwell ซีโอโอของ SpaceX ได้พูดถึงแนวคิดนี้เมื่อไม่นานมานี้ว่า “สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

ระบบจะมีการปฏิบัติคล้ายกับการเดินทางด้วยเครื่องบินจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งบนโลกแบบที่ใช้กันอยู่นี้ เพียงแต่ว่าจะเป็นการบินผ่านอวกาศด้วยความเร็วสูงมากถึง 27,000 กม./ชม. ซึ่งจะลดเวลาการเดินทางลงได้อย่างมหาศาล

และเมื่อถึงจุดนั้นเวลาที่ใช้เดินทางไปที่ท่าอวกาศยานเพื่อขึ้นจรวดจะกลายเป็นเวลาที่ถูกใช้ไปมากที่สุดในการเดินทาง แต่ Musk เพิ่งจะบอกว่าเขามีแนวทางแก้ปัญหาเอาไว้แล้ว ด้วยการใช้ระบบไฮเปอร์ลูปของ Boring Company นำผู้โดยสารจากในเมืองข้ามมหาสมุทรไปยังท่าอวกาศยานในเวลาเพียง 10 -15 นาที ซึ่งถ้าเขาทำอย่างนั้นได้จริงเราจะสามารถเดินทางจากกลางเมืองใดเมืองหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้ภายในเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง

สถานที่แรกที่จะมีการเชื่อมต่อระหว่างท่าอวกาศยานกับไฮเปอร์ลูปน่าจะเป็นเมืองลอสแอนเจลิส เพราะพวกเขาได้เตรียมเครือข่ายอุโมงค์ไว้แล้ว ขณะนี้พวกเขาได้สร้างอุโมงค์ใต้ดินเฟสแรกของลอสแอนเจลิสเสร็จแล้ว และกำลังขออนุมัติสร้างเฟสต่อไป มันคงไม่น่าแปลกใจอะไรหากการขุดอุโมงค์ช่วงต่อไปจะเป็นอุโมงค์ที่เชื่อมต่อไปยังท่าอวกาศยาน

ถึงมันจะดูคล้ายกับนิยายวิทยาศาสตร์เข้าไปทุกที แต่ก็ต้องยอมรับว่าแนวคิดนี้เข้าท่าและเป็นไปได้ หากเทคโนโลยีได้รับการพัฒนาไปถึงจุดที่มีความปลอดภัยเพียงพอแล้วละก็ เราคงได้เห็นการเดินทางแห่งอนาคตนี้เป็นแน่

ชมไอเดียการเดินทางในอนาคตของ Elon Musk ได้ในวิดีโอด้านข้างล่าง