คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2018

กล้องฮับเบิลจับภาพแสงออโรราขนาดใหญ่กว่าโลกที่ขั้วเหนือของดาวพฤหัสบดี

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1788530491211762

jupiter-aurora-1

นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางหลายพันไมล์มุ่งหน้าไปไกลถึงแคนาดาหรือไอซ์แลนด์ เพื่อให้มีโอกาสที่จะได้เห็นแสงเหนือ แต่ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับ​​เบิลได้จับภาพใหม่ล่าสุดของแสงออโรราอันงดงามที่อยู่ห่างออกไปไกลแสนไกล: ที่ขั้วเหนือของดาวพฤหัสบดี

โดยการใช้เครื่องตรวจจับรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต (UV) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับ​​เบิล นักวิจัยสามารถจับภาพของแสงออโรราขนาดใหญ่กว่าโลกของเราได้ที่บริเวณขั้วเหนือของดาวพฤหัสบดี แสงอัลตร้าไวโอเล็ตที่สดใสนี้เกิดจากลมสุริยะซึ่งเป็นอนุภาคพลังงานสูงที่พุ่งออกมาจากดวงอาทิตย์ปะทะกับชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดีและชนกับอะตอมของก๊าซ

อนุภาคที่พุ่งชนดาวพฤหัสบดีไม่ได้มาจากพายุสุริยะและเศษซากของกาแล็คซี่อื่นๆเหมือนกับที่ทำให้เกิดแสงออโรราบนโลกเท่านั้น แต่สนามแม่เหล็กกำลังสูงที่ขั้วของดาวพฤหัสบดียังดึงเอาอนุภาคที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟบนดวงจันทร์ไอโอเข้ามาอีกด้วย ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้แสงออโรรามีขนาดใหญ่กว่าที่เกิดขึ้นบนโลกเท่านั้น แต่ยังมีพลังรุนแรงมากกว่าหลายร้อยเท่า

นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาว่าสภาพของลมสุริยะมีผลกระทบต่อแสงออโรราอย่างไร การสังเกตพบแสงออโรราครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ดีมากๆ เนื่องจากยานอวกาศจูโนจะเดินทางมาถึงดาวพฤหัสบดีในวันจันทร์ที่ 4 กรกฏาคมนี้ ในขณะที่กล้องฮับเบิลกำลังสังเกตและตรวจวัดออโรราบนดาวพฤหัสบดี ยานจูโนก็จะตรวจวัดข้อมูลคุณสมบัติต่างๆของลมสุริยะ มันจะเป็นความร่วมมือที่สมบูรณ์แบบระหว่างกล้องโทรทรรศน์และยานอวกาศ

jupiter-aurora-2

“แสงออโรรานี้มันช่างน่าทึ่งและมีชีวิตชีวามากที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา” Jonathan Nichols หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวในการแถลงข่าว “มันเกือบจะดูเหมือนว่าดาวพฤหัสบดีมีการจุดพลุไฟต้อนรับการมาถึงของยานจูโนเลยทีเดียว”

ครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรกที่กล้องฮับเบิลให้ความสนใจต่อแสงออโรราของดาวพฤหัสบดีในขณะที่ยานสำรวจอวกาศเข้าใกล้ดาวเคราะห์ดวงนี้ มันเคยทำงานร่วมกับยานอวกาศแคสซีนีในปี 2000 และทำเช่นเดียวกันเมื่อยานนิวฮอไรซันส์บินผ่านในปี 2007

ชมวิดีโอสั้นๆที่กล้องฮับเบิลจับภาพแสงออโรราบนดาวพฤหัสบดีได้ที่ด้านล่าง

ข้อมูลและภาพจาก  howstuffworks, gizmag

ผลศึกษายันดาวยูเรนัสเหม็นตุๆ จริง เพราะอุดมไปด้วยแก๊สไข่เน่า !!

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1787372744660870

NASA/The LIFE Picture Collection/Getty Images)

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เว็บไซต์ไทม์รายงานว่าทีมนักวิทยาศาสตร์สรุปความเห็นที่ได้จากการค้นคว้า และตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ แอสโตรโนมี ว่าชั้นบรรยากาศที่อยู่เหนือดาวยูเรนัส หรือดาวมฤตยู เต็มไปด้วยแก๊สไข่เน่า กลิ่นคล้ายตดจริง และนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการระบุว่าดาวยูเรนัสถูกปกคลุมด้วยเมฆแก๊สไฮโดรเจน ซัลไฟด์ หรือ เอช2เอส

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องมือที่เรียกว่าเนียร์-อินฟราเรด อินทีเกรล ฟิลด์ สเปคโตรเมเตอร์ หรือไอเอฟเอส ซึ่งเป็นวิธีการแบ่งแยกแสง หรือรังสีแม่เหล็กอื่นๆ ให้มาอยู่ในรูปของสเปกตรัม หรือ ความยาวของคลื่น จากกล้องส่องเจมินินอร์ธ ในมณรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา

นายแพตทริก เออร์วิน สมาชิกในทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่าหากมนุษย์เดินทางไปสำรวจและร่อนลงจอดในดาวยูเรนัส กลุ่มนักเดินทางอาจจะต้องเจอเรื่องที่ไม่น่าดูชมเท่าไร อีกทั้งยังเจอกลิ่นที่แรงของดาวอีกด้วย

“สิ่งที่นักบินอวกาศจะเจอก่อนลงดาวยูเรนัส หากมีการเดินทางถึงในอนาคตคือความทรมาน และบรรยากาศที่มีความหนาวเย็นถึง -200 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นนักบินอวกาศถึงจะเผชิญหน้ากับกลิ่นเหม็น” นายเออร์วินกล่าว

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคาดเดาด้วยว่า เมฆบนดาวยูเรนัส และเนปจูน มีส่วนประกอบของแอมโมเนีย หรือเอ็นเอช 3 เหมือนกับแก๊สที่อยู่บนดาวจูปิเตอร์ และดาวเสาร์ แต่การศึกษาชิ้นใหม่นี้หาความแตกต่างระหว่างแก๊ส ที่อยู่บนดาวเคราะห์หนาวเย็นดังกล่าว ซึ่งโยงไปถึงการเกิดโลกได้อีกด้วย

บ้านสามมิติ

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1787607344637410

ศูนย์พัฒนาเมืองยั่งยืนสถาบันเวิลด์ รีซอสเซส รอส เซ็นเตอร์ ฟอร์ ซัสเทนเนเบิล ซิตีส์ จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยความคืบหน้าของบ้านสามมิติสุดไฮเทคที่ช่วยลดวิกฤตขาดแคลนที่พักอาศัยในประเทศยากจน

โดยร่วมวิจัยกับนิวสตอรี่ องค์กรเอกชนไม่หวังผลกำไรด้านอสังหาริมทรัพย์ ผลิตด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติของบริษัทวุลแคน และใช้ซีเมนต์สำเร็จรูปในการก่อสร้าง เพียง 24 ชั่วโมงก็จะได้บ้านขนาด 60 ตารางเมตร ซึ่งมีพื้นที่มากพอสำหรับครอบครัวปานกลาง และใช้ต้นทุนราว 310,000 ต่อหลัง อย่างไรก็ตาม คณะนักวิจัยคาดว่าต้นทุนการผลิตบ้าน 1 หลังในอนาคตจะลดลงเหลือแค่ 124,000 บาท

ศูนย์พัฒนาเมืองยั่งยืนสถาบันเวิลด์ รีซอสเซส ตั้งเป้า หมายว่าจะสร้างบ้านสามมิติ 100 หลังในชุมชนยากจน ของเอลซัลวาดอร์ ภายใน 18 เดือน เพื่อฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ที่ปลอดภัย รวมถึงยกระดับสุขอนามัย และสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จด้วยดี ทีมวิจัยจะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในราคาที่ถูกลง โดยเชื่อว่าบ้านสามมิติจำนวน 1,000 หลัง สร้างด้วยต้นทุนเพียง 3.1 ล้านบาท

คิดค้นปลูกไฝเทียมเพื่อเตือนโรคมะเร็ง

 CiHZjUdJ5HPNXJ92GRjnuyzziVDB6Gi9cU

Credit : ETH Zurich

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1786719378059540

ส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะไปพบแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการเจ็บป่วย ถ้าเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงก็เบาใจไป แต่บางโรค เช่น มะเร็ง มักจะมีสัญญาณเตือนให้รู้ ถ้าหากสังเกตและตรวจดูร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะได้รักษาอย่างทันท่วงที แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักจะไปพบแพทย์เมื่อเนื้องอกหรือมะเร็งปรากฏและเมื่อถึงตอนนั้นการรักษาก็มักจะสายเกินไป

แต่โอกาสที่จะรู้สัญญาณล่วงหน้าว่าเป็นโรคมะเร็ง อาจเข้าใกล้ความจริงบ้างแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิตในเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รายงานลงวารสารวิทยาศาสตร์ด้านเวชศาสตร์ปริวรรต (Journal Science Translational Medicine) ว่าการปลูกไฝเทียม หรือรอยสักทางชีวการแพทย์ (biomedical tattoo) อาจช่วยจับสัญญาณโรคมะเร็งได้ หลังจากทดลองกับหนูในห้องแล็บเป็นเวลา 1 ปี หนูเหล่านี้ถูกวัดการตอบสนองของระดับแคลเซียมในเลือดที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีการพัฒนาของเนื้องอก นักวิจัยอธิบายว่าถ้าระดับแคลเซียมในเลือดสูงเป็นเวลานาน ตัวรับสัญญาณแคลเซียมในเซลล์ของไฝเทียมก็จะผลิตเอนไซม์ที่ชื่อไทโรซิเนส (tyrosinase) ซึ่งจะแปลงกรดอะมิโนให้กลายเป็นสารสีดำของผิวหนังที่เรียกว่าเมลานิน (melanin) และเมื่อเห็นว่าเป็นจุดดำคล้ำก็เตรียมตัวไปพบแพทย์ได้เลย

นักวิจัยพบว่าประมาณ 40% ของโรคมะเร็งสามารถตรวจพบได้ด้วยทฤษฎีนี้ ที่สำคัญคือสามารถจับสัญญาณของมะเร็ง 4 ชนิดคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งในปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการทดลองกับมนุษย์แต่อย่างใดและวิธีดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการพัฒนาและตรวจสอบว่าจะนำมาใช้กับมนุษย์อย่างได้ผลหรือไม่.

คลิปเตียงนอนกับการเคลื่อนที่วิถีโค้ง (ความรู้ทางฟิสิกส์ การเคลื่อนที่แบบ Projectile )

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1784750848256393


1524547089050

ความรู้ทางฟิสิกส์

        การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์เป็นการเคลื่อนที่ใน  2  มิติ  คือเคลื่อนที่ในแนวระดับและแนวดิ่งพร้อมกัน  ในแนวดิ่งเป็นการเคลื่อนที่ที่มีความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก  (ซึ่งสม่ำเสมอในบริเวณใกล้ผิวโลก)  ในขณะที่การเคลื่อนที่ในแนวราบไม่มีความเร่งเพราะไม่มีแรงกระทำในแนวระดับ  ทำให้เส้นทางการเคลื่อนที่เป็นแนวโค้ง  เส้นทางการเคลื่อนที่ของโพรเจกไทล์จะมีลักษณะเป็นเส้นโค้งแบบพาราโบลา

รูป   เส้นทางการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์

อ่านต่อ

คลิกแมวกวักน่ารัก (ความรู้เรื่องแมวกวัก)

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1784721454925999

1524544437040

เล่าขานตำนาน มาเนกิ เนโกะ แมวกวักนำโชค

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ใครว่าความเชื่อเรื่องโชคลาง จะมีกันอยู่แต่ในหมู่ชาวไทยเท่านั้น เจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างชาวญี่ปุ่น ก็ยังต้องมีที่พึ่งทางใจคอยเสริมโชคลาภอยู่เหมือนกันนะมาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko) แมวกวัก หน้าตาน่ารัก จึงมีปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไปไม่เว้นแม้แต่ในเมืองไทยบ้านเรา จนกลายเป็นแมวน้อยยอดฮิตที่ต้องมีติดบ้าน และร้านค้าไปซะแล้ว

ความเป็นมาของเจ้าแมวกวัก มาเนกิ เนโกะ มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะ (พ.ศ.2186 – พ.ศ.2411) และถูกตีพิมพ์ให้รู้จักกันในวงกว้าง จากหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่งในสมัยเมจิ (พ.ศ.2413) ว่า แมวกวัก มาเนกิ เนโกะ ถูกพบเห็นในศาลเจ้าแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า โดยมีตำนานที่กล่าวถึงเจ้า มาเนกิ เนโกะ อยู่หลายตำนานด้วยกัน

ตำนานหญิงชรา

เรื่องของคุณยายชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่เลี้ยงแมวน้อยเอาไว้เป็นเพื่อน แต่ด้วยฐานะยากจน เธอจึงอดมื้อกินมื้อร่วมกับแมวมาตลอด สุดท้ายคุณยายจำใจต้องเอาแมวตัวนั้นไปปล่อย เพราะไม่สามารถหาอาหารมาเลี้ยงดูมันได้อีกต่อไปแล้ว คุณยายเสียใจมาก และเผลอหลับไป และแล้วคุณยายก็ฝันถึงแมวน้อยตัวนั้น ที่มาบอกคุณยายว่า หากอยากโชคดีให้ลองปั้นตุ๊กตาแมวขึ้นจากดินเหนียวดูสักครั้ง

คุณยายตัดสินใจลองปั้นตุ๊กตาแมวจากดินเหนียวดู โดยยกมือข้างหนึ่งของแมวขึ้นคล้ายกับการกวักเรียกโชคลาภ ต่อมามีคนแปลกหน้าเห็นตุ๊กตาแมวกวักของคุณยาย จึงขอซื้อไป ทำให้คุณยายได้เงินมาประทังชีวิต จากนั้นคุณยายจึงปั้นตุ๊กตาแมวกวักขายอยู่เรื่อย ๆ จนมีเงินพอไปรับแมวตัวเดิมกลับมาอยู่ด้วยอีกครั้ง ทำให้เกิดเสียงร่ำลือว่าตุ๊กตาแมวกวักนี้ เป็นตุ๊กตานำโชค และกลายเป็นตำนานในที่สุด

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

ตำนานแมวเช็ดหน้า

เป็นตำนานที่มาจากความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ที่ว่า หากแมวยกแขนขึ้นมาคลอเคลียที่ใบหน้า แปลว่าจะมีแขกมาหา ดังนั้นจึงเกิดการสร้างตุ๊กตาปั้น รูปแมวกวักขึ้น โดยยกแขนข้างหนึ่งเอาไว้ให้เหมือนเป็นการคลอเคลียที่ใบหน้า เพื่อหวังให้มีแขกมาหาตามความเชื่อ ซึ่งแขกในที่นี้หมายถึง ลูกค้าที่จะเข้าร้านมาซื้อของนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ ชื่อเรียก มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko) จึงมีความหมายตรงตัว ว่า แมวกวัก หรือแมวนำโชค เป็นชื่อที่เป็นสิริมงคล ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

การยกแขน

ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่า แมวกวัก มาเนกิ เนโกะ นั้น มีลักษณะท่าทางในการยกแขนอยู่หลายแบบด้วยกัน โดยมีความหมายดังนี้

1. ยกแขนขวา หมายถึง เป็นการกวักเรียกเงิน เรียกทอง และโชคลาภ2. ยกแขนซ้าย หมายถึง เป็นการกวักเรียกลูกค้าให้เข้าร้าน ขายดิบขายดี3. ยกแขนทั้งสองข้าง หมายถึง การกวักเรียกทั้งเงินทอง โชคลาภ และเรียกลูกค้าให้เข้าร้านไปพร้อม ๆ กัน

 

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

เครื่องประดับ

1. ปลอกคอ ส่วนใหญ่จะเป็นสีแดง มีกระดิ่งห้อยอยู่ โดยเชื่อว่าถ้าห้อยกระดิ่งไว้แมวจะไม่หนีไปไหน โชคลาภก็จะไม่หายไปด้วย

2. ผ้าพันคอ ไว้ช่วยปัดเป่าโรคภัย โดยเชื่อว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก พระโพธิสัตว์จิโซ โบซัสสุ พระโพธิสัตว์ผู้พิทักษ์เด็ก ที่เป็นเคารพนับถือของชาวญี่ปุ่น ซึ่งตามความเชื่อว่าพระโพธิสัตว์จิโซ จะช่วยปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และชาวบ้านจะนำผ้าพันคอไปพันไว้ที่รูปปั้นหินของท่านเป็นการตอบแทน

3. เหรียญทอง มาเนกิ เนโกะ ส่วนใหญ่จะถือเหรียญทองสมัยเอโดะไว้ในมือ เพื่อเรียกเงิน เรียกทอง และความโชคดี บางครั้งอาจเปลี่ยนจากเหรียญทองเป็นแบงค์ แต่ให้ความหมายเดียวกัน

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

ความหมายของสี

1. แบบ 3 สี เป็นที่นิยมมากที่สุด โดยแมวกวักจะมีลำตัวเป็นสีขาว มีลายจุดสีดำ พื้นส้ม ตามแบบฉบับของแมวหางกุดสายพันธุ์โบราณที่หายากในญี่ปุ่น(Japanese Bobtail Cat) โดยเชื่อว่าสีสัน และลวดลายดังกล่าว เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีที่หาได้ยาก

2. สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์ ป้องกันไสยศาสตร์ ภัยมืด

3. สีดำ หมายถึง สีแห่งสุขภาพดี คอยปัดเป่าความชั่วร้าย ผู้หญิงญี่ปุ่นมักนิยมสีนี้ เนื่องจากเชื่อว่าจะช่วยขับไล่ผู้ไม่หวังดี และเหล่ามิจฉาชีพ

4. สีแดง หมายถึง ความคุ้มครอง ที่สามารถไล่ภูติผีวิญญาณได้5. สีทอง หมายถึง การเรียกเงินเรียกทอง มั่งคั่ง ร่ำรวย6. สีเงิน หมายถึง สุขภาพที่แข็งแรง อายุยืนยาว เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือ คนเจ็บป่วย

7. สีเหลือง หมายถึง การช่วยให้คู่รักรักกันได้ยืนยาวตลอดไป ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง

8. สีชมพู เป็นสีที่ไม่ได้มีมาตั้งแต่แรก แต่เพิ่งได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยหมายถึง การให้โชคด้านความรัก เนื้อคู่

9. สีม่วง หมายถึง พลังแห่งศิลปะ10. สีเขียว หมายถึง ให้พลังความสำเร็จในเรื่องการศึกษา

 

มาเนกิ เนโกะ (Maneki Neko)

รู้ถึงความหมายของแมวกวักหน้าตาน่ารัก เครื่องหมายแห่งโชคลาภของญี่ปุ่นกันอย่างนี้แล้ว เพื่อน ๆ สนใจจะมีเจ้า มาเนกิ เนโกะ เอาไว้ที่บ้านสักตัวหรือยังสำหรับใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ก็ลองแวะไปที่ วัดเซ็นโซจิ (Sensoji) ย่านอาซากุสะ (Asakusa) แล้วเลือกตัวที่ถูกใจกลับมาได้เลย เพราะย่านนั้นขึ้นชื่อเรื่องเจ้ารูปปั้นแมวกวัก มาเนกิ เนโกะ ที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก

  myreadyweb.comnongoil.com

นักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนายาชนิดใหม่ที่ให้ผลเหมือนกับการออกกำลังกาย

pill-mimic-effects-of-exercise-1

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1786690108062467

ทุกคนรู้ดีว่าการออกกำลังกายสำคัญต่อสุขภาพอย่างยิ่ง แต่คนจำนวนมากมักมีข้ออ้างสารพัดที่ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนขี้เกียจ คนกลุ่มนี้หากรู้ว่านักวิทยาศาสตร์กำลังพัฒนายาชนิดใหม่ที่ให้ผลเหมือนกับการออกกำลังกายแล้วละก็อาจจะหูผึ่งด้วยความสนใจ แต่ขอโทษยาใหม่นี้ไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้คนขี้เกียจได้ใช้

ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถออกกำลังกายได้ บางคนอาจเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือมีความผิดปกติในการเคลื่อนไหวหรืออ้วนมาก รวมทั้งผู้ป่วยหลังการผ่าตัด คนเหล่านี้ต้องเผชิญกับปัญหาค่อนข้างมากเมื่อต้องออกกำลังกาย ทำให้พวกเขาไม่สามารถได้รับประโยชน์จากการออกกำลังกาย

แต่ถ้าหากมียาที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสิ่งเดียวกันกับผลที่เกิดจากการออกกำลังกาย เช่น ความแข็งแรงและการควบคุมน้ำหนัก โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายจริงๆ มันน่าสนใจมั้ยล่ะ? ยาชนิดใหม่นี้กำลังใกล้เป็นจริงแล้วด้วย นักวิทยาศาสตร์หลายคนกำลังทดสอบสารบางชนิดที่ให้ผลแบบนี้อยู่

“เป้าหมายของเราคือทำความเข้าใจกับวงจรเหล่านี้” Ronald Evans ผู้อำนวยการของห้องปฏิบัติการของสถาบัน Salk Institute for Biological Studies ในแคลิฟอร์เนีย กล่าว “เรากำลังทำตามแนวคิดนี้และพยายามพัฒนายาที่สามารถช่วยให้เราเปิดระบบที่ทำงานตามธรรมชาติในระหว่างการออกกำลังกาย”

นักวิทยาศาสตร์ที่สถาบัน Salk ทำงานนี้มาตั้งแต่ปี 2007 กับสารเคมีที่ชื่อ 516 ซึ่งเลียนแบบผลที่เกิดจากการออกกำลังกาย โดยการกระตุ้นวงจรทางพันธุกรรมที่เฉพาะเจาะจงอันหนึ่งซึ่ง Evans อธิบายว่าเป็น “ประตูหลังสู่เครือข่ายพันธุกรรมของการออกกำลังกาย”

นักวิจัยสร้างมันขึ้นจากงานวิจัยก่อนหน้านี้ซึ่งระบุกลไกทางพันธุกรรมที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อเผาผลาญไขมันมากกว่าคาร์โบไฮเดรต แบบเดียวกับที่นักกีฬาชั้นนำได้รับการฝึกฝน

“มีเหตุผลมากมายที่ทำให้ผู้คนไม่สามารถวิ่ง เดิน หรือออกกำลังกาย” Evans กล่าว “ถ้าคุณสามารถนำโมเลกุลเล็กๆที่สามารถให้ประโยชน์ของการฝึกฝนมาสู่พวกเขาได้ คุณจะสามารถช่วยผู้คนได้จำนวนมาก”

“มิชลิน” เปิดตัว “ไฟเบรกติดหมวกกันน็อก”

 

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1785605718170906

มิชลินและคอสโม คอนเน็กเต็ด ประกาศลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการต่ออายุสัญญาของแบรนด์มิชลินเพิ่มอีก4 ปีในการทำตลาดไฟเบรคติดหมวกกันน็อกสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน  ในประเทศไทยและจีน

หลังจากเปิดตัวในทวีปยุโรปแล้ว ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นของคอสโม คอนเน็กเต็ด ซึ่งออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับผู้ขับขี่รถจักรยานและมอเตอร์ไซค์จะช่วยเสริมความครบครันให้กับกลุ่มอุปกรณ์ที่ใช้ในหมู่ผู้ขับขี่ยานพาหนะสองล้อ โดยมิชลินจะเปิดตัวไฟเบรคติดหมวกกันน็อกนี้ในไทยและจีนต่อไป พร้อมแสดงผลิตภัณฑ์ในงาน Hong Kong Start-up Launchpad  แนวคิดเบื้องหลังนวัตกรรมนั้นเรียบง่ายทว่าลึกซึ้ง  อันดับแรก ไฟเบรกชิ้นนี้จะช่วยให้ผู้ร่วมทางบนท้องถนนมองเห็นผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการติดไฟเบรกไว้ที่ด้านหลังของหมวกกันน็อกและแสดงการชะลอความเร็วของผู้ขับขี่ในระดับสายตา อันดับที่สอง อุปกรณ์ชิ้นนี้จะส่งสัญญาณไปยังเพื่อนหรือญาติของผู้ขับขี่ และ/หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินต่าง ๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุด้วยระบบตรวจจับการชนปะทะ Cosmo Bike ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนักขับขี่รถจักรยาน โดยผสานระบบไฟกระพริบที่ช่วยให้ผู้ใช้ถนนรายอื่น ๆ สามารถคาดเดาวิถีการขับขี่ได้ดีขึ้น เพื่อการใช้ถนนร่วมกันได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้นกว่าเดิม นวัตกรรมชิ้นนี้คว้ารางวัล CES Innovation Awards ประจำปี 2561 ทั้งสิ้นถึง 3 รางวัล

คลิปบันไดเลื่อน (ความรู้ทางฟิสิกส์เรื่องบันไดเลื่อน)


1524537816682

คลิปบันไดเลื่อน (ความรู้ทางฟิสิกส์เรื่องบันไดเลื่อน)

ความรู้ทางฟิสิกส์

มอเตอร์กับโซ่

      หัวใจการทำงานของบันไดเลื่อน คือ มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนด้วยกำลังกว่า 100  แรงม้า ขับเฟืองเกียร์ตัวบนพร้อมโซ่  พาบันไดทั้งชุดให้เคลื่อนที่อยู่ในโครงถัก (โครงโลหะที่ต่อกันอยู่ระหว่างชั้นทั้งสอง)

การออกแบบ ทำเป็นขั้นๆแบบบันได  ขณะที่โซ่กำลังเคลื่อนที่  ขั้นบันไดจะอยู่ในระดับเดียวกันตลอด ยกเว้นด้านบนและล่าง   ซึ่งขั้นบันไดจะยุบตัวเป็นแนวราบ  ช่วยให้ขั้นบันไดเลื่อนเข้าไปได้ง่าย  ภาพล่างเป็นหลักการทำงานของบันไดเลื่อน

คลิกอ่านต่อ

กระบอกน้ำไฮเทค

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1784665508264927

ออเรนจ์ แครต มีเดีย จากสหรัฐอเมริกา เปิดตัว “มินิมอน” กระบอกน้ำอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต ผ่านระบบบลูทูธ เพื่อตรวจสอบ และติดตามการดื่มน้ำในชีวิตประจำวัน รวมถึงส่งสัญญาณแจ้งเตือนเมื่อไม่มีความเคลื่อนไหวเป็นเวลานานเพื่อไม่ให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ และช่วยปลูกฝังพฤติกรรมการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

กระบอกน้ำมินิมอนผลิตจากสแตนเลสสตีล 304 ซึ่งไม่เป็นสนิม และมีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง ผิวด้านนอกชุบเคลือบด้วยทองแดง จึงสามารถเก็บเครื่องดื่มร้อนได้นานถึง 24 ชั่วโมง และเครื่องดื่มเย็นใส่น้ำแข็งที่ 12 ชั่วโมง มีระบบเตือนอุณหภูมิน้ำเพื่อป้องกันการลวก หากเครื่องดื่มมีอุณหภูมิระหว่าง 0-36 องศาเซลเซียส จอแอลอีดีบนฝากระบอกน้ำจะปรากฏเลขเป็น สีเขียว อุณหภูมิระหว่าง 37-60 องศาเซลเซียส จะแสดงเลขเป็นสีส้ม และอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียสจะเป็นเลขสีแดง 

นอกจากนี้หากเครื่องดื่มค้างอยู่ในกระบอกมินิมอนนานกว่า 12 ชั่วโมง บนฝาจะมีสัญลักษณ์กากบาทปรากฏขึ้น เพื่อเตือนว่าไม่ควรดื่มน้ำที่ค้างไว้นาน และไม่มีความสดใหม่