คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2017

แบบทดสอบ เรื่อง การทดลองเสมือนจริง ของฟาราเดย์

17

18

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1600629260001887

วิธีทดลอง

1.  นำแท่งแม่เหล็ก เคลื่อนเข้าไปในวงขดลวด

2. สังเกตว่า เข็มของโวลต์มิเตอร์ กระดิกไปในทิศทางใด

3. เพิ่มขดลวด  ทดลองซ้ำ

4.  ทำแบบทดสอบ  คลิกดูคะแนนได้เลย

คลิก เข้าทำ

แบบทดสอบ

คลิก ดูคะแนน

 แบบทดสอบ

ข้อมูลที่สนับสนุนทฤษฎีของไอน์สไตน์เพิ่มขึ้น

CiHZjUdJ5HPNXJ92GP7KmjHotD3Q4gGpAx

ในปี พ.ศ.2459 นักฟิสิกส์ทฤษฎีชาวเยอรมัน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ทำนายเกี่ยวกับคลื่นความโน้มถ่วง (gravitational waves) ว่าเป็นส่วนหนึ่งจากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (general theory of relativity) ที่เขาเสนอว่าแรงโน้มถ่วงเป็นเหมือนความบิดเบี้ยวของพื้นที่และเวลา ที่เกิดจากการปรากฏตัวของวัตถุบางอย่าง ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันได้ค้นพบว่าทำนายนั้นเป็นจริง หลังจากหอสังเกตการณ์คลื่นแรงโน้มถ่วงด้วยแสงเลเซอร์อินเตอร์เฟอโรมิเตอร์หรือไลโก (Laser Interferometer Gravitational Wave Observatory-LIGO) ตรวจพบระลอกคลื่นความโน้มถ่วงเล็กๆ ที่เกิดจากการควบรวมของ 2 หลุมดำที่อยู่ในอวกาศห้วงลึกเมื่อปี พ.ศ.2558

ล่าสุดนักดาราศาสตร์จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนในสหรัฐอเมริกาและจากยุโรป ได้ร่วมกันเสนอทฤษฎีที่ช่วยสนับสนุนความคิดของไอน์สไตน์ นั่นคือเชื่อว่าคลื่นความโน้มถ่วงกับสายฟ้ามาจากเหตุการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นในอวกาศ โดยอธิบายเปรียบเทียบว่าหากคลื่นโน้มถ่วงเป็นเหมือนฟ้าร้อง นี่คือครั้งแรกที่ได้เห็นสายฟ้าแลบออกมา ทั้งนี้ คลื่นเกิดจากการชนกันของ 2 ดาวนิวตรอนเมื่อราว 130 ล้านปีที่แล้ว เมื่อหอสังเกตการณ์ไลโกตรวจพบครั้งแรกรวมถึงครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 จากหอสังเกตการณ์เวอร์โกในอิตาลี ซึ่งหลังจากการตรวจจับคลื่นเพียง 2 วินาทีก็พบว่ามีการระเบิดของรังสีแกมมาด้วย

นักวิทยาศาสตร์เผยว่า การค้นพบใหม่นี้ช่วยยืนยันทฤษฎีของไอน์สไตน์เพิ่มขึ้น และระบุว่าแสงเดินทางด้วยความเร็วที่เท่ากันประมาณ 299,792 กิโลเมตรต่อวินาที มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ อันเป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้เล็งเห็นความสำคัญของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น จึงเตรียมสนับสนุนเงินราว 37,400 ล้านบาทให้แก่หอสังเกตการณ์ไลโกสำหรับการวิจัยเป็นเวลามากกว่า 40 ปี.

ตู้กดก๋วยเตี๋ยว นวัตกรรมเอาใจคนหิวไม่เป็นเวลา เลือกระดับความเผ็ดได้ด้วย

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1597238590340954

เซี่ยงไฮ้อิสต์รายงานว่า ที่มหานครเซี่ยงไฮ้มีบริการตู้ก๋วยเตี๋ยว สำหรับผู้ที่หิวโหยได้ลิ้มรสชาติก๋วยเตี๋ยวโดยไม่ต้องเดินทางไปถึงร้านหรือ ไปหาร้านเพื่อนั่งกิน

นวัตกรรมนี้ให้ผู้หยอดเงินเข้าตู้และเลือกเมนู รอเพียงแค่ 45 วินาที จะได้รับก๋วยเตี๋ยวชามร้อนๆ

เครื่องนี้เป็นของร้านก๋วยเตี๋ยว ไห่เค่ออี้ ลักษณะการใช้งานคล้ายกับตู้กดน้ำหยอดเหรียญอัตโนมัติทั่วไป มีเมนูให้เลือก และเลือกได้ด้วยว่าจะให้ระบบใส่เครื่องปรุง หรือเครื่องเคียงลงไปในชามก๋วยเตี๋ยว นอกจากนี้ยังเลือกระดับความเผ็ดได้อีกด้วย โดยภายในเวลาแค่ 45 วินาที ก๋วยเตี๋ยวที่สั่งก็พร้อมเสิร์ฟ

ทั้งนี้ มีผู้ที่เข้ามาทดสอบใช้ต่างพูดไปในเสียงเดียวกันถึงรสชาติที่อร่อย เป็นกระแสที่มีผู้ขานรับต่อเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่นครเซี่ยงไฮ้ที่มีการเปิดตัวร้านราเมงที่ไม่ใช้พ่อครัวในการปรุงอาหาร

พ่อค้าฉุน‘หนู’ขโมยกินธัญพืชในร้าน จับมัดติดกับขวด-เอาไม้ตีลงโทษ (คลิป)

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1597740190290794

เว็บไซต์ไลฟ์ลีกเผยแพร่คลิปพ่อค้าจับ “หนู” โดยใช้เชือกผูกขา 4 ข้าง ตรึงไว้กับขวดพลาสติก จากนั้นใช้ไม้ตีสั่งสอน หลังวิ่งเข้าไปในโกดังธัญพืชที่เก็บเอาไว้ในร้านค้า เหตุเกิดทีเมืองไมซอร์ ทางใต้ของอินเดีย

ในคลิปจะได้ยินพ่อค้าถามหนูว่า “แกจะเข้าไปกินธัญพืชอีกหรือไม่” ส่วนคนถ่ายคลิปซึ่งเป็นเพื่อนพ่อค้าหัวเราะชอบใจและบอกว่าหนูตัวนี้ช่างมีชะตากรรมน่าสงสารเหลือเกิน

แบบทดสอบ เรื่อง ประจุและสนามไฟฟ้า

field

คลิกเข้าสู่การทดลอง  HTML 5 

16

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1597733053624841

วิธีทดลอง

1.  นำประจุบวก หรือ ประจุลบ ไปวางไว้บนแผ่น

2. สังเกตทิศทางของสนามไฟฟ้า

3. นำเซ็นเซอร์ ไปวัดค่าแรงดันไฟฟ้าตามตำแหน่งต่าง

4. ทดลองหลายๆแบบ ทำแบบทดสอบ ดูคะแนนได้เลย

คลิก เข้าทำ

แบบทดสอบ

คลิก ดูคะแนน

แบบทดสอบ

คนรัสเซียฮือฮา นึกว่ายานเอเลี่ยน! แสงปริศนาทรงกลมเหนือท้องฟ้ายามค่ำ

CiHZjUdJ5HPNXJ92GP7zrUphHPor6A3ntu

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1595959220468891

ชาวรัสเซียในภูมิภาคไซบีเรีย พากันฮือฮา เห็นแสงประหลาดทรงกลมสีฟ้าใส ปรากฏเหนือท้องฟ้ายามค่ำ จนอดคิดไม่ได้อาจเป็นแสงยานอวกาศของเหล่าเอเลี่ยนที่มาส่องดูโลก ก่อนจะได้รับคำเฉลยจากกระทรวงกลาโหม..

เมื่อ 29 ต.ค. 60 สื่อต่างประเทศรายงาน ชาวรัสเซียในภูมิภาคไซบีเรีย ทางภาคเหนือของประเทศ พากันฮือฮา เห็นแสงประหลาดมีลักษณะทรงกลมเหมือนกับลูกบอล สีฟ้ากระจ่าง ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนอดคิดไม่ได้ว่า แสงประหลาดที่สร้างความพิศวงให้พวกตนนี้ อาจเป็นแสงจากยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกมนุษย์ก็เป็นได้

‘ผมออกไปสูบบุหรี่นอกบ้าน และเห็นแสงประหลาดนี้ จนอดคิดไม่ว่ามันเป็นวันสิ้นโลก’ หนุ่มรัสเซียคนหนึ่งแสดงความเห็นกับ VK สื่อออนไลน์ของรัสเซีย ด้วยความตื่นเต้น

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการคาดเดากันไปต่างๆ นานา โดยเฉพาะตั้งสันนิษฐานว่า แสงประหลาดที่ว่านี้อาจเป็นแสงยานเอเลี่ยนนั้น ด้าน กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า แสงลักษณะรูปทรงกลมนี้ คือ แสงที่เกิดจากการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ที่สามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้ ในวันเดียวกัน

เว็บไซต์ ifiscience รายงานว่า นายอเล็กซีย์ ยาคอฟลีย์ ช่างภาพคนหนึ่งสามารถบันทึกภาพแสงประหลาดนี้ จากเมืองเพิลเซตสก์ ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานที่ทดสอบยิงขีปนาวุธ และได้นำภาพใสโพสต์ลงในเว็บไซต์ VK พร้อมกับเขียนบรรยายใต้ภาพว่า ‘ดูเหมือนจะเป็นความบังเอิญที่ผมสามารถถ่ายภาพนี้ได้’

แบบทดสอบออนไลน์ เรื่อง ประจุไฟฟ้าจากการขัดสี

1509244134569

คลิกเข้าสู่การทดลอง  HTML 5 

15

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1596799027051577

วิธีทดลอง

1.  ให้ท่าน นำลูกโป่ง ไปถูๆกับเสื้อ

2.   สังเกตการเกิดของประจุไฟฟ้า ทั้งบวกและลบ

3. เพิ่มลูกโป่ง เป็นสองใบ ถูๆกับเสื้อต่อ

4.  ทำแบบทดสอบ  ดูคะแนนได้เลย

คลิก เข้าทำ  แบบทดสอบ

คลิก ดูคะแนน แบบทดสอบ

โป๊ปฟรานซิสทรงสนทนากับมนุษย์อวกาศ

โป๊ปฟรานซิสองค์ประมุขแห่งคริสตจักร ทรงพูดคุยกับมนุษย์อวกาศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ

 

วันนี้(27ต.ค.60)สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ได้ทรงพูดคุยกับมนุษย์อวกาศประจำสถานีอวกาศนานาชาติหรือไอเอสเอส  พร้อมวิงวอนให้คุ้มครองโลก หลังมนุษย์อวกาศคนหนึ่งบอกว่า เขาเห็นสิ่งที่สร้างสรรค์จากทัศนคติของพระเจ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ได้ใช้วิดีโอคอล พูดคุยกับมนุษย์อวกาศ 6 คนที่อยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลาประมาณ 20 นาที ด้วยคำถามต่างๆ ขณะที่สถานีอวกาศนานาชาติอยู่ห่างจากพื้นผิวโลกราว 400 กิโลเมตร

ทั้งนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ยังทรงพูดคุยกับนายเซอร์เก  รยาซานสกี มนุษย์อวกาศชาวรัสเซียและแรนดี้  เบรสนิก  มนุษย์อวกาศชาวอเมริกัน  ซึ่งบอกว่ามุมมองจากสถานีอวกาศนานาชาติทำให้พวกเขาเห็นความสวยงามของโลกเกินกว่าจะพรรณนา และหวังเห็นอนาคตของมนุษยชาติ

อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงวิงวอนให้ผู้คนช่วยกันคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของโลก  และสนับสนุนบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า โลกร้อนเกิดขึ้นเพราะส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของมนุษย์

นักดาราศาสตร์ยันดวงจันทร์ที่ 2 ไม่ใช่ขยะอวกาศ

messageImage_1509150552191
เมื่อเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2559 องค์การบริหารการบินและ อวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือองค์การนาซา ได้ประกาศการค้นพบบริวารเสมือน หรือดวง จันทร์ดวงที่ 2 ของโลก (quasi-satellite) โดยตั้งชื่อว่า (469219) 2016 HO3 ซึ่งพบว่าวัตถุบนฟ้าดวงนี้โคจรหมุนวนไปรอบๆ โลกเช่นเดียวกับดวงจันทร์ที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ เพียงแต่ดวงจันทร์ดวงที่ 2 นี้อยู่ไกลเกินไปกว่าจะได้รับการพิจารณาให้เป็นดวงจันทร์บริวารของโลกอีกดวง ทว่ามีเสถียรภาพพอจะนับเป็นสหายเดินทางคู่โลกมานานหลายศตวรรษนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่สงสัยว่าวัตถุ (469219) 2016 HO3 นั้น คืออะไรกันแน่ ระหว่างดาวเคราะห์น้อยธรรมดาๆ กับขยะอวกาศ แต่ในที่สุดก็มีนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา มาไข ความกระจ่างหลังจากที่ใช้กล้องสองตาขนาดใหญ่ (The Large Binocular Telescope-LBT) บนยอดเขาแกรแฮม ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐอริโซนา ส่องศึกษาลักษณะที่แท้จริงของวัตถุดังกล่าวซึ่งพบว่ามีการหมุนวนทุก 28 นาที และมีองค์ประกอบคล้ายกับดาวเคราะห์น้อยและไม่ใช่ขยะอวกาศแน่ๆ
messageImage_1509150561732แม้จะยังไม่แน่ใจว่าวัตถุนี้มาจากที่ใด แต่ข้อสังเกตใหม่เชื่อว่า (469219) 2016 HO3 เป็นวัตถุธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดคล้ายกับดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ และมีวงโคจรใกล้กับโลกที่เรียกว่า Near-Earth-Objects หรือ NEOs ซึ่งเป็นสิ่งที่นักดาราศาสตร์จำเป็นต้องให้ความสนใจเพื่อคำนวณอย่างแม่นยำเร่งด่วนว่าวัตถุบนฟ้าดังกล่าวมีโอกาสจะพุ่งชนโลกหรือไม่.