คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2017

MIT พัฒนารอยสักเปลี่ยนสีได้ตามระดับน้ำตาลในเลือดหรือสารอื่นในร่างกาย

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1481948305203317/

colour-changing-tattoo-1

ความน่าเบื่อและทุกข์ทนจากการที่ต้องเจาะเลือดเพื่อเช็คระดับน้ำตาลในเลือดวันละหลายครั้งของคนเป็นโรคเบาหวานคงจะบรรเทาเบาบางลงไปถ้าสิ่งที่นักวิจัยที่ MIT กำลังพัฒนาถูกนำมาใช้ได้จริง นั่นคือรอยสักที่เปลี่ยนสีได้ตามระดับน้ำตาลในเลือดหรือสารอื่นในร่างกาย

ทีมวิจัยจากโครงการ DermalAbyss ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างนักวิจัยจาก MIT กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้พัฒนาหมึกทำรอยสักชนิดพิเศษ 3 ชนิดที่สามารถเปลี่ยนสีตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของน้ำที่อยู่ระหว่างเซลล์ (interstitial fluid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของร่างกายที่มีอยู่ราว 16% ของน้ำหนักตัว

ที่น่าสนใจที่สุดคือมีหมึกหนึ่งในสามชนิดสามารถวัดระดับน้ำตาลได้ หมึกจะเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีน้ำตาลเมื่อระดับน้ำตาลสูงขึ้น นี่คงจะถูกใจผู้ป่วยโรคเบาหวานเพราะจะช่วยหลีกเลี่ยงการเจาะเลือดได้

หมึกอีกชนิดหนึ่งสามารถเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีม่วงสัมพันธ์กับระดับความเป็นกรดด่างหรือตามค่า pH ส่วนอีกชนิดที่เหลือสามารถตรวจจับระดับโซเดียมหรือเกลือได้ โดยมันจะเรืองแสงเจิดจ้าภายใต้แสง UV เมื่อมีระดับโซเดียมเพิ่มสูงขึ้น

colour-changing-tattoo-2

“มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการตรวจติดตามแบบต่อเนื่อง เช่น การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์, การติดตามข้อมูลของตัวเอง และการเปลี่ยนข้อมูลต่างๆในร่างกายให้เป็นสัญญาณ” ทีมวิจัยกล่าว

สำหรับบางคนที่สุขภาพไม่ค่อยดีต้องตรวจติดตามด้านโภชนาการอย่างระมัดระวัง หรือแม้กระทั่งคนที่ต้องการแค่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ด้วยรอยสักเปลี่ยนสีได้นี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าท่าและดูเท่ไม่เบา

“คนที่เป็นโรคเบาหวานส่งอีเมล์ถึงเราและบอกว่าพวกเขาต้องการทดลองมัน” Xin Liu หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว

ถ้าคุณต้องการทำรอยสักเปลี่ยนสีได้นี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คงจะต้องรอไปก่อนเพราะมันยังเป็นแค่ขั้นตอนพิสูจน์แนวคิดเท่านั้น นักวิจัยยังต้องทำการทดสอบและทำวิจัยเพิ่มเติมอีกมากมายก่อนที่จะใช้งานได้จริง

ก่อนที่เทคโนโลยีน่าอัศจรรย์ใจนี้จะได้รับอนุมัติให้ใช้กับมนุษย์ได้ มันจะต้องผ่านการทดสอบอีกหลายขั้นตอน คงจะต้องมีการทดสอบกับสัตว์ก่อน หลังจากนั้นถึงจะเป็นการทดสอบกับคน สิ่งที่จะต้องค้นหาคือผลร้ายหรือผลข้างเคียงในทางลบของหมึกและการติดเชื้อ

นอกจากนี้ยังต้องทำให้แน่ใจว่ารอยสักจะเป็นตัวบอกที่แม่นยำมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ในด้านการแพทย์คุณอาจจะต้องการให้การเปลี่ยนสีของรอยสักมีความเชื่อถือได้เหมือนกับการตรวจเลือด แต่บอกได้เลยว่ามันยังไม่ถึงขนาดนั้น

“มันคงต้องใช้เวลาอีกนานว่ามันจะใช้งานได้ดีและใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ แต่มันได้กระตุ้นจินตนาการและเปิดช่องทางแห่งความเป็นไปได้” Liu กล่าว

 

http://www.takieng.com/stories/4923

ข้อมูลและภาพจาก cbsnews, sciencealert

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1481947938536687

Live OSระบบโต๊ะทำงานอัจฉริยะ ตรวจจับท่าทางได้

0598beาพจาก www.geek.com

สุดเจ๋ง! Live OS ระบบโต๊ะทำงานอัจฉริยะ ตรวจจับอิริยาบถ ทำงานด้วยเซนเซอร์ผ่านแอปพลิเคชั่นวันนี้ (26มิ.ย.60) Live OS ระบบตรวจจับอิริยาบถการทำงานด้วยเซ็นเซอร์ที่ติดอยู่กับเฟอร์นิเจอร์ภายในออฟฟิศ เช่น โต๊ะหรือ เก้าอี้ โดยเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ จะสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นได้ ซึ่งถ้าเป็นโต๊ะก็อาจสามารถปรับระดับความสูงให้เหมาะสมได้ หรือจะปรับสลับระหว่างการนั่งทำงานหรือยืนทำงานก็ได้ หรือถ้าเป็นเก้าอี้ ก็อาจมีการสั่นแจ้งเตือนว่านั่งนานเกินไปแล้ว ซึ่งความสามารถพิเศษเหล่านี้ รวมทั้งช่วยรักษาสุขภาพแล้วยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคนในออฟฟิศอีกด้วยนอกจากนี้ Live OS ยังมีการเก็บสถิติการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ไว้บน Cloud อีกด้วย เพื่อให้เจ้าของบริษัทหรือออฟฟิศสามารถดูสถิติการใช้เฟอร์นิเจอร์ทำงานได้อย่างสะดวก โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้งานแบบจำกัดเฉพาะในสหรัฐอเมริกาในเร็ว ๆ นี้ 

0598c0

0598c1

 https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1494911167240364

นักวิจัย มจธ.พบความรู้ใหม่ใช้วัสดุนาโนเปลี่ยนน้ำตาลเป็นสารราคาแพง

560000006758101

      นักวิจัย มจธ. ค้นพบองค์ความรู้ใหม่ใช้วัสดุนาโนเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลเป็นสารมูลค่าสูง และเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้า ตั้งเป้าเพื่อใช้เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะน้ำตาลจากอ้อยที่ไทยส่งออก

จากเหตุผลว่าไทยผลิตน้ำตาลได้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่อ้อยและน้ำตาลกลับมีมูลค่าไม่คงที่และมีแนวโน้มลดลง ทีมนักวิจัยโฟโตแคท (Photocat) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงตั้งโจทย์ที่จะเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นสารที่มีมูลค่าสูง โดยได้คิดนวัตกรรมและวิจัยการใช้วัสดุนาโนที่มีสมบัติเชิงแสงสามารถนำแสงมาเปลี่ยนเป็นพลังงานรูปแบบอื่น หรือใช้เพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร

ผศ.ดร.สุรวุฒิ ช่วงโชติ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือและวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และอาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์นาโนและเทคโนโลยีนาโน มจธ. หัวหน้าโครงการวิจัยดังกล่าวระบุว่า งานวิจัยกลุ่มนี้คือการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนพลังงานชีวมวลและน้ำตาลให้เป็นสารเคมีมูลค่าสูง โดยการใช้กระบวนการเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงหรือโฟโตคาตาไลซิส (Photocatalysis) ถือเป็นกระบวนการใหม่ที่สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของไทย เช่น การเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นไซลิทอล (Xylitol) สารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ดีต่อสุขภาพที่ตลาดค่อนข้างเติบโต

การผลิตไซลิทอลในอุตสาหกรรมเป็นการเปลี่ยนน้ำตาลซูโครสที่มีราคาสูงให้เป็นไซลิทอล โดยการหมักด้วยยีสต์ที่ต้องใช้เวลานานและต้องมีกระบวนการต่อเนื่องหลายกระบวนการเพื่อแยกยีสต์ออกจากไซลิทอล แต่การศึกษาวิจัยชิ้นนี้ เป็นการประยุกต์ใช้การเร่งปฏิกิริยาเชิงแสงด้วยตัวเร่งปฏิกิริยาระดับนาโนที่ใช้เวลาไม่นาน กระบวนการไม่ซับซ้อน และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จึงเป็นผลิตภัณฑ์สะอาดหรือกรีนโปรดักส์ ซึ่งกระบวนการนี้ยังสามารถพัฒนาต่อไปเพื่อผลิตพลังงานหรือเคมีภัณฑ์อื่นๆ จากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรตัวอื่นได้

ด้วยแนวคิดนวัตกรรมการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นสารเคมีมูลค่าสูงนี้ ทีมโฟโตแคทประกอบด้วย ผศ.ดร.สุรวุฒิ และ ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มจธ. ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา หัวหน้าห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอนไซม์ ไบโอเทค น.ส.กมลชนก รุ่งเรือง นักศึกษาปริญญาเอก มจธ. น.ส.ณัฐธิดา ศรีศศิวิมล และ น.ส.อรนุช สิทธิพันธ์ศักดา นักศึกษาปริญญาโท มจธ. จึงได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท Smart-Eco Products จากงาน PTTGC Open Innovation Challenge 2016: Smart-Eco Innovation

นอกจากผลงานดังกล่าว ผศ.ดร.สุรวุฒิ ยังทำการวิจัยอีก 1 กลุ่มงานคือ การเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดใหม่โดยใช้วัสดุนาโน เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดสารอินทรีย์และชนิดเพอรอฟสไกต์ (perovskite) ซึ่งทางทฤษฎีนั้นมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ดีกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอนที่มีขายอยู่ทั่วไป ประกอบกับการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิกอนนั้นจะต้องผลิตขึ้นเฉพาะในห้องสะอาดที่ควบคุมปริมาณอนุภาคของฝุ่นละอองและสิ่งปนเปื้อน (Clean Room) เท่านั้น

“งานวิจัยส่วนนี้สามารถประกอบเซลล์แสงอาทิตย์จากวัสดุนาโนในห้องปฏิบัติการทั่วไปได้ งานวิจัยอีกส่วนคือการวิจัยการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อควบคุมคุณสมบัติเชิงแสงของวัสดุ เป็นการใส่พลังงานไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยเข้าไปในวัสดุเพื่อให้คุณสมบัติเชิงแสงหรือสีของวัสดุเปลี่ยนไป หรือที่เรียกกันว่าอิเล็กโตรโครมิค (Electrochromic) จนสามารถนำมาใช้ภายในอาคารเพื่อควบคุมแสงที่เข้ามาในอาคาร ช่วยลดความร้อนเข้าสู่อาคาร จึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงานในการทำความเย็นในอาคารได้”

ผศ.ดร.สุรวุฒิ กล่าวตอนท้ายว่า การศึกษาวิจัยทั้ง 2 กลุ่มงานดังกล่าวข้างต้นใช้หลักการเดียวกันคือการใช้วัสดุนาโนกับพลังงานแสงมาประยุกต์ใช้ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานอื่น หรือเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตผลทางการเกษตร ส่วนสาเหตุที่ให้ความสนใจและทำงานศึกษาวิจัยเรื่องนี้ก็เพื่อความยั่งยืนของพลังงานและสิ่งแวดล้อมนั่นเอง 

 560000006758102

ผศ.ดร.สุรวุฒิ ช่วงโชติ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1480926591972155

ถามใจดู คุณกล้ามั้ย? สุดสยิว วิวสวย โดดหน้าผาที่นอร์เวย์! (คลิป) ความรู้ฟิสิกส์ เรื่อง การตกอย่างเสรี (Free Falling)

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1480322758699205/

mSQWlZdCq5b6ZLkmwsBzlapfqfDGMwEu

 

https://youtu.be/yUHAflyT5Yo

เรื่องนี้ต้องดูด่วนๆ เพราะคลิปที่นำเสนอวันนี้ เป็นคลิปสุดสยิว ถามคำเดียว! ถ้าเป็นคุณจะกล้ากระโดดมั้ย?

โดยคลิปนี้เป็นคลิปของเพจ Spectacular Norway ซึ่งเป็นคลิปหวาดเสียวที่บรรดาจั๊มเปอร์ พากันกระโดดลงมาจากยอดเขาสูงของเทือกเขา Kjerag ในโรกาแลนด์ ประเทศนอร์เวย์ โดยเบื้องล่างเป็นวิวที่สวยงาม มีน้ำสีฟ้าสีน้ำเงิน ตัดกับยอดเขา แต่ความสูงของหน้าผาที่กระโดดลงมานี่สิ ทำเอาหัวใจคนดูจะวายไปด้วย

เราก็คิดไปโน่น ถ้าปีกไม่กาง ร่มไม่กาง จะทำอย่างไร? พูดเลยแค่ปีนขึ้นไปเพื่อจะกระโดด ขาก็สั่นจะแย่แล้ว ไม่ต้องกระดงกระโดดหรอกพ่อคุณแม่คุณ!

ชมคลิปสุดหวาดเสียวที่นี่

ความรู้ทางฟิสิกส์

การตกอย่างเสรี (Free Falling) เป็นการ เคลื่อนที่ในแนวดิ่งภายใต้ความโน้มถ่วงของโลก หรือเป็นการเคลื่อนที่อย่างอิสระของวัตถุ โดยมีความเร่งคงที่เท่ากับ ความเร่งเนื่องจากแรงดึงดูดของโลก (g) มีทิศทางพุ่งลงสู่จุดศูนย์กลางของโลกมีค่าประมาณ 9.8 หรือ 10 เมตร/วินาที2

      การศึกษาการตกอย่างเสรีในที่นี้เราจะกล่าวถึงลักษณะของการเคลื่อนที่ 3 ลักษณะ ได้แก่

1. ปล่อยวัตถุลงในแนวดิ่งด้วยความเร็วต้นเท่ากับศูนย์

2. ปาลงในแนวดิ่งด้วยความเร็วต้น

3. ปาขึ้นในแนวดิ่งด้วยความเร็วต้น

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1480322528699228

ที่จอดรถอัตโนมัติ แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1480939275304220/

1498445065808

ที่จอดรถอัตโนมัติ แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1480938985304249

ดูกันครับว่าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือศิลปิน !!!

      ดูกันครับว่าคุณเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือศิลปิน !!!
ถ้าเห็นภาพแล้วเห็นคนหมุนตามเข็มนาฬิกา แสดงว่าสมองซีกขวานำ ถ้าเห็นคนหมุนทวนเข็มนาฬิกา สมองซีกซ้ายนำ สมองซีกขวาเป็นพวกศิลปิน สมองซีกซ้ายพวกนักวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าเห็นคนหมุนกลับซ้าย-ขวาได้ คุณควบคุมสมองทั้งสองซีกได้

1498401984205

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1479978988733582/

แผ่นเจลเอนกประสงค์ ติดผนังแน่นหนึบ ไม่ต้องเจาะผนัง ใช้ติดโทรศัพท์ในรถ สารพัดประโยชน์

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1480952395302908/

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1480953681969446/

 

https://youtu.be/5TlHhFf1wlA

 

https://youtu.be/BnvDi0fU6Ts

HTB1uLHIKVXXXXcJaXXXq6xXFXXXU

แผ่นเจลเอนกประสงค์ ติดผนังแน่นหนึบ ไม่ต้องเจาะผนัง ใช้ติดโทรศัพท์ในรถ สารพัดประโยชน์

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1480959151968899

Walabot กล้องมองทะลุกำแพง ใช้งานง่าย แค่แปะเข้าไปบนสมาร์ทโฟน

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1488896964508451/

 

https://youtu.be/CoWdmFFnMi0

สำหรับพ่อบ้านที่มักจะซ่อมแซมหรือทำอะไรในบ้านด้วยตัวเอง หรือจะเป็นช่างไฟ ช่างประปา ช่างอะไรก็แล้วแต่…น่าจะเคยประสบปัญหาเวลาต้องรื้อสายไฟ หรือหาท่อน้ำ ที่อยู่หลังกำแพงไม่เจอ หรือใช้สว่านเจาะกำแพงแต่ดันไปโดนท่อน้ำ หรือแม้แต่อยากจะหารังหนู รังปลวกในบ้านก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยแกดเจ็ทสุดล้ำอย่าง Walabot กล้องที่จะทำให้เรามองทะลุกำแพงได้

Walabot เป็นอุปกรณ์เซ็นเซอร์แบบ 3 มิติ ที่จะติดเอาไว้ที่หลังของสมาร์ทโฟนโดยใช้แม่เหล็ก และใช้การเสียบสาย USB เข้ากับตัวมือถือ โดยความสามารถสุดเจ๋งของมันก็คือ สามารถตรวจจับท่อเหล็ก, ท่อ PVC, สายไฟ, เหล็กเส้น, โครงกระดูกของคนหรืออะไรๆ ที่ถูกฝังไว้ในกำแพงบ้านก็ยังได้

Walabot ยังสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวหลังกำแพงได้อีกด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นหนู แมว งู รังปลวก ฯลฯ ซึ่งสามารถตรวจจับวัตถุและการเคลื่อนไหวหลังกำแพงหนาระดับ 10 ซม. ไม่ว่าจะเป็นกำแพงคอนกรีต กำแพงยิปซัม กำแพงไม้ ฯลฯ

นอกจากนี้ Walabot ยังมีเวอร์ชั่นสำหรับนักพัฒนาที่สามารถเอาไปต่อยอดทำอุปกรณ์อย่างอื่นได้อีก อาจจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการเล่นเกม หรืออาจจะเป็นอุปกรณ์ล้ำๆ สำหรับตำรวจหรือทหารที่เอาไว้มองหาผู้ร้ายหรือศัตรูหลังกำแพงก่อนจะบุกเข้าไป 

https://droidsans.com/see-through-walls-gadget-walabot/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1488896507841830