คลังเก็บรายเดือน: มีนาคม 2017

บินเดี่ยวไปเลย!! ‘Martin Jetpack’ อากาศยานส่วนบุคคลสำหรับคนชอบบินโดยเฉพาะ มาดูสเปคกันเลย

โลกที่เต็มไปด้วยมนุษย์บินได้อาจฟังดูเหนือจินตนาการไปซักหน่อย และดูเหมือนจะไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ในยุคที่เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เมื่อบริษัท Martin Aircraft ประกาศวางจำหน่าย Martin Jetpack อากาศยานส่วนบุคคลอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

MARTINJETPACK.COM

Martin Jetpack คืออากาศยานส่วนบุคคลที่นักบินสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Quad Rotor, Spark Ignition ขนาด 2 ใบพัด บินต่อเนื่องได้ 30 นาที ไต่ระดับความสูงที่ 2,500 ฟุต ทำความเร็วได้สูงสุด 75 กม./ชม นอกจากการบังคับควบคุมด้วยนักบินแล้ว Martin Jetpack ยังสนับสนุนระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และการนำทางด้วยระบบ GPS อีกด้วย

ส่วนใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยผู้พัฒนายืนยันว่าเจ้า Martin Jetpack มีความปลอดภัยในระดับสากล เพราะ ควบคุมความปลอดภัยด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากระบบตรวจพบว่าเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ ร่มนิรภัยจะกางขึ้นโดยอัตโมัติ

Martin Jetpack เปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ สนนราคาที่ $150,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5 ล้านบาท ใครอยากบินได้ รีบไปลงทะเบียนให้ไวเลย ช้าหมดอดบินไม่รู้นะ!

เชิญรับชม

MARTINJETPACK.COM
MARTINJETPACK.COM

คลิปประกอบ

 

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1395484993849649/

มีเหมือนกัน!! พบพีระมิดขนาดเล็กอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี กลางไซต์งานก่อสร้างในจีน รูปทรงจะเป็นยังไง? ดูเลย

พีระมิด คือ สิ่งก่อสร้างที่มีรูปร่างเป็นฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ซึ่งเป็นหลักฐานของอารยธรรมยุคโบราณ แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดการค้นพบครั้งใหม่ ที่ทำให้นักโบราณคดีถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เมื่อคนงานก่อสร้างขุดพบพีระมิดขนาดเล็กที่ประเทศจีนเข้าโดยบังเอิญ

YOUTUBE @SHANTIUNIVERSE

พีระมิดขนาดเล็กที่ค้นพบครั้งนี้ มีความสูงเพียงแค่ 1.8 เมตรและกว้าง 30 เมตรเท่านั้น โดยพบที่ไซต์ก่อสร้างแห่งหนึ่งในเมือง Zhengzhou มณฑล Henan ในประเทศจีน

นักโบราณคดีได้วิเคราะห์พีระมิดขนาดเล็กที่ค้นพบว่า รูปร่างของพี่ระมิดที่พบมีลักษณะคล้ายกับพีระมิดของฟาโรห์ในประเทศอียิปต์ แต่ต่างกันตรงที่มีขนาดเล็กกว่ามาก และเนื่องจากพีระมิดนี้สร้างขึ้นจากอิฐ นักโบราณคดีจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าพีระมิดแห่งนี้อาจถูกสร้างขึ้นมาในสมัยราชวงศ์ฮั่น และน่าจะมีอายุเก่าแก่ประมาณ 2,000 ปี

 

YOUTUBE @SHANTIUNIVERSE

นอกจากพีระมิดขนาดเล็กที่คนงานก่อสร้างชาวจีนได้ขุดพบแล้ว ในบริเวณใกล้ๆ กันนี้ ยังพบหลุมศพที่คาดว่าน่าจะมีอายุใกล้เคียงกับพีระมิดที่ขุดพบ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นหลุมศพของใคร

การขุดพบพีระมิดในครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่อาจเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตได้ และหลังจากนี้พื้นที่ที่ขุดพบมีแพลนจะสร้างเป็นที่พักอาศัย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงจะทำการเคลื่อนย้ายพีระมิดขนาดเล็กที่ขุดพบในครั้งนี้ไปเก็บรักษาไว้ที่อื่นต่อไป

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1396364173761731

Google Maps ออกฟีเจอร์ใหม่ แชร์ตำแหน่งของเราไปให้เพื่อนได้แบบเรียลไทม์

Google Maps ออกฟีเจอร์ใหม่ แชร์ตำแหน่งของเราไปให้เพื่อนได้แบบเรียลไทม์

ขอบคุณภาพประกอบจากเว็บ smartphones.gadgethacks.com

มันเจ๋งมาก กับฟีเจอร์ใหม่ของแอพฯ แผนที่ยอดนิยมอย่าง Google Maps ที่เปิดโอกาสให้คุณสามารถแชร์ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ของคุณ กับเพื่อน ผู้ร่วมงาน หรือสมาชิกในครอบครัวของคุณได้เลย มันมีประโยชน์มากในกรณีที่เรากำลังขับรถตามกันไปในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แล้วเกิดเพื่อนถามว่าเราขับรถไปถึงไหนแล้ว แทนที่เราจะต้องพูดบรรยายให้เพื่อนฟัง ก็ใช้งานฟีเจอร์นี้เลยง่ายกว่า หรือในสถานการณ์ที่เรานัดเจอเพื่อนในร้านอาหารแห่งใหม่ นั่งรอแล้วรอเล่าเพื่อนก็ไม่โผล่หน้ามาซะที จนเราไม่แน่ใจว่าเพื่อนหลงทางหรือเปล่า หรือว่ามาถูกไหม ก็ใช้งานฟีเจอร์ใหม่ Share location แชร์ตำแหน่งของเราไปให้เพื่อนได้เลย

Google Maps ออกฟีเจอร์ใหม่ แชร์ตำแหน่งของเราไปให้เพื่อนได้แบบเรียลไทม์

รูปแบบการใช้งานก็ง่ายมากครับ เพียงแค่แตะที่คำสั่ง Share location จากนั้นเลือกว่าจะแชร์ให้เพื่อนคนไหน ต่อมาจะมีตัวเลือกให้ว่า เราจะแชร์ตำแหน่งให้เพื่อนคนนี้เป็นระยะเวลายาวนานขนาดไหน (เลือกได้ในช่วง 15 นาที ถึง 3 วัน) หรือแชร์ไปแบบยาวๆ จนกว่าเราจะมากดยกเลิกก็ยังได้ จากนั้นก็ส่งการแชร์ไป มันก็จะไปขึ้นแจ้งเตือนการแชร์ตำแหน่งบนหน้าจอสมาร์ทโฟนของเพื่อน พอเขาเปิดดูการแจ้งเตือน ก็จะมีการแสดงตำแหน่งของเราบนแผนที่ Google Maps เลยครับ

โดยฟีเจอร์การแชร์ตำแหน่งผ่าน Google Maps จะเปิดให้ใช้งานได้ทั่วโลกผ่านแอพฯ บนระบบ iOS, Android รวมถึงบนเครื่อง PC ในเร็วๆ นี้ครับ
ที่มา : www.digitaltrends.com

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1395487377182744

รีไซเคิลแบบใหม่เปลี่ยนขวดเป็นทรายในพริบตา

 “DB Breweries” เปิดตัวนวัตกรรมย่อยสลายขวดรูปแบบใหม่ เปลี่ยนขวดเบียร์ที่ใช้แล้วให้กลายเป็นทรายได้ภายในพริบตา 

วันนี้(21มี.ค.60)DB Breweries บริษัทผู้ผลิตเบียร์ในประเทศนิวซีแลนด์ คิดค้นนวัตกรรมใหม่ของการดื่มเบียร์ ที่จะทำให้ผู้บริโภคช่วยกันรักษาหาดทรายไปพร้อมกันกับการดื่มเบียร์ ด้วยการพัฒนาเครื่อง DB Export Beer Bottle Sand หรือเครื่องย่อยสลายขวดให้กลายเป็นทราย โดยเมื่อใส่ขวดเข้าไปในเครื่องกระบวนการย่อยสลายจะเริ่มขึ้นทันที จาหขวดจะถูกย่อยสลายให้กลายเป็นทรายด้วยระบบสุญญากาศ

เบียร์ 1 ขวดจะได้ทรายประมาณ 200 กรัม ภายในระยะเวลาเพียง 5 วินาที สำหรับทรายที่ได้จะถูกนำไปใช้กับงานสาธารณประโยชน์ของประเทศ นอกจาก ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะติดตั้งอยู่ตามสถานบันเทิงแล้ว และไซต์งานก่อสร้างของบริษัทเอกชนที่ต้องการแปรสภาพขวดเบียร์ให้เป็นทราย เพื่อใช้ในงานก่อสร้างของตัวเองได้อีกด้วย  DB Export Beer Bottle Sand ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=132519&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1396247397106742

 

“Umbrella Here”ร่มสานสัมพันธ์ชวนคนร่วมแชร์

 “Umbrella Here ”ร่มอัจฉริยะที่ช่วยส่งสัญญาณกระตุ้นให้ทุกคนรู้จักความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในยามที่ฝนตกโดยชวนคนมาร่วมแชร์ หากคุยถูกคอมีแอดเฟรนด์ให้ด้วย 

วันนี้(27มี.ค.60)Umbrella Here นวัตกรรมร่มอัจฉริยะ ที่ทำหน้าที่คล้ายกับรถแท็กซี่ ส่งสัญญาณว่าร่มของคุณพร้อมที่มอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้อื่น พาผู้คนไปสู่จุดหมายปลายทางตามต้องการ โดยไฟจะหรี่ลงเมื่อเรากำลังรับส่งผู้คน และถ้าร่มว่างไฟจะสว่างเต็มที่

นอกจากนี้การทำงานของ Umbrella Here   สามารถเปลี่ยนสีหลอดไฟตามสภาพอากาศได้  โดยหลอดไฟบนร่มจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่ออากาศร้อน เปลี่ยนเป็นสีฟ้าเมื่ออากาศหนาว และเป็นไฟกระพริบเมื่อเวลาฝนตก

อีกทั้งยังบันทึกจำนวนคนที่ได้มาแชร์ร่มร่วมกับเรา ซึ่งหากคุณคุยกันถูกคอระหว่างเดินทาง เเละอยากจะทำความรู้จักมากขึ้น ระบบก็จะส่งต่อข้อมูลให้คุณสามารถ add friend เพื่อติดต่อหากันได้ เเละในบางกรณีที่คุณลืมร่ม นวัตกรรมสุดล้ำยังส่งสัญญาณมาที่โทรศัพท์มือถือของคุณ เพื่อเตือนความจำให้คุณอย่าลืมนำร่มกลับ

Umbrella Here ร่มอัจฉริยะ ยังสามารถเช็คสภาพอากาศผ่านทางแอพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือ โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซค์ www.umbrellahere.com เพื่อเช็คสภาพอากาศได้

ที่มา http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=133149&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1397266987004783

Dring Smartcane ไม้เท้าอัจฉริยะ ติดตามทุกฝีก้าวผู้ใช้งาน

Dring Smartcane

Dring Smartcane ไม้เท้าอัจฉริยะ ติดตามความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวของผู้ใช้งาน พร้อมระแบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉิน

Nov’in บริษัทผลิตอุปกรณ์ไอทีสัญชาติฝรั่งเศส ได้เปิดตัว Dring Smartcane ไม้เท้าอัจฉริยะที่สามารถติดตามความเคลื่อนไหวผู้ใช้งานได้ในงาน CES 2017  พร้อมคว้ารางวัล CES Innovation Awards ประจำปี 2017

Dring Smartcane

หลักการทำงานของ Dring Smartcane คือใช้อุปกรณ์ตรวจวัดต่าง ๆ ที่อยู่ภายในไม้เท้าอย่าง Accelerometer (เซ็นเซอร์วัดองศาความเอียงของตัวอุปกรณ์) และ Gyroscope (เซ็นเซอร์ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวของอุปกรณ์) เพื่อติดตามทุกความเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานทุกย่างก้าวและช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ดูแล

นอกจากนี้ Dring Smartcane ยังมีระบบแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลทั้งทางโทรศัพท์, ข้อความ และอีเมล กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การเดินเริ่มผิดปกติอาจส่งผลให้ผู้ใช้งานล้มลงได้ เป็นต้น รวมถึงยังมีระบบบันทึกข้อมูลการใช้งานไม้เท้าอีกด้วย

ที่มา : https://men.kapook.com/view164109.html

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1395040967227385

เจ้าพ่อแอนดรอยด์โชว์ของ! Andy Rubin เผยสมาร์ทโฟนใหม่ ไร้ขอบ จอแสดงผลจรดมุม

 

เจ้าพ่อแอนดรอยด์โชว์ของ! Andy Rubin เผยสมาร์ทโฟนใหม่ ไร้ขอบ จอแสดงผลจรดมุม

เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เมื่อพ่อผู้ให้กำเนิดสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์อย่าง Andy Rubin ได้ออกมาเปิดธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่และเตรียมออกสมาร์ทโฟนเรือธงของตัวเองออกสู่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งล่าสุด เขาก็ได้เผยโฉมต้นแบบสมาร์ทโฟนให้แฟนๆ ได้ยลโฉมกันผ่านทวิตเตอร์ของเขาเอง

I’m really excited about how this is shaping up. Eager to get it in more people’s hands…

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เห็นเต็มๆ แต่เราก็ได้เห็นว่า สมาร์ทโฟนใหม่ของ Rubin นี้ มีหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบ เหมือนกับ Xiaomi Mi Mix 2 รวมทั้งมีขนาดที่ใหญ่กว่า iPhone 7 Plus และด้านหลังของตัวเครื่องเป็นวัสดุเซรามิกอีกด้วย ส่วนหน้าตามือถือและฟีเจอร์ต่างๆ จะเป็นอย่างไรนั้น อดใจรอไม่นาน ก็คงได้คำตอบกัน เพราะคาดว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ จะเปิดตัวในช่วงกลางปี 2017 นี้

สำหรับสมาร์ทโฟนเครื่องที่เราเห็นนี้จะออกมาวางจำหน่ายโดยบริษัท Essential Products Inc. ซึ่งเป็นบริษัทใหม่ของ Rubin ที่มุ่งมั่นพัฒนาอุปกรณ์แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนและซอฟต์แวร์มือถือ โดยก่อนหน้านี้ Andy Rubin ได้เคยดำรงตำแหน่งผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Android Inc. ก่อนที่จะโดนทาง Google ซื้อกิจการในปี 2005 และเขาได้ทำงานร่วมกับ Google จนถึงปี 2014 ก็ได้เริ่มออกมาตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง

 

ที่มา : https://news.thaiware.com/9981.html

ไข่แดง กินมากไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

ไข่แดง กินมากไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

ไข่แดง กินมากไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

อยากสุขภาพดี ต้องออกกำลังกาย!

ใครที่เป็นสายสุขภาพ หรือมีเพื่อนที่กำลังดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่กำลังลดน้ำหนัก อาจจะเคยเห็นเขี่ยเอาแดงออกจากไข่ขาวมาบ้าง หากถามคนๆ นั้น เขาอาจจะตอบกลับมาว่า “ไข่แดงคอเลสเตอรอลสูง ทำให้อ้วน” หรืออะไรทำนองนี้แน่นอน

แต่จริงๆ แล้ว ไข่แดง ไม่ดีต่อสุขภาพ ถึงขนาดต้องเขี่ยออกจริงๆ หรือ มาทำความเข้าใจกันค่ะ

 

ทำไมเราถึงถูกห้าม ไม่ให้ทานไข่แดง?

สาเหตุส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยเก่าที่ระบุว่า คอเลสเตอรอล เป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคหัวใจ และหลอดเลือด จึงทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า การทานไขมันมากๆ ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือด จนนำไปสู่โรคหัวใจ และหลอดเลือดในที่สุด ซึ่งอันที่จริงแล้วใช่ว่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ๆ สาเหตุเดียว เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดโรคนี้อีกมากมาย ทั้งการสูบบุหรี่ การทานอาหารประเภทไขมันเลว หรือไขมันอิ่มตัวเป็นประจำ พันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และการไม่ออกกำลังกาย เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สมาคมโรคหัวใจในอเมริกาเริ่มแนะนำให้เราบริโภคคอเลสเตอรอลต่อวันไม่เกิน 300 มิลลิกรัม หรือไข่แดง 1 ฟอง (220 มิลลิกรัม) นั่นเอง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป งานวิจัยใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีมากขึ้น อาสาสมัครที่ทดลองโดยการรับประทานไข่แดง แล้วมาวัดค่าคอเลสเตอรอลในเลือด ปรากฎว่าไข่แดงไม่มีผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของอาสาสมัคร หรือมีน้อยมาก จนระยะหลังเริ่มมีงานวิจัยทำนองนี้มากขึ้น

ท้ายที่สุดก็เริ่มตัดคำแนะนำเรื่องปริมาณคอเลสเตอรอลที่ควรทานต่อวันออกไป โดยให้ทานเหมือนอาหารทั่วไปๆ ได้เลย เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลไม่สามารถหาหลักฐานที่บอกได้ว่าการกินคอเลสเตอรอลส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจ หรือทำให้อัตราการเสียชีวิตมากขึ้นแต่อย่างใด

 

แปลว่า เราทานคอเลสเตอรอลเท่าไรก็ได้?

จะคิดอย่างนี้ก็ไมถูกอีกอยู่ดีค่ะ เพราะไม่ใช่ว่าเราจะสามารถทานคอเลสเตอรอลได้อย่างไม่จำกัด แต่โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง มักมากับไขมันอิ่มตัวด้วย การทานไขมันอิ่มตัว หรือไขมันเลวมากเกินไป นอกจากจะอ้วนแล้ว โรคยังถามหาได้แน่ๆ จนในที่สุดก็เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และหลอดเลือด และโรคอื่นๆ อย่างแท้จริง

boiled-eggistockphoto


ตกลง เราสามารถทานไข่แดงได้หรือไม่?

ไข่แดง มีปริมาณคอเลสเตอรอลสูงกว่าไข่ขาวก็จริง แต่เราสามารถทานไข่แดงได้โดยไม่ต้องกังวล เพราะไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูง แต่มีไขมันอิ่มตัวน้อย อย่างไรก็ตามแนะนำให้ทานไข่แดงร่วมกับอาหารอื่นๆ เช่น ผักต่างๆ เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารที่สมดุลกันในแต่ละมื้อ หรือง่ายๆ ก็สามารถทานไข่ได้ทั้งฟอง โดยไม่ต้องเขี่ยไข่แดงออกอีกต่อไป

 

เราควรทานไข่กี่ฟองต่อวัน?

กรมอนามัย แนะนำปริมาณไข่ที่ควรทานต่อวัน โดยบางตามอายุดังนี้

1.เด็กทารกตั้งแต่อายุ 6 เดือน ทานไข่แดงต้มสุกได้ 1/2ฟอง ถึง 1 ฟอง

2.เด็กอายุ 7-12 เดือน สามารถบริโภคไข่ได้วันละ 1 ฟอง

3.หญิงตั้งครรภ์ และหญิงให้นมบุตร สามารถบริโภคไข่วันละ 1 ฟอง

4.กลุ่มเด็กวัย 1-5 ปีและเด็กวัยเรียน สามารถบริโภคไข่วันละ 1 ฟอง

5.กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดี สามารถบริโภคไข่ 1 ฟองต่อวัน

6.กลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงสามารถบริโภคไข่ 3-4 ฟองต่อสัปดาห์หรือตามคำแนะนำของแพทย์

ทั้งนี้ เราสามารถบริโภคได้มากกว่าตามปริมาณดังกล่าวได้ เพียงแต่ควบคุมปริมาณโปรตีน และคอเลสเตอรอลจากแหล่งอาหารอื่นๆ นอกจากไข่ให้มื้ออาหารในแต่ละวันมีความสมดุล และเหมาะสม

 

ไข่แดง มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

จากงานวิจัยในไทยระหว่างปี 2547-2550 ของ อ.นพ.กรภัทร มยุระสาคร หน่วยอณูเวชศาสตร์ สถานส่งเสริมการวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า การให้อาสาสมัครทานไข่วันละ 1-2 ฟองทุกวัน เป็นเวลา 10-12 สัปดาห์ ปรากฏว่าระดับคอลเสเตอรอลที่ไม่ดีต่อร่างกายมีปริมาณลดลง ทั้งๆ ที่ทานไข่ทั้งฟองทุกวัน และยังมีระดับคอเลสเตอรอลที่ดีเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจาก “เลซิติน” ที่อยู่เฉพาะในไข่แดง ไม่มีในไข่ขาว

แต่ถึงแม้ว่าไข่แดงจะดีต่อสุขภาพมากไม่แพ้ไข่ขาว แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ทานแต่ไข่แดงเพียงอย่างเดียว หรือในปริมาณเยอะๆ อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นตลอดเวลาว่า ควรทานไข่แดงคู่กับอาหารอื่นๆ ให้ได้คุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน นี่จึงจะทำให้เราได้รับประโยชน์จากการทานไข่แดงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ที่มา :http://health.sanook.com/6661/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1395035340561281

สารเคมีจากเคสมือถือกลิตเตอร์อาจเสี่ยงผิวหนังไหม้-พุพอง

images-3

 

เคสโทรศัพท์มือถือชนิดที่สามารถใส่ของเหลว ทั้งแบบมีสีและไม่มีสี ผสมกลิตเตอร์ หรือกากเพชรวิววับ เป็นที่นิยมในหมู่คนไทย และชาวต่างชาติมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่เห็นทีจะไม่ปลอดภัย 100% เมื่อมีรายงานข่าวจากต่างประเทศว่า เด็กหญิง 9 ขวบ เกิดเหตุของเหลวจากเคสโทรศัพท์มือถือรั่วไหล สัมผัสบนผิวหนังขณะนอนหลับทับเคส ตื่นเช้ามาพบรอยไหม้ และพุพอง

นอกจากนี้ ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังเตือนว่าหากผิวหนังสัมผัสของเหลวภายในเคสมือถือ ให้รีบล้างออกด้วยน้ำเปล่ามากๆ เพื่อป้องกันผิวหนังพุพองจากสารเคมี

__________

“ระวังจากสารเคมี ในเคสมือถือ กลิตเตอร์

ปรกติผมไม่ค่อยชอบโพสต์แบบเตือนภัยอันตรายต่างๆ เพราะเดี๋ยวนี้กลัวว่าพลังของโซเชียลมันจะทำให้สังคมแตกตื่นเกินไป แต่เรื่องนี้เห็นว่ายังไม่ค่อยเป็นที่ตระหนักกัน จึงขอยกขึ้นมาหน่อยเถอะ

ทางรายการ “ทุกข์ชาวบ้านสุดสัปดาห์” ช่อง TNN24 ได้มาขอสัมภาษณ์จากกรณีข่าวที่มีเด็กหญิงวัยแค่ 9 ปี นอนทับเคสโทรศัพท์มือแบบที่มีของเหลวใสใส่ตัวกลิตเตอร์สะท้อนแสงวาวๆ อยู่ด้านหลัง (http://www.mirror.co.uk/…/uk-news/girl-9-left-iphone-shaped…) แล้วตื่นเช้ามา เกิดเป็นรอยแผลไหม้สารเคมีพุพอง … เรื่องนี้จริงเท็จเป็นเช่นไร

จากการเช็คกูเกิ้ล แม้ว่าจะยังไม่เคยมีรายงานอันตรายลักษณะนี้ในไทย แต่ในต่างประเทศมีคนเจอแล้วหลายราย ทั้งในอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ จนเชื่อได้ว่าน่าจะเรื่องจริง ที่สำคัญที่ ไม่มีการเขียนเตือนไว้เลยที่กล่องสินค้า ว่าให้ระวังอันตรายจากสารเคมี

แม้ว่าจะไม่ทราบว่าสารเคมีข้างในนั้นคืออะไร (สงสัยต้องขอให้ อ.อ๊อด Weerachai Phutdhawong ช่วยตรวจดู) แต่เท่าที่ลองซื้อมาจากร้านค้าทั่วไป แล้วเจาะเอามาทดสอบง่ายๆ พบว่า ของเหลวในนั้น มันมีกลิ่นฉุนรุนแรง นิ้วแตะๆ ดูแล้วรู้สึกร้อน ลองเอาไปเทราดเนื้อไก่ไว้ พบว่าเนื้อไก่เปื่อยยุ่ยใน 10 นาที (เสียดายว่าวัดพีเอชด้วยกระดาษอินดิเคเตอร์ ไม่พบว่าเป็นกรดหรือด่างเข้มข้น) จึงน่าจะฟันธงได้ว่า มันเป็นสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายได้จริงๆ ถ้ารั่วซึมออกมา

ดังนั้น การใช้เคสมือถือกลิตเตอร์แบบนี้จึงควรระวังเป็นอย่างมาก อย่าไปทำให้มันแตกรั่วซึม ถ้าสัมผัสร่างกาย ให้ล้างออกด้วยน้ำเปล่าเยอะๆๆ

ที่ขอเรียกร้องอีกอย่างคือ ผู้ประกอบการเอง ก็ควรจะเขียนคำเตือนไว้ให้ชัดเจนบนกล่องสินค้าด้วย (เท่าที่เช็คกัน แม้แต่ยี่ห้อแพงๆ ก็ไม่เขียนคำเตือน)”

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1398329616898520

เตือนภัยใกล้ตัว ตอน สารเคมีจากก้านธูป

การนำธูปมาปักบนอาหารที่เซ่นไหว้แล้วนำมารับประทานระวังสารเคมีที่อยู่ในก้านธูปเป็นอันตรายทำร้ายสุขภาพของคุณมากกว่าที่คิด

สีที่ใช้ในก้านธูปนั้นส่วนมากจะเป็นสีย้อมผ้าโดยในสีย้อมผ้าจะประกอบไปด้วยสารเคมีโลหะหนักอย่างตะกั่ว ปรอท สารหนูและโครเมียม เป็นต้น ซึ่งการปักลงไปในอาหารก็จะทำให้สีเหล่านั้นละลายลงไปในอาหารได้อย่างรวดเร็ว

หรือสังเกตได้ง่ายๆอย่างเช่นที่มือเราเปียกน้ำหรือมีเหงื่อ เมื่อสัมผัสกับก้านธูปก็จะเห็นได้ว่าจะมีสีแดงจากก้านธูปติดมือมาด้วย ที่สำคัญสารพิษเหล่านั้นก็ไม่สามารถถูกทำลายด้วยความร้อนได้

เมื่อรับประทานเข้าไปก็อาจจะทำให้เกิดอาการเฉียบพลันได้ เช่น สารปรอทอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และหากสะสมอยู่ในร่างกายมากๆ ก็จะทำให้เสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้เช่นกัน

ดังนั้น จึงควรที่จะปักธูปลงไปในกระถางแยกออกจากของเส้นไหว้จะดีที่สุด เพื่อไม่ให้สารเคมีลงไปปนเปื้อนในอาหาร

ทั้งนี้จากผลงานวิจัยสารเคมีที่อันตรายจากควันธูป พบว่า“ควันจากเปลวไฟที่พวยพุ่งจากการเผาไหม้กระดาษเงินกระดาษทอง” มีสารเคมีหลายชนิดที่เป็นอันตรายทั้งต่อ “ผู้จุด ผู้สูดดม ผู้ที่อยู่ใกล้” มีผลต่อระบบการหายใจโดยตรง เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้คนไทยเสียชีวิตด้วย “มะเร็งปอด” มากขึ้นในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ “ผู้หญิง”

ทั้งที่ในชีวิตไม่เคยสูบบุหรี่เลยแม้แต่มวนเดียว ขณะเดียวกัน “สารพิษ” จากการเผาไหม้สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบร้ายแรงต่อ “เด็กเล็ก” ที่อยู่ใกล้ มีผลต่อสมองทำให้พัฒนาการช้าลง ไอคิวต่ำ และมีแนวโน้ม เป็นมะเร็งปอดในอนาคตได้ จึงสรุปว่า ธูปไร้ควันก็มีอันตรายเช่นกัน

นอกจากนี้ จากการทำงานวิจัยเรื่องขี้เถ้าของธูป พบว่ามีสารโลหะหนักพวกแมงกานีส เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ในควันธูปมีโครเมียม ตะกั่ว และนิกเกิล ในขี้เถ้าธูปที่เป็นแมงกานีส หากถูกนำมาทิ้งในน้ำ ในดิน ก็กลายเป็นสารปนเปื้อน เมื่อดื่มน้ำหรือกินพืชผัก ที่ปลูกในดินเข้าไปหรือกินอาหารที่มีสารปนเปื้อน แมงกานีสผสมอยู่

ทำให้เกิดผลเสียต่อสมอง ถ้ากินอาหารที่มีสารปนเปื้อนเยอะๆ จะทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน เดินเชื่องช้า พูดเชื่องช้า เดินตัวเกร็งๆ สมองสั่งการช้า มือสั่นๆ ทางที่ดีอย่าเอาธูปไปปักในอาหาร ทำให้ขี้เถ้าธูปตกใส่แล้วเอาอาหารนั้นมากินต่อทำให้เกิดอันตรายi90

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1396276940437121