คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2017

โอ้ว้าว! นีมันมินิโดรน ที่สร้างง่ายๆ ด้วยตัวต่อ Lego แถมยังราคาไม่แรง

โอ้ว้าว! นีมันมินิโดรน ที่สร้างง่ายๆ ด้วยตัวต่อ Lego แถมยังราคาไม่แรง

ตัวต่อ Lego เชื่อว่าเป็นของเล่นสร้างสรรค์จินตนาการ ที่ทุกคนน่าจะรู้จัก หรือเคยได้สัมผัสมาแล้ว และในตอนนี้ ทาง Kitables จะทำให้ตัวต่อ Lego ทำอะไรได้มากกว่าที่เคย ในรูปแบบของโดรนตัวจิ๋ว ที่สร้างจากตัวต่อ Lego พร้อมชุดมอเตอร์, ใบพัด, แบตเตอรี่ และแผงควบคุม เจ้าโดรนตัวจิ๋วนี้สามารถบินได้จริง ผ่านการควบคุมด้วยตัวคอนโทรลเลอร์ที่มีลักษณะคล้ายจอยเกมส์ และดูแล้วน่าจะเหมาะ สำหรับการบินเล่นในบ้าน มากกว่าการออกไปบินเล่นแบบ Outdoor

การประกอบชิ้นส่วนนั้นก็ง่ายดาย ด้วยการต่อ Lego เพียงไม่กี่ชิ้น และมีการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าด้วยอุปกรณ์หัวแร้งบัดกรีอีกนิดหน่อย เด็กๆ สามารถประกอบเจ้าโดรนจิ๋วนี้ได้ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เพียงเล็กน้อย

ตอนนี้เจ้าโดรนจิ๋วของ Kitables เปิดให้ Pre-order ผ่านเว็บ Kickstarter จะเริ่มมีการจัดส่งสินค้าในเดือนเมษายน 2017 ครับ

ที่มา : http://news.thaiware.com/9484.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1334781056586710

 

Amazon ทดลองส่งสินค้าด้วยโดรนเป็นครั้งแรก!

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ขยันส่งผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ออกมาเรียกคะแนนนิยมในช่วงท้ายปี 2016 แบบสุดๆ หลังจากเปิดตัวร้านค้าสะดวกซื้ออัจฉริยะ Amazon Go ไปแล้ว คราวนี้ Amazon จะปฏิวัติบริการขนส่งสินค้าแบบเดิมๆ มาสู่การขนส่งทางโดรน
ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว Amazon เคยแง้มแผนว่าจะพัฒนาบริการเดลิเวอรีที่ใช้โดรน เช่นเดียวกับบริษัทโลจิสติกส์หลายแห่งที่จับตามองนวัตกรรมนี้ เช่น FedEx และ UPS แต่ดูเหมือนว่า Amazon นำหน้ากว่าหน่อย เพราะขณะที่ทั้งสองบริษัทมุ่งทดสอบการใช้โดรนภายในประเทศ (สหรัฐอเมริกา) Amazon ได้ปล่อยคลิปวิดีโอ ‘First Prime Air Drone Delivery’ เพื่อประกาศว่าการทดสอบจัดส่งสินค้าด้วยโดรนในอังกฤษของ Amazon Prime Air นั้นประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก!

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา บริษัท Amazon ได้ทดลองบริการจัดส่งของทางอากาศด้วยโดรน หรือ Amazon Prime Air เป็นครั้งแรกในเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และสินค้าดังกล่าวก็คือเครื่องเล่นเกมและสตรีมมิง Amazon Fire TV (แอบ tie-in อีก) กับถุงป๊อปคอร์น โดยใช้เวลาเพียง 13 นาทีเท่านั้น นับตั้งแต่วินาทีที่กดสั่ง จนลูกค้าได้รับสินค้า
ปัจจุบัน Amazon Prime Air อยู่ในระหว่างการทดสอบและให้บริการลูกค้าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น แต่ทางบริษัทจะเปิดให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ในบริเวณที่อยู่ห่างจากศูนย์กระจายสินค้าหรือ Fulfillment Center ของ Amazon ในเคมบริดจ์ไม่กี่ไมล์
หลายคนอาจสงสัยว่าบริการของ Amazon Prime Air จะรองรับสินค้าที่มีน้ำหนักมากได้ไหม และปลอดภัยหรือเปล่า ซึ่งทาง Amazon ก็ได้ออกมาชี้แจงและคลายข้อสงสัยบางประการในเว็บไซต์ เช่น Amazon Prime Air จะจัดส่งพัสดุที่มีน้ำหนักไม่เกิน 5 ปอนด์ ภายใน 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้น ส่วนโดรนสำหรับการขนส่งนั้นผลิตขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูง และเจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลทุกครั้งในระหว่างการทดสอบ เพื่อนำมาพัฒนาระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น

เจฟฟ์ เบโซส์ ซีอีโอของ Amazon นั้นใฝ่ฝันมาโดยตลอดว่าจะยกระดับบริการจัดส่งสินค้าทางอากาศ โดยอาศัยเทคโนโลยีโดรน และเมื่อรัฐบาลของสหราชอาณาจักรได้อนุมัติการทดสอบการจัดส่งสินค้าด้วยโดรน เฉพาะในพื้นที่ชนบทและชานเมือง และอนุญาตให้ทดสอบระบบเซ็นเซอร์ของโดรน เขาก็รีบวางแผนดำเนินการทันที
ปัจจุบัน โดรนของ Amazon สามารถบินได้ในระยะ 10 ไมล์ ที่ระดับความสูง 400 ฟุต และทางบริษัทก็ยังคงทำงานกับนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายของภาครัฐอีกหลายแห่ง เพื่อผลักดันให้บริการนี้เป็นจริงและถูกต้องตามกฎหมายทั่วโลก

Amazon ทดลองส่งสินค้าด้วยโดรนเป็นครั้งแรก!
Amazon ทดลองส่งสินค้าด้วยโดรนเป็นครั้งแรก!
D526E4A7-DD09-4B54-9136-BAD8C9F42E8E-250-000000137B83E7D6_tmp
Amazon ทดลองส่งสินค้าด้วยโดรนเป็นครั้งแรก!
5B1A6109-F94F-4D14-B1F4-6381BBA4343C-250-00000013812029BB_tmp
Amazon ทดลองส่งสินค้าด้วยโดรนเป็นครั้งแรก!

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1335800589818090

มนุษย์คนสุดท้ายผู้ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ เสียชีวิตแล้ว

มนุษย์คนสุดท้ายผู้ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ เสียชีวิตแล้ว

มนุษย์คนสุดท้ายผู้ได้ไปเหยียบดวงจันทร์ เสียชีวิตแล้ว

นับเป็นเรื่องน่าเศร้าของวงการการบินและอวกาศที่สูญเสียบุคคลสำคัญไปอีกหนึ่งคน “ยูจีน เซอร์แนน (Eugene Cernan)” อดีตนักบินอวกาศชาวอเมริกา และเป็นมนุษย์คนสุดท้ายผู้ที่ได้เหยียบลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ โดยจากประกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซ่า ระบุว่าเขาเสียชีวิตลงด้วยวัย 82 ปี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2560 ตามเวลาในสหรัฐฯ

ในปี 2506 เซอร์แนนได้ร่วมงานกับนาซ่าในภารกิจแรกของยาน เจมินี่ 9 และภารกิจที่สองของยาน อพอลโล 11 ในปี 2512 หลังจากนั้นอีก 3 ปีเขาก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้บัญชาการในปฏิบัติการของยานอพอลโล 17 ซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายของนาซ่าในการส่งมนุษย์ไปสำรวจดวงจันทร์

ครอบครัวของเซอร์แนนเผยว่า “เขาปรารถนาที่เห็นก้าวต่อไปในการสำรวจอวกาศของมนุษย์ และอยากสนับสนุนผู้นำและเด็กรุ่นใหม่ในประเทศของเขา อย่าปล่อยให้เขาเป็นคนสุดท้ายที่ได้เหยียบดวงจันทร์”

นอกจากนี้นายชาลส์ โบลเดน (Charles Bolden) ผู้บริหารคนปัจจุบันของนาซ่า กล่าวต่อการสูญเสียครั้งนี้ว่า “แท้จริงแล้ว การสูญเสียเซอร์แนน เป็นมากกว่าการสูญเสียผู้รักชาติหรือผู้ริเริ่มที่จะช่วยผลักดันความทะเยอทะยาน และความกล้าหาญของประเทศให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ซึ่งมนุษยชาติไม่เคยทำได้สำเร็จมาก่อน”

สำหรับใครที่อยากรู้จักเขามากขึ้นสามารถไปหาดูภาพยนตร์เรื่อง The Last Man on the Moon ภาพยนตร์อัตชีวประวัติของเขาที่เพิ่งเข้าฉายเมื่อปี 2016 ได้เลยครับ

ที่มา : www.theverge.com

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1334333953298087

จีนเริ่มประกาศให้การทำ VPN ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐก่อน ไม่เช่นนั้นจะผิดกฎหมาย

ที่ผ่านมาจีนนั้นได้บล็อคการเข้าถึง Twitter, Facebook และ YouTube รวมถึงเว็บไซต์อื่นๆ อีกจำนวนมาก จนชาวจีนต้องหา VPN มาใช้เพื่อพยายามเข้าถึงบริการเหล่านี้ให้ได้ แต่ตอนนี้จีนประกาศให้การทำ VPN นั้นต้องรับคำอนุญาตจากทางรัฐก่อนแล้ว


Ministry of Industry and Information Technology แห่งประเทศจีนได้ออกมาประกาศถึงกฎหมายใหม่ฉบับนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการจัดระเบียบการใช้งาน Internet ภายในประเทศจีน และกฎหมายข้อนี้จะบังคับใช้ทันทีไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2018 ทำให้บริการ VPN ในจีนที่ผู้ใช้งานไม่ได้ขออนุญาตจากทางรัฐในตอนนี้ถือว่าผิดกฎหมายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี แนวทางนี้ดูจะขัดกับสิ่งที่ Xi Jinping ผู้นำของจีนได้ออกมาแถลงในงาน World Economic Forum ที่ Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อยู่พอสมควร เพราะในคำแถลงนั้นได้กล่าวถึงความพยายามของจีนในการเชื่อมโยงทุกประเทศทั่วโลกเข้าด้วยกัน

ที่มา: https://www.engadget.com/2017/01/23/china-vpn-illegal-internet-censorship-government-approval/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1334786826586133

‘พรินต์เตอร์สามมิติสำหรับทำอาหาร’ นวัตกรรมปฏิวัติห้องครัวทั่วโลก

 

นักประดิษฐ์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สร้างพรินต์เตอร์สามมิติสำหรับทำอาหาร และเชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการทำครัวจะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อวงการอาหาร

อาจารย์ Hod Lipson กล่าวว่าปัจจุบันคนยังทำอาหารไม่ต่างจากยุคมนุษย์ถ้ำเท่าใด เช่น การทำอาหารโดยใช้เปลวไฟให้ความร้อนโดยตรง

เขาบอกว่าการใช้พรินต์เตอร์สามมิติจะช่วยปฏิวัติวิธีการทำอาหารต่อไปจากนี้

เขามองไปถึงการใช้เทคโนโลยีนี้ว่าเป็นเครื่องมือทำอาหารที่อร่อยและต้องประดิดประดอย

และขณะนี้มหาวิทยาลัยโคลัมเบียให้นักเรียนภาควิชาวิศวกรรรมศาสตร์ทำงานร่วมพัฒนากับสถาบันอาหาร International Culinary Center ที่อยู่ในนครนิวยอร์กเช่นกัน

 

ที่มา : http://www.voathai.com/a/cooking-printer-3d/3689151.html

ต้นแบบ’ โดรนพยาบาล’ ทางออกการช่วยผู้ป่วยในอนาคต

 

ต้นแบบจำลองของอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ทำหน้าที่เป็นหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้อย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นแนวคิดที่ปฏิวัติระบบช่วยเหลือและกู้ภัยได้ในอนาคต

 1485785189380

ที่มา : http://www.voathai.com/a/designed-drone-ambulance/3692882.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1337125033018979

นักวิทย์พบแล้ว “น้ำพุแห่งวัยหนุ่มสาว” หนทางเพื่อความอมตะของมนุษย์ !!

น้ำพุแห่งวัยหนุ่มสาว – วัฐจักรของชีวิต คือ เกิด แก่ เจ็บ และ ตาย ซึ่งความจริงวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ได้พาเรามายังจุดก่ำกึ่ง และยืดช่วง แก่ เจ็บ และตาย ให้ยาวนานขึ้น ไม่นับการดำรงอยู่ของปัจจัยภายนอก ที่พรากชีวิตของเราไปก่อนเวลาอันควร อาทิ อุบัติเหตุ

เมื่อกำลังระเริงบนอาณาจักรของวัยหนุ่มสาวอยู่นั้น เราต่างพรั่นพรึงถึงช่วงวัยของความชรา และเจ็บป่วย ซึ่งเป็นธรรมดาโลก … แต่ มันจะจบลง มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะวิทยาการบทใหม่ ในประวัติศาสตร์ชีววิทยาจะทำให้มนุษย์มีชีวิต “นิรันด์”  มันคือ อีกก้าวหนึ่งของโลก“สเต็มเซลล์ “ … การเดินทางสู่น้ำพุแห่งวัยหนุ่มสาว !!

นักวิจัยแห่ง Johns Hopkins ค้นพบวิธีการทำให้เซลล์ ย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงที่มนุษย์ยังเป็นตัวอ่อน(เอ็มบริโอ) อายุ 6 วัน ซึ่งการค้นพบดังกล่าวจะนำไปสู่กุญแจแห่งการรักษาทั้งโรคหัวใจ มะเร็ง และเปิดประตูสู่ ชีวิตหนุ่มสาวตลอดกาล …

มันต่อยอดมาจากเรื่องราวของสเต็มเซลล์ ซึ่งมีบทบาทต่อวงการแพทย์ในปัจจุบันอย่างมาก แต่การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ดังกล่าวนั้น ยังไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการรักษาจริงทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดของสเต็มเซลล์จำต้องมาจากตัวอ่อนของมนุษย์จริงที่ขัดแย้งต่อกฏหมาย

 

A colony of blood-derived human stem cells (center).

(Credit: Courtesy of Dr. Tea Soon Park, Johns Hopkins)

” การทำงานของมัน คือ เปลี่ยนเซลล์ในผู้ใหญ่ ให้กลับไปสู่เซลล์ระยะตัวอ่อน 6 วัน ซึ่งมันจะทำให้เข้าใจ ช่วงการเกิดความผิดปกติของเซลล์เหล่านั้น จนนำไปสู่โรค 

” เมื่อช่วงใบไม้ผลิที่ผ่านมา ทีมงานของเราได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนา “super efficient, virus-free”  เพื่อใช้ปลูกถ่ายเซลล์ในผู้ใหญ่เข้าสู่เซลล์หัวใจ ซึ่งกระบวนการของมัน ชักนำสู่การสร้างเซลล์ต้นกำเนิด (iPS) วัยเดียวกับเซลล์เอ็มบริโอของเรา

ในการทดลองกับการปลูกถ่ายเซลล์กระดูกสันหลัง กับ เซลล์เม็ดเลือด มันประสบความสำเร็จ โดยเปลี่ยนเป็นเซลล์ต้นกำเนิดภายใน 7 -14 วัน ซึ่งในการพัฒนาต่อไป iPS เซลล์ จะถูกนำไปสร้างเซลล์ในส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เพิ่มเติม  “  – Elias Zambidis, M.D., Ph.D., ผู้ช่วยด้านเนื้องอกวิทยาและกุมารเวชกรรมแห่ง Johns Hopkins เพื่อวิศกรรมเซลล์และมะเร็ง อธิบาย

iPS เซลล์ เป็นตะเกียงสู่วิทยาการทางการแพทย์ขั้นสุด รวมถึงทำให้น้ำหนักเรื่องการใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนจับต้องได้ และเป็นจริงมากขึ้น นอกจากนั้น มันยังจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเยียวยารักษามนุษย์ไปจนถึงระดับที่ “กาลเวลา” ไม่อาจพรากเราไปจากโลกได้โดยสมบูรณ์ สิ่งที่ต้องรอคอย คือ ความก้าวหน้าขั้นสุดที่ว่า เมื่อไหร่? จะมาถึง เท่านั้นเอง !!

ที่มา

http://tech.mthai.com/gadget/19805.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1334319169966232

สิ้นสุดการรอคอย CERN พบแล้ว Higgs Boson “อนุภาคพระเจ้า” จุดกำเนิดจักรวาล !!

อนุภาคพระเจ้า

หลังจากรอคอยกันมากว่า 48 ปี สำหรับทฤษฎีHiggs Bosonหรือ “ อนุภาคพระเจ้า ” จิ๊กซอร์ชิ้นสุดท้าย ของการกำเนิดจักรวาล วันนี้ CERNได้แถลงผลการทดลอง บทสรุปคือ  Higgs Boson มีอยู่จริง !!

ทีมฟิสิกส์แห่ง  CERN แถลงผลการทดลอง จากเครื่องกำเนิดอนุภาค Large Hadron Collider ( LHC ) พบการกำเนิดอนุภาคที่มีลักษณะคล้ายกับทฤษฎี Higgs Boson หรืออนุภาค Higgs โดยมีมวลในระดับ 125 gigaelectronvolts (GeV)  ซึ่งมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ 5 sigma หรือความเชื่อถือได้ 99.999%  คือ Higgs Boson มีอยู่จริง!

 

Higgs Boson

 CERN พบแล้ว Higgs Boson “อนุภาคพระเจ้า” !!

( 1960 ) กว่า 2 ทศวรรษ ที่ทฤษฎี Higgs Boson ได้ถูกเสนอขึ้น ก่อนจะออกตามล่ากัน จากเครื่องกำเนิดอนุภาค European Large Electron-Positron Collider มาถึง The Tevatron ในมลรัฐอิลินอยด์ ก่อนจะปิดจ๊อบส์การค้นหาลงที่ Large Hadron Collider ( LHC) เครื่องกำเนิดอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา

 ” ผมไม่เคยคิดว่า เราจะพบมันในช่วงชีวิตของผม  “ Peter Higgs กล่าว

Higgs Boson

การค้นพบ Higgs Boson อาจจะไม่ได้มีความสำเร็จอย่างรูปธรรม ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ และไม่รู้ว่า Higgs Boson จะสามารถทำอะไรได้บ้าง ? แต่ Higgs Boson คือการค้นพบครั้งสำคัญ อันจะสามารถอธิบายปฏิสัมพันธ์ของอนุภาคได้ทั้งหมด … และเชื่อเหลือเกินว่ามันจะเปลี่ยนอนาคตของมนุษยชาติได้แน่นอน เพียงแต่ “ช้า” หรือ “เร็ว” เท่านั้นเอง !!

ที่มา

http://tech.mthai.com/gadget/18420.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1332543456810470

นักวิทย์ให้กำเนิด oxygen microparticle อนุภาคที่จะทำให้คุณ ” มีชีวิตอยู่ได้ ” แม้ ” ไม่หายใจ ” !!

oxygen microparticle – มนุษย์สามารถดำรงชีพอยู่ได้ ด้วยกระบวนการหายใจ ( breathing) ที่ทำหน้าที่ ในการลำเลียงออกซิเจน เข้าสู่ปอด ก่อนเมตาบอลิซึ่มระดับเซลล์ ขึ้นไปตามอวัยวะต่างๆ  ถ้าคุณไม่สามารถหายใจได้ จะทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดออกซิเจน มีโอกาสตายหรือเป็นอัมพาฒได้อย่างง่ายดาย และจะเป็นยังไงถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ได้แม้ ” ไม่หายใจ “ ด้วยความสำเร็จของไมโครออกซิเจน  oxygen microparticle ที่ฉีดเข้าสู่กระแสเลือด !!

ผลงานวิทยาศาสตร์การแพททย์ชิ้นโบว์แดงoxygen microparticle นี้ถูกรายงานขึ้นบน ScienceDaily โดย Dr. John Khier  แห่งBoston Children’s Hospital ใช้เวลาคิดค้นและออกแบบมันขึ้นมากว่า 6 ปี  เพื่อช่วยให้ทีมแพทย์มีเวลาในการช่วยเหลือผู้ป่วยซึ่งอยู่ในภาวะระบบหายใจล้มเหลว โดยที่พวกเค้าไม่จำเป็นต้องหายใจใน 15 – 30 นาที หลังจากฉีดoxygen microparticle

 

โซลูชั่น oxygen microparticle ตัวนี้ ประสบความสำเร็จ หลังจากทดลองโดยสัตว์ที่ภาวะปอดล้มเหลว และทีมแพทย์ระบุว่า เมื่อมันได้ถูกฉีดเข้าสู่หลอดเลือดดำของผู้ป่วย จะทำให้ออกซิเจนในเลือดเข้าสู่ระดับปกติ เมื่อนั้นเองที่คุณจะพบว่าชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ และนาทีนั้นมีค่ามากมายขนาดไหน !!!!

ที่มา

http://tech.mthai.com/gadget/18323.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1336015909796558

เทรนด์เทคโนโลยี 2020

Ericsson ConsumerLab หน่วยงานวิจัยของ Ericsson ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สำรวจผู้ใช้มือถือทั่วโลกอายุระหว่าง 15-69 ปี ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ อาศัยอยู่ในเมือง โจฮันเนสเบิร์ก ลอนดอน เม็กซิโกซิตี นิวยอร์ก มอสโคว์ ซานฟรานซิสโก เซาเปาลู เซียงไฮ้ ซิดนีย์และโตเกียว เป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรจำนวน 85 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่เสมอ พบ 5 เทรนด์ยอดนิยมของกลุ่มผู้บริโภคดังนี้

1.The Streamed Future อนาคตกับการรับชมแบบสตรีม

4

ในอนาคตวีดีโอสตรีมมิ่งจะกลายมาเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมแซงหน้า Broadcast (จากการสำรวจกลุ่มเป้าหมายอายุ 16-45 ปี) โดย 3 ใน 4 ของกลุ่มสำรวจยอมรับว่าพวกเขาดูวีดีโอสตรีมมิ่งโดยเฉพาะการดู Youtube ผ่านสมาร์ทดีไวซ์ มากกว่าการดูทีวีตามผังรายการ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดการใช้ดาต้าทั่วโลกมาจาก Entertainment สตรีมมิ่ง

2. Helpful Homes บ้านที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อาศัย

5

ผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากในการติดตั้งเซนเซอร์ในบ้านที่สามารถแจ้งให้ทราบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับน้ำและไฟฟ้าอะไรบ้างหรือสมาชิกครอบครัวนั้นออกไปข้างนอกหรือกลับบ้านเมื่อไหร่ และครึ่งหนึ่งของผู้ถูกสำรวจอยากเห็นอุปกรณ์ในบ้านเชื่อมต่อกับมือถือ ส่วนในประเทศไทยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ในบ้านกับสมาร์ทโฟนสูงมากถึง 11% และ 43% สนใจการเชื่อมต่อดีไวซ์ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งอาจจะน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ แต่ความสนใจอุปกรณ์เชื่อมต่อเหล่านี้กับมีมากกว่าทั้ง 2 ประเทศนี้

3. Mind Sharing การสื่อสารผ่านทางความคิด

6

การสื่อสารผ่านทางความคิดเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดในปัจจุบันได้เป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ Mind Sharing ผ่าน Deviceในรูปแบบต่างๆ ที่เปลี่ยนให้ผู้บริโภคพัฒนาศักยภาพตัวเองได้มากขึ้น และจากผลสำรวจพบว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนถึง 40% ต้องการ Wearable Device ที่เชื่อมต่อทางความคิด และ 60%เชื่อมั่นว่า Device ในรูปแบบนี้จะกลายเป็นจะกลายเป็นกระแสหลักที่เห็นได้เด่นชัดขึ้นในปี 2563

4. Smart Citizens พลเมืองอัจฉริยะ

7

Smart Citizens ไม่ได้ทำให้คนฉลาดขึ้น แต่ทำให้คนมีข้อมูลที่มีอยู่มาประมวลผลและนำมาใช้ในการตัดสินใจได้ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ที่ให้พฤติกรรมในชีวิตประจำวันผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยมากกว่า 70% ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเชื่อว่า Application ที่ต่างๆ ในรูปแบบ Active City Application เช่นแผนที่ที่แสดงการจราจรแบบเรียลไทม์ การตรวจสอบการใช้พลังงานภายในบ้านทั้งแก๊ส น้ำ ไฟฟ้า และการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาและอื่นๆ ที่ยกระดับชีวิตให้ดีขึ้นจะกลายเป็นแอพที่สำคัญที่สุดในปี 2563 โดย 76% ของผู้บริโภคต้องการแอพลลิเคชั่นที่แสดงการจราจรแบบเรียลไทม์ 70% แอพใช้ตรวจสอบการใช้พลังงานภายในบ้าน และ66% แอพตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาและอื่นๆ

5.The Sharing Economy เศรษฐกิจแบบแบ่งปันกัน8

 

อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคสู่โลกของการแบ่งปันในเรื่องต่างๆ มากขึ้น และก่อให้เกิดเทรนด์ของเศรษฐกิจแบบแบ่งปันในรูปแบบต่างๆ เช่น บริการ airBNB ที่เปิดโอกาสให้บ้านพักทั่วไปนำห้องว่างมาเปิดบริการห้องพักให้กับนักเดินทางทั่วโลก

ที่มา http://marketeer.co.th/2015/01/10-digital-trend/
https://www.google.co.th/search?q=เทคโนโลยีในอนาคต
https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1335329833198499