คลังเก็บรายเดือน: ธันวาคม 2016

จีนเปิดใช้แล้ว! ‘สะพานเป่ยผานเจียง’สูงที่สุดในโลก เชื่อมยูนนาน-กุ้ยโจว ประหยัดเวลาได้กว่า3เท่า

AFP

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า จีนเปิดให้ใช้สะพานเป่ยผานเจียง ที่ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการแล้วในวันศุกร์ (30 ธันวาคม) นี้ จากคำประกาศของกรมการขนส่งมณฑลกุ้ยโจว ที่แถลงผ่านเว็บไซต์ของทางการในวันเดียวกัน

AFP
AFP

สะพานเป่ยผานเจียง เป็นสะพานสัญจรที่สร้างขึ้นสูงเหนือระดับแม่น้ำ 565 เมตร เชื่อม 2 มณฑลที่เป็นพื้นที่ภูเขาคือมณฑลยูนนานและมณฑลกุ้ยโจวเข้าด้วยกัน ซึ่งสามารถย่นระยะทางและประหยัดเวลาในการเดินทางได้จากเมืองซวนเว่ย ในมณฑลยูนนาน ไปยังเมืองสุ่ยเชิง ในมณฑลกุ้ยโจว ได้มากกว่า 3 ใน 4 หรือใช้เวลาในการขับรถลดลงจากกว่า 4 ชั่วโมง เหลือเพียงแค่ราว 1 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งนับว่าสะดวกมากๆ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางระหว่างสองเมืองนี้

AFP
AFP

กุ้ยโจวเดลีรายงานว่า สะพานเป่ยผานเจียงมีระยะทาง 1,341 เมตร มีมูลค่าการก่อสร้างกว่า 1 พันล้านหยวน กลายมาเป็นสะพานที่สูงที่สุดในโลกแทนที่สะพานข้ามแม่น้ำซื่อตู้ ในมณฑลเหอเป่ยของจีน

AFP
AFP

ข่าวระบุว่า แม้สะพานที่สูงที่สุดในโลกหลายแห่งจะอยู่ในจีน แต่สะพานที่สูงที่สุดในโลกที่ใช้มาตรวัดความสูงจากตัวโครงสร้างของสะพานเอง มากกว่าใช้เกณฑ์วัดจากระดับพื้นดิน สะพานที่สูงที่สุดในโลกยังคงเป็นสะพานทางรถไฟมิลโล ในประเทศฝรั่งเศส ที่มีความสูง 343 เมตร

AFP
AFP

ที่มา  http://www.matichon.co.th/news/411778

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1306296386101844

สุดเจ๋ง! ชมคลิปรถขับอัตโนมัติ “เทสลา” ทำนายอุบัติเหตุก่อนเกิดขึ้นจริง

a7148c3063e7da5c202c82b96db16d91

คลิปจากกล้องหน้ารถของผู้ใช้รถยนต์ “เทสลา” รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของรถเทสลา ที่สามารถส่งเสียงแจ้งเตือน ก่อนที่รถคันหน้าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น

คลิปดังกล่าวอัพโหลตครั้งแรกผ่านทวิตเตอร์โดยผู้ใช้ที่มีชื่อว่า “Hans Noordsij” แสดงให้เห็นสัญญาณเตือนที่ดังขึ้นก่อนเกิดอุบัติเหตุรถชนห่างออกไปข้างหน้าราว 50 เมตร ก่อนที่ระบบเบรกฉุกเฉินของรถเทสลาจะทำงาน

Noordsij ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า สิ่งที่น่าประทับใจไม่ใช่เพียงระบบเรดาของเทสลาสามารถทำนายอุบัติเหตุได้เท่านั้นแต่ ระบบดังกล่าวยังสามารถรับรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับรถสองคันที่อยู่ข้างหน้าได้

Noordsij ระบุด้วยว่า ระบบเบรกอัตโนมัติเบรกรถลงก่อนที่ ตนจะเข้ามาควบคุมเบรกด้วยตัวเอง และว่า คนขับรถที่เกิดอุบัติเหตุนั้นสามารถออกมาจากรถได้และได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ชมคลิป

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/411921

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1305186256212857

คลังเก็บสะสมมันสมองของมนุษย์ 

คลังเก็บสะสมมันสมองของมนุษย์ดร.ไดอานา รีวาส เปิดโถแก้วบรรจุมันสมองมนุษย์ซึ่งแช่ในน้ำยาฟอร์มัลเดไฮด์ ที่พิพิธภัณฑ์ประสาทพยาธิวิทยา โรงพยาบาลซานโต โตริบิโอ เดอ โมโกรเวโฮ ในกรุงลิมา ประเทศเปรู พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีมันสมอง อวัยวะสลับซับซ้อนที่สุดในร่างกายมนุษย์ ดองเก็บไว้เกือบ 300 ก้อน.แหล่งรวมชิ้นงานเย็บปักถักร้อย

ศาสตราจารย์ จอย สปานาเบล เอเมอรี ภัณฑารักษ์ผู้ดูแลชิ้นงานศิลปกรรมประเภทเย็บปักถักร้อยของมหาวิทยาลัยโรด ไอแลนด์ วิทยาเขตเซาท์ คิงส์ทาวน์ รัฐโรด ไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา สถาบันเทคโนโลยีการแสดงแห่งสหรัฐฯระบุว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่สะสมชิ้นงานศิลปะดังกล่าวใหญ่ที่สุดในโลก.

สวรรค์ของนักสกีและนักท้าความหนาว

ทัศนียภาพแหล่งท่องเที่ยว “รูสึตซุ รีสอร์ต” บนเกาะฮอกไกโด เกาะที่ตั้งอยู่ภาคเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น มีรีสอร์ตสำหรับเล่นสกีมากมายหลายแห่ง ฤดูหนาวแต่ละปีนักเล่นสกีและผู้นิยมอากาศหนาวเย็นยะเยือกจะหลั่งไหลไปเยือน ส่งผลให้การท่องเที่ยวบูม ฮอกไกโดเลยติดอันดับท็อปของจุดหมายปลายทางนักทัศนาจร.

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/823382#cxrecs_s

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1303386156392867

ความงามเหนือฟากฟ้า! ธรรมชาติเนรมิต “รุ้งหลายชั้น” เหนือมหานครปักกิ่ง (ชมภาพ)

ความงามเหนือฟากฟ้า! ธรรมชาติเนรมิต “รุ้งหลายชั้น” เหนือมหานครปักกิ่ง (ชมภาพ)

เครื่องบินเหินฟ้าผ่านรุ้งหลายชั้น(ภาพไซน่า สื่อจีน)

        ชาวปักกิ่งแห่ชมปรากฎการณ์ธรรมชาติ “รุ้งหลายชั้น” 

เมื่อลมฝนเคลื่อนตัวพ้นผ่านมหานครปักกิ่ง ดวงตะวันก็สาดลำแสงสีทองตัดกับละอองน้ำบนฟากฟ้า เกิดเป็น “รุ้งหลายชั้น” ปรากฏการณ์ธรรมชาติหายาก อวดสายตาชาวเมืองปักกิ่ง ซึ่งพากันถ่ายภาพความงามตามธรรมชาติ และแชร์บนโลกออนไลน์แดนมังกร

“รุ้งกินน้ำ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังจากฝนตก เกิดขึ้นจากการหักเหของแสงเมื่อส่องผ่านละอองน้ำในอากาศ กลายเป็นแถบสีต่างๆบนท้องฟ้า โดยในบางครั้งจะสามารถเห็นเป็น “รุ้งหลายชั้น” (Supernumerary Rainbow) ซึ่งประกอบไปด้วย “รุ้งปฐมภูมิ” (primary rainbow) อันมีสีแดงอยู่ด้านนอก และมีสีม่วงอยู่ในสุดของวง ในขณะที่ “รุ้งทุติยภูมิ” (secondary rainbow) จะมีสีสันเรียงกลับกัน และมักปรากฎตัวอยู่เหนือรุ้งปฐมภูมิ 

ความงามเหนือฟากฟ้า! ธรรมชาติเนรมิต “รุ้งหลายชั้น” เหนือมหานครปักกิ่ง (ชมภาพ)

ชาวเมืองปักกิ่งต่างหยุดมองปรากฎการ์ธรรมชาติ(ภาพไซน่า สื่อจีน)

ความงามเหนือฟากฟ้า! ธรรมชาติเนรมิต “รุ้งหลายชั้น” เหนือมหานครปักกิ่ง (ชมภาพ)

“รุ้งหลายชั้น” พาดผ่านฟากฟ้าปักกิ่ง (ภาพไซน่า สื่อจีน)

ความงามเหนือฟากฟ้า! ธรรมชาติเนรมิต “รุ้งหลายชั้น” เหนือมหานครปักกิ่ง (ชมภาพ)

“รุ้งหลายชั้น” พาดผ่านฟากฟ้าปักกิ่ง (ภาพไซน่า สื่อจีน)

ที่มา  http://manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052211

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1303831296348353

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

ปรากฏการณ์ ปรากฎการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า (ภาพเอเจนซี)

 กลุ่มสื่อจีนรายงาน (28 ธ.ค. )  ชาวมองโกเลียในตื่นตากับปรากฎการณ์ “เสาแสง”

เมื่อเวลาราว 19.30 ของวันจันทร์ (26 ธ.ค. ) อุณหภูมิในบริเวณเขตปกครองตนเองมองโกเลียในได้ลดลงตัวจนถึงติดลบ 20 องศาเซลเซียส ทำให้เกิดปรากฎการณ์ “เสาแสง” (Light Pillar) ส่องสว่างทั่วทั้งเมือง สวยงามราวกับว่าเป็นฉากในเทพนิยาย

ทั้งนี้ ปรากฎการณ์เสาแสงเกิดจากผลึกน้ำแข็งในอากาศสะท้อนตัวกับแสง ทำให้สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้เป็นลักษณะลำแสงพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า 

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

“เสาแสง” (Light Pillar) ส่องสว่างทั่วทั้งเมือง สวยงามราวกับว่าเป็นฉากในเทพนิยาย (ภาพเอเจนซี)

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

ผลึกน้ำแข็งในอากาศสะท้อนตัวกับแสง ทำให้สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า (ภาพเอเจนซี)

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

ปรากฏการณ์ ปรากฎการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า (ภาพเอเจนซี)

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

ปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ภาพเอเจนซี)

มหัศจรรย์! ชมปรากฏการณ์ “เสาแสง” ส่องสว่างพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อลังการราวสวรรค์เนรมิต (ชมภาพ)

“เสาแสง” (Light Pillar) ส่องสว่างทั่วทั้งเมือง สวยงามราวกับว่าเป็นฉากในเทพนิยาย (ภาพเอเจนซี)

ที่มา  http://manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9590000129383

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1303384233059726

สะพานแบบหมุน (คลิป)

1483016821562

      สะพานแบบหมุน (คลิป)     เวลาเรือขนาดใหญ่และสูง จะผ่านสะพาน  สะพานแบบเดิมใช้วิธียกและเปิดออก  แต่แบบใหม่นี้ เป็นแบบหมุน   เมื่อหมุนแล้ว เรือขนาดใหญ่สามารถผ่านได้

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1302052113192938/

สหประชาชาติเล็ง ห้ามพัฒนา ‘หุ่นยนต์สังหาร’

IMG_20161230_080945_872

เมื่อปลายปี 2015 ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์และผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีมากกว่า 1,000 คน รวมทั้ง อีลอน มัสก์ ผู้พัฒนา เทสลา และ สเปซเอ็กซ์ กับตัวแทนของ กูเกิล และ ไมโครซอฟท์ เข้าชื่อกันทำจดหมายถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ยูเอ็นดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อห้ามหรือควบคุมการพัฒนา “ระบบอาวุธทำลายล้างอัตโนมัติ” หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “หุ่นยนต์สังหาร” อันหมายถึงระบบอาวุธอัตโนมัติที่ควบคุมโดยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งสามารถเลือกเป้าและกำหนดเวลาสังหารได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากการควบคุมของมนุษย์

นักทฤษฎีฟิสิกส์ชื่อดังชาวอังกฤษอย่าง สตีเฟน ฮอว์กิ้ง ออกมาเน้นย้ำให้เห็นถึงอันตรายของ เอไอและหุ่นสังหารเป็นระยะๆ โดยยืนยันว่าหากปราศจากการควบคุมหรือวางกรอบพัฒนาที่ดี เอไออาจกลายเป็นความเสี่ยงมหาศาลถึงขนาดทำลายอารยธรรมมนุษย์ให้สิ้นสุดลงได้เลยทีเดียว

แรงกดดันจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำและผู้นำธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ เหล่านั้น นำไปสู่การเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ในที่สุดนานาชาติว่าด้วยอาวุธในรูปแบบ (อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเวนชั่น ออน คอนเวนชั่นแนล วีพพอนส์) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตัวแทนชาติที่เข้าร่วมในการประชุม 123 ประเทศ ลงมติให้มีการจัดการประชุมเพื่อหารือถึงอันตรายของระบบอาวุธทำลายล้างอัตโนมัติขึ้น “อย่างเป็นทางการ” ในปี 2017 ที่จะถึงนี้

สตีเฟน กูส ผู้อำนวยการแผนกอาวุธของ ฮิวแมนไรต์ส วอตช์ องค์กรเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรรณรงค์เพื่อยับยั้งหุ่นสังหาร (แคมเปญ ทู สต๊อป คิลเลอร์ โรบอต) ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นข่าวดี เพราะการตัดสินใจในระดับสูงของนานาชาติ การเปลี่ยนสถานะจาก “ไม่เป็นทางการ” สู่ความ “เป็นทางการ” นั้น ถือเป็นการรุดหน้าครั้งใหญ่ จากการพูดจากันอย่างเดียวไปสู่การหารือกันเพื่อหาข้อยุติไป “ดำเนินการ” ซึ่งคาดหมายกันว่าการประชุมนานาชาติในปีใหม่นี้จะให้ผลลัพธ์ที่หนักแน่นชัดเจนออกมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของยูเอ็นสอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนี้ ที่บรรดาหน่วยงานของกองทัพของหลายประเทศทั่วโลก ออกมายอมรับกันว่ากำลังพัฒนาระบบอาวุธทำลายล้างอัตโนมัติขึ้นด้วยกันทั้งนั้น ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางการจีนก็ออกมาเปิดเผยว่ากำลังวิจัยหาทางใช้เอไอและระบบอัตโนมัติในจรวดครูสยุคต่อไปของตน

“แผนพัฒนาอาวุธที่ติดตั้งเอไอของจีนอาจฟังดูน่าตกใจ แต่จริงๆ แล้วไม่น่าตระหนกเท่ากับความพยายามในทำนองเดียวกันของสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย, อิสราเอล และประเทศ อื่นๆ” กูสระบุ “สหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่รุดหน้าในด้านนี้มากที่สุด กองทัพทันสมัยส่วนใหญ่จะเดินไปตามแนวทางของระบบอาวุธอัตโนมัติ เทคโนโลยีใหม่ๆ ช่วยให้หุ่นสังหารที่พัฒนากันขึ้นมาสามารถเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ หลายขนาด และรูปร่าง มีตั้งแต่ที่ขนาดเล็กจิ๋ว แต่โจมตีด้วยกันกลุ้มรุมกันเข้ามานับหมื่นนับแสน ไปจนถึงระบบอาวุธอัตโนมัติที่โจมตีจากทางอากาศ ทางภาคพื้นดิน จากท้องทะเล หรือใต้น้ำ”

สตีเฟน กูส ชี้ความแตกต่างสำคัญระหว่างระบบอาวุธทั่วไป, ระบบอาวุธกึ่งอัตโนมัติ เช่นโดรน กับระบบอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ใช้เอไอว่า อยู่ตรงที่การเกี่ยวข้องของมนุษย์ เพราะในระบบอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปนั้น มนุษย์จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ อีกเลย ทั้งในการเลือกว่าเป้าหมายในการโจมตีคืออะไรและจะเริ่มการโจมตีเมื่อใด ระบบอาวุธจะเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในสนามรบดังกล่าวด้วยตัวเองอาศัยเพียงเซ็นเซอร์และปัญญาประดิษฐ์เท่านั้น ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมหน้าของการรบไปโดยสิ้นเชิง แต่ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อสิ่งที่ดีกว่าของมนุษยชาติแน่นอน

กูสชี้ว่า แรงกดดันจากผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ช่วยกระตุ้นให้ยูเอ็นตัดสินใจดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้นในครั้งนี้ ในแวดวงวิทยาศาสตร์เองดูเหมือนมีทรรศนะในเรื่องนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และทุกคนล้วนกังวลว่า ระบบอาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบนั้น ไม่เพียงเสี่ยงต่อการเกิด “การแข่งขันสั่งสมอาวุธหุ่นสังหาร” ขึ้นที่สั่นคลอนต่อเสถียรภาพของโลกเท่านั้น ยังเสี่ยงต่อการเกิดการทำลายล้างมนุษยชาติหากเกิดความผิดเพี้ยนหรือผิดพลาดขึ้นในระบบเอไอที่สามารถนำไปสู่หายนะได้โดยง่าย

นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายยังเกรงกันว่า การมุ่งพัฒนานำเอไอไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการทหาร จะทำให้ชื่อเสียงของเอไอเสียหาย

และการพัฒนาเอไอไปในทางที่จะเอื้อประโยชน์ต่อมนุษยชาติได้สูงสุดก็จะทำได้ยากลำบากมากขึ้นอีกด้วย

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/409753

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1302534679811348

หุ่นยนต์ประกอบรถยนต์ คลิป

1482975527300

หุ่นยนต์ประกอบรถยนต์  ท่านจะได้เห็นกระบวนการประกอบรถยนต์  ตั้งแต่ต้นจนเสร็จ แล่นออกจากสายการผลิต

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1301663926565090/

การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิก มีคลิป

messageImage_1482889593268
ฟิสิกส์ กับ การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิก

การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิกหรือการเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย (simple harmonic motion) เป็นการเคลื่อนที่ของวัตถุกลับไปมาซ้ำทางเดิมผ่านตำแหน่งสมดุล โดยมีขนาดของการกระจัดสูงสุดคงตัว เรียกว่า แอมพลิจูด ช่วงเวลาที่วัตถุเคลื่อนที่ครบ  1 รอบ เรียกว่า คาบ ( T ) และจำนวนรอบที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ใน 1 วินาที เรียกว่า ความถี่ f

เครื่องเล่นในสยามพาร์คซิตี้ที่มีการเคลื่อนที่เป็นแบบซิมเปิลฮาร์มอนิกหรือเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายนี้ คือ Twin Dragon

     
ซึ่งตัววัตถุหรือที่นั่งทำเป็นรูปเรือมังกรสองหัว แขวนไว้กับจุดแขวนด้วยแขนโลหะยาว ประมาณ 15 เมตร ขณะแกว่งตัวเรือจะมีอัตราเร็วมากที่สุดขณะผ่านตำแหน่งสมดุลซึ่งอยู่ตรงตำแหน่งต่ำสุดและจะมีอัตราเร็วเป็นศูนย์ เมื่อแกว่งไปถึงตำแหน่งสูงสุด

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1300476050017211/