คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2016

8d31d185b3ed5e6f7c40b4e1d71a1450

เหล่าแมงกะพรุนที่สวยงามที่สุดใต้ท้องทะเล โดยชญานนท์

8d31d185b3ed5e6f7c40b4e1d71a1450แมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่ทุกคนรู้จักกันดี บางครั้งก็ดูสวยงาม บางครั้งก็ดูแปลก แต่ในขณะเดียวกัน ใครหลายคนก็กลัวอันตรายจากมัน

นักชีววิทยาทางทะเลของรัสเซีย Alexander Semenov พบความสวยงามที่น่าค้นหา และเสน่ห์ที่ทำให้เขาพร้อมจะดำดิ่งลงใต้มหาสมุทรที่หนาวเย็นเพื่อจับภาพความงดงามของพวกมัน ซึ่งผลจากความพยายามของเขาทำให้พวกเราได้เห็นภาพต่อไปนี้ โดยสถานที่ที่เขาถ่ายภาพนั้นก็ได้แก่ ทะเล White Sea ที่ตั้งอยู่บริเวณบริเวณขั้วโลกเหนือ และทะเล Okhotsk

Semenov หัวหน้าทีมดำน้ำที่สถาบันวิจัยทางชีววิทยาทางทะเลแห่ง Moscow State University กล่าวไว้ในเว็บไซต์ของเขาว่า เขาได้กลายเป็นคนที่คุ้นเคยกับการดำน้ำในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยได้ และเขาก็ทุ่มเทที่จะจับภาพที่งดงามนี้ภายใต้ท้องทะเลลึก

ในหลายภาพของเขามีแมงกะพรุนซึ่งเป็นสมาชิกที่อยู่ในไฟลัม Cnidarian ยกตัวอย่างเช่น ภาพแมงกะพรุนแผงคอสิงโต (Cyanea capillata) ที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็นของมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นสปีชีส์ที่ใหญ่ที่สุด


Lion’s mane jellyfish

Lion’s mane jellyfish

Lion’s mane jellyfish
แมงกะพรุนแผงคอสิงโตที่ใหญ่ที่สุดที่เคยบันทึกไว้พบในรัฐแมสซาชูเซตส์ และมีหนวดที่ทอดยาว (อย่างไม่น่าเชื่อ) ถึง 37 เมตร (120 ฟุต) เลยทีเดียว

และที่เห็นด้านล่างนี้เรียกว่า แมงกะพรุนหมวกกันน็อคสีชมพู (Aglantha digitale) เป็นสายพันธุ์ของ hydromedsae ที่สามารถพบได้ในบริเวณทะเลซึ่งอยู่เหนือสุดของโลก ซึ่งพบได้กระจายทั่วไปตามช่วงการผสมพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในแต่ฤดูกาล โดยทั่วไปพบที่ระดับความลึกประมาณ 25 เมตร (82 ฟุต) ในฤดูร้อน และที่ 50 เมตร (164 ฟุต) ในฤดูหนาว ซึ่งสายพันธุ์นี้จะไม่ค่อยพบในน้ำตื้นหรือระดับน้ำที่ลึกมาก


Pink helmet

Pink helmet
Phacellophora camtschatica หรือที่เรียกว่า แมงกะพรุนไข่ดาว แม้มันจะดูตัวใหญ่แต่นั่นก็เหมือนเป็นลักษณะที่ไว้ข่มขู่เท่านั้น เนื่องจากมันมีพิษอ่อนมาก จนบางครั้งลูกกุ้งขนาดเล็กก็ขโมยอาหารได้จากหนวดของมัน


Fried egg jellyfish

Fried egg jellyfish
สุดท้าย แมงกะพรุนตำแยทะเลเหนือ (Chrysaora melanaste) อาศัยอยูที่ระดับความลึก 100 เมตร (328 ฟุต) พิษของมันอ่อนแต่ก็ทำให้ให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังของมนุษย์ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงเท่าไรนัก


Fried egg jellyfish

Fried egg jellyfish
และนี่คือเหล่าแมงกะพรุนที่สวยงามที่สุดใต้ท้องทะเล คุณเห็นด้วยหรือเปล่า?

ที่มา: www.iflscience.com/plants-and-animals/are-these-jellyfish-most-beautiful-creatures-sea

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1267423043322512

หลุมดำมวลยิ่งยวดกระเด็นออกจากกาแล็กซีในสภาพเปลือยเปล่า โดย ทอแสง

นักดาราศาสตร์ค้นพบหลุมดำมวลยิ่งยวดในสภาพเกือบเปลือยเปล่า คือแทบจะไม่มีอะไรล้อมรอบเลยทั้งที่โดยปกติหลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีมวลนับแสนเท่าถึงพันล้านของมวลดวงอาทิตย์นั้นถูกพบที่ใจกลางกาแล็กซีเท่านั้น

as20161125_1_01

แต่ด้วยระบบกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่เรียกว่า Very Long Baseline Array ซึ่งสามารถตรวจจับคลื่นวิทยุได้ด้วยความแม่นยำสูง นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบหลุมดำมวลมหาศาลปรากฏแบบในสภาพแทบจะไม่มีอะไรห่อหุ้มกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่า 2,000 กิโลเมตรต่อวินาทีในกระจุกกาแล็กซีที่ห่างจากโลกเราออกไป 2พันล้านปีแสง โดยหลุมดำดังกล่าวมีชื่อว่า B3 1715+425

จริงๆรอบๆหลุมดำดังกล่าวยังมีกาแล็กซีบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ กาแล็กซีที่ล้อมรอบมันในตอนนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 3,000 ปีแสงซึ่งนับว่าเล็กมากๆเมื่อเทียบกับขนาดเดิมของมัน (กาแล็กซีทางช้างเผือกของเรามีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1แสนปีแสง)

as20161125_1_02

จากการวิเคราะห์สิ่งที่หลงเหลืออยู่รอบๆหลุมดำนี้ทำให้นักดาราศาสตร์สรุปได้ว่ามันเคยอยู่ที่ใจกลางกาแล็กซีหนึ่งมาก่อนไม่ต่างจากหลุมดำมวลยิ่งยวดอื่นๆ แต่เมื่อหลายล้านปีก่อนมันถูกแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซี ZwCl 8193 ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าดึงจนหลุดกระเด็นออกมาในขณะที่กาแล็กซีทั้งสองเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กัน

การค้นพบนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ต้องการศึกษาหลุมดำมวลยิ่งยวดที่ไม่อยู่ในกลางกาแล็กซี นักดาราศาสตร์คาดหวังว่าจะเห็นหลุมดำมวลยิ่งยวดโคจรรอบกันหรือกำลังชนกันอยู่ แต่กลับได้เห็นหลุมดำมวลยิ่งยวดในสภาพเปลือยเปล่าแทน ซึ่งในตอนนี้พวกเขากำลังจับตาดูความเปลี่ยนแปลงและธรรมชาติที่น่าสนใจของมันเพิ่มเติม

ที่มา : http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/2744-nearly-naked-black-hole

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1267660383298778

คุณปู่วัยเกษียณทำตามฝันครั้งวัยรุ่น เปลี่ยนรถ ‘โฟล์คสวาเกน’ ใกล้พัง ให้เป็นรถใหม่สุดคูล พร้อมอุปกรณ์ไฮเทค อย่างเจ๋ง โดย ทอแสง

Ron Berry คุณปู่ที่ชื่นชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ
ย้อนกลับไปในสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น รถยนต์ Volkswagen รุ่น Kombi ออกจำหน่ายเมื่อปี 1965

ณ ขณะนั้นถือว่าฮิตมากๆ ด้วยความเท่ และสามารถนั่งกันได้หลายคน ยิ่งทำให้กลายเป็นที่นิยมในยุคสมัยนั้น
แต่ต่อให้ชื่นชอบความเร็วขนาดไหนยุคนั้นคงไม่มีใครเอารถ  Volkswagen มาแต่งเท่
นอกจากใช้รูปทรงคลาสสิคเดิมๆ ซึ่งนั่นก็ถือว่าดูดีแล้วในยุคสมัยนั้น

คุณปู่วัยเกษียณพร้อมกลับมาสานต่อความคิดสมัยวัยรุ่นอีกครั้ง
บอกเลยว่าแทบจำไมไ่ด้ว่านี่คือรถเก่าเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้วจริงๆหรือเนี่ย !!

1480555285962

เจ้า Volkswagen Kombi ถูกคุณปู่ Ron Berry
ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด ล้อแม็กซ์เปลี่ยนเป็นโครเมี่ยม 24 นิ้ว สีของรถยนต์ขัดเงาทั้งคัน

 

ronberry12-1024x683

รถยนต์ถูกเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้า ควบคุมการทำงานด้วยการกดปุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดปิดหน้าต่าง หรือกระทั่งเปิดปิดไฟเลี้ยว
บริเวณคอนโซลหน้ารถเหลือเพียงหน้าปัดแสดงเข็มไมล์เท่านั้น

เครื่องยนตร์ขนาดนี้สตาร์ททีเดียวได้ยินกันทั้งซอย !
ronberry6-1024x683
หลังจากคุณปู่เรื่องราวของรถออกไปหลายคนถึงกับตกใจ
คิดว่านี่คือรถรุ่นใหม่ของ Volkswagen ที่เพิ่งออกรุ่นใหม่มารึป่าว ?
บอกเลยว่าสวยบาดใจแถมเท่สุดจากฝีมือคุณปู่วัยเกษียณเชียวนะ

ronberry8-1024x683

แผงควบคุมถูกเปลี่ยนเป็นแบบปุ่มทั้งหมดronberry10-1024x683

ronberry9-1024x683

 

ที่มา : https://www.spokedark.tv/articles/renew-volkswagen/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1268503086547841

​ดีเซลที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง โดย ภัทร

e78027cd5c102b3091d9eff582b8ff0f

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคาทอลิก ลูเวน ที่เบลเยียม และมหาวิทยาลัยอูเทรคท์ ที่เนเธอร์แลนด์ ร่วมมือกันค้นพบวิธีการผลิตเชื้อเพลิงแบบใหม่ โดยน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดใหม่นี้มีความสะอาดกว่าดีเซลปกติมาก นำไปใช้ในอุตสาหกกรมได้ และภายใน 5-10 ปีข้างหน้า เราอาจจะได้ใช้ดีเซลสะอาดชนิดใหม่นี้

การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงมีความเกี่ยวข้องกับการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) สารเร่งปฏิกิริยานี้จะทำให้ปฏิกิริยาเคมีที่จะเปลี่ยนน้ำมันดิบให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ในกรณีของดีเซล เพียงแค่ใส่ตัวเร่งปฏิกิริยาเม็ดเล็กๆลงไปก็ทำให้น้ำมันดิบเปลี่ยนโมเลกุลไปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้งานได้

ตัวเร่งปฏิกิริยาสามารถมีหมู่ฟังก์ชันทางเคมีได้หนึ่งหมู่หรือมากกว่าก็ได้ ตัวเร่งปฏิกิริยาในการศึกษาครั้งนี้มีหมู่ฟังก์ชัน 2 หมู่ซึ่งเป็นวัสดุที่ต่างกัน นั่นคือ โลหะ (แพลตินัม) และกรดในสถานะของแข็ง

ในช่วงที่ผลิตดีเซล โมเลกุลจะสะท้อนไปมาหน้าหลังระหว่างหมู่โลหะกับกด แต่ละครั้งที่โมเลกุลมาสัมผัสกับวัสดุใดวัสดุหนึ่ง ก็จะเปลี่ยนไปทีละน้อย และในตอนท้ายของกระบวนการ โมเลกุลก็พร้อมที่จะนำไปใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์มีสมมติฐานว่า หมู่โลหะและกรดในตัวเร่งปฏิกิรยาควรจะต้องเข้าใกล้กันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็น่าจะทำให้กระบวนการผลิตดีเซลเร็วขึ้นได้โดยการทำให้โมเลกุลสะท้อนไปมาได้เร็วขึ้น แต่ล่าสุด ศาสตราจารย์โจฮาน มาร์เท่น (ลูเวน) และศาสตราจารย์ไคจน์ เดอ จอง (อูเทรคท์) ได้ค้นพบว่าสมมติฐานนี้ผิด

และพบว่า หากว่าหมู่ฟังก์ชันในตัวเร่งปฏิกิริยาต้องอยู่ห่างกันในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับไม่กี่นาโนเมตร จึงทำให้ได้โมเลกุลที่สะอาด

“ผลการศึกษาของเราถือว่าตรงข้ามกับที่เราคาดไว้ ตอนแรกเราคิดว่าเราหยิบตัวอย่างมาผิดหรือไม่ก็เกิดความปกติขึ้นในการวิเคราะห์ของเรา″ ศาสตราจารย์มาร์เท่น เผย

“เราจึงทำการทดลองซ้ำสามครั้งและสุดท้ายมาได้ข้อสรุปเหมือนกันทั้งหมดว่า ทฤษฎีในปัจจุบันนั้นผิด ระยะทางระหว่างหมู่ฟังก์ชันสองหมู่จะต้องอยู่ห่างกันด้วยระยะขั้นต่ำระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับที่อุตสาหกรรมทำมาตลอด 50 ปีเลย”

วิธีการใหม่นี้จะทำให้ใช้โมเลกุลในการผลิตดีเซลน้อยลง รถยนต์ที่วิ่งด้วยดีเซลสะอาดนี้จะผลิตมลภาวะและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงอย่างมาก และนักวิจัยยังได้พบว่า กระบวนการนี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้ในอุตสาหกกรมได้ง่าย และน่าจะทำได้จนนำมาใช้กับรถได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

วิธีการใหม่นี้สามารถนำไปใช้กับน้ำมันปิโตรเลียม แต่ก็เชื่อว่าสามารถนำไปใช้กับแหล่งพลังงานอื่นอย่างเชื้อเพลิงชีวมวลได้เช่นกัน

อ้างอิง: KU Leuven. (2015, December 10). Scientists develop diesel that emits far less CO2. ScienceDaily. Retrieved December 12, 2015 from www.sciencedaily.com/releases/2015/12/151210095103.htm

หุ่นยนต์อัตโนมัติแบบนิ่มตัวแรกของโลก โดย ภัทร

5c30ddd7da07cfd4c9417d1a7d10945c

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนำเสนอหุ่นยนต์ที่เรียกว่า “หุ่นยนต์นิ่ม” อย่างแท้จริงตัวแรก โดยจุดเด่นอยู่ที่การทำงานอัตโนมัติ ไร้สายควบคุม แถมยังไร้วงจรอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย

หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า “ออกโตบอต” (octobot) ถือว่าเป็นหุ่นยนต์อัตโนมัติรุ่นใหม่ที่เกิดจากผลงานการสร้างสรรค์ของนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องพิมพ์สามมิติ วิศวกรรมเครื่องกลและระบบของไหลระดับไมโคร โดยงานวิจัยได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Natureแล้ว

“หุ่นยนต์นิ่ม” ถือว่าเป็นแนวคิดการสร้างหุ่นยนต์รูปแบบใหม่ให้ได้หุ่นยนต์ที่อ่อน แนวคิดนี้อาจจะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรได้ แต่ที่ผ่านมา นักวิจัยยังไม่สามารถสร้างหุ่นยนต์ที่เป็น “หุ่นยนต์นิ่ม” ได้จริงๆ เพราะยังถือว่าวงจรไฟฟ้าและวงจรควบคุม เช่น แบตเตอรี่ แผงวงจร ติดอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นของแข็ง หรือแม้แต่หุ่นยนต์แบบอ่อนที่มีออกมาก็มักจะมีสายโยงเชื่อมเข้ากับวงจรไฟฟ้าที่แข็งส่วนอื่น ๆ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นำโดย โรเบิร์ต วู้ด จึงได้รวบรวมนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบวิศวกรรมที่ออกแบบมาจากชีววิทยา มาเพื่อสร้างหุ่นยนต์แบบใหม่นี้

“วิสัยทัศน์ระยะยาวของงานวิจัยสาขาหุ่นยนต์นิ่มนี้คือการสร้างหุ่นยนต์ที่อ่อนทั้งตัว แต่ว่าการที่จะแทนที่ส่วนประกอบที่แข็งอย่างเช่นแบตเตอรี่และวงจรอิเล็กทรอนิกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันยิ่งเป็นเรื่องยาก” วู้ดอธิบาย

“งานวิจัยของเราบอกว่า เราสามารถผลิตองค์ประกอบพื้นฐานออกมาได้อย่างง่าย จากนั้นก็ประกอบขึ้นมาเป็นหุ่นยนต์นิ่มได้ ซึ่งหุ่นยนต์แบบนี้จะกลายเป็นรากฐานในการสร้างระบบที่ซับซ้อนต่อไปได้”

“เราใช้วิธีการประกอบแบบไฮบริด เริ่มจากการพิมพ์ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อสร้างขึ้นมาเป็นร่างกาย เป็นที่เก็บของเหลว เก็บพลังงานของหุ่นยนต์ ออกโตบอทเป็นหุ่นยนต์เราทำออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง เพื่อบ่งบอกว่าวิธีการออกแบบ การประกอบของเราเพื่อใส่ความอัตโนมัติเข้าไปนั้น เป็นไปได้จริง”

ทั้งนี้ ตัวหมึกนั้นเป็นแรงบันดาลใจสำหรับงานวิจัยออกแบบซอฟต์โรบอทมานานแล้ว โดยสิ่งมีชีวิตชนิดนี้มีทั้งความแข็งแรงและความคล่องแคล่ว ทั้ง ๆ ที่ไม่มีโครงสร้างกระดูกอยู่ภายในเลย

ส่วนออกโตบอทของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนี้ใช้กำลังอัดของอากาศเป็นหลัก โดยได้รับพลังงานจากแก๊สที่มีความดัน ปฏิกิริยาภายในหุ่นยนต์จะเปลี่ยนของเหลว (hydrogen peroxide) ไปเป็นแก๊สที่มีปริมาณมากขึ้น และแก๊สก็จะไหลไปที่แขนของออกโตบอท ทำให้พองคล้ายกับหุ่นยนต์

“แหล่งพลังงานของซอฟต์โรบอทส่วนใหญ่มักทำมาจากส่วนประกอบที่แข็ง แต่สิ่งที่น่าทึ่งสำหรับ hydrogen peroxide นั้นคือว่า ปฏิกิริยาง่ายๆระหว่างสารเคมีกับตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งก็คือ แพลตินัม ทำให้เราแทนที่แหล่งพลังงานที่เป็นของแข็งได้ในที่สุด”

ในการควบคุมปฏิกิริยานั้น ทีมวิจัยใช้วงจรตรรกะที่ทำจากการไหลของของเหลวระดับไมโคร วงจรนี้จะควบคุมว่าเมื่อไหร่ hydrogen peroxide จะย่อยสลายไปเป็นแก๊สในออกโตบอท

“ระบบทั้งหมดจึงถือว่าประกอบง่ายมาก ใช้วิธีการประกอบแบบ การพิมพ์หิน การปั้น และการพิมพ์แบบสามมิติ ซึ่งเราสามารถประกอบได้อย่างรวดเร็ว” ไรอัน ทรูบี้ นักวิจัยร่วมเผย

ซึ่งความง่ายในขั้นแรกนี้จะช่วยปูทางไปสู่การออกแบบระบบที่ซับซ้อนในขั้นต่อไป และทีมวิจัยที่ฮาร์วาร์ดก็หวังว่าต่อไป ออกโตบอทจะสามารถคลาน ว่ายน้ำ และมีอันตรกิริยากับสิ่งแวดล้อมได้

“งานวิจัยนี้เป็นการพิสูจน์แนวคิด เราหวังว่าวิธีการสร้างเป็นซอฟต์โรบอทของเราจะช่วยจุดประกายนักวิจัยหุ่นยนต์ นักวิทยาศาสตร์วัสดุ และนักวิจัยระดับแนวหน้าได้”

อ้างอิง: Harvard John A. Paulson School of Engineering and Applied Sciences. (2016, August 24). The first autonomous, entirely soft robot: Powered by a chemical reaction controlled by microfluidics, 3-D-printed ‘octobot’ has no electronics. ScienceDaily. Retrieved August 31, 2016 from www.sciencedaily.com/releases/2016/08/160824135032.htm

​เรียนไปกลัวจำไม่ได้ให้ออกไปวิ่ง โดย ภัทร

3d7f0ee51ac9427119dd8991c8a43619

เคยหรือไม่ที่คร่ำเคร่งเรียนหนังสือแล้วกลัวว่าจะจำที่เรียนไปไม่ได้? นักวิจัยให้คำแนะนำว่า ให้ออกไปวิ่งสักพัก จะทำให้สามารถจำสิ่งที่เรียนไปได้ดีขึ้น

หลังจากเรียนหนังสืออย่างคร่ำเคร่ง เช่น การเรียนเพื่อสอบ นักเรียนแต่ละคนต่างก็มีวิธีทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายแตกต่างกันไป ล่าสุด นักวิจัยที่ออสเตรีย ให้คำแนะนำว่า การออกกำลังกาย เช่น การออกไปวิ่ง จะให้ผลดีกับการเรียน โดยเฉพาะการจำ มากกว่าการทำกิจกรรมที่ไม่ค่อยได้ออกแรง เช่น การเล่นเกมคอมพิวเตอร์

“มีเด็กบางวัยที่เริ่มสนใจเกมคอมพิวเตอร์มากขึ้น” ศาสตราจารย์ฮาราล์ด คินเดอร์มันน์ นักวิจัยที่ University of Applied Sciences Upper Austria เผย

“ผมอยากจะค้นหาว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ ไม่สนใจกิจกรรมกลางแจ้งที่ได้สูดอากาศนั้น ส่งผลกับการเรียนอย่างไร”

ในการศึกษาครั้งนี้ ดร.คินเดอร์มันน์ และทีมวิจัยได้รวบรวมอาสาสมัครเป็นชาย 60 คน อายุระหว่าง 16 ถึง 29 ปี ให้จำข้อมูลบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการจำเส้นทางจากแผนที่เมือง จำคำศัพท์เยอรมัน-ตุรกี หลังจากนั้น นักวิจัยได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกให้เล่นเกมรุนแรงคือ Counter Strike กลุ่มที่สองให้ออกไปวิ่ง และกลุ่มที่สามที่เป็นกลุ่มควบคุมให้ออกไปเดินเล่นข้างนอก จากนั้น นักวิจัยทำการเปรียบเทียบว่าแต่ละกลุ่มจดจำข้อมูลที่ให้ได้ดีเพียงใด

ผลที่ออกมาคือ กลุ่มนักวิ่งทำคะแนนได้สูงสุด สามารถจำได้ดีมากกว่าตอนเริ่มจำเสียด้วยซ้ำ ส่วนกลุ่มควบคุมนั้นทำคะแนนได้แย่ที่สุด ส่วนกลุ่มคนที่เล่นเกมนั้น มีข้อบกพร่องบ้างในการทำการทดสอบความจำ

“ข้อมูลของเราชี้ว่า การเล่นวิดีโอเกมก็ไม่ได้ช่วยให้เรียนรู้ได้มีประสิทธิภาพแต่อย่างใด” ดร.คินเดอร์มันน์ กล่าว

“เราจึงขอแนะนำให้วัยรุ่นและผู้ใหญ่ ให้ออกกำลังกายหลังจากเรียนรู้มาสักระยะ”

อย่างไรก็ตาม กลไกที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ซึ่งอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนความเครียดอย่าง “คอร์ติโซล” ซึ่งจะมีผลกับการเรียกคืนความทรงจำ ในบางสถานการณ์ ฮอร์โมนนี้ทำให้เราจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น แต่บางครั้งก็ทำให้เราคิดอะไรไม่ค่อยออก ทั้งนี้ ความเครียดที่เกิดขึ้นในร่างกายนั้นมี 2 แบบ คือ ความเครียดทางกายและทางจิตใจ งานวิจัยนี้จึงบอกเป็นนัย ๆ ว่า ความเครียดทางกายอย่างการวิ่ง อาจจะช่วยให้การรื้อฟื้นความทรงจำของคนเราดีขึ้นได้

นักวิจัยมีสมมติฐานอยู่ 2 อย่าง ได้แก่ สมมติฐานข้อที่ 1 เกมคอมพิวเตอร์อาจจะทำให้คนเล่นรู้สึกว่าโดนภัยคุกคามทางกายขึ้นจริง ๆ และเมื่อมีความเครียดทางใจจากการเล่นเกมร่วมด้วยแล้ว สมองอาจจะไม่สนใจสิ่งที่ได้เรียนไปเพราะกำลังจดจ้องอยู่กับภัยคุกคามที่มาจากการเล่นเกมรุนแรงเกมนี้

ส่วนสมมติฐานข้อที่ 2 คือ ความเครียดทางกายจากการวิ่งจะเปลี่ยนสมองให้เข้าสู่สภาวะพร้อมเก็บความทรงจำ ซึ่งจะทำการเก็บข้อมูลที่นักเรียนได้เรียนไป ในช่วงนี้ ร่างกายจะหลั่ง “คอร์ติโซล” มากขึ้นเพื่อรักษาสมดุลร่างกาย และ “คอร์ติโซล” ชนิดนี้อาจจะเป็นประโยชน์ช่วยในการพัฒนาความจำ

งานวิจัยนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Cognitive Systems Research แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องศึกษากันต่อไปเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างระดับของคอร์ติโซลและความสามารถในการเรียกคืนความทรงจำ

อ้างอิง: Elsevier. (2016, October 19). Going for a run could improve cramming for exams. ScienceDaily. Retrieved October 31, 2016 from www.sciencedaily.com/releases/2016/10/161019082543.htm

ภาพจาก: nwaonline.com

 

GUNKUL ผุดข่าวดีต่อเนื่อง!!บอร์ดไฟเขียวซื้อหุ้น “บีเอ็มพี โซลาร์” ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ โดยปิยวัฒน์

iq6d3f4efc8cdd62ba4a2748b84eca4164

บมจ.กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ข่าวดีไม่มีหมด! ล่าสุด บอร์ดอนุมัติซื้อหุ้นบุริมสิทธิ”บีเอ็มพี โซล่าร์” ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 8 เมกะวัตต์ “โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์” เผยการลงทุนในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมนโยบายของบริษัทฯ และพร้อมก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานทดแทน อันจะส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตทั้งสินทรัพย์และกำไรอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเข้าทำรายการซื้อหุ้นบุริมสิทธิใน บริษัท บีเอ็มพี โซล่าร์ จำกัด (“BMP Solar”) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 8.0 เมกะวัตต์ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ว่า บริษัทฯ ได้เข้าทำรายการลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นในบริษัทดังกล่าว พร้อมจ่ายชำระค่าซื้อขายหุ้นในงวดแรก เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าฯ รวมถึงผลตอบแทนจากโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป

“การเข้าลงทุนในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมนโยบายของบริษัทฯ ที่จะก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำและมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอันจะส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตทั้งสินทรัพย์และกำไรอย่างต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นต่อไปในระยะยาวอีกด้วย”นางสาวโศภชากล่าว

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 7/2559 ได้มีการอนุมัติให้เข้าทำรายการซื้อหุ้นบุริมสิทธิใน BMP Solar เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ได้แจ้งสารสนเทศเลขที่ GUNKUL 59/317 ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่ง BMP Solar เป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเป็นผู้ได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement “PPA”) ประเภทโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 1 สัญญา (รับโอนสิทธิในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ามาจาก บริษัท บีเอ็มพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 8.0 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff (FiT) หน่วยละ 5.66 บาท เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยเริ่มเปิดจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา

ปัจจุบันบริษัทฯ มีโครงการโซลาร์ฟาร์มและพลังงานลม กำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 411 เมกะวัตต์ โดยปี 2559 ได้จ่ายไฟเข้าระบบไปแล้ว 175 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามบริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างทำรายการ คือ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน Godo Kaisha East Japan Solar 13 (Iwakuni) เมืองอิวาคุนิ จังหวัดยามางุจิ ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 75 เมกะวัตต์ ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

อ้างอิง  http://www.ryt9.com/s/prg/2553266

“Apple”เผยโฉมออฟฟิศใหม่สุดล้ำเปิดต้นปีหน้า

“Apple”เผยสำนักงานใหม่หน้าตาสุดล้ำคล้ายกับจานบินแถมผลิตไฟฟ้าได้เองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีระบบอำนวยความสะดวกครบครัน

วันนี้(29พ.ย.59)เว็บไซต์เดอะแอปเปิ้ลโพสต์ ได้อัพเดตความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของแอปเปิ้ลที่มีชื่อว่า แคมปัส 2 โดยระบุว่าการก่อสร้างใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ภายในพื้นที่กว้างใหญ่ที่ตั้งสำนักงานใหม่แห่งนี้ จะประกอบไปด้วยอาคารรูปวงแหวนขนาดใหญ่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายจานบิน นอกจากนี้ยังมีมีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีลานจอดรถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีโรงผลิตไฟฟ้าของตัวเอง

สำนักงานใหม่แห่งนี้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก ทำให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เองและมีจะใช้อย่างเหลือเฟือ โดยแผงรับพลังงานจะถูกติดตั้งอยู่บนตัวอาคาร โดยในขณะนี้ติดตั้งเรียบร้อยเกือบหมดทุกส่วนแล้ว

ในขณะนี้ การเปิดใช้งานสำนักงานแห่งใหม่สุดอลังการนี้ก็ได้ใกล้เข้ามาทุกที่ การก่อสร้างในส่วนสำคัญต่างก็เรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแต่เพียงตกแต่งสถานที่เท่านั้น และในส่วนของการเปิดใช้งานนั้น ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล คาดการณ์ว่า จะสามารถย้ายพนักงานเข้าไปเริ่มทำงานในออฟฟิศใหม่ได้ภายในเดือนมกราคม ปี 2560 ที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

04d6a0 04d6a3 04d6a5

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1269286586469491