คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2016

หาชมที่ไหนไม่ได้! “นักบินอวกาศ” ถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจากนอกโลก

หาชมที่ไหนไม่ได้! “นักบินอวกาศ” ถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจากนอกโลก

        เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา Kimiya Yui นักบินอาวกาศชาวญี่ปุ่นวัย 46 ปี ซึ่งทำงานในโครงการความร่วมมือระหว่าง องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) กับ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) โพสต์ภาพถ่ายของเกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศญี่ปุ่นและเป็นที่ตั้งของเมืองสำคัญอย่าง โตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฯลฯ ถูกระบายด้วยสีแดง จากฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

“มีไม่กี่ที่ ที่คุณจะเห็น (ทิวทัศน์) อย่างนี้” Yui กล่าวในทวิตเตอร์ @Astro_Kimiya อย่างไรก็ตามภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถูกถ่ายตั้งแต่ปีที่แล้วปีที่แล้ว แต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกอยู่ดี โดยมีการกดไลค์มากกว่า 7,600 ครั้ง รวมถึงแชร์ต่อเกือบ 6,000 ครั้ง 

หาชมที่ไหนไม่ได้! “นักบินอวกาศ” ถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นจากนอกโลก

ภาพใบไม้เปลี่ยนสีบริเวณทะเลสาบ อุทยานแห่งชาตินิกโก จังหวัดโทะชิงิ ใกล้กับกรุงโตเกียว ถ่ายเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา (ภาพเอพี)

ที่มา  http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9590000107861

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1233515856713231

แอปเปิลเปิดตัวแอพฯ TV สำหรับ Apple TV, iPhone และ iPad โดย สุชาทิพย์

Apple TV

 Apple TV

 Apple TV

 

            แอปเปิลเปิดตัวแอพฯ TV สำหรับ Apple TV, iPhone และ iPad รวมรายการทีวีต่าง ๆ ให้เลือกชมได้บนอุปกรณ์ของแอปเปิล

 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 แอปเปิลได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น TV สำหรับ Apple TV, iPhone และ iPad ซึ่งเป็นแอพฯ ที่จะให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและเลือกดูรายการทีวีต่าง ๆ ได้บนอุปกรณ์ต่าง ๆ ของแอปเปิล และยังได้เพิ่ม Siri สำหรับ Apple TV เข้าไปด้วย ทำให้สามารถสั่งให้ Siri เปิดรายการทีวีหรือการถ่ายทอดสดที่ผู้ใช้ต้องการรับชมได้ สำหรับฟีเจอร์หลัก ๆ ของแอพฯ TV มีดังนี้

Watch Now – แสดงรายการทีวีที่สามารถชมได้ในขณะนั้น

 Up Next – แสดงรายการที่ผู้ใช้น่าจะอยากชมต่อไป เช่น ซีรีส์ที่กำลังชมอยู่ในตอนต่อไป

Recommended – แนะนำรายการที่ผู้ใช้น่าจะสนใจ ตามประเภทของรายการนั้นๆ

  Library – แสดงรายการทีวีที่ผู้ใช้ได้ซื้อหรือเช่าไว้แล้ว

Store – ดูและเลือกซื้อหรือติดตามรายการและคอนเทนต์ใหม่ ๆ

แอพฯ TV จะเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาสามารถใช้งานได้ก่อนในเดือนธันวาคมนี้ ทั้งบน Apple TV, iPhone และ iPad ส่วนในประเทศอื่น ๆ นั้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด

อ้างอิง : http://men.kapook.com/view159610.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1233360436728773

เมื่อมนุษย์ 6,000 ชีวิต โดนปล่อยเกาะร้างให้เอาตัวรอดด้วยการฆ่าและกินกันเอง โดย ทอแสง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ชมภาพยนตร์บางเรื่องที่มีเนื้อหาโหดๆ อย่างการพาคนไปปล่อยเกาะร้างที่ปราศจากอาหารและความช่วยเหลือ เพื่อให้เอาชีวิตรอดกลับออกมาโดยไม่สนว่าจะใช้วิธีการอะไร จนเราอาจเชื่อว่าเรื่องราวเสียสติแบบนี้คงมีแค่ในนิยายหรือในหนังที่สร้างขึ้นมาเท่านั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่าครั้งหนึ่งในอดีต เคยมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า Nazino Affair ที่ทำให้คนกว่า 6,000 ชีวิตต้องหาทางออกด้วยการฆ่าและกินกันเอง

04

ย้อนกลับไปในปี 1933 ช่วง 7 ปีสงครามโลกครั้งที่สองจะเริ่มขึ้น Joseph Stalin และผู้ร่วมอุดมการณ์ทางการเมืองเกิดไอเดียแปลกๆ ที่จะเนรเทศกลุ่มคนซึ่งไม่เหมาะสมกับอาณาจักรที่เขาตั้งใจจะสร้างขึ้น นั่นคือพวกคนจน คนพิการ และพวกเร่ร่อนที่ไร้ประโยชน์ต่อสหภาพโซเวียต ไปอยู่รวมกันในดินแดนสุดโหดของไซบีเรีย ที่ทั้งหนาวเย็น ไร้อาหาร และไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้

หลังจากกวาดต้อนผู้คนที่เขาไม่ได้ต้องการได้กว่า 6,000 ราย คนเหล่านั้นก็ถูกจับยัดลงเรือบรรทุกที่มีผู้คุมติดอาวุธครบมือคอยคุมการเดินทางไปยังเกาะห่างไกลที่ชื่อว่า Nazino แต่กว่าจะถึงปลายทาง ก็ต้องสังเวยคนไปแล้วกว่า 27 ชีวิตที่ตายเพราะความอดอยาก และอีก 300 คนที่จบชีวิตลงตั้งแต่คืนแรกที่เผชิญกับพายุหิมะ

01

02

เมื่อถึงปลายทาง ผู้ที่ถูกเนรเทศส่วนใหญ่ก็เหลืออาหารประทังชีวิตเพียงแค่ขนมปังขึ้นราที่ผู้คุมทิ้งลงมาจากเรือแล้วจากไปเท่านั้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมสุดสยอง เมื่อพวกเขาต้องดิ้นรนหาทางรอดชีวิตด้วยตัวเองอย่างอับจนหนทาง จนสุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ที่พวกเขาจะต้องฆ่าและกินกันเองเพื่อเอาตัวรอด ถึงขนาดที่มีบันทึกว่าบางกลุ่มยอมลงทุนต่อเรือเพื่อใช้เป็นเหยื่อล่อให้คนที่อยากหนีไปจากเกาะมาขอเข้าร่วม และฆ่าเขาทิ้งเพื่อใช้เป็นอาหาร

แต่ความสยองยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากนั้นไม่นานรัฐบาลโซเวียตก็ส่งคนเนรเทศมาเพิ่มอีกหลายพันคน และเมื่อเรือเข้าเทียบชายฝั่งของเกาะนาซิโน ยังไม่ทันที่เชลยกลุ่มใหม่จะได้เหยียบพื้นทราย คนกลุ่มเดิมที่ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ก็กรูกันเข้ามาฆ่าและยื้อแย่งชิ้นส่วนของผู้มาใหม่เหล่านั้นเพื่อนำกลับไปกิน

03

แม้จะเป็นเหตุการณ์ช็อกโลก แต่เรื่องราวนี้เพิ่งจะถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2002 เพราะมีเอกสารบางส่วนถูกเผยแพร่ออกมา และทำให้เหตุการณ์ นาซิโน แอฟแฟร์ กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์

ที่มา : https://www.spokedark.tv/articles/cannibal-island/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1233105360087614

กระจ่าง ! ร่องตรงกลางของไม้บรรทัด มีไว้เพื่ออะไร ประโยชน์มหาศาลที่หลายคนยังไม่รู้ โดย สุชาทิพย์

ร่องตรงกลางของไม้บรรทัด มีไว้เพื่ออะไร


          หนุ่มขี้สงสัยตั้งกระทู้ถาม ร่องตรงกลางของไม้บรรทัดมีไว้เพื่ออะไร งานนี้บรรดาชาวเน็ตแห่เข้ามาตอบคำถามกันเพียบ กระจ่างหูตาสว่างกันไปเลย

          เชื่อเลยว่าหลายคนคงจะเก็บความสงสัยไว้ในใจมานาน สำหรับร่องตรงกลางของไม้บรรทัดเหล็กที่แม้จะเห็นอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่รู้ประโยชน์ที่แท้จริงเสียทีว่ามีเอาไว้ทำไม ? ทำให้คุณ Kie Zuckerbong สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ที่เก็บความอัดอั้นตันใจไม่อยู่ตัดสินใจตั้งกระทู้ถามเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อที่ว่า “ร่องตรงกลางของไม้บรรทัดแบบอะลูมิเนียมไว้ใช้ทำอะไรครับ” 

ล่าสุด (29 ตุลาคม 2559) ก็ได้มีชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นเพื่อแบ่งปันความรู้กันจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นก็ได้เฉลยว่า แท้จริงแล้วร่องตรงกลางของไม้บรรทัดมีประโยชน์มาก เพื่อเอาไว้วางนิ้วเวลาใช้คัตเตอร์หรือมีดตัดกระดาษ ซึ่งร่องดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้จับไม้บรรทัดได้มั่นคงแล้ว ยังปกป้องปลายนิ้ว ปลายเล็บ ไม่ให้คัตเตอร์เผลอขึ้นมาเฉือนปลายนิ้วอีกด้วย

  

ร่องตรงกลางของไม้บรรทัด มีไว้เพื่ออะไร 

อ้างอิง  :http://hilight.kapook.com/view/144231

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1233115906753226

มวลชนค้นพบภูมิประเทศหน้าตาเหมือนฝูงแมงมุมบนดาวอังคาร โดย.วัชรี

อาสาสมัครนับหมื่นร่วมค้นพบภูมิประเทศบนขั้วใต้ของดาวอังคารที่มีชื่อว่า ฝูงแมงมุม (spiders) ภูมิประเทศดังกล่าวเกิดจากแผ่นน้ำแข็งและคาร์บอนไดออกไซด์แข็งที่ละลาย,แตกและถูกกัดกร่อนเป็นรอย ลักษณะดังกล่าวเป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลบนดาวอังคาร โดยทฤษฎีทางธรณีวิทยาบ่งชี้ว่าแผ่นน้ำแข็งและน้ำแข็งแห้งเกิดการละลายจากด้านล่าง คาร์บอนไดออกไซด์แข็งที่ละลายออกมามีความดันสูงจึงแทรกตัวออกมาตามช่องแล้วพาเศษฝุ่นออกมาจนกลายเป็นขาเล็กๆของแมงมุม

as20161027_1_01

อาสาสมัครเหล่านี้เป็นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตตามบ้านที่ร่วมโครงการวิเคราะห์ภาพถ่ายด้วยกล้องความละเอียดสูงของยาน Mars Reconnaissance Orbiter  พวกเขาถูกฝึกสอนให้มองหารูปแบบที่นักวิทยาศาสตร์สนใจ โดยโครงการดังกล่าวมีชื่อว่า “Planet Four: Terrains”

โครงการแบบนี้ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในงานวิทยาศาสตร์และการค้นพบอะไรใหม่ๆในโลกวิทยาศาสตร์ได้

ที่มาของข่าว : http://www.jpl.nasa.gov/news/news.php?release=2016-272

เรียบเรียงโดยสำนักบริการวิชาการและสื่อสารดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

อ้างอิง

http://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/2692-south-pole-spiders-on-mars

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1234023133329170

“พิโกะทาโร่” ตกใจเพลง PPAP ขึ้นสถิติโลก สั้นสุดๆ ฮิตติดบิลบอร์ด

AFP PHOTO / KAZUHIRO NOGI

เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 28 ต.ค. ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นักร้องดาวตลกญี่ปุ่นคนดัง พิโกะทาโร่ หรือนายคาซูฮิโตะ โคซากะ วัย 53 ปี รับมอบใบประกาศนียบัตรจากกินเนส เวิลด์ เรกคอร์ดส์ ในฐานะผู้ร้องเพลงที่มีสถิติโลกว่าเป็นเพลงสั้นที่สุดเพียง 45 วินาที ซึ่งฮิตติดชาร์ตเพลงฮิตของอเมริกา หรือ บิลบอร์ด ฮอต 100 มียอดชมมากกว่า 200 ล้านครั้ง

Japanese comedian Pikotaro (R) shows a Guinness World Records certificate during a press conference at the Foreign Correspondents' Club of Japan in Tokyo on October 28, 2016. A Japanese comedian's nonsense tune that became an internet sensation after Justin Bieber recommended it has entered the Guinness World Records as the shortest song to break into the Billboard Hot 100. / AFP PHOTO / KAZUHIRO NOGI
พิโกะทาโร่รับประกาศนียบัตร Guinness World Records ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ กรุงโตเกียว / AFP PHOTO

เพลงดังกล่าวคือ “พีพีเอพี” ย่อมาจากเพน-ไพน์แอปเปิ้ล-แอปเปิ้ล-เพน ที่ขึ้นแท่นเป็นเพลงฮิตไปทั่วโลก เผยแพร่คลิปวิดีโอร้องและเต้นเพลงพีพีเอพีบนเว็บไซต์ยูทูบเมื่อเดือนส.ค. จนกลายเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานักท่องอินเตอร์เน็ต ไต่ขึ้นสู่อันดับที่ 77 ของชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปีที่เพลงญี่ปุ่นหวนกลับมาติดชาร์ตนี้

แม้แต่จัสติน บีเบอร์ ซูเปอร์สตาร์นักร้องชาวแคนาดาขวัญใจสาวๆ ยังออกตัวโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ว่าชอบคลิปเพลงดังกล่าว และแนะนำให้เหล่าแฟนคลับลองฟัง จนมีการรีทวีตอย่างน้อย 66,300 ครั้ง

Japanese comedian Pikotaro gestures as he speaks during a press conference at the Foreign Correspondents' Club of Japan in Tokyo on October 28, 2016. A Japanese comedian's nonsense tune that became an internet sensation after Justin Bieber recommended it has entered the Guinness World Records as the shortest song to break into the Billboard Hot 100. / AFP PHOTO / KAZUHIRO NOGI
/ AFP PHOTO / KAZUHIRO NOGI

พิโกะทาโร่กล่าวว่า ตกใจมากที่จู่ๆ เพลงของตนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม หากไม่มีจัสติน บีเบอร์ คงมีคนฟังเพลงนี้แค่ 4 คนเท่านั้น พร้อมเล่าว่าใช้เงินลงทุนทำมิวสิควิดีโอแค่ 33,000 บาท อยากทำเพลงที่สนุกสนานออกมาให้คนอื่นได้ฟังกัน ไม่ได้คิดจริงๆ ว่าจะเป็นที่ชื่นชอบขนาดนี้ แม้ตอนนี้จะกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่ตนยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม และว่าจะสร้างสรรค์ผลงานเพลงออกมาเรื่อยๆ

ที่มา  https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_72637 

นักดาราศาสตร์ทำแผนที่ไฮโดรเจนทั่วกาแล็กซี โดย สุพรรษา

นักดาราศาสตร์นานาชาติช่วยกันสร้างแผนที่แสดงการกระจายตัวของอะตอมไฮโดรเจนทั่วท้องฟ้าด้วยข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์วิทยุ  Effelsberg และ กล้องโทรทรรศน์วิทยุหอดูดาว Parkes ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่เป็นลำดับต้นๆของโลก

standard_full

โครงการดังกล่าวมีชื่อว่า HI4PI เป็นการเก็บข้อมูลไฮโดรเจนซึ่งเป็นธาตุที่มีอยู่มากที่สุดในเอกภพและเป็นองค์ประกอบของดาวฤกษ์

งานนี้ไม่ใช่งานง่ายเพราะต้องเก็บข้อมูลถึงหมื่นล้านจุด นานนับหลายพันชั่วโมงและต้องกำจัดสัญญาณรบกวนจากบนโลกมากมายทั้งจากคลื่นวิทยุจากสถานีต่างๆ และจากการทหาร แต่ผลที่ได้นั้นน่าสนใจมาก แก๊สไฮโดรเจนถูกแสดงออกในรูปเส้นสายอันสวยงาม

สีสันต่างๆในรูปแสดงถึงการเคลื่อนไหวของไฮโดรเจน(ถ้าพุ่งเข้าหาโลกเราจะปรากฏเป็นสีม่วงและน้ำเงิน แต่ถ้าพุ่งออกจะแสดงด้วยสีเขียวและส้ม) ส่วนความสว่างแสดงถึงปริมาณไฮโดรเจน

แถบสว่างตรงกลางคือแนวของทางช้างเผือกที่พาดผ่านท้องฟ้า ส่วนแสงด้านล่างขวาคือกาแล็กซีเมฆแม็กเจนแลนใหญ่และเล็ก จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มแก๊สขนาดใหญ่ปรากฏโดยรอบ ส่วนกาแล็กซีแอนโดรเมดาและกาแล็กซีไทรแองกูลัม จะปรากฏเป็นวงรีสีม่วงเล็กๆอยู่ด้านซ้ายใต้เส้นแนวทางช้างเผือกเล็กน้อย

ที่มาของข่าว : http://www.mpifr-bonn.mpg.de/pressreleases/2016/13

http://www.aanda.org/articles/aa/abs/2016/10/aa29178-16/aa29178-16.html

เรียบเรียงโดยสำนักบริการวิชาการและสื่อสารดาราศาสตร์

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1232043860193764

รู้จักการทำบอลลูนหัวใจ หนึ่งในวิธีรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยสุพรรษา

บอลลูนหัวใจ


บอลลูนหัวใจ หนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่อยากให้มาทำความรู้จักการทำบอลลูนหัวใจกันสักหน่อย

การรักษาโรคหัวใจด้วยการทำบอลลูนหัวใจยังคงมีข้อสงสัยในประเด็นนี้อยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลข้างเคียงจากการทำบอลลูนหัวใจ ค่าใช้จ่าย หรือบางคนก็สงสัยว่าการทำบอลลูนหัวใจจะอันตรายไหม งั้นวันนี้เรามาศึกษากันดีกว่าค่ะว่า การทำบอลลูนหัวใจ คืออะไร และเป็นยังไงกันแน่

บอลลูนหัวใจ


บอลลูนหัวใจ คืออะไร

การทำบอลลูนหัวใจ (percutaneous transluminal coronary Angioplasty :PTCA) หรือในภาษาอังกฤษอีกชื่อหนึ่งว่า Balloon angioplasty คือ กรรมวิธีที่ใช้เครื่องมือชิ้นเล็กที่มีบอลลูนติดอยู่ตรงปลายท่อเล็ก ๆ สอดเข้าไปผ่านเส้นเลือดใหญ่ที่บริเวณแขนหรือขา ซึ่งจะใช้การเอกซเรย์เป็นตัวนำทางเพื่อสอดท่อบอลลูนเข้าไปถึงหลอดเลือดหัวใจที่ตีบแคบ และเมื่อหัวบอลลูนได้เข้าไปถึงจุดดังกล่าวแล้ว แพทย์จะทำการปล่อยลมให้บอลลูนพองตัวขึ้น ส่งผลให้เส้นเลือดที่ตีบแคบขยายตัวกว้างขึ้น และในขณะเดียวกัน แพทย์ก็จะสอดโลหะที่เป็นลวด (stent) วางไว้ในตำแหน่งเส้นเลือดที่ตีบแคบ เพื่อให้ตัวขดลวดกางออกทำหน้าที่เป็นโครงให้เส้นเลือดอยู่ในลักษณะขยายออกตลอดเวลา ซึ่งตัวขดลวดนี้จะอาบด้วยยา จึงสามารถลดอัตราการตีบตัวของเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่ง

การทำบอลลูนหัวใจ เป็นวิธีรักษาโรคหัวใจชนิดไหนบ้าง

การทำบอลลูนหัวใจเป็นหนึ่งในทางเลือกรักษาโรคหัวใจได้ โดยจะใช้รักษาโรคหัวใจชนิดดังต่อไปนี้

1. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

2. โรคลิ้นหัวใจตีบ

3. กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

บอลลูนหัวใจ

การทำบอลลูนหัวใจ ค่าใช้จ่ายสูงไหม เบิกประกันสังคมได้หรือไม่

ในกรณีที่เป็นผู้ประกันตนและใช้สิทธิประกันสังคม สามารถเบิกจ่ายค่าทำบอลลูนหัวใจได้ตามจริง โดยไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย (ในกรณีรักษาโรคลิ้นหัวใจ โดยใช้สายบอลลูนผ่านทางผิวหนัง) และสำหรับการขยายหลอดเลือดหัวใจโดยการใช้บอลลูนอย่างเดียว สามารถเบิกค่าใช่จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกินครั้งละ 30,000 บาทต่อราย และสามารถใช้สิทธิ์ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง

ทว่าหากไม่มีสิทธิประกันสังคม การทำบอลลูนหัวใจจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 80,000-1,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล รวมทั้งอุปกรณ์ในการรักษา (ขดลวดธรรมดาหรือขวดลวดเคลือบตัวยา)

บอลลูนหัวใจ

บอลลูนหัวใจ บัตรทองใช้ได้หรือเปล่า

สำหรับคนที่ถือบัตรทอง ก็สามารถเข้ารับการรักษาโดยการทำบอลลูนหัวใจได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ตัวเองถือสิทธิ์ ซึ่งหากทางโรงพยาบาลมีความพร้อมในการรักษาก็สามารถทำบอลลูนหัวใจให้ได้ ทว่าหากทางโรงพยาบาลไม่มีความพร้อมก็อาจต้องทำเรื่องขอส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นที่สะดวกในการทำบอลลูนหัวใจต่อไป

บอลลูนหัวใจ อยู่ได้กี่ปี

การทำบอลลูนหัวใจเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจในแต่ละครั้ง หากไม่ได้ใส่ขดลวด (stent) ในกรณีนี้เส้นเลือดอาจกลับไปตีบตันขึ้นได้ราว ๆ 30-40% ภายในระยะเวลา 6 เดือน แต่หากใส่ขดลวดเคลือบยาจะมีโอกาสหลอดเลือดกลับไปตีบตันประมาณ 10% แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำบอลลูนหัวใจของผู้ป่วยเองด้วย

บอลลูนหัวใจ

การทำบอลลูนหัวใจ อันตรายไหม

แม้การทำบอลลูนหัวใจจะเป็นทางเลือกของการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่ง่าย สะดวก เพราะไม่ต้องผ่าตัด และการทำบอลลูนหัวใจมีความเสี่ยงน้อยเพียง 1% แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงของการทำบอลลูนหัวใจอยู่บ้าง โดยภาวะเสี่ยงของการทำบอลลูนหัวใจอาจมีดังต่อไปนี้

– แพ้สารทึบแสงที่แพทย์ทำการฉีดเข้าเส้นเลือดก่อนทำบอลลูนหัวใจ
– ผู้ป่วยเกิดภาวะเลือดออกและมีการอักเสบตรงบริเวณสอดสายบอลลูน
– เส้นเลือดที่แขน ขา บริเวณที่สอดสายบอลลูนเกิดการอุดตัน
– บางรายอาจเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจหรือกล้ามเนื้อหัวใจทะลุในระหว่างทำการสอดใส่ท่อบอลลูนเข้าไปในเส้นเลือด

อย่างไรก็ตาม การทำบอลลูนหัวใจภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้พอสมควรนะคะ

บอลลูนหัวใจ ผลข้างเคียงมีไหม

หากผู้ป่วยไม่มีอาการแทรกซ้อนดังกล่าว การทำบอลลูนหัวใจอาจไม่มีผลข้างเคียงที่น่ากังวลสักเท่าไร และการทำบอลลูนหัวใจยังใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1-2 วัน และหากร่างกายหลังทำบอลลูนหัวใจไม่มีความผิดปกติที่น่าเป็นห่วง ผู้ป่วยก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้

บอลลูนหัวใจ

การปฏิบัติตัวหลังทำบอลลูนหัวใจ

1. ผู้ป่วยไม่ควรลุกจากเตียง และไม่งอแขนหรือขาด้านที่แทงเส้นเลือดเป็นเวลาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

2. หากพบว่าบริเวณที่แทงเส้นเลือดบวม หรือขาข้างที่แทงเส้นเลือดซีดหรือเย็นกว่าปกติ ควรแจ้งให้พยาบาลทราบ

3. ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ให้รับประทานอาหารได้ตามความเหมาะสม

4. ถ้าปวดแผล สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้

5. ในระยะแรก การทำกิจวัตรประจำวันอาจทำไห้เหนื่อยได้ ดังนั้นควรพักผ่อนครั้งละ 20-30 นาที วันละ 2 ครั้งในเวลากลางวัน ไม่จำเป็นต้องนอนพักแค่นั่งพักก็เพียงพอ และพยายามนอนหลับให้ได้ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน

6. ควรหลีกเลี่ยงอาหารคอเลสเตอรอลสูง เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล เป็นต้น

7. ควรงดชา กาแฟ และน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และควรงดสูบบุหรี่

8. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน ทองหยิบ ทองหยอด ทุเรียน ลำไย เป็นต้น

9. ถ้าต้องใช้น้ำมันปรุงอาหารควรเลือกใช้น้ำมันพืชแทนเนยหรือน้ำมันจากสัตว์ หรือให้วิธีลวก ต้ม นึ่ง และอบแทนการทอด

10. ควรรับประทานผักทุกชนิด และผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด เช่น มะละกอ พุทรา แอปเปิล ฝรั่ง เป็นต้น

11. ในระยะ 6 เดือนแรก เป็นช่วงสำคัญ ผู้ป่วยควรกินยาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รวมทั้งไปพบหมอตามนัดอย่าให้ขาด

การทำบอลลูนหัวใจกับการทำบายพาสต่างกันอย่างไร

นอกจากการทำบอลลูนหัวใจแล้ว การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสามารถรักษาได้ด้วยการทำบายพาส ซึ่งการทำบอลลูนหัวใจจะมีข้อดีตรงที่ทำง่ายกว่า ไม่ต้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการทำบายพาส ใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า ทว่าการทำบอลลูนหัวใจอาจกลับมามีอาการซ้ำได้อีก

ส่วนการทำบายพาสมีขั้นตอนยุ่งยากกว่า ค่ารักษาสูงกว่า พักฟื้นนานกว่า และผลข้างเคียงในการรักษามากกว่า แต่โอกาสกลับมาป่วยซ้ำก็น้อยกว่า

  อย่างไรก็ตาม การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสิรฐ ฉะนั้นหากวันนี้ร่างกายคุณยังแข็งแรง ก็พยายามดูแลรักษาตัวเองให้ดีอยู่เสมอด้วยนะคะ

ที่มา : http://health.kapook.com/view159612.html

ตามรอยพระบาทแก้ปัญหา “ขาดสารไอโอดีน” โดยสุพรรษา

 

ภาพประกอบจากเว็บไซต์เรารักเพราะเจ้าอยู่หัว

ตามรอยพระบาทแก้ปัญหา “ขาดสารไอโอดีน” thaihealth

“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” ตามรอยพระบาทแก้ปัญหา “ขาดสารไอโอดีน” หญิงตั้งครรภ์-ทารกแรกเกิด ส่งเสริมชาวบ้านปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่เสริมไอโอดีน ป้องกันโรคเอ๋อ ไอคิวต่ำ

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสนพระราชหฤทัยปัญหาการขาดไอโอดีนในเด็กไทย เนื่องจากไอโอดีนมีผลต่อพัฒนาการของเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพราะมีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์สมอง ใยสมอง หากขาดไอโอดีนอาจทำให้การเจริญของสมอง และระบบประสาทไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้สติปัญญาด้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นได้ ที่ผ่านมามีโครงการที่สนับสนุนการแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการเฝ้าระวังระดับไอโอดีนในปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดไอโอดีนในทุกจังหวัดของประเทศไทย

การประยุกต์ใช้ไทรอยด์ สติมูเลติง ฮอร์โมน (Thyroid Stimulating Hormone : TSH) จากการตรวจคัดกรองภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่องแต่กําเนิด (Congenital Hypothyroidism) ในกลุ่มทารกแรกเกิด อายุตั้งแต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไปทั่วประเทศ มาประเมินภาวะการ ขาดสารไอโอดีน เป็นต้น

นพ.สุขุม กล่าวว่า กรมวิทย์ได้ดำเนินตามรอยพระบาท โดยนำผลการตรวจคัดกรองระดับ TSH ของทารกแรกเกิดทั่วประเทศมาประเมินระดับความรุนแรงของภาวะการขาดสารไอโอดีนในแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2546 -2552 พบว่า ภาวะการขาดสารไอโอดีนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กไทยมีระดับไอคิวที่ต่ำกว่าปกติ จึงเป็นที่มาของโครงการนวัตกรรมแก้ปัญหาโรคเอ๋อและภาวะขาดสารไอโอดีนในพื้นที่อย่างยั่งยืนในเขตพื้นที่อุดรธานี และหนองคาย

ที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยกรมฯ ร่วมมือกับเครือข่ายสาธารณสุขและชุมชนในภาคอีสาน เป็นการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน ทำการเพิ่มสารไอโอดีนในระบบห่วงโซ่อาหารและผลผลิตทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีน

“ทั้งนี้ ได้มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกผักและเลี้ยงไก่ไข่เสริมไอโอดีน โดยใช้วิธีการฉีดพ่นสารละลายโปรแตสเซียมไอโอเดทในผักท้องถิ่น เช่น ผักบุ้งจีน ผักกวางตุ้ง ผักกาดหอม คะน้า ต้นหอม กะเพรา สะระแหน่ โหระพา และเลี้ยงไก่ไข่ด้วยอาหารที่ผสมสารโปแตสเซียมไอโอเดทที่มีความเข้มข้นสูง จะทำให้ได้ไข่ไก่ที่มีไอโอดีนเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการแปรรูปปลาเป็นปลาร้าที่มีการเสริมไอโอดีน เพื่อนำมาบริโภคกันมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นผลพลอยได้ตามมาก็คือ พฤติกรรมการบริโภคของคนในชุมชนเปลี่ยนไป หันมาบริโภคอาหารที่ปลูกเองเลี้ยงเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” อธิบดีกรมวิทย์ กล่าว

นพ.สุขุม กล่าวว่า ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีกิจกรรมที่อยู่ใน (ร่าง) แผนการดำเนินงานโครงการควบคุมและป้องกันโรคขาดสารไอโอดีน พ.ศ. 2560-2564 ได้แก่ ความร่วมมือการศึกษาวิจัยและการเฝ้าระวังต่างๆ โดยตรวจระดับไอโอดีนในเกลือเสริมไอโอดีน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จำหน่ายในประเทศ ด้วยวิธี ICM-MS ซึ่งเป็นวิธีอ้างอิงและมีความร่วมมือในการจัดทำแผนทดสอบความชำนาญการตรวจระดับไอโอดีนในปัสสาวะ

ที่มา : เว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป โดยสุพรรษา

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

ผ่านไปแล้วสำหรับงานเปิดตัวสินค้าส่งท้ายปี 2016 ของทาง Apple ที่ในคราวนี้เป็นคิวของ MacBook Proรุ่นใหม่นั่นเอง ซึ่งความโดดเด่นของ MacBook Pro ใหม่นี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากแถบบาร์ทัชสกรีนตัวใหม่ที่มาแทน ปุ่มฟังก์ชั่นทั้งแถวด้านบนสุดของตัวคีย์บอร์ด ที่ทาง Apple ได้นิยามฮาร์ดแวร์ตัวใหม่นี้ ด้วยชื่อที่เรียบง่ายว่า Touch Bar นั่นเอง

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ Touch Bar ซึ่งเป็นพระเอกหลักของงานนี้ มาชม MacBook Pro ตัวใหม่ให้ได้ทราบกันก่อน ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?


New MacBook Pro 2016

สำหรับ MacBook Pro ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป มีสเปคและการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ลักษณะและสเปคโดยรวมของ MacBook Pro 2016

  • คีย์บอร์ดรูปแบบ 2nd-Gen Butterfly Mechanism ที่ปุ่มแบนกว่าคีย์บอร์ดทั่วไป
  • แถบ Touch Bar แทนที่ แถบปุ่มฟังก์ชั่น (แถวบนสุด) บนตัวคีย์บอร์ด
  • พอร์ตการใช้งานเป็น USB-C ทั้งหมด 4 พอร์ต (ซ้าย 2 พอร์ต / ขวา 2 พอร์ต)
  • มีช่อง Audio ขนาด 3.5mm ให้ใช้งานอยู่
  • หน้าจอแสดงผลสว่างขึ้น 67% คอนทราสต์สูงขึ้น 67% และแสดงสีสันได้มากขึ้น 25%
  • มีให้เลือกใช้งาน 2 ขนาดคือ 13 นิ้วและ 15 นิ้ว
  • รุ่น 13 นิ้ว บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 3 ปอนด์ (1.4 กิโลกรัม)
  • รุ่น 15 นิ้ว บางเพียง 15.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 4 ปอนด์ (1.8 กิโลกรัม)
  • มี TouchPad ที่ขนาดกว้างขึ้นเป็น 2 เท่า
  • มี 2 สีให้เลือกใช้งานคือ Silver และ Space Grey
Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป
Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป
Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

สเปคตัวเครื่องของ MacBook Pro 2016

MacBook Pro รุ่นใหม่ แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 13 นิ้ว/15 นิ้ว พร้อม Touch Bar และรุ่นเล็ก 13 นิ้วไม่มี TouchBar ซึ่งทั้ง 3 รุ่น มีสเปคดังต่อไปนี้

15″ MacBook Pro + Touch Bar

  • Touch Bar และ Touch ID
  • 2.6GHz quad-core Intel Core i7
  • Radeon Pro 450 graphics
  • 16GB Memory
  • 256GB SSD
  • 4 USB-C (รองรับ Thunderbolts 3 พอร์ต)

13″ MacBook Pro + Touch Bar

  • Touch Bar และ Touch ID
  • 2.9GHz dual-core Intel Core i5
  • Intel Iris Graphics 550
  • 8GB Memory
  • 256GB SSD
  • 4 USB-C (รองรับ Thunderbolts 3 พอร์ต)

13″ MacBook Pro (ไม่มี Touch Bar)

  • 2.0GHz dual-core Intel Core i5
  • Intel Iris Graphics 540
  • 8GB Memory
  • 256GB SSD
  • 3 USB-C (รองรับ Thunderbolts 2 พอร์ต)

โดยรวมแล้ว สเปคหลายๆ อย่างของ MacBook Pro ก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขนาดตัวเครื่องที่บางและเบาลงกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่ง MacBook Pro ขนาด 13 นิ้วตัวใหม่นี้ บางกว่า MacBook Air เช่นเดียวกับ MacBook ตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว หรือพอร์ตต่างๆ ที่ถูกเปลี่ยนเป็น USB-C ทั้งหมด (อุปกรณ์ไอทีต่างๆ ต้องปรับตัวพอสมควรเลยทีเดียว) แต่ที่แอบโล่งใจเล็กๆ ก็คือช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ที่ไม่โดนตัดทิ้งไปเหมือน iPhone 7 เอาเป็นว่า ไปทำความรู้จักกับ Touch Bar ผู้ที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดในค่ำคืนที่ผ่านมากันเลยดีกว่า


Touch Bar พระเอกหลักของงานนี้

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Touch Bar เป็นของเล่นชิ้นใหม่จากทาง Apple ที่เรียกว่าจะมาเขย่าวงการคอมพิวเตอร์กันเลยทีเดียว โดยทาง Apple ยังคงไม่ยอมให้ MacBook ของพวกเขามีทัชสกรีนที่หน้าจอเหมือนอย่างโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไปในปัจจุบัน แต่กลับได้เลือกสร้าง Touch Bar มาให้ใช้งานแทน

รูป Touch Bar ในการใช้งานกับแอพฯ ต่างๆ

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป
Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป
Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

โดย Touch Bar เป็นแถบหน้าจอแสดงผลแบบ Retina ที่รองรับการสัมผัสแบบ Multi-Touch และคำสั่ง Gestures ได้ เครื่องมือต่างๆ ที่ปรากฏบนแถบ Touch Bar สามารถเปลี่ยนไปตามแอพฯ ที่เปิดใช้งานอยู่ เช่น เครื่องมือแต่งภาพต่างๆ ใน Adobe Photoshop, Emoticons บนแอพฯ แชท, Address bar / Bookmarks บนเบราว์เซอร์ หรือแม้กระทั่งการรับสายจากแอพฯ ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งภายในงาน ได้มีการสาธิตการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ด้วย Touch Bar ที่สร้างความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ได้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่โปรแกรมมิกซ์เสียงหรือโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ที่ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นไปอีก

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

แน่นอนว่าเมื่อ Touch Bar สามารถทัชได้ ทาง Apple จึงใส่ Touch ID เอาไว้ในแผงควบคุมนี้ด้วย ผู้ใช้งานสามารถสแกนลายนิ้วมือด้วยระบบ Touch ID เพื่อเข้าสู่ระบบของ MacBook Pro ได้ ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านใดๆ ให้วุ่นวาย นอกจากนี้ หากในอุปกรณ์ มี User มากกว่า 2 คน อีกคนก็สามารถสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเปลี่ยนเป็น User ของตัวเองได้ทันที ไม่ต้องทำการ Switch User ให้วุ่นวายอีกด้วย

สำหรับคนที่ชอบซื้อของออนไลน์ก็สามารถใช้ Touch ID เพื่อยืนยันจ่ายเงินด้วย Apple Pay ได้เช่นกัน

ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นใหม่ของวงการ ที่ทาง Apple เลือกมาแทนที่ทัชสกรีนหน้าจอของแล็บท็อปทั่วไปได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการใช้งานทัชสกรีนบนหน้าจอที่ต้องยกมือนานๆ นั้น ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย แต่ด้วย Touch Bar ที่มีลักษณะการใช้งานไม่ต่างจากคีย์บอร์ดทั่วๆ ไปนี้ ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


ราคาและการวางจำหน่าย

  • 13″ MacBook Pro (ไม่มี Touch Bar) – ราคา 1,499 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 52,000 บาท) พร้อมจำหน่ายแล้ว
  • 13″ MacBook Pro – ราคา 1,799 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 63,000 บาท) พร้อมจำหน่ายในอีก 2-3 อาทิตย์
  • 15″ MacBook Pro – ราคา 2,399 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 84,000 บาท) พร้อมจำหน่ายในอีก 2-3 อาทิตย์

และก่อนที่จะทำการเปิดตัว MacBook Pro ภายในงาน ทาง Apple ได้มีการพูดถึง Apple TV เล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย ซึ่งความน่าสนใจก็คือแอพฯ ใหม่ของทาง Apple ที่มีชื่อสั้นๆ และเรียบง่ายว่า ‘TV’

แอพฯ ใหม่ในชื่อว่า ‘TV’

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

ทาง Apple ได้เปิดตัวแอพฯ ใหม่ สำหรับ Apple TV เพื่อรองรับพฤติกรรมการดูทีวีของคนในปัจจุบัน ที่สามารถเลือกชมรายการโปรดจากผู้ให้บริการต่างๆ ได้ ทุกรายการ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากสถานีต่างๆ หรือซีรีย์ภาพยนตร์จาก HBO เป็นต้น โดยแอพฯ นี้จะทำการรวบรวมรายการจากผู้ให้บริการต่างๆ ไว้ในแอพ TV เพียงแอพฯ เดียว พร้อมทั้งยังมีระบบ Single Sign-on ที่ผู้ใช้เข้าสู่ระบบเพียงครั้งเดียว ก็สามารถใช้บริการได้ทุกค่ายอีกด้วย (ปกติแล้ว บริการเหล่านี้จะมีลักษณะเป็นบริการรายเดือน ที่ต้องเข้าสู่ระบบเพื่อรับชม)
ปล. ไม่เห็น Netflix ในบริการ TV ตามข่าวลือ

โดยแอพ TV นี้จะเริ่มให้บริการที่สหรัฐอเมริกา ในเดือนธันวาคม และยังสามารถใช้งานบน iPhone และ iPad ได้อีกด้วย


ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าที่น้อยไปหน่อยสำหรับ Apple Special Event ส่งท้ายปี 2016 (น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้) แต่ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีอย่าง Touch Bar บน MacBook Pro เครื่องใหม่ได้อย่างยิ่งใหญ่พอสมควร จนอาจทำให้วิธีการทำงานของใครหลายๆ คนเปลี่ยนไปเลยทีเดียว
ที่มา : live.theverge.com