คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2016

6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา โดย ปภาพร

มาดูเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ถูกพัฒนามาใช้กับการเลี้ยงน้องหมา

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

     ถ้าพูดถึงการเลี้ยงการดูแลน้องหมาของผู้เลี้ยงน้องหมาทั่วโลก จะเห็นได้ว่า ในทุก ๆ ปีจะมีรูปแบบและวิธีการเลี้ยงน้องหมาที่แปลกใหม่ตามยุคสมัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากผู้เลี้ยงน้องหมาได้หันมาให้ความสนใจและใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพของน้องหมาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัทต่าง ๆ ก็ได้พยายามคิดค้นและพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ และเครื่องใช้ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ตลาดของคนรักสุนัขที่ต่างก็หวังอยากให้สุนัขของตัวเองมีสุขภาพที่ดี …

     เทคนิคการเลี้ยงการดูแล วันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะพาเพื่อน ๆ มาดูกันค่ะว่า ในปัจจุบันนี้ทั่วโลกของเราได้มีเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ อะไรบ้างที่ถูกคิดค้นและพัฒนามาใช้ในการเลี้ยงน้องหมาเพื่อให้น้องหมาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกันบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า แต่ละอย่างจะต้องเป็นที่ถูกใจจนเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนต้องอยากได้มาใช้กับน้องหมาของตัวเองอย่างแน่นอนค่ะ ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง เราไปติดตามดูกันเลยค่ะ

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

pet tracker ปลอกคอไฮเทคตามติดพฤติกรรมสุนัข

 Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

pet tracker ปลอกคอน้องหมาสุดไฮเทคเป็นเทคโนโลยีที่บริษัทสแน็ปแทร็กอิ้งค์ คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ระบุพิกัดตำแหน่งที่น้องหมาอยู่  โดยปลอกคอสุดไฮเทคที่ใช้เทคโนโลยี GPS บอกตำแหน่งของน้องหมา ว่าตอนนี้น้องหมาอยู่ตรงจุดไหน ส่วนไหนของบ้าน หรือออกไปไกลเกินกว่าพื้นที่เขตปลอดภัย ซึ่งเจ้าของสามารถใช้ในการติดตามตัวน้องหมาได้ สำหรับปลอกคอนี้ถูกผลิตออกมาให้เหมาะกับน้องหมาทุกเพศทุกวัย เมื่อน้องหมาที่สวมใส่ปลอกคอออกนอกพื้นที่เขตปลอดภัยที่เจ้าของกำหนดไว้ ระบบจะทำการส่งข้อความ พิกัดตำแหน่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ของเจ้าของทันที และไม่ว่าเจ้าของจะอยู่ที่ไหนก็สามารถติดตามสอดส่องพฤติกรรมของสุนัขได้ตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ

นอกจากเจ้าปลอกคอสุดไฮเทคนี้จะสามารถบอกพิกัดของน้องหมาได้แล้ว ปลอกคอยังสามารถบันทึกพฤติกรรมของน้องหมาระหว่างวันว่าน้องหมาทำกิจกรรมอะไรบ้าง ซึ่งระบบจะรวบรวมข้อมูลออกมาเป็นกราฟและรายงานผลทุก ๆ 30 วัน เพื่อให้เจ้าของได้ดูแนวโน้มพฤติกรรมของสุนัข เพื่อนำไปแก้ไขหรือปรับปรุงต่อไปนั่นเองค่ะ

Fujitsu ปลอกคอบันทึกสุขภาพสุนัข

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

ฟูจิสึ (Fujitsu) บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งประเทศญี่ปุ่นได้ผลิตปลอกคอบันทึกสุขภาพสุนัขสุดเจ๋ง ซึ่งความพิเศษของปลอกคอชิ้นนี้คือสามารถบันทึกกิจกรรม จำนวนการก้าวเดิน หรือบันทึกสุขภาพน้องหมา เพื่อให้เจ้าของสุนัขตรวจสอบข้อมูลเพื่อง่ายต่อการจัดการดูแลสุขภาพน้องหมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ทันยุคทันสมัย เพราะทางฟูจิสึได้คิดค้นปลอกคอน้องหมาเพื่อตอบโจทย์คนรักสุนัขให้สามารถดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้ดียิ่งขึ้น
โดยได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงที่ใช้ในมนุษย์มาให้ปรับให้สอดคล้องสำหรับการทำปลอกคอสุนัข และนอกจากนี้ ปลอกคอยังมีความพิเศษคือ มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ไม่ทำให้สุนัขรำคาญ สวมใส่ได้ตลอดเวลา เพราะลักษณะทางกายภาพเหมือนปลอกคอสุนัขทั่ว ๆ ไป แต่จะมีจุดเด่นอยู่ที่ใช้พลังงานน้อยมาก และสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลแม้ในขณะที่สุนัขนอนหลับค่ะ

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

ซึ่งวิธีการตรวจเช็คข้อมูลในปลอกคอก็ทำง่าย ๆ เพียงแค่นำตัวเก็บข้อมูลที่ปลอกคอสุนัขไปวางใกล้ ๆ กับโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ เพียงเท่านี้ก็สามารถดึงข้อมูลเข้าไปเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ นอกจากนี้เจ้าของยังสามารถอัพโหลดข้อมูลเข้าเว็บไซด์ของตน และให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ การแสดงผลข้อมูลจะแสดงในรูปแบบกราฟ เพื่อให้เข้าใจง่าย และสามารถติดตาม แปลผลข้อมูลเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วยค่ะ

Bow-Lingual เครื่องแปลเสียงสุนัข

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

     Bow-Lingual Dog Translator เป็นเทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยให้เจ้าของเข้าใจน้องหมามากขึ้น โดยการทำงานของเครื่องแปลงเสียงน้องหมานี้ ผู้เลี้ยงจะต้องติดตั้งเครื่องบันทึกเสียงไว้ที่ปลอกคอของน้องหมา โดยเครื่องจะทำหน้าที่รับสัญญาณเสียงร้องต่าง ๆ ของน้องหมาส่งผ่านคลื่นวิทยุไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณที่ผู้เลี้ยงจะต้องพกติดตัวไว้ ซึ่งตัวอุปกรณ์รับสัญญาณจะมีจอภาพแสดงผลออกมาเป็นรูปการ์ตูนที่บ่งบอกอารมณ์ต่าง ๆ ของน้องตามเสียงร้อง เช่น ถ้าเป็นรูปใบหน้า Happy ก็จะหมายความว่า สุนัขของเรากำลังอยู่ในอารมณ์ผ่อนคลาย สบายๆ พร้อมที่จะเป็นมิตรกับทุกคน เป็นต้น

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

ความพิเศษของเครื่องแปลเสียงร้องของน้องหมานึ้คือ จะสามารถบันทึกความรู้สึกของน้องหมาได้ เป็นเวลานานถึง 8 ชั่วโมง และสามารถแปลเสียงของน้องหมาได้มากกว่า 80 สายพันธุ์จากทั่วโลก และยังสามารถแปลเสียงของสุนัขสายพันธุ์ผสมได้อีกด้วยค่ะ

โดยภายในชุดเครื่องแปลภาษาของสุนัขนี้ จะประกอบไปด้วย เครื่องควบคุม และบอกความรู้สึกของสุนัข ไมโครโฟนไร้สายสำหรับสุนัข สายคล้องคอสำหรับสุนัข และคู่มือการใช้(เป็นภาษาอังกฤษ) สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาท ค่ะ เทคโนโลยีล้ำสุดยอดไปเลยใช่ไหมคะเพื่อน ๆ ?

SmartDog โทรศัพท์สำหรับสุนัข

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

SmartDog เป็นโทรศัพท์สำหรับสุนัขที่หญิงนักธุรกิจผู้รักสุนัขชาวอังกฤษได้คิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรักสุนัขที่ต้องออกไปทำงานหรือทำธุระนอกบ้านจะได้ติดต่อพูดคุยกับสุนัขของตัวเอง รวมถึงยังสามารถให้ขนมกับสุนัขในระหว่างวันได้อีกด้วย โดย SmartDog ได้รวมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ กล้อง ลำโพง และที่ให้ขนมเอาไว้ในเครื่องเดียว โดยเจ้าของสามารถควบคุมการทำงานของโทรศัพท์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน สนนราคาอยู่ที่ £250 หรือประมาณ 12,500 บาทไทยค่ะ

สำหรับ SmartDog สามารถทำงานง่าย ๆ เพียงเจ้าของสุนัขเปิดแอปพลิเคชั่นจากสมาร์ทโฟน จากนั้นตัวเครื่องจะส่งสัญญาณเสียงเพื่อเรียกสุนัข ทำให้เจ้าของสามารถเห็นภาพสด ๆ ของสุนัขและสามารถพูดคุยกับสุนัขผ่านทางหน้าจอสมาร์ทโฟน รวมถึงสามารถให้ขนมกับสุนัขเมื่อสุนัขทำตามคำสั่งได้อย่างง่ายดายนั่นเองค่ะ

Dog TV ช่องสำหรับสุนัขขี้เหงา

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

     สำหรับผู้เลี้ยงที่มีธุระจำเป็นที่ต้องปล่อยน้องหมาให้อยู่บ้านเพียงลำพังและกังวลว่า น้องหมาจะเหงา ก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วค่ะ เพราะในประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการจัดตั้งช่องเคเบิ้ลทีวีเพื่อเอาใจน้องหมาโดยเฉพาะเลย โดยใช้ชื่อว่า Dog TV ให้สุนัขได้ผ่อนคลายความเครียดในช่วงเวลาที่เจ้าของน้องหมาไม่อยู่บ้าน โดยเนื้อหาของรายการกระตุ้นให้น้องหมาเกิดพฤติกรรมในเชิงบวก สร้างความบันเทิง ผ่อนคลาย ให้แก่บรรดามะหมาทั้งหลายได้เพลิดเพลินไปกับรายการต่าง ๆ นอกจากนี้รายการยังมีเนื้อหาหลากหลายที่กระตุ้นให้สุนัข อารมณ์ดี วิ่งเล่น เคลื่อนไหว ซึ่งผลัดเปลี่ยนเป็นประจำทุกวันค่ะ

โดยภาพที่แสดงออกมาทางหน้าจอทีวีจะถูกถ่ายทำด้วยกล้องคุณภาพสูงและมีความละเอียดสูง ทำให้ภาพชัดขึ้นจึงทำให้สุนัขรับภาพได้อย่างชัดเจน และสามารถมองเห็นได้จากทุกที่ในห้อง และสำหรับช่วงรายการส่วนใหญ่ที่สุนัขชอบจะเป็นในส่วนของภาพธรรมชาติ เสียงดนตรี หรือบางครั้งอาจจะเป็นเสียงของเด็ก กระดิ่งประตู หรือเสียงสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นประสาทการรับรู้ของน้องหมาค่ะ

Dog-E-Glow ปลอกคอ LED สุดเก๋สำหรับสุนัข

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

หากพูดถึงของใช้ขั้นพื้นฐานของน้องหมา หลาย ๆ คนก็คงต้องนึกถึง ปลอกคอ และสายจูงสำหรับน้องหมาใช่ไหมคะ? … แต่ถ้าหากพูดถึงปลอกคอน้องหมาที่กำลังป๊อบไปทั่วโลกก็คงหนีไม่พ้น Dog-E-Glow ปลอกคอสำหรับน้องหมาสุดล้ำที่ดึงเอาเทคโนโลยีเข้ามาทำให้ปลอกคอน้องหมาธรรมดา ๆ ให้กลายเป็นปลอกคอที่คนรักสุนัขทั่วโลกต่างอยากหามาให้กับน้องหมาของตัวเอง เพราะเป็นปลอกคอที่แตกต่างจากปลอกคอสุนัขทั่วไป โดยมีจุดเด่นอยู่ที่มีไฟ LED ดวงเล็ก ๆ ติดอยู่ทั่วทั้งปลอกคอและสายจูง ที่จะสามารถช่วยลดอุบัติเหตุสุนัขถูกรถชนในตอนกลางคืนได้ ซึ่งหลอดไฟ LED ที่ติดอยู่กับปลอกคอสามารถมองเห็นได้ในที่มืดหรือในสภาพอากาศที่ย่ำแย่ได้ไกลกว่า 1,000 ฟุต และแบตเตอรี่ยังสามารถอยู่ได้นานถึง 150 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

     สำหรับเจ้าปลอกคอสุนัข Dog-E-Glow สุดเก๋นี้ ผลิตจากวัสดุไนลอนคุณภาพสูง พร้อมกับการตัดเย็บอย่างดี มีลวดลายสีสันและขนาดที่หลายหลาย นำแฟชั่น พร้อมกับมีหลอดไฟ LED ดวงเล็ก ๆ ที่ปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงติดอยู่ทั่วทั้งปลอกคอและสายจูง ซึ่งสามารถปรับเป็นโหมดไฟปกติหรือปรับเปลี่ยนเป็นไฟกระพริบก็ได้ค่ะ …ในตอนนี้ปลอกคอ Dog-E-Glow เป็นปลอกคอที่ได้รับความนิยมจากคนรักสัตว์ทั่วโลกอย่างมาก เพราะนอกจากจะมีคุณสมบัติใช้งานได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีความสวยแปลก เวลาสุนัขใส่ก็จะโดดเด่นไม่เหมือนใครอีกด้วยค่ะ …

 

Dogilike.com :: 6 เทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ในการเลี้ยงน้องหมา

     เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับสิ่งประดิษฐ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของคนรักสุนัข ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ? เพราะนอกจากจะช่วยให้เจ้าของน้องหมาได้เลี้ยงและดูแลน้องหมาได้ใกล้ชิดมากขึ้นแล้ว ยังช่วยทำให้น้องหมาเพลิดเพลิน ไม่เครียดอีกด้วย เชื่อว่า ในอนาคตเราจะได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจถูกผลิตออกมาเพื่อใช้ในการเลี้ยงน้องหมาให้มีสุขภาพดีแบบนี้ไปอีกเรื่อย ๆ นะคะ

และในสัปดาห์หน้า เพื่อน ๆ ก็อย่าลืมติดตามบทความที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยทุ่นแรง ทำให้ผู้เลี้ยงเลี้ยงสามารถเลี้ยงน้องหมาได้ง่ายมากขึ้นกันนะคะ^_^

บทความโดย : Dogilike.com
http://www.dogilike.com/

ข้อมูลและภาพประกอบ

http://www.dailymail.co.uk/

http://hdwallimg.com/beautiful/little-dog-happy-funny-wallpaper-hd.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1234989966565820

Mitsubishi eX Concept เตรียมเปิดตัวที่งาน LA Auto Show 2016 โดย ปภาพร

Mitsubishi eX Concept เตรียมเปิดตัวที่งาน LA Auto Show 2016

Mitsubishi eX Concept เตรียมเปิดตัวที่งาน LA Auto Show 2016

     Mitsubishi eX Concept ใหม่ เตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการที่งาน LA Auto Show 2016 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้
     Mitsubishi eX Concept เป็นต้นแบบรถยนต์ครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ถูกเผยโฉมครั้งแรกที่งาน Tokyo Motor Show 2015 ที่ประเทศญี่ปุ่น ชูจุดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า (EV) พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ S-AWC (Super All Wheel Control) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่, ระบบช่วยจอดรถกึ่งอัตโนมัติ, ระบบป้องกันการชนด้านหน้า และระบบเชื่อมต่อรถยนต์รอบข้าง เป็นต้น
     ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าใน eX Concept ใหม่ ติดตั้งแบตเตอรี่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการจ่ายพลังงานได้ดีขึ้น พร้อมระบบมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 95 แรงม้าจำนวน 2 ชุด ขับเคลื่อนแยกกันระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางไกลกว่า 400 กิโลเมตร
     ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ S-AWC ใช้เซ็นเซอร์ระบบ Active Yaw System (AYC) ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อที่เหมาะสม ช่วยให้ตัวรถเกาะถนนมากยิ่งขึ้นบนทางเปียก รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่แบบออฟโรด
     Mitsubishi eX Concept เตรียมเปิดตัวอีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้
ที่มา: www.auto.sanook.com/55615/

มนุษย์อวกาศเดินทางจากISSกลับสู่โลก โดย.วัชรี

Expedition 49 Soyuz MS-01 Landing

มนุษย์อวกาศร่วมจากสหรัฐ, รัสเซียและญี่ปุ่นเดินทางออกจากสถานีอวกาศนานาชาติและถึงพื้นโลกแล้ว

วันนี้(30ต.ค.59)มนุษย์อวกาศร่วมจากสหรัฐ, รัสเซีย และญี่ปุ่นได้เดินทางออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เพื่อมุ่งหน้ากลับสู่พื้นโลก  หลังจากมนุษย์อวกาศชุดใหม่ จำนวน 3 คน เพิ่งเดินทางถึง ISS เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายอะนาโตลี ไอแวนิชิน ผู้บัญชาการสถานีจากสำนักงานอวกาศรัสเซีย, นางเคท รูบิ้นส์ มนุษย์อวกาศจากองค์การนาซ่าของสหรัฐ และนายทาคูยะ โอนิชิ มนุษย์อวกาศจากญี่ปุ่น ได้ปีนเข้าไปยังแคปซูลยานอวกาศโซยุสและเดินทางออกจากสถานีเมื่อเวลา20.35น.ของวันเสาร์ตามเขตเวลามาตรฐาน EDT หรือ 07.35น.ของวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย

มนุษย์อวกาศทั้ง 3 คน ได้กระโดดร่มและร่อนลงมายังพื้นโลกในประเทศคาซัคสถาน ในเวลา 23.59 น.ของวันเสาร์ตามเขตเวลามาตรฐาน EDT หรือ 10.59 น.ของวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย โดยมนุษย์อวกาศทั้งหมดได้ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศทั้งหมด 4 เดือน เช่นการใช้โปรแกรมจัดลำดับดีเอ็นเอในอวกาศเป็นครั้งแรกและการติดตั้งที่จอดยานอวกาศสำหรับรองรับแท็กซี่ยานอวกาศเชิงพาณิชย์ในอนาคต ส่วนมนุษย์อวกาศชุดใหม่ 3 คน ได้เดินทางถึงสถานีอวกาศนานาชาติในวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาและมีกำหนดปฏิบัติภารกิจตามลำพังจนถึงเดือนหน้า ก่อนที่มนุษย์อวกาศอีก 3 คนจะเดินทางเข้าสมทบ

อ้างอิง

http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=118163&t=news

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1234546199943530

‘เจเนรัล มอเตอร์ส’ จับมือบริษัทเทคโนโลยีคิดค้นถุงมือหุ่นยนต์สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม โดย.วัชรี

65FA2287-E498-43D3-9A0C-FE0E79B7A6EB_cx0_cy6_cw0_w987_r1_s_r1

บริษัท Bioservo Technologies บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์สัญชาติสวิส ผู้ผลิตถุงมือหุ่นยนต์น้ำหนักเบา “extra muscle glove” สำหรับคนที่ไม่สามารถหยิบจับสิ่งของได้ดี ได้ร่วมมือกับบริษัทผลิตรถยนต์ General Motor ในการออกแบบถุงมือหุ่นยนต์เพื่อใช้กับคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม

หลังจากตัวเซ็นเซ่อร์บนปลายนิ้วมือสามนิ้ว บันทึกการทำงานของผู้สวมถุงมือแล้ว ถุงมือหุ่นยนต์ที่ทำจากผ้าเนื้อนุ่มจะเลียนแบบและกระตุ้นการทำงานด้วยกล้ามเนื้อเทียม

Johan Ingvast ผู้ก่อตั้งบริษัท Bioservo Technologies กล่าวว่า ถุงมือหุ่นยนต์ของทางบริษัทแตกต่างจากอุปกรณ์หุ่นยนต์แบบอื่นๆ ที่ใช้วัสดุที่มีความแข็ง แต่ถุงมือหุ่นยนต์ของบริษัททำจากผ้าเนื้อนุ่ม

ทางบริษัทพัฒนาถุงมือนี้เพื่อเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ช่วยให้คนที่มือหยิบจับได้ไม่แข็งแรง อาทิ คนที่เป็นโรคปวดตามข้อกระดูก

ขณะนี้ ทางบริษัทได้รวมเอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย General Motors กับเทคโนโลยี “RoboGlove” ขององค์การสำรวจอวกาศแห่งสหรัฐหรือนาซ่า เพื่อพัฒนาถุงมือที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้แก่คนงานในโรงงานอุตสาหกรรม ในการหยิบจับวัสดุที่มีความหนัก และต้องเคลื่อนไหวมือแบบซ้ำๆ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและความเหนื่อยล้า

อ้างอิง

http://www.voathai.com/a/roboglove-assembly-line/3572648.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1234992579898892

Apple เปิดตัวคอมพิวเตอร์แล็บท็อป MacBook Pro รุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่มลูกเล่นระบบสัมผัสที่แป้นพิมพ์ โดย.วัชรี

2D518A14-374F-4CBB-862A-0A3595E3178E_w987_r1_s

ลูกเล่นดังกล่าวจะทำให้ผู้ใช้ออกคำสั่งเป็นระบบสัมผัสบริเวณพื้นที่ของแป้นพิมพ์ด้านบน เพื่อตัดแต่งภาพ ท่องเว็บไซท์ และยังทำคำสั่งซื้อของออนไลน์แบบเดียวกับที่จ่ายเงินผ่านระบบ Apple Pay ตามร้านค้า

การเปิดตัวสินค้าใหม่ครั้งนี้เกิดขึ้นที่งานแถลงข่าวในเมือง Cupertino รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ตั้งของสำนักงานใหญ่บริษัท Apple

ผู้บริหารแนะนำ MacBook Pro ใหม่สามรุ่นด้วยกัน ซึ่งมีหน้าจอ 13 และ 15 นิ้ว ที่มีคุณสมบัติใหม่ๆ ครบ และยังมีรุ่นหน้าจอ 13 นิ้วที่ราคาต่ำลงมาแต่ไม่มีลูกเล่นระบบสัมผัส

MacBook Pro ใหม่ทั้งหมดนี้มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,600 ดอลลาร์ โดยรุ่นก่อนหน้านี้ราคาเฉลี่ยต่ำกว่านี้ 300 ดอลลาร์ คืออยู่ที่ 1,300 ดอลลาร์ ตามรายงานของ The Wall Street Journal

นอกจากนั้นบริษัทยังได้แนะนำแอพ “TV” ให้ผู้ใช้ดูรายการโทรทัศน์และซีรี่ส์ผ่านอุปกรณ์ของ Apple เช่น iPad และ iPhone ในสหรัฐฯ ด้วย

 

อ้างอิง

http://www.voathai.com/a/apple-new-macbook-pro/3569636.html

คลิปลูกโบวลิ่ง กับ ขนนกตกลงมาพร้อมกัน มันจะถึงพื้นพร้อมกันหรือไม่

        400กว่า ปีที่แล้ว กาลิเลโอ ได้ค้นพบว่า วัตถุทุกชนิดเมื่อตกจากที่สูงลงบนพื้นโลก จะตกในอัตราความเร็วที่เท่ากัน…เขากล่าวว่าในสภาพที่ปราศจากแรงต้านของอากาศ ถ้าปล่อยลูกปืนใหญ่กับขนนกจากความสูงที่ระดับเดียวกันในเวลาเดียวกัน มันจะตกถึงพื้นพร้อมกัน…มันยากที่จะอธิบายและพิสูจน์ให้ผู้คนเข้าใจมาเป็นเวลานาน แต่ด้วยเทคโนโลยีวันนี้ มันสามารถพิสูจน์ชัดและเห็นกับตาได้ว่ามันเป็นจริง…สุดยอด

         ภาพลูกแอปเปิ้ลกับขนนกตกลงมาในห้องสูญญากาศด้วยความเร่ง  9.8   m/s2     ถ่ายภาพด้วยกล้องสโตโบสโคป      ลูกศรสีแดงแสดงทิศทางกับขนาดของความเร็ว  จะเห็นว่าขนาดของความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   แต่ทั้งลูกแอปเปิ้ลและขนนกตกลงมาด้วยระยะที่เท่ากันตลอดเวลา

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1234227206642096/

ไม่มีเงินสดไม่เป็นไร ญี่ปุ่นเตรียมให้จ่ายค่าไฟได้ด้วย “Bitcoin” โดย สุชาทิพย์

ไม่มีเงินสดไม่เป็นไร ญี่ปุ่นเตรียมให้จ่ายค่าไฟได้ด้วย "Bitcoin"

บริษัทญี่ปุ่นเตรียมเปิดให้ผู้ใช้บริการชำระค่าไฟด้วยสกุลเงินดิจิตอลอย่าง “บิทคอยน์” (Bitcoin) แล้ว โดยมีกำหนดการเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้

โดยบริการดังกล่าวมีชื่อว่า Coincheck Electricity ของ Coincheck ที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการนำ Bitcoin ของตนเองมาจ่ายแทนเงินสดได้ และมีแผนจะให้ส่วนลด 4 – 6 เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก และเลือกที่จะจ่ายด้วย Bitcoin ด้วย

สำหรับบริษัทแม่ของ Coincheck อย่าง Reju Press ก็ได้จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Mitsuwa พัฒนาระบบการชำระเงินด้วย Bitcoin เช่นกัน โดยในตอนนี้ ทาง Coincheck ได้ร่วมกับบริษัทลูกของ Mitsuwa อย่าง E-Net จับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Marubeni Power Retail Corporation ซึ่งมีโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ถึง 17 แห่งในญี่ปุ่นตอนกลาง และมีสำนักงานใน 66 ประเทศทั่วโลกด้วย แต่ก็ยังไม่มีแผนเกี่ยวกับการรับชำระค่าไฟด้วย Bitcoin ในประเทศอื่นนอกญี่ปุ่นประกาศออกมาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ Coincheck ยังมีแผนจะขยายการรับชำระค่าสาธารณูปโภคด้วย Bitcoin ในอีกหลาย ๆ ประเภท เช่นค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์มือถือ และอาจหาพาร์ทเนอร์เป็นบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ รับชำระค่าเช่าห้องเป็น Bitcoin ด้วยเช่นกัน

คางะ คาวาบาตะ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Coincheck เผยว่า การจับมือเป็นพาร์ทเนอร์กับธุรกิจด้านสาธารณูปโภคเป็นการทำให้ Bitcoin ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวเลือกในการชำระเงินที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเงินประเภทอื่น ๆ 
ทั้งนี้ แผนในการรับชำระเงินด้วย Bitcoin นั้นคาดว่าจะเปิดตัวในย่านจูบุ คันโต (รวมโตเกียวด้วย) และคันไซ และตั้งเป้าว่าจะมีผู้บริโภคใช้ Bitcoin เป็นทางเลือกในการชำระค่าสาธารณูปโภคสูงถึง 1 ล้านคนภายในปีแรกของการให้บริการด้วยบิตคอยน์ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2009 โดยฝีมือการพัฒนาของเซียนคอมพิวเตอร์ผู้ลึกลับที่ใช้ชื่อว่าซาโตชิ นากาโมโตะ (Satoshi Nakamoto) ล่าสุดบิตคอยน์เป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติความหมายไว้ในพจนานุกรมออคฟอร์ดว่า “สกุลเงินดิจิตอลในการทำธุรกรรมซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านธนาคารกลาง”
หลักการของบิตคอยน์ คือ การเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่อยู่ภายใต้การดูแลของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จุดประสงค์ของบิตคอยน์ คือ การลดบทบาทของธนาคารในการกำหนดค่าเงิน, การพิมพ์-แจกจ่ายธนบัตร และการบันทึกมูลค่าการโอน-ฝากเงิน ซึ่งแทนที่จะต้องให้ธนาคารเป็นผู้ดูแลการโอนเงินของผู้ใช้ แต่บิตคอยน์ออกแบบให้ชาว Bitcoin ทุกคนสามารถรับรู้และช่วยยืนยันการโอนเงินซึ่งกันและกัน ผ่านซอฟต์แวร์และไฟล์ข้อมูลเฉพาะทางที่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทั่วโลก
อ้างอิง : http://m.manager.co.th/Cyberbiz/detail/9590000108567

หมดข้อแก้ตัวสำหรับการถ่ายภาพไม่สวย เมื่อกล้อง 0.3 ล้านพิกเซล ยังถ่ายภาพออกมาสวยมาก โดย นัฐพล

มีบางคนอาจเคยได้ยินคำพูดเก๋ๆ ว่า “กล้องที่ดีที่สุด คือกล้องที่มีอยู่กับตัวเรา″ (แม้ว่าจะเป็นกล้องรุ่นเก่า หรือสเปคไม่ได้สูงอะไรมากมายก็ตาม) เพื่อพิสูจน์ความจริงข้อนี้ นาย Joel Marklund และ Marcel Laemmerhirt สองตากล้องถ่ายภาพแนวกีฬาระดับหัวแถว ได้รับคำท้าจากทาง DigitalRev ให้ลองถ่ายภาพสวยๆ ด้วยกล้องที่ไม่ใช้ DSLR ระดับท็อป อย่าง Nikon D5 หรือ Canon EOS-1D X Mk II แต่เป็นเพียงกล้อง Action camera รุ่น  VTech Kidizoom ที่มีราคาขายเพียง $39 ซึ่งมีความละเอียดเพียง 0.3 ล้านพิกเซลเท่านั้น (ยังไม่ถึง 1 ล้านพิกเซลด้วยซ้ำ) และแน่นอนว่ากล้องตัวนี้ไม่มีโหมดถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่อง (Burst mode)

นาย Joel ถึงกับออกปากก่อนเริ่มถ่ายภาพด้วยกล้องตัวนี้ว่า “นี่มันช่างแตกต่างจากกล้องที่ผมคุ้นเคย”

ดูเหมือนปัญหาใหญ่ที่สุดของกล้อง VTech คือเรื่องของ Shutter lag โดยภาพที่ปรากฏบนหน้าจอขณะที่กดชัตเตอร์ มันไม่ใช่ภาพจริงที่ถูกบันทึกไว้ เป็นเพราะระบบการทำงานของกล้องที่ช้า ซึ่งอาการ Shutter lag เพียง 0.5 วินาที อาจไม่เป็นปัญหากับการถ่ายภาพแนวทั่วๆ ไป แต่กับการถ่ายภาพแนวแอคชั่นสปอต ที่นักกีฬาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง แค่กล้องบันทึกภาพช้าไป 0.5 วินาที นั่นหมายถึงทำให้พลาดในการจับภาพในช่วงจังหวะสำคัญเลยทีเดียว พวกเขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างสูง กว่าจะได้ภาพสวยแต่ละช็อต

หมดข้อแก้ตัวสำหรับการถ่ายภาพไม่สวย เมื่อกล้อง 0.3 ล้านพิกเซล ยังถ่ายภาพออกมาสวยมาก
หมดข้อแก้ตัวสำหรับการถ่ายภาพไม่สวย เมื่อกล้อง 0.3 ล้านพิกเซล ยังถ่ายภาพออกมาสวยมาก
หมดข้อแก้ตัวสำหรับการถ่ายภาพไม่สวย เมื่อกล้อง 0.3 ล้านพิกเซล ยังถ่ายภาพออกมาสวยมาก

และจากตัวอย่างภาพที่ได้ ก็ต้องบอกว่าสวยงามเลยทีเดียว แสดงให้เห็นว่า ประสบการณ์ของพวกเขา สามารถเอาชนะขีดจำกัดของกล้องได้ และอย่างที่คุณ Kai พูดในคลิปเอาไว้อย่างน่าฟังว่า “การที่ได้มีอุปกรณ์กล้องเจ๋งๆ มันเป็นอะไรที่ดีมาก อุปกรณ์ดีๆ ทำให้ตากล้องทำงานได้ง่ายขึ้นเยอะ แต่อุปกรณ์กล้องดีๆ จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปในทันที หากมันไปอยู่ในมือของตากล้องที่ไร้ฝีมือ”

ที่มา : http://news.thaiware.com/8896.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1234025613328922

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป โดย สุพรรษา

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

ผ่านไปแล้วสำหรับงานเปิดตัวสินค้าส่งท้ายปี 2016 ของทาง Apple ที่ในคราวนี้เป็นคิวของ MacBook Proรุ่นใหม่นั่นเอง ซึ่งความโดดเด่นของ MacBook Pro ใหม่นี้ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากแถบบาร์ทัชสกรีนตัวใหม่ที่มาแทน ปุ่มฟังก์ชั่นทั้งแถวด้านบนสุดของตัวคีย์บอร์ด ที่ทาง Apple ได้นิยามฮาร์ดแวร์ตัวใหม่นี้ ด้วยชื่อที่เรียบง่ายว่า Touch Bar นั่นเอง

ก่อนจะไปทำความรู้จักกับ Touch Bar ซึ่งเป็นพระเอกหลักของงานนี้ มาชม MacBook Pro ตัวใหม่ให้ได้ทราบกันก่อน ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

สำหรับ MacBook Pro ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไป มีสเปคและการเปลี่ยนแปลงดังนี้

ลักษณะและสเปคโดยรวมของ MacBook Pro 2016

  1. คีย์บอร์ดรูปแบบ 2nd-Gen Butterfly Mechanism ที่ปุ่มแบนกว่าคีย์บอร์ดทั่วไป
  2. แถบ Touch Bar แทนที่ แถบปุ่มฟังก์ชั่น (แถวบนสุด) บนตัวคีย์บอร์ด
  3. พอร์ตการใช้งานเป็น USB-C ทั้งหมด 4 พอร์ต (ซ้าย 2 พอร์ต / ขวา 2 พอร์ต)
  4. มีช่อง Audio ขนาด 3.5mm ให้ใช้งานอยู่
  5. หน้าจอแสดงผลสว่างขึ้น 67% คอนทราสต์สูงขึ้น 67% และแสดงสีสันได้มากขึ้น 25%
  6. มีให้เลือกใช้งาน 2 ขนาดคือ 13 นิ้วและ 15 นิ้ว
  7. รุ่น 13 นิ้ว บางเพียง 14.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 3 ปอนด์ (1.4 กิโลกรัม)
  8. รุ่น 15 นิ้ว บางเพียง 15.5 มิลลิเมตร น้ำหนัก 4 ปอนด์ (1.8 กิโลกรัม)
  9. มี TouchPad ที่ขนาดกว้างขึ้นเป็น 2 เท่า
  10. มี 2 สีให้เลือกใช้งานคือ Silver และ Space Grey

8899_161028035806Aw 8899_16102803593911 8899_161028035807bU

สเปคตัวเครื่องของ MacBook Pro 2016

MacBook Pro รุ่นใหม่ แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น 13 นิ้ว/15 นิ้ว พร้อม Touch Bar และรุ่นเล็ก 13 นิ้วไม่มี TouchBar ซึ่งทั้ง 3 รุ่น มีสเปคดังต่อไปนี้

15″ MacBook Pro + Touch Bar

  • Touch Bar และ Touch ID
  • 2.6GHz quad-core Intel Core i7
  • Radeon Pro 450 graphics
  • 16GB Memory
  • 256GB SSD
  • 4 USB-C (รองรับ Thunderbolts 3 พอร์ต)

13″ MacBook Pro + Touch Bar

  • Touch Bar และ Touch ID
  • 2.9GHz dual-core Intel Core i5
  • Intel Iris Graphics 550
  • 8GB Memory
  • 256GB SSD
  • 4 USB-C (รองรับ Thunderbolts 3 พอร์ต)

13″ MacBook Pro (ไม่มี Touch Bar)

  • 2.0GHz dual-core Intel Core i5
  • Intel Iris Graphics 540
  • 8GB Memory
  • 256GB SSD
  • 3 USB-C (รองรับ Thunderbolts 2 พอร์ต)

โดยรวมแล้ว สเปคหลายๆ อย่างของ MacBook Pro ก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ขนาดตัวเครื่องที่บางและเบาลงกว่ารุ่นก่อนๆ ซึ่ง MacBook Pro ขนาด 13 นิ้วตัวใหม่นี้ บางกว่า MacBook Air เช่นเดียวกับ MacBook ตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้ว หรือพอร์ตต่างๆ ที่ถูกเปลี่ยนเป็น USB-C ทั้งหมด (อุปกรณ์ไอทีต่างๆ ต้องปรับตัวพอสมควรเลยทีเดียว) แต่ที่แอบโล่งใจเล็กๆ ก็คือช่องเสียบหูฟัง 3.5mm ที่ไม่โดนตัดทิ้งไปเหมือน iPhone 7 เอาเป็นว่า ไปทำความรู้จักกับ Touch Bar ผู้ที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดในค่ำคืนที่ผ่านมากันเลยดีกว่า

Touch Bar พระเอกหลักของงานนี้

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

Touch Bar เป็นของเล่นชิ้นใหม่จากทาง Apple ที่เรียกว่าจะมาเขย่าวงการคอมพิวเตอร์กันเลยทีเดียว โดยทาง Apple ยังคงไม่ยอมให้ MacBook ของพวกเขามีทัชสกรีนที่หน้าจอเหมือนอย่างโน๊ตบุ๊คทั่วๆ ไปในปัจจุบัน แต่กลับได้เลือกสร้าง Touch Bar มาให้ใช้งานแทน

รูป Touch Bar ในการใช้งานกับแอพฯ ต่างๆ

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อปApple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

โดย Touch Bar เป็นแถบหน้าจอแสดงผลแบบ Retina ที่รองรับการสัมผัสแบบ Multi-Touch และคำสั่ง Gestures ได้ เครื่องมือต่างๆ ที่ปรากฏบนแถบ Touch Bar สามารถเปลี่ยนไปตามแอพฯ ที่เปิดใช้งานอยู่ เช่น เครื่องมือแต่งภาพต่างๆ ใน Adobe Photoshop, Emoticons บนแอพฯ แชท, Address bar / Bookmarks บนเบราว์เซอร์ หรือแม้กระทั่งการรับสายจากแอพฯ ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งภายในงาน ได้มีการสาธิตการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ด้วย Touch Bar ที่สร้างความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ได้มากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่โปรแกรมมิกซ์เสียงหรือโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ที่ทำให้การใช้งานง่ายขึ้นไปอีก

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

แน่นอนว่าเมื่อ Touch Bar สามารถทัชได้ ทาง Apple จึงใส่ Touch ID เอาไว้ในแผงควบคุมนี้ด้วย ผู้ใช้งานสามารถสแกนลายนิ้วมือด้วยระบบ Touch ID เพื่อเข้าสู่ระบบของ MacBook Pro ได้ ไม่ต้องพิมพ์รหัสผ่านใดๆ ให้วุ่นวาย นอกจากนี้ หากในอุปกรณ์ มี User มากกว่า 2 คน อีกคนก็สามารถสแกนลายนิ้วมือ เพื่อเปลี่ยนเป็น User ของตัวเองได้ทันที ไม่ต้องทำการ Switch User ให้วุ่นวายอีกด้วย

สำหรับคนที่ชอบซื้อของออนไลน์ก็สามารถใช้ Touch ID เพื่อยืนยันจ่ายเงินด้วย Apple Pay ได้เช่นกัน

ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นใหม่ของวงการ ที่ทาง Apple เลือกมาแทนที่ทัชสกรีนหน้าจอของแล็บท็อปทั่วไปได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการใช้งานทัชสกรีนบนหน้าจอที่ต้องยกมือนานๆ นั้น ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย แต่ด้วย Touch Bar ที่มีลักษณะการใช้งานไม่ต่างจากคีย์บอร์ดทั่วๆ ไปนี้ ถือว่าเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


ราคาและการวางจำหน่าย

  • 13″ MacBook Pro (ไม่มี Touch Bar) – ราคา 1,499 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 52,000 บาท) พร้อมจำหน่ายแล้ว
  • 13″ MacBook Pro – ราคา 1,799 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 63,000 บาท) พร้อมจำหน่ายในอีก 2-3 อาทิตย์
  • 15″ MacBook Pro – ราคา 2,399 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 84,000 บาท) พร้อมจำหน่ายในอีก 2-3 อาทิตย์

และก่อนที่จะทำการเปิดตัว MacBook Pro ภายในงาน ทาง Apple ได้มีการพูดถึง Apple TV เล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย ซึ่งความน่าสนใจก็คือแอพฯ ใหม่ของทาง Apple ที่มีชื่อสั้นๆ และเรียบง่ายว่า ‘TV’

แอพฯ ใหม่ในชื่อว่า ‘TV’

Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่นใหม่ พร้อม Touch Bar แถบหน้าจอสัมผัส ปฏิวัติวงการแล็ปท็อป

ทาง Apple ได้เปิดตัวแอพฯ ใหม่ สำหรับ Apple TV เพื่อรองรับพฤติกรรมการดูทีวีของคนในปัจจุบัน ที่สามารถเลือกชมรายการโปรดจากผู้ให้บริการต่างๆ ได้ ทุกรายการ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากสถานีต่างๆ หรือซีรีย์ภาพยนตร์จาก HBO เป็นต้น โดยแอพฯ นี้จะทำการรวบรวมรายการจากผู้ให้บริการต่างๆ ไว้ในแอพ TV เพียงแอพฯ เดียว พร้อมทั้งยังมีระบบ Single Sign-on ที่ผู้ใช้เข้าสู่ระบบเพียงครั้งเดียว ก็สามารถใช้บริการได้ทุกค่ายอีกด้วย (ปกติแล้ว บริการเหล่านี้จะมีลักษณะเป็นบริการรายเดือน ที่ต้องเข้าสู่ระบบเพื่อรับชม)
ปล. ไม่เห็น Netflix ในบริการ TV ตามข่าวลือ

โดยแอพ TV นี้จะเริ่มให้บริการที่สหรัฐอเมริกา ในเดือนธันวาคม และยังสามารถใช้งานบน iPhone และ iPad ได้อีกด้วย


ถึงแม้ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าที่น้อยไปหน่อยสำหรับ Apple Special Event ส่งท้ายปี 2016 (น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้) แต่ก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีอย่าง Touch Bar บน MacBook Pro เครื่องใหม่ได้อย่างยิ่งใหญ่พอสมควร จนอาจทำให้วิธีการทำงานของใครหลายๆ คนเปลี่ยนไปเลยทีเดียว

ที่มา : http://news.thaiware.com/8899.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1235227953208688

รู้จุดเด่น! ยางรถยนต์ 7 ยี่ห้อดังก่อนซื้อใช้งาน โดย ปภาพร

รู้จุดเด่น! ยางรถยนต์ 7 ยี่ห้อดังก่อนซื้อใช้งาน

รู้จุดเด่น! ยางรถยนต์ 7 ยี่ห้อดังก่อนซื้อใช้งาน

มือใหม่หลาย คนเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางต่างก็มีข้อสงสัยว่าจะใช้ยางยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะกับการใช้งานของรถเรา ร้านยางก็แนะนำยี่ห้อโน่นนี่รู้สึกงงไปหมด แล้วยางแต่ละยี่ห้อมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในที่นี้ขอกล่าวถึงแค่บางรุ่นในแต่ละยี่ห้อเท่านั้น ส่วนท่านใดติดใจยางยี่ห้ออื่นที่ไม่ได้กล่าวมาต้องขออภัยด้วย หากมาแชร์ประสบการณ์ใช้ยางรถรุ่นไหนดีรุ่นไหนเด่นจะมีประโยชน์มากกับเพื่อนๆ ของเรา…
     ลองไปดูกันเลย ยาง 7 ยี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง
     ยี่ห้อที่ 1 MICHELIN รุ่น PILOT SPORT 3 จุดเด่นยางยี่ห้อนี้คือ ยึดเกาะถนนดีเยี่ยม โดยเฉพาะถนนเปียก เจ้าของแบรนด์โฆษณาไว้ว่าใช้เทคโนโลยี Anti Surf System เพิ่มมุมโค้งบริเวณไหล่ยาง เพื่อช่วยระบายน้ำโดยไม่ลดหน้าสัมผัส ทำให้การยึดเกาะบนถนนเปียกสูงสุด และมีเทคโนโลยี Wet Grip Elastomer เป็นสูตรพิเศษที่อยู่บนหน้ายาง ทำให้เนื้อยางยืดหยุ่นขับขี่นุ่มสบาย ข้อเสีย: คือไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคซับจาง
     ยี่ห้อที่ 2 Goodyear รุ่น Eagle F-1 Directional 5 เจ้าของยี่ห้อบอกว่าจุดเด่นยางสปอร์ตเร้าใจสำหรับคนรุ่นใหม่! เป็นยางระดับไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ในตระกูล Eagle F-1 ดอกยางสวยงามเหมาะกับรถแต่งอารมณ์สปอร์ตมาเต็ม ขับจิกทุกโค้งตอบสนองพวกมาลัยรถดีเยี่ยม ใช้เทคโนโลยี SportGrip เหมาะกับถนนแห้งมากกว่าถนนเปียกโดยสมรรถนะดีเยี่ยม ข้อเสีย: คือไม่เหมาะกับคนรุ่นเก่า
     ยี่ห้อที่ 3 Bridgestone รุ่น ADRENALIN RE003 จุดเด่นยางสปอร์ตค่ายนี้พอจะเปรียบมวยกับรุ่น Eagle F-1 ยางแต่งสวยงามแต่ยังทรงประสิทธิภาพยึดเกาะถนนดีเยี่ยม คุณสมบัติเด่นเร้าใจในการขับขี่สูงสุด เติมเต็มสมรรถนะในทุกสภาวะ ให้คุณควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและทันใจบนถนนแห้ง แก้มยางและดอกยางแบบไม่สมมาตร ดอกยางด้านนอกและด้านในไม่เท่ากัน ช่วยให้สมรรถนะในการเข้าโค้งดียิ่งขึ้น
     ยี่ห้อที่ 4 Continental รุ่น ContiMaxContact™ MC5 ยางยี่ห้อนี้อาจไม่โด่งดังในบ้านเรา แต่ในทางแถบทวีปยุโรปขายดีเป็นอันดับ 1 เลยทีเดียว มีจุดเด่นลายดอกยางแบบไม่สมมาตรกัน ทำให้ผิวสัมผัสถนนดีเพิ่มสมรรถนะในการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ เป็นยางที่ยึดเกาะถนนทดีมากทั้งบนถนนเปียกและแห้ง ความเงียบของยางไม่เป็นสองลองใคร เจ้าของยางโฆษณาว่า ยางรุ่นนี้มีปุ่มตัดเสียงที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆของร่องดอกยางหลัก ช่วยกระจายคลื่นเสียงที่เกิดจากลมได้ดีเยี่ยมที่สำคัญราคาพอคบหากันได้
     ยี่ห้อที่ 5 Dunlop รุ่น SP SPORT LM704 ยางที่เน้นความ นุ่มเงียบ แต่ได้อารมณ์การขับขี่แบบ Sport เป็น ยางกลุ่ม Sport Comfort ที่ตอบสนองความนุ่มเงียบและได้อารมณ์สปอร์ต มีประสิทธิภาพการยึดเกาะทั้งบนถนนแห้งและเปียก ยางราคาไม่สูงเกินไปคบหาให้ได้สบายใจ
     ยี่ห้อที่ 6 YOKOHAMA รุ่น ADVAN dB decibel ยางจากแดนอาทิตย์อุทัย รุ่นนี้เจ้าของแบรนด์เคลมว่าเงียบที่สุดในกลุ่มของ YOKOHAMA ด้วยส่วนผสมของเนื้อยางสูตรใหม่ Nano-Power Rubber และส่วนผสมของ Micro Silica เพิ่มพลังความยืดหยุ่น ประหยัดน้ำมันใครที่ชอบยางเก็บเสียงนุ่มเงียบจัดไปเลยรุ่นนี้
     ยี่ห้อที่ 7 Deestone รุ่น Carreras R702 ยางจากประเทศไทยส่งเข้าประกวดที่มาแรงทั้งประสิทธิภาพและราคาที่เป็นมิตรกับ เงินในกระเป๋า สำหรับรุ่นนี้ที่กล่าวถึงนี้เป็นยางออกแนวสปอร์ต ลายดอกยางแบบทิศทางเดียวโฉบเฉี่ยวสวยงาม เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถในถนนเปียกได้ดีเยี่ยมคล้ายมีที่ปัดน้ำฝนรีดน้ำ บนพื้นถนนมั่นใจในทุกการขับขี่ ยางของคนไทยครับใช้ดีขออนุญาตเชียร์
     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเขียนแค่บางส่วนของยางแต่ละยี่ห้อเท่านั้น ต้องดูการใช้งานของคุณเป็นหลักและความชอบแต่ละคนก็แตกต่างกัน หากมีเวลาลองศึกษาหาข้อมูลสักนิดก่อนคิดจะซื้อยาง ครั้งหน้าติดตามเรื่องยางใส่รถกระบะแบบไหนที่เหมาะกับรถคุณได้ที่เฟสบุ๊ก SILKSPAN
ที่มา: www.auto.sanook.com/55593/