คลังเก็บรายเดือน: มิถุนายน 2016

“ไป่ตู้”ประกาศผลิตรถไร้คนขับขายใน5ปี โดยกลุ่ม1

042f98ไป่ตู้จากจีนประกาศตัวจะผลิตเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ ออกมาจำหน่ายภายใน5ปี โดยจ้างบริษัทนอกให้ดำเนินการให้

วันนี้(29มิ.ย.59)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเดือนที่ผ่านมา “อูเบอร์” ธุรกิจยานยนต์รับจ้างรายใหญ่จากสหรัฐประกาศว่า จะทดลองใช้รถยนต์ไร้คนขับ ในเมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนียของสหรัฐ โดยจะมีคนขับนั่งอยู่ด้วยเพื่อคอยเฝ้าระวังระหว่างที่รถยนต์อยู่ในระบบการขับขี่แบบไร้คนขับ มีเป้าหมายเพื่อให้รถยนต์ไร้คนขับให้ความปลอดภัย ทั้งผู้โดยสารและทุกคนบนถนน

ด้านโตโยต้า มอเตอร์ สัญชาติญี่ปุ่น ก็ประกาศลงทุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.5 หมื่นล้านบาท พัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ภายใน5 ปีโดยผสมผสานการใช้หุ่นยนต์เข้ามาในระบบ เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการเซ็นเซอร์หลบสิ่งกีดขวาง โดยระบบอัจฉริยะของรถจะวางแผนการหลบหลีก ด้วยการคอยเหยียบคันเร่ง หมุนพวงมาลัย และเหยียบเบรกไปพร้อมกับคนขับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนารถยนต์ไร้คนขับ ในปี 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 ซึ่งโตโยต้าต้องการสร้างรถยนต์ที่ทุกคนสามารถขับเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้สูงอายุ

ล่าสุดไป่ตู้ (Baidu) เสิร์ชเอ็นจิ้นอันดับ 1 ของจีนหันมาเดินหน้าพัฒนารถไร้คนขับมาพักหนึ่งซึ่งที่ผ่านมาได้ทดสอบวิ่งในกรุงปักกิ่ง และตั้งศูนย์วิจัยและนำรถไร้คนขับไปทดสอบในสหรัฐ มาวันนี้นิตยสาร Forbes ได้รายงานความคืบหน้าของไป่ตู้ว่า ได้ประกาศจะผลิตรถยนต์ไร้คนขับเพื่อจำหน่าย (Mass Production) ในอีก 5 ปีข้างหน้า

แต่ Forbes รายงานว่าไป่ตู้ ไม่ได้ผลิตรถเอง แต่จะจ้าง outsource ที่เป็นบริษัทผลิตรถยนต์ของจีน ซึ่งไปตู้ได้ติดต่อไปยังผู้ผลิตหลายรายแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำข้อตกลงกับบริษัทใดในขณะนี้สำหรับรถที่ไป่ตู้ นำมาทดสอบระบบไร้คนขับคือ BMW 3-Series GT ซึ่งเริ่มทดสอบไปครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

ที่มาhttp://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=104695&t=news

“Prophix”แปรงสีฟันติดกล้องจบปัญหาปากเหม็น โดยกลุ่ม1

042f0d

 Prophix” แปรงสีฟันไฮเทคมาพร้อมกับกล้องความละเอียดสูงส่องได้ทุกซอกทุกมุม ที่จะทำให้คุณหมดปัญหาเรื่องการแปรงฟันไม่สะอาด

วันนี้(29มิ.ย.59)การแปรงฟันนั้นมักจะมีปัญหาการทำความสะอาดไม่ทั่วช่องปากเนื่องจากเราไม่สามารถมองเห็นเข้าไปถึงภายในได้  “Prophix” จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเอาใจคนรักความสะอาดทั้งหลายเจ้า“Prophix”เป็นแปรงสีฟันรุ่นใหม่ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของบริษัทOnvi ได้รับการออกแบบโดย ดร.เคร็ก โคห์เลอร์ ทันตแพทย์ชาวอเมริกันโดยเขาได้นำกล้องความละเอียดสูงมาติดไว้ที่บริเวณด้ามจับของตัวแปรง

ตัวกล้องสามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียด10ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอระดับ Full HD 1080p แถมยังมี Bluetooth และ Wi-Fi ในตัวสำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นที่รองรับทั้งระบบiOSและAndroid

การใช้งานเพียงแค่เปิดเครื่องเพื่อให้แปรงและกล้องทำงาน นำไปเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน จากนั้นก็แปรงฟันตามปกติพร้อมดูผ่านสมาร์ทโฟนได้เลยว่าฟันสะอาดหมดจดแล้วหรือไม่ ผู้ที่สนใจแปรงสีฟัน Prophix ได้สั่งจองล่วงหน้าในราคา300เหรียญสหรัฐ(ประมาณ 10,300 บาท)และพร้อมวางขายอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี2017 042f0f

ที่มาhttp://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=104644&t=news

นศ.สหรัฐฯพัฒนาขาเทียมสำหรับรองเท้าส้นสูง โดยกลุ่ม1

นศ.มหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกิ้นส์พัฒนาขาเทียมสำหรับทหารหญิง เพื่อให้สามารถใส่รองเท้าส้นสูงได้

maxresdefault

วันนี้(29มิ.ย.59)นักศึกษาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัย จอห์น ฮ็อปกินส์เข้า ใจทหารหญิงที่ผ่านศึกสงครามทั้งหลาย จึงได้จัดทำขาเทียมที่สามารถปรับข้อเท้าได้เพื่อให้รองรับรองเท้าที่มีส้นสูงได้ถึง4นิ้ว โดยเคทลิน คูนส์ หนึ่งในทีมนักออกแบบกล่าวว่าพวกเธอต้องการสร้างขาเทียมที่สามารถใส่รองเท้าได้ทุกรูปแบบ เพื่อให้บรรดาหญิงสาวที่สูญเสียขาสามารถเดินไปที่ร้านขายรองเท้าและลองรองเท้าได้ทุกคู่ โดยไม่จำเป็นต้องแบกขาเทียมหลายอันไปด้วย

จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่ที่สงครามในอัฟกา นิสถานเกิดขึ้นเมื่อปี2543 มีทหารหญิงจำนวน76คนที่สูญเสียอวัยวะส่วนล่างจน ถึงขั้นต้องตัดออก  ซึ่งด็อกเตอร์จิม กิลแมนแห่งสถาบันสุขภาพทหารและทหารผ่านศึกมหาวิทยาลัยจอห์น ฮ็อปกินส์กล่าวว่า ส่วนใหญ่แล้วทหารที่พิการมักเป็นเพศชาย ทำให้การตลาดส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ขนาดของขาและเท้าผู้ชาย จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาคนทำขาเทียมสำหรับผู้หญิงได้

ขณะที่คูนส์กล่าวว่ารองเท้าโดยทั่วไปในสหรัฐมีความสูงของส้นมากกว่า2นิ้วทำให้ผู้หญิงไม่สามารถใส่รองเท้าที่ตัวเองอยากใส่ได้ ด้านผู้ป่วย2คนของคลินิคผู้พิการแขนขา ศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รี้ดเป็นผู้ให้คำแนะนำกับทีมออกแบบโดยผลงานที่มีชื่อว่า Prominence ออกแบบให้มีตัวล็อคที่สอดประสานกัน2ตัวและแผ่นอลูมิเนียมกันลื่นซึ่งจะปรับความสูงของส้นรองเท้าที่ใส่ จากนั้นจึงจะล็อคให้เข้าที่

นอกจากนี้ขอบของแผ่นคาร์บอนที่ใช้รองส้นเท้ายังเป็นวงกลมเลียนแบบส้นเท้าของมนุษย์เพื่อรองรับน้ำหนักตามความสูงของส้นรองเท้าด้วย

ทั้งนี้การทดสอบขาเทียม Prominence จะเริ่มจากรองเท้าส้นเตี้ยก่อนที่จะปรับให้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงระดับสูงสุดที่1นิ้ว ส่วนส้นเข็มขนาด4นิ้วที่ระบุอยู่ในรายงานของนักศึกษานั้นยังไม่ได้รับการทดสอบจากผู้พิการขาขาด เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดการหกล้มได้

ที่มาhttp://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=104638&t=news

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1131958333535651

“คอนเวิร์ส”เอาใจขาร็อคออกรุ่นเพิ่มเสียงเอฟเฟกต์กีตาร์ โดยกลุ่ม1

“คอนเวิร์ส”ออกรุ่น“All Wah ”เอาใจขาร็อคเปิดตัวรองเท้าผ้าใบสุดล้ำมีเอฟเฟกต์กีตาร์แบบบิวท์อินที่แค่ต่อสายผ่านแอมป์-สมาร์ทโฟนใช้งานง่ายสุดๆ 

วันนี้(29มิ.ย.59)เรียกได้ว่ารองเท้าผ้าใบเป็นเทรนด์แฟชั่นที่ไม่เคยตกยุคในหมู่นักดนตรีเลยก็ ว่าได้ ใครที่เกิดทันช่วง 90 ต้องบอกเลยว่าพีคมาก เพราะไอคอนตลอดกาลของชาวร็อคอย่าง เคิร์ท โคเบน ฟร้อนท์แมนแห่งวง Nirvana ก็เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่สวมรองเท้าผ้าใบขึ้นคอนเสิร์ตแทบทุกครั้ง

กระทั่งล่าสุดแบรนด์ดังอย่างคอนเวิร์ส (Converse) ได้สร้างสรรค์รองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่เพื่อเอาใจคนรักเสียงกีตาร์โดยเฉพาะออกมาแล้ว

สำหรับรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่นี้เรียกว่า All Wah หรือมีชื่อเต็มว่า Converse Chet Atkins All Wah เพื่อเป็นการรำลึกถึง เช็ต แอตกินส์ มือกีตาร์ระดับตำนานที่ได้ชื่อว่าเป็นคนแรกที่นำเอฟเฟกต์ Wah Wah มาใช้ในการแสดง โดยรองเท้าผ้าใบรุ่นนี้เกิดจากการร่วมมือกันของ คอนเวิร์ส  กับ CuteCircuit แบรนด์แฟชั่น โดยเป็นการนำเอฟเฟกต์กีตาร์ข้างต้นมาใส่ไว้ในผ้าใบรุ่นยอดฮิตอย่าง ชัค เทย์เลอร์ บวกกับเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของเท้า พร้อมเจาะรูสำหรับต่อสายแจ็คอีก2รูด้วย

ส่วนการใช้งานนั้นก็ง่ายมากๆโดยคุณสามารถเลือกต่อสายแจ็คแบบตรง ๆ ผ่านกีตาร์ แอมป์ และรองเท้าได้เลยหรือจะเลือกเชื่อมผ่านกับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ผ่าน Bluetooth บิวท์อินก็ได้เช่นกันแค่นี้คุณก็พร้อมใช้งานเจ้ารองเท้าผ้าใบ All Wah แล้ว ซึ่งให้เสียงเอฟเฟกต์ที่ดีเยี่ยมมากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดีช่วงแรกทางผู้ผลิตให้รองเท้าผ้าใบ Converse All Wah กับนักดนตรีชื่อดัง 13 คนมาใส่ก่อน ซึ่งมีชื่อของJ Mascis มือกีตาร์ชาวสหรัฐฯ จากวง Dinosaur Jr. ด้วย ส่วนวันและราคาขายยังไม่ประกาศออกมาแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดอื่นๆ สามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ cutecircuit

ที่มาhttp://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=104635&t=news

สดร.ยืนยัน หินร่วงใส่หลังคาพิษณุโลก เป็นอุกกาบาต-ชี้ หายากมาก!(คลิป)

201606291143441-20021028190244

เจ้าหน้าที่จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ฯ มาตรวจสอบก้อนหินตกใส่หลังคาบ้านชาวพิษณุโลก ตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันเป็นอุกกาบาตจากนอกโลก 95% ขอชิ้นส่วนไปพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) เพื่อตรวจสอบว่ามาจากส่วนใดของอวกาศ ชี้อุกกาบาตตกเป็นประจำทุกวัน แต่โอกาสที่จะพบน้อยมาก ที่พิษณุโลก นับเป็นการพบครั้งที่ 4 ในประเทศไทย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่บ้านนางบัวล้อม ชโลมไพร อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 155 ม.3 ต.พลายชุมพล อ.เมืองพิษณุโลก สถานที่ที่ก้อนหินปริศนา และคาดว่าจะเป็นอุกกาบาตจากนอกโลกตกใส่หลังคาบ้านเมื่อช่วงเวลาประมาณ 07.30 น. วันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา วันนี้ นายธีรยุทธ ลอยลิบ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน)(สดร.) หรือ NARIT พร้อมเจ้าหน้าที่อีก 2 นาย ได้เข้าพบ นางบัวล้อมและนายกิตติศักดิ์ ชโลมไพร สามี เพื่อตรวจสอบก้อนหินดังกล่าวว่าเป็นอุกกาบาตแน่นอนหรือไม่

ทันทีที่มาถึง คณะเจ้าหน้าที่ได้มอบชิ้นส่วนอุกกาบาต ให้กับนางบัวล้อม พร้อมกับของที่ระลึกจากสดร.และหนังสือคู่มืออุกกาบาต รวมถึงนำชิ้นส่วนอุกกาบาตชนิดต่างๆ มาให้นางบัวล้อมและสามีได้ชม ได้แก่ อุกกาบาตหิน และอุกรมณี ที่ดูคล้ายอุกกาบาต แต่ไม่ใช่อุกกาบาต พร้อมกับอธิบายลักษณะอุกกาบาตชนิดต่างๆ ให้ทราบ

นายธีรยุทธ ได้หยิบชิ้นส่วนอุกกาบาตก้อนใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เซนติเมตรขึ้นมาตรวจสอบด้วยตา ดูผิวนอกที่มีลักษณะดำ และภายในลักษณะคล้ายหินทราย มีประกาย ได้บอกกับนางบัวล้อมว่า จากการตรวจสอบขณะนี้ ยืนยันได้ 95% เลยว่า เป็นอุกกาบาตแน่นอน เป็นอุกกาบาตหิน แต่จะยืนยัน 100% ได้ และสามารถบอกจำแนกชนิด ต้องนำไปตรวจสอบในห้องแล็บ ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อห้องแล็บของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไว้แล้ว และได้ขออนุญาตนำชิ้นส่วนชิ้นเล็กที่แตกกระจาย ไปตรวจสอบที่เชียงใหม่

นายธีรยุทธ เปิดเผยว่า ยืนยันได้ว่าเป็นอุกกาบาต 95% เป็นอุกกาบาตหิน ที่มีความสมบูรณ์มาก ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนักในประเทศไทย นับได้ว่าเป็นครั้งที่ 4 ที่พบในประเทศไทย ปกติแล้ว อุกกาบาตจากอวกาศ จะตกลงมาบนโลกทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าตกกระจัดกระจายไปทั่วในป่า ในทะเล มีครั้งนี้ ที่ตกในบ้านพักของนางบัวล้อม จึงเป็นโอกาสดีของนางบัวล้อม และวงการดาราศาสตร์ไทย ที่จะได้ศึกษาการตกของอุกกาบาตของประเทศไทย เพราะช่วงที่ผ่านมาที่ไฟล์บอลขนาดใหญ่ ที่กาญจนบุรี ไม่สามารถตรวจสอบพบร่องรอยการตกได้ วันนี้ ได้นำชิ้นส่วนชิ้นเล็ก ไปตรวจสอบในห้องแล็บที่มช. และจะนำมาส่งคืนให้กับนางบัวล้อม และเมื่อยืนยันได้ 100% ก็จะเป็นบันทึกที่มีค่าของวงการดาราศาสตร์ไทย อาจจะใช้ชื่อว่า พิษณุโลก หรือชื่อของผู้ที่พบก็ได้

201606291143443-20021028190244

“ไอยูแพ็ก” เพิ่ม 4 ธาตุสังเคราะห์ใหม่ เติมลงตารางธาตุแล้ว โดยกลุ่มที่ 26

4 ธาตุสังเคราะห์ใหม่

ยืนยัน สหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์สากล หรือ ไอยูแพ็ก  ประกาศค้นพบ 4 ธาตุสังเคราะห์ใหม่ 113, 115, 117 และ 118 เพิ่มลงตารางธาตุคาบ 7 

สหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์สากล (International Union of Pure and Applied Chemistry: IUPAC) หรือ ไอยูแพ็ก ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า Lawrence Livermore นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการแห่งชาติและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศที่มีการค้นพบอย่างเป็นทางการของสังเคราะห์ใหม่ 115, 117 และ 118

"ไอยูแพ็ก" เพิ่ม 4 ธาตุสังเคราะห์ใหม่ เติมลงตารางธาตุแล้ว

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2547 นักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอเรนซ์ ลิเวอร์มอร์ (Lawrence Livermore National Laboratory: LLNL) ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันร่วมวิจัยนิวเคลียร์ (Joint Institute for Nuclear Research: JINR) ในเมืองดุบนา ประเทศรัสเซีย ค้นพบธาตุสังเคราะห์ใหม่ 113 อูนอูนเทรียม (Ununtrium) สัญลักษณ์คือ Uut ซึ่งเป็นธาตุหนักที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นใหม่ อูนอูนเทรียมมีอีกชื่อหนึ่งว่าเอกา-แทลเลียม (eka-thallium) และ 115 อูนอูนเพนเทียม (Ununpentium) โดยมีสัญลักษณ์คือ Uup

"ไอยูแพ็ก" เพิ่ม 4 ธาตุสังเคราะห์ใหม่ เติมลงตารางธาตุแล้ว

 

ในปี 2549 ได้มีการค้นพบธาตสังเคราะห์ใหม่ คือ 118 ซึ่งเป็นธาตุหนักที่สุดที่มีการค้นพบ ธาตุนี้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า “อูนอูนออกเทียม” (Ununoctium) และไม่สามารถพบได้ในธรรมชาติ อีกทั้งยังไม่เคยพบได้ในห้องปฏิบัติการมาก่อน

จากนั้นทั้งสองได้ร่วมกับนักวิจัยจากสถาบันวิจัยเครื่องปฏิกรณ์ขั้นสูง (Research Institute for Advanced Reactors หรือ Dimitrovgrad) ทีมนักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติโอคริดจ์ สหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ และมหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส ที่ค้นพบธาตุสังเคราะใหม่อีกครั้ง คือ 117 อูนอูนเซปเทียม (Ununseptium) เป็นธาตุในกลุ่มโลหะหลังทรานซิชัน มีสัญลักษณ์ คือ Uus

การค้นพบนี้ ยังรวมถึง 6 องค์ประกอบใหม่ที่มีการรายงานโดยทีมศูนย์วิจัยรัสเซียและสหรัฐฯ (113, 114, 115, 116, 117, และ 118 ธาตุที่หนักที่สุดจนถึงปัจจุบัน) IUPAC นอกจากนี้ สหภาพเคมีบริสุทธิ์และเคมีประยุกต์สากล (IUPAC) ได้ยืนยันการค้นพบธาตุสังเคราะห์ใหม่ที่หน่วยงานญี่ปุ่นค้นพบ 113 อูนอูนเทรียม (Ununtrium) ซึ่งจะถือเป็นธาตุแรกที่ค้นพบและได้รับการตั้งชื่อโดยชาวเอเชีย

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังคงแข่งขันกันอย่างหนักหน่วงในการสังเคราะห์ธาตุหนักหรือซุปเปอร์เฮฟวีในกลุ่มที่อยู่ใน “หมู่เกาะแห่งความเสถียร” หรือ “Island of Stability” โดยการคำนวณยังบอกถึงเลขอะตอมว่าจะเพิ่มความเสถียรให้กับนิวเคลียสธาตุหนักเหล่านั้นด้วย

ที่มา http://jingro.com/th/science-and-technology/iupac-announced-new-synthetic-elements-115-117-and-118/

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1131601446904673

CES 2016 : SCiO เครื่องสแกนอาหารขนาดเล็ก วัดปริมาณแคลอรี่ โดยกลุ่มที่ 26

 เครื่องสแกนอาหารขนาดเล็ก วัดปริมาณแคลอรี่

CES-2016-SCiO-Food-Scanner-02

ในงาน CES 2016 เจออุปกรณ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่วางแผนลดความอ้วน และกังวลเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร เพราะต้องควบคุมน้ำหนัก หรือระวังเรื่องโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โดยอุปกรณ์ตัวจิ๋วนี้มีชื่อว่า SCiO ซึ่งเพียงแค่นำมาสแกนกับอาหารก็จะแสดงคุณค่าทางโภชนาการ ทราบปริมาณแครอลี่ในอาหารนั้นได้ทันที

CES-2016-SCiO-Food-Scanner-01

เจ้าอุปกรณ์ SCiO นี้หลักการทำงานคือวิเคราะห์สารอาหารตามวิธีโมเลกุลโต้ตอบกับแสง  ออกมาเป็นค่าตัวเลขบนสมาร์ทโฟน ซึ่งการสแกนนี้สแกนได้เฉพาะกับอาหารทีเป็นเนื้อเดียวกัน เช่น ขนมปัง ชีส และแครกเกอร์  ไม่สามารถสแกนส่วนที่มีส่วนผสมหลากหลายอย่าง แซนด์วิชได้

CES-2016-SCiO-Food-Scanner-03

เครื่องสแกนอาหารขนาดเล็ก SCiO นี้ ผลิตโดย  บริษัท DietSensor  ซึ่งเป็นบริษัท Startup จากประเทศฝรั่งเศส โดยผลิตเพื่อช่วยผู้ป่วย โรคเบาหวาน , โรคหัวใจและหลอดเลือด โดยตัวอุปกรณ์ SCiO นี้ขายราคา $249 + ดาวน์โหลดติดตั้งแอพลงบนสมาร์ทโฟนฟรี แต่เสียค่าใช้บริการนี้รายเดือนผ่านแอพ เดือนละ $10

ที่มา http://www.it24hrs.com/2016/ces-2016-scio-food-scanner/

ยานอวกาศจูโนใกล้จะถึงดาวพฤหัสฯแล้ว โดยกลุ่ม1

อีกไม่กี่วัน ยานอวกาศจูโนจะเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพฤหัสฯแล้ว

ก่อนยานจูโนจะไปถึงดาวพฤหัสฯในวันที่ 4 ก.ค. 2016 มาดูกันดีกว่าว่าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้ ยานอวกาศจูโนมีความเคลื่อนไหวน่าสนใจอะไรบ้าง

ต้นเดือนมิถุนายน 2559 ยานจูโนเริ่มรับส่งข้อมูลจากโลกอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทีมงานสามารถรับรู้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นกับยานได้ทันท่วงที กลางเดือนมิถุนายน 2559 ส่วนที่คอยป้องกันเครื่องยนต์หลักจากการพุ่งขนของเศษฝุ่นเล็กๆที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงถูกเปิดออก คำสั่งต่างๆที่เกี่ยวจ้องกับการจุดระเบิดจรวดถูกส่งไปสู่ยานอวกาศ

วันที่ 21 มิถุนายน 2559 กล้องถ่ายรูป JunoCam ถ่ายรูปดาวพฤหัสฯและดวงจันทร์กาลิเลียนที่ระยะห่าง 6.8 ล้านกิโลเมตร กล้องถ่ายรูปตัวนี้นอกจากจะช่วยในการเก็บข้อมูลแล้วยังเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่ใช้สำหรับเผยแพร่ความรู้สู่คนทั่วไปให้มาร่วมลุ้นในภารกิจของยานลำนี้ได้ด้วย

as20160628_1_01

ในวันที่ 28 มิถุนายน 2559 ก่อนการจุดระเบิด ยานอวกาศจะทำการปรับความดันจนพร้อมและเหมาะสมกับการจุดระเบิด ซึ่งจากนี้ไปอุปกรณ์ใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพฤหัสฯจะถูกปิด

ยานอวกาศจูโนจะเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพฤหัสฯทางขั้วเหนือของดาวพฤหัสฯซึ่งนี่ถือเป็นความพิเศษอย่างหนึ่ง เพราะยานอวกาศก่อนหน้าล้วนเข้าใกล้บริเวณเส้นศูนย์สูตรและละติจูดต่ำๆเท่านั้น แต่ในครั้งนี้จะมีการเก็บข้อมูลและถ่ายรูปความละเอียดสูงที่ขั้วดาวพฤหัสฯในระยะใกล้กว่าที่เคยมีมา

ภาพต่างๆของยานจูโนจะถูกส่งกลับมาวิเคราะห์และผ่านประบวนการปรับแต่งแล้วเผยแพร่ในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 2559

ระหว่างนี้เรามาร่วมลุ้นการเข้าสู่วงโคจรในวันที่ 4 กรกฎาคม 2559 ไปพร้อมๆกันนะครับ

เรียบเรียงโดย

อาจวรงค์ จันทมาศ

ที่มาhttp://www.narit.or.th/index.php/astronomy-news/2571-juno-spacecraft-close-to-jupitor

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1131956046869213

 

NASA พบดาวเคราะห์น้อย 2016 HO3 โคจรเป็นคู่หูจิ๋วดวงใหม่ของโลก โดยกลุ่ม1

asteroid20160615-16สีเหลือง – วงโคจรของ 2016 HO3

               ต้อนรับเพื่อนใหม่กันหน่อย NASA แถลงพบดาวเคราะห์น้อย 2016 HO3 โคจรรอบดวงอาทิตย์และรอบโลกของเรา เป็นดาวกึ่งบริวารดวงใหม่อีกหนึ่งดวง และจะอยู่เคียงข้างโลกของเราไปนานอีกหลายร้อยปี

              วันที่ 15 มิถุนายน 2559 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ NASA  เปิดเผยข่าวเกี่ยวกับดาวเคราะห์น้อยชื่อ 2016 HO3 ที่ค้นพบเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยกล้องโทรทรรศน์สำรวจดาวเคราะห์น้อย Pan-STARRS 1 ของมหาวิทยาลัยสถาบันดาราศาสตร์ฮาวาย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากทาง NASA

snapshot_1                NASA เผยว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ 2016 HO3 นั้นยังไม่ได้รับการระบุที่แน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะมีขนาดราว ๆ 40-300 เมตร มันโคจรรอบดวงอาทิตย์โดยมีวงโคจรสัมพันธ์กับของโลกด้วย โดยระยะห่างของระหว่างเคราะห์น้อย 2016 HO3 กับโลกอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านกิโลเมตร ถึง 37 ล้านกิโลเมตร หรือราว 38 ถึง 100 เท่าของระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์

              สาเหตุที่ระยะห่างระหว่าง 2016 HO3 และโลกไม่แน่นอนนั้น เนื่องมาจากเมื่อดาวเคราะห์น้อยเคลื่อนตัวไกลออกไป ก็จะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงกลับมา ทำให้บางครั้งมันจะโคจรนำหน้าโลกไปประมาณครึ่งปี และตามหลังโลกอีกประมาณครึ่งปี ราวกับกำลังเต้นรำไปพร้อม ๆ กับโลกของเราอยู่ยังไงยังงั้น การเต้นรำนี้จะคงอยู่ไปอีกหลายร้อยปี กระทั่งมันค่อย ๆ หลุดออกจากแรงดึงดูดของโลกไปในที่สุด

              นักดาราศาสตร์กำลังตัดสินใจว่า 2016 HO3 น่าจะถือเป็นเทหวัตถุที่มีความคล้ายคลึงกับคำจำกัดความของ บริวารเสมือน (Quasi-satellite) มากที่สุดดวงหนึ่งของโลก เนื่องจากโลกและ 2016 HO3 ใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์เท่ากัน คือ 1 ปี นั่นเอง

ภาพจาก NASA/JPL-Caltech

ที่มาhttp://hilight.kapook.com/view/138754

 

สุดล้ำ ! BMW เผยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตบนรถยนต์ พร้อมใช้ทั่วโลกปี 2017 โดยกลุ่ม9

อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อที่มีความสำคัญกับโลกยุคนี้ไปเสียแล้ว ทั้งสามารถให้ข้อมูลที่รวดเร็ว สะดวก ทุกที่ทุกเวลา นี่อาจเป็นจุดเด่นให้บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) เตรียมพัฒนาระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในรถให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

BMW i3
BMW i3

เว็บไซต์ออโต้คาร์ รายงานว่าบีเอ็มดับเบิลยูเตรียมขุดเอาระบบเดิมที่เคยใช้อย่างคอนเนคไดรฟ์ (ConnectedDrive) มาพัฒนาให้สามารถใช้งานกับระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย เช่น 3G ได้จากตัวรถเอง เพื่อใช้ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรกของบีเอ็มอย่างรุ่น i3 ที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายน ปี 2013

ซึ่งนอกจากบีเอ็มพัฒนาคอนเนคไดรฟ์แล้ว ยังมีบีเอ็มดับเบิลยู ไอ เนวิเกเตอร์ (BMW I Navigator) ในเครือข่ายเต็มรูปแบบ, บีเอ็มดับเบิลยู ไอ รีโมต แอพ (BMW I Remote App) สำหรับใช้งานสมาร์ทโฟน, ระบบให้ข้อมูลการจราจร และความสามารถเพิ่มเติมสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู i3 โดยเฉพาะ เช่น ตารางเวลาของขนส่งสาธารณะ ซึ่งเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตและดาวเทียม sat-nat ที่ให้ข้อมูลได้อย่างแม่นยำมากขึ้น รวมทั้ง ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดแอพฯ ต่าง ๆ ใช้งานเพิ่มเติม ซื้อเพลงออนไลน์ และ รับส่งข้อความอีเมลได้อีกด้วย

อินเทอร์เน็ตบนรถยนต์

บีเอ็มดับเบิลยูยังพัฒนาด้านความปลอดภัยด้วยการปรับปรุงระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินอัตโนมัติ ที่จะส่งข้อมูลและตำแหน่งของรถผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งระบบนี้จะถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานให้กับบีเอ็มที่ผลิตในยุโรปช่วงปี 2015

  โดยเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ บีเอ็มดับเบิลยูเผยว่าจะใช้งานผ่านซิมการ์ดที่ติดตั้งภายในรถซึ่งรองรับ 4G LTE และยังสามารถเชื่อมต่อด้วย Wifi ได้อีกด้วย โดยคาดการณ์ว่าจะมีข้อมูลสำหรับผู้ใช้คอนเนคไดรฟ์ 24 ประเทศ ครอบคลุมจำนวนมากกว่า 5 ล้านคน และตั้งเป้าว่าจะทำให้ระบบนี้สมบูรณ์ทั่วโลกภายในปี 2017

ที่มา : http://car.kapook.com/view64029.html
ภาพประกอบจาก autocar.co.uk เเละ autoblog.com