คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2016

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบต้นตอของเชื้อร้ายมะเร็งตับ (นุชรี)

งาน วิจัยชิ้นใหม่ได้แสดงให้เห็นว่า “นักวิจัยได้ค้นพบต้นตอของเซลล์มะเร็งตับและพวกเขาเชื่อว่าจะสามารถทำให้ เซลล์มะเร็งตับเหล่านี้ตอบสนองต่อการรักษาได้ต่อไปเรื่อยๆ”

คณะวิจัยต้องการที่จะมุ่งเป้าไปที่ต้นตอของเซลล์มะเร็งเพื่อที่จะไม่ให้เซลล์มะเร็งกำเริบและไม่แพร่กระจาย

 

ผู้เขียนอาวุโส รองศาสตราจารย์ Keigo Machida สาขาจุลชีววิทยาระดับโมเลกุลและภูมิคุ้มกันวิทยา จากมหาวิทยาลัย Keck School of Medicine of USC ได้กล่าวว่า “ กุญแจสำคัญในการป้องกันสเต็มเซลล์ที่ต่อต้านเคมีบำบัดซึ่งจะกลายเป็นมะเร็งตับไม่ให้ลุกลาม คือการทำลายสเต็มเซลล์ที่มี NANOG อยู่ ”

NANOG เป็นสิ่งที่พบได้ยากในมะเร็งช่วงแรกเริ่ม แต่จะมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงมะเร็งตับระยะที่ 3 ซึ่งมันจะไปกระตุ้นการแพร่กระจายของมะเร็งโดยกระบวนการ rewiring metabolism ในไมโทคอนเดรีย (เปรียบเสมือนโรงงานผลิตพลังงานของเซลล์) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ยีนได้เปลี่ยนเซลล์ปกติไปเป็นเซลล์มะเร็งและเนื้อร้ายจะไปกดทับไม่ให้ยีนสามารถตอบสนองต่อการส่งสัญญาณของเซลล์ได้

รองศาสตราจารย์ Machida ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “พวกเราสามารถระบุบริเวณเดิมที่เคยเป็นมะเร็งได้ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเซลล์ต้นตอของมะเร็งอยู่ ถึงแม้ว่าพวกเราได้ใช้เคมีในการบำบัดรักษาผู้ป่วยไปแล้วก็ตาม แต่เซลล์ต้นตอบางส่วนยังรอดชีวิตและพยายามที่ฟื้นตัวเองกลับมาและทำให้มะเร็งกำเริบขึ้นมาอีก นั่นคือสาเหตุว่าทำไมพวกเราถึงอยากมุ่งเป้าไปที่เซลล์ต้นตอของมะเร็งเพื่อที่จะกำจัดไม่ให้มะเร็งกำเริบและไม่แพร่กระจายของมะเร็งไปสู่ที่อื่นๆของร่างกาย”

งานวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism ฉบับเดือนมกราคม 2559

การต่อต้านการกำจัดเซลล์มะเร็ง

การศึกษาครั้งนี้ได้เก็บข้อมูลของผู้ป่วยที่มีสเต็มเซลล์ที่กลายพันธุ์และเซลล์ของหนูเป็นร้อยๆที่เป็นมะเร็งตับ คณะวิจัยเชื่อว่านี่เป็นวารสารทางวิชาการฉบับแรกที่ระบุเรื่องเกิดมะเร็งของสเต็มเซลล์ที่มี NANOG และการใช้ NANOG เป็นเป้าหมายในการกำจัดมะเร็งจากผู้ป่วยที่มีอาการต่อต้านการรักษามะเร็งด้วยการใช้เคมีบำบัดหรือวิธี Sorafenib

ตามการบันทึกของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้รายงานว่า การป่วยเป็นมะเร็งตับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2015 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับประมาณ 24,550 ราย มีเพียงผู้ป่วยร้อยละ 17.2 เท่านั้นที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับและสามารถรักษาจนหายเป็นปกติและมีชีวิตอยู่หลังจากการรักษาเป็นระยะมากกว่า 5 ปีขึ้นไป

เป้าหมายใหม่ในการรักษามะเร็ง

รองศาสตราจารย์ Vasu Punj ผู้เขียนร่วมและหัวหน้านักชีวสารสนเทศศาสตร์จากหน่วย USC Epigenome “ในการศึกษาสเต็มเซลล์ที่มี NANOG นั้นสามาารถปรับตัวและกระตุ้นการเติบโตของมะเร็งได้อีกครั้งได้อย่างไร คณะวิจัยได้ทดสอบโปรตีนนำส่ง mRNA และเซลล์ที่ควบคุมการเผาผลาญภายในตับ โดยกลยุทธ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นในอนาคตเพื่อการรักษาเฉพาะบุคคล ก็คือ การบำบัดรักษามะเร็งที่มุ่งเป้าไปที่กระบวนการเผาผลาญในไมโทครอนเดรีย ซึ่งจะเป็นบริเวณที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต ถ้าคุณสามารถลดการตอบสนองระดับเซลล์ในกระบวนการออกซิเดชั่นของ oxidative phosphorylation-fatty acid ในไมโทครอนเดรียได้ NANOG ก็จะไม่สามารถพัฒนาเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโตต่อไปได้ สิ่งนี้มันจะทำให้คณะวิจัยสามารถพัฒนากลยุทธ์ในการรักษามะเร็งแนวใหม่ได้”

พฤติกรรมของ NANOG

NANOG ควบคุมการแสดงออกของยีนที่จะปรากฏให้เห็นในกระบวนการเผาผลาญในไมโทครอนเดรียหรือ mitochondrial metabolic pathways เพื่อทำให้สเต็มเซลล์ปกติเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง โดยมันจะไปปรับเปลี่ยนเซลล์จากเดิมที่ใช้กลูโคสเป็นแหล่งเชื้อเพลิง ไปเป็นการสั่งให้กระบวนการเผาผลาญใช้กรดไขมันเป็นเชื้อเพลิงแทน

Machida ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ถ้าพวกเราสามารถระงับกระบวนการเผาผลาญที่กลายพันธุ์นี้ได้ มะเร็งตับจะตอบสนองต่อการรักษาด้วยเคมีอีกครั้งในอนาคต พวกเราอาจจะสามารถรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับด้วยยาฉีดเพียงเข็มเดียวเข้าสู่กระแสเลือดและระบุเป้าหมายไปที่ NANOG โดยเฉพาะได้ ซึ่งการที่เลือดหมุนเวียนไปในที่ต่างๆ พวกเราก็จะสามารถพัฒนาการนำส่งยาในการกำจัดเซลล์มะเร็งได้โดยที่ไม่จำกัดเพียงแค่การรักษาที่ตับอีกต่อไป”

อ้างอิง: www.sciencedaily.com/releases/2016/01/160127133047.htm

ที่มา : http://www.vcharkarn.com/vnews/504298

 

21 ภาพถ่ายของเหตุการณ์เจ๋งๆ จากรอบโลก ที่ไม่ได้เห็นกันทุกๆ วันแน่นอน!!!

ในโลกของเรานี้ก็มีสิ่งที่เรียกได้ว่ามหัศจรรย์ และเจ๋ง อยู่เยอะมากมายไปหมดเลยล่ะ แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นง่ายๆ ทุกๆ วันจนเราเห็นเป็นเรื่องธรรมดานั่นเอง

และวันนี้เราก็มีกว่า 21 ภาพเหตุการณ์เจ๋งๆ จากรอบโลกที่จะต้องทำให้คุณร้อง ‘ว้าว’ กันเลยทีเดียว จะน่าทึ่งขนาดไหนมาพิสูจน์กันเลย

พระอาทิตย์ที่ไม่ตก ฤดูร้อนแถบอาร์คติก

111

การเรียงดินสอให้เป็นรูปร่าง

2

กล้องถ่ายภาพจากอวกาศตัวใหม่ ที่คมชัดกว่ากล้องฮับเบิ้ลถึง 2 เท่า3

 

ปลาหมึกที่ปลอมตัวได้อย่างแนบเนียน

444

 

Mexico City

5

 

ภาพของเครื่องบินที่ถูกบันทึกไว้ที่สนามบินฮันโนเวอร์ ในเยอรมนี

6

 

รูปปั้นแปลกๆ ในตอนใต้ของฝรั่งเศส

7

 

ภาพถ่ายของโลกจากดาวเสาร์

8

 

ตอนจบของเกมส์งู

999

 

สถานที่เกิดสุริยุปราคา ถ้าถ่ายจากนอกโลก

10

 

ภาพสายการบินต่างๆ ที่ประจำการอยู่ทั่วโลก

111111

 

เต่ากาลาปากอสที่ตายใน Steve Irwin’s Zoo ปี 2006 เป็นสัตว์เลี้ยงของ ชาร์ลส ดาร์วิน ซึ่งเขาเลี้ยงไว้ตอนปี 1835 !!!12

ทีมงานของการแข่ง F1 สถิติโลกอยู่ที่ 2.5 วินาที131313

 

ทั้งหมดทำมาจากหินอ่อน

14

 

การระเบิดของภูเขาไฟ ที่ถ่ายไว้โดยนักอวกาศ

151515

 

การระเบิดของระเบิดปรมาณู ที่ถูกถ่ายไว้ในเศษ 1 ส่วน 1,000 ของ1 วินาที

16

Stop Motion ที่เยี่ยมยอด

 

กล้ามเนื้อหัวใจของมนุษย์

 

การทำให้รถหายไปภายในพริบตา

 

พระที่ยืนสวดที่เดิมทุกๆ วันเป็นเวลา 12 ปี

ใบหน้าในมุมต่างๆ ที่ถูกแสงไฟสาดส่อง

เป็นของหาดูยากสมราคาจริงๆ ว่ามั้ยล่ะ อิอิ ไว้เหมียวจะหาอะไรน่าชมๆ แบบนี้มาฝากกันใหม่นะจ๊ะ ^^

ที่มา: Ebuam

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1047279042003581

Nissan โชว์คลิปเก้าอี้ Intelligent Parking Chair โปรโมตระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ

1

Nissan ปล่อยคลิปโชว์เก้าอี้แสนฉลาด Intelligent Parking Chair ที่สามารถวิ่งกลับไปประจำตำแหน่งเดิมของมันได้เองเมื่อผู้ใช้ปรบมือ งานนี้เป็นการโปรโมตเทคโนโลยีระบบช่วยจอดรถยนต์แบบอัตโนมัติหนึ่งในฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกของรถยนต์ Nissan

Nissan ปรับเอาระบบจอดรถยนต์แบบอัตโนมัติอย่างที่มีในรถยนต์ไฮบริดรุ่น X-Trail มาใส่ในเก้าอี้สำนักงานที่ผ่านการดัดแปลงติดล้อเลื่อนให้สามารถหมุนเคลื่อนที่ได้รอบทิศทางพร้อมด้วยอุปกรณ์สื่อสารผ่าน Wi-Fi เก้าอี้อัจฉริยะ Intelligent Parking Chair นี้จะทำงานควบคู่กับกล้อง 4 ตัวที่ติดตั้งอยู่ที่เพดานห้องซึ่งจะคอยตรวจหาตำแหน่งของเก้าอี้แต่ละตัวก่อนจะส่งข้อมูลให้ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล เมื่อระบบได้รับสัญญาณเสียงปรบมือของผู้ใช้แล้วมันจึงจะส่งคำสั่งผ่าน Wi-Fi ไปสั่งการให้เก้าอี้แต่ละตัวเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้

โครงการอวดเทคโนโลยีช่วยจอดรถยนต์ของ Nissan นี้ได้รับความร่วมมือในการพัฒนาจากทีมนักสร้างสรรค์ที่เคยได้รับรางวัลชื่อว่า BIRDMAN เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนอยากให้มีเก้าอี้แบบนี้ออกวางขายจริงในท้องตลาด

ที่มา - RocketNews24, Engadget

 

ที่มา  https://www.blognone.com/node/77969 

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1046040205460798

ไอเดียเจ๋ง ใช้ยางรถยนต์เก่าประดิษฐ์ช็อปเปอร์-หุ่นยนต์-รูปสัตว์ ขายระเบิด ออเดอร์เพียบ(คลิป)

1

ที่ร้านชูการยาง ถนนสายน้ำพอง-อุบลรัตน์ เลขที่ 319 หมู่ 1 ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ใครที่เข้าไปใช้บริการต้องทึ่งกับไอเดียเจ้าของร้าน นายนิวัฒน์ จันทดวง อายุ 35 ปี นำยางรถยนต์เก่าที่ไม่ใช้แล้วมาประดิษฐ์ช็อปเปอร์, หุ่นยนต์และช้างก้านกล้วย

นายนิวัฒน์ เล่าว่า เปิดร้านปะยางมา 3-4 เดือน มียางรถยนต์ใช้ไม่ได้แล้วมากมาย จึงมีแนวความคิดที่จะประดิษฐ์รูปสัตว์ต่างๆ ไว้โชว์หน้าร้าน ประกอบกับเคยมีความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากอาที่อยู่จังหวัดร้อยเอ็ดจึงลองทำดู

“ครั้งแรกทำม้า กวาง มีลูกค้าที่ผ่านไปผ่านมาเห็นเข้าจึงได้ขอซื้อไป ในราคา 1,500 บาท เห็นว่าน่าจะมีรายได้เสริมที่ดี ลองทำเป็นช้างก้านกล้วย ทำมังกร และรถช็อปเปอร์ ขายราคาตัวละ 1,800 บาท หลังจากทำเสร็จลูกค้าซื้อทันที ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียน รีสอร์ต ทั้งมีสั่งทำแบบต่างๆ อีกด้วย ออเดอร์มากทำไม่ทัน แต่ตัวจะใช้เวลาเฉลี่ย 2 วัน แต่ละวันจะทำ 3-4 ตัว ขึ้นอยู่กับวัสดุตัดแต่ง”

นายนิวัฒน์ กล่าวว่า ทุกชิ้นงานสามารถขึ้นไปนั่งเล่นได้ แต่ละชิ้นประกอบจากวัสดุที่มั่นคง ใช้น๊อตยึดต่อ ใช้ท่อพีวีซีประดิษฐ์ร่วมกัน มุมหรือเหลี่ยมคมก็ทำการลบออกไม่เป็นอันตรายต่อเด็กๆ รับน้ำหนักได้มากกว่า 300 กิโลกรัม

ที่มา  http://www.matichon.co.th/news/49337

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1046999498698202

เปิดตัว “โซล่าเซลล์แบบใส” ใช้แทน “กระจกหน้าต่าง” ได้สบายๆ (เจตน์พลกฤต)

clear-solar-cells-759x397ภาพแผงโซล่าในความคิดของคุณเป็นแผงสีดำๆติดอยู่บนหลังคาใช่ไหม

เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปแล้วนะ

Fortune Magazine บอกว่าตลาดแผงโซล่าเซลล์ในอเมริกานั้นเติบโตอย่างรวดเร็วถึง 70% ในปีที่ผ่านมา

solar_panels-e1444932870206

นักวิจัย ได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า TLSC และนี่จะเป็นโซล่าเซลล์ที่โปร่งใสอันแรกของโลก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีแต่ความคิดที่ว่าหากโซล่าเซลล์โปรงแสงแล้ว แสงที่เป็นต้นกำเนิดของการสร้างพลังงานจะทะลุผ่านมันไป

แต่สำหรับเจ้าตัวนี้ แสงปริมาณ 5% จะถูกนำมาผลิตพลังงาน ฟังดูเหมือนจะน้อย แต่มันยิ่งใหญ่มากในทางปฏิบัติ และมันเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปในบ้าน

ตัวอย่างตึกที่หากติดตั้งกระจกโซล่าเซลล์ จะช่วยผลิตพลังงานสะอาดได้จำนวนมาก

transparent-lsc-e1444932933818

Skyscrapers-Mirror-1024x768-e1444932984919

ต่อไปมันต้องพัฒนาไปอีกมากแน่ๆ ส่งต่อเรื่องนี้ไปให้คนอื่นๆดูด้วยสิ

ที่มา http://www.kiitdoo.com

โพสโดย เจตน์พลกฤต สุขสวัสดิ์มงคล

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1046023242129161

ค้นพบวิธีการล่อเหยื่อใหม่ของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง(เจตน์พลกฤต)

     ค้นพบวิธีการล่อเหยื่อใหม่ของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง

ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง เป็นไม้เลื้อยที่มีระบบรากตื้นและสั้น และจัดเป็นพืชกินแมลงชนิดหนึ่ง ตามปกติรูปร่างของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงจะเอื้อให้แมลงตัวเล็กๆตกลงไปในตัวหม้อที่มีน้ำย่อยสำหรับย่อยสลายแมลงที่เคราะห์ร้ายตกลงไปกลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงตัวมันเอง จากการขยับขึ้นลงของฝาหม้อ แต่ไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบริสตอล ค้นพบวิธีการล่อเหยื่อแบบใหม่ของต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์ เนพเพนทีส กราซิลลิส (Nepenthes gracilis) โดยการใช้กล้องความเร็วสูงและเซนเซอร์ในการสังเกตพฤติกรรมการล่อเหยื่อพบว่า ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงสายพันธุ์นี้มีฝาหม้อที่มีคุณสมบัติคล้ายสปริง ซึ่งจะเด้งกลับมาเมื่อมีแรงกระทบจากด้านบน ทำให้แมลงที่เกาะอยู่ตกลงในหม้อ และยังค้นพบอีกว่าการที่แมลงมาเกาะใต้ฝานั้นเพราะมีเกสรดอกไม้ที่ใช้สำหรับล่อเหยื่อและถูกเคลือบด้วยสารหล่อลื่นที่ทำให้การเกาะของแมลงทำได้ยาก ส่งผลให้แมลงตกลงในหม้อเมื่อเกิดการเด้งกลับของฝาหม้อ การค้นพบนี้ทำให้เราทราบว่านอกจากจะค้นพบวิธีการล่อเหยื่อแบบใหม่แล้ว สารหล่อลื่นยังจำเป็นต่อการหาเหยื่อของหม้อข้าวหม้อแกงลิงด้วยเช่นกัน

ที่มา http://www.nsm.or.th/index.php?option=com_k2&view=item&id=4996:2015-10-16-03-50-07&Itemid=1222

โพสโดย เจตน์พลกฤต สุขสวัสดิ์มงคล

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1046730835391735

มะนาวสีม่วง (พิมพ์ลภัส)

เมื่อพวกเรานึกถึงมะนาว สีม่วงนั้นไม่ใช่สีที่เรานึกถึงเลย แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการปรับเปลี่ยนยีนของมะนาวชนิดหนึ่ง ผิวของมันยังคงเป็นสีเดิมคือสีเขียว แต่เมื่อตัดดูข้างใน จะเห็นสีที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สีม่วงแบบลาเวนเดอร์ไปจนถึงสีแดงเหมือนกับทับทิม เป้าหมายของงานวิจัยนี้ไม่ได้ต้องการที่จะทำผลไม้ดูแปลกประหลาด แต่ยิ่งมะนาวมีสีแดงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อสุขภาพมากเท่านั้น

                  สีใหม่ของมะนาวนั้นมาจากสารแอนโทไซยานิน (anthocyanins) ซึ่งเป็นสารกำเนิดสีในพืชตระกูลสีม่วงและสีแดงตามธรรมชาติ “มนุษย์เรามักรับประทานสารแอนโทไซยานินในผลไม้และผักตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว” Manjul Dutt กล่าว ซึ่งเขาเป็นผู้นำการศึกษาในครั้งนี้ แต่ในกลุ่มของผลไม้รสเปรี้ยวเกือบทั้งหมดไม่สามารถที่จะทำการสร้างสารแอนโทไซยานินขึ้นมาได้เมื่อมันเจริญเติบโตในภูมิประเทศที่มีอากาศร้อน มันต้องการอาณาเขตที่มีความเย็น เช่น ซิสิลีและอิตาลีตอนใต้ ในการที่จะผลิตเม็ดสีเหล่านี้ขึ้นมา

เม็ดสีเหล่านี้ไม่ได้ทำให้มะยาวดูน่าสนใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “เมื่อเวลาผ่านไป การรับประทานพวกมันเขาเป็นจำนวนมากจะช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย” Monica Bertoia กล่าว เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยใหม่ในครั้งนี้ เธอเป็นนักระบาดวิทยาซึ่งทำงานให้กับ Harvard University’s School of Public Health ใน บอสตัน และเธอช่วยศึกษาปัจจัยที่อาจจะอธิบายความเสี่ยงของโรคได้

“งานวิจัยอื่น ๆ ยังเสนอแนะอีกด้วยว่า การลดความอ้วนด้วยการกินอาหารที่มีสารแอนโทไซยานินเป็นจำนวนมากอาจจะช่วยป้องกันโรคอ้วนและโรคเบาหวานได้อีกด้วย” Dutt กล่าว เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการปลูกพืชผักและผลไม้ เขาทำงานให้กับ University of Florida Citrus Research and Education Center ใน Lake Alfred

ทีมวิจัยของเขาต้องการที่จะรู้ว่า พวกเขาสามารถที่จะปลูกผลไม้ที่มีสารแอนโทไซยานินได้หรือไม่แม้ว่าจะปลูกมันในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน เช่น ฟลอริด้า สำหรับการทดลองใหม่ของเขานั้น นักวิทยาศาสตร์ได้นำยีนสำหรับการสร้างสารแอนโทไซยานินมาจากองุ่นแดงและส้มที่มีเนื้อสีแดง พวกเขาใส่ยีนชนิดนี้เข้าไปในมะนาวและผลไม้รสเปรี้ยวชนิดอื่น ๆ

การใส่ยีนจากหนึ่งสายพันธุ์ไปสู่อีกหนึ่งสายพันธุ์นั้นเราเรียกว่า การทำพันธุวิศวกรรม (genetic engineering)

ผลการทดลองใหม่ในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การปลูกผลไม้ที่อุดมไปด้วยแอนโทไซยานินที่สูงในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนนั้นเป็นไปได้พวกเขาอธิบายการทดลองและงานวิจัยของเขาไว้ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ Journal of the American Society for Horticultural Science

“การผลิตผลไม้ที่มีสารแอนโทไซยานินสูงสามารถที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพของผลไม้ได้” Bertoia กล่าว

“แต่การทดสอบเพื่อให้แน่ใจได้ว่า การปรับเปลี่ยนยีนของผลไม้นั้นมีความปลอดภัยเป็นก้าวต่อไปของงานวิจัย” Dutt กล่าว

 

ที่มา  http://www.vcharkarn.com/vnews/504350

โพสโดย  นางสาวพิมพ์ลภัส  เมืองงาม

อย่าพลาด!! สุริยุปราคาเหนือฟ้าเมืองไทยปีนี้ เห็นได้ทั่วไทย (สมบัติ)

946314-img.roopn1.0p

สุริยุปราคาเหนือฟ้าเมืองไทยปีนี้ จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม 2559
   – เป็นสุริยุปราคาแบบเต็มดวง สามารถสังเกตเห็นเต็มดวงในบริเวณประเทศอินโดนีเซีย และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ สำหรับประเทศไทยเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” สามารถเห็นได้ทุกภูมิภาคของประเทศ ในเวลาแตกต่างกัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 6:20 น. จนถึง 8:40 น.
    ที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่สัมผัสที่ 1 เวลาประมาณ 06:38 น. และสิ้นสุดในเวลาประมาณ 08:32 น.
     แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นคราสการบังไม่เท่ากัน ร้อยละการบังขึ้นอยู่กับระยะทางที่ผู้สังเกตอยู่ห่างจากแนวคราสเต็มดวง
     ปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในประเทศไทยครั้งนี้ดวงอาทิตย์จะถูกบังมากที่สุดบริเวณภาคใต้ ที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณ 69% ส่วนทางภาคเหนือที่จังหวัด เชียงรายดวงอาทิตย์จะถูกบดบังเพียง 24%

946314-img.roopn1.1p

ที่มา http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/general_knowledge/24780

โพสโดย นาย สมบัติ ทองศรีสมบูรณ์

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1045945145470304

เวลาเศร้า ทำไมเราต้องรู้สึกเจ็บที่หัวใจ (สมบัติ)

  รู้สึกเจ็บเหมือนหัวใจสลาย ซึ่งฟังดูแล้วอาจจะคิดว่าเป็นคำพูดเกินจริง หรืออาจเป็นอุปาทานอย่างหนึ่งของคนอกหัก แต่ในทางวิทยาศาสตร์นั้นมีคำอธิบายของสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว และอาการรู้สึกเหมือนหัวใจสลาย อาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คุณคิด!
fec11c3181d9d7c0ca1b934dbcb639f1ก่อนจะพูดเรื่องอกหักคงต้องพูดเรื่องความรักเสียก่อน เนื่องจากในยามมีความรัก สมองจะหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ซึ่งทำให้คนเกิดความพึงพอใจ มีสมาธิ กับสารออกซิโทซิน (Oxytocin) ซึ่งมีหน้าที่ลดความเครียด คลายความกังวล และทำให้รู้สึกอบอุ่นกับคนที่มีความผูกพันด้วย และยังมีสารเอนดอร์ฟิน (Endorphine) ที่ทำให้คนรู้สึกมีความสุข ลืมความเจ็บปวด นั่นจึงทำให้คนเรารู้สึกดีเมื่อมีความรัก ทว่าเมื่ออกหักผิดหวังจากรักขึ้นมา ฮอร์โมนความเครียดได้แก่ คอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน (Adrenaline) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กดการทำงานของสมอง โดยปกติแล้วจะหลั่งออกมาเมื่ออยู่ในสภาวะตึงเครียด หรือสภาวะที่รู้สึกว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย จะหลั่งออกมาจากต่อมหมวกไตและส่งสัญญาณไปที่สมอง ฮอร์โมนคอร์ติซอล มีผลทำให้กล้ามเนื้อของร่างกายต้องการเลือดไปหล่อเลี้ยงมากขึ้น ส่วนฮอร์โมนอะดรีนาลีน จะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย โดยปกติแล้วสารทั้งสองจะมีประโยชน์สำหรับการกระตุ้นร่างกายในทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรับมือกับอันตราย เช่นที่เราอาจเห็นคนแบกของหนักเกินกำลังเมื่อไฟไหม้ แม้ว่าสารทั้งสองทำให้ร่างกายเอาตัวรอดจากอันตรายภายนอกได้ดี แต่หากเป็นอันตรายภายในใจเราเอง ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเพื่อเอาตัวรอดแบบอันตรายภายนอก จะทำให้เจ็บปวดที่หัวใจ เพราะหัวใจทำงานหนักทั้งที่ร่างกายไม่ได้มีการใช้งานหนัก เป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บหัวใจเมื่อเสียใจหรืออกหัก อาการดังกล่าว ในทางการแพทย์เรียกว่า “กลุ่มอาการหัวใจสลาย” (Broken Heart Syndrome) หรืออาจเรียกเล่น ๆ ว่า “โรคอกหัก” โดยมีรายงานการค้นพบครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1990 ในเอเชีย ซึี่งอาการนี้อาจทำให้คนถึงตายได้เหมือนกับโรคหัวใจ! วิธีการบรรเทาอาการหัวใจสลายขั้นพื้นฐาน ได้แก่การทำให้สมองหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา และวิธีการทำให้เอนดอร์ฟีนหลั่งก็ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ ได้แก่ การร้องไห้ การหัวเราะ การออกกำลัง การนั่งสมาธิ การได้ทำสิ่งที่ชอบ ดังนั้นหากเกิดอาการหัวใจสลาย ก็อย่าจมอยู่กับมันนานนัก หลังจากร้องไห้ออกมาจนพาแล้ว ก็ลองยืนหยัดขึ้นมา จากนั้นก็ลองทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองชอบ แล้วก็อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้ดี บอกกับตัวเองเสมอว่า “ถึงจะไม่มีใครรัก ไม่มีใครดูแลเรา แต่อย่างน้อยเราก็ยังรักและดูแลตัวเองได้”

ที่มา http://www.vcharkarn.com/varticle/504341

โพสโดย นาย สมบัติ ทองศรีสมบูรณ์