คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-24 ณัฐกิตติ์ อบรม นราวัฒน์ บริสุทธิ์ สุวิช ทองเพ็ชร์

นักดาราศาสตร์ค้นพบแหล่งกำเนิดอนุภาคนิวทริโนพลังงานสูงเป็นครั้งแรก !!

ในภาพอาจจะมี กลางคืน และข้อความ

 

ยุคใหม่ของการศึกษาดาราศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
วันนี้ (12 กรกฎาคม 2561) นักดาราศาสตร์ทั่วโลกร่วมกันฉลองการตรวจพบอนุภาคนิวทริโนพลังงานสูงจากกาแล็กซีกัมมันต์ได้เป็นครั้งแรก จากการค้นพบสามารถสรุปได้ว่า อนุภาคนิวทริโนพลังงานสูงเหล่านี้ อาจจะมีแหล่งกำเนิดจาก “กาแล็กซีกัมมันต์” 

กาแล็กซีกัมมันต์ คือกาแล็กซีที่มีส่วนของใจกลางมีความสว่างมากกว่าปกติ จนบดบังโครงสร้างของกาแล็กซี่ทั้งหมด นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์คาดว่าบริเวณใจกลางกาแล็กซีนี้มีหลุมดำมวลยวดยิ่งอยู่ โดยในที่นี่เราจะพูดถึงกาแล็กซีกัมมันต์ชนิดพิเศษ ซึ่งมีชื่อว่า “เบลซาร์”

นิวทริโน ในที่นี้ผมขอเรียกว่า “อนุภาคล่องหน” เป็นอนุภาคที่ไม่ทำอันตรกิริยากับอะตอมใดๆ ทำให้ตรวจจับได้ยากมาก แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความสามารถของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ สามารถสร้างเครื่องตรวจจับนิวทริโนได้ ซึ่งในช่วงเริ่มต้น นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ยังตรวจวัดได้เพียงนิวทริโนที่เกิดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ การสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีใต้พื้นโลก รวมถึงนิวทริโนจากดวงอาทิตย์เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นนิวทริโนพลังงานต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้ นำไปสู่การค้นพบว่านิวทริโนมีมวล ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อในช่วงเริ่มต้น และยังสามารถเปลี่ยนชนิดได้ นำไปสู่การคว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี พ.ศ. 2558

หากแต่ว่า นิวทริโนพลังงานสูงนั้น ตรวจจับได้ยากมาก ดังนั้นทางเลือกเดียวของการตรวจวัดนิวทริโนพลังงานสูงคือการตรวจวัดนิวทริโนที่มาจากอวกาศเท่านั้น นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์นานาประเทศจึงร่วมกันสร้างโครงการไอซ์คิวบ์ (Icecube) สร้างหอสังเกตการณ์นิวทริโนพลังงานสูงบริเวณขั้วโลกใต้นำเครื่องมือตรวจวัดแสงจำนวนมหาศาลไป “แช่แข็ง” บริเวณขั้วโลกใต้จำนวนมาก เป็นพื้นที่กว่าหนึ่งตารางกิโลเมตร เมื่อนิวทริโนพลังงานสูงจากอวกาศผ่านโลกมา (เนื่องจากนิวทริโนเหล่านี้ล่องหน จึงสามารถทะลุทะลวงโลกของเรา รวมถึงร่างกายของเราด้วย) #ยากกว่าการสุ่มได้รูปไอดอลที่คุณชื่นชอบนับสิบล้านเท่ นิวทริโนเหล่านี้สามารถ “ชน” กับโมเลกุลน้ำ เกิดเป็นแสงสว่างวาบ ทำให้เราสามารถตรวจจับนิวทริโนพลังงานสูงเหล่านั้นได้ แม้ว่าโครงการไอซ์คิวบ์ จะสามารถค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงได้ แต่เรายังไม่สามารถหาเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์อื่นๆ ที่จะสื่อถึงกลไกการเกิดนิวทริโนได้แม้แต่เหตุการณ์เดียว

หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี มีผลการตรวจพบนิวทริโนพลังงานสูงโดยไร้ที่มาถึงสามครั้ง จนกระทั่งในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560 เครื่องตรวจวัดนิวทริโน Icecube ได้ตรวจพบนิวทริโนพลังงานสูง จากกลุ่มดาวนายพราน ซึ่งสอดคล้องกับการปะทุรังสีแกมมาหลายครั้งจากกาแล็กซีกัมมันต์ TXS 0506+056 จึงนำไปสู่การสังเกตการณ์ในช่วงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในทุกๆ ย่าน เช่น คลื่นวิทยุ จนถึงรังสีแกมมา ทุกการสังเกตการณ์จากหลากหลายความยาวคลื่น ล้วนแต่ให้ข้อมูลตรงกันว่ากาแล๊กซีกัมมันต์ TXS 0506+056 กำลังอยู่ในช่วง “เจิดจ้า″ (flaring) นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า นิวทริโนพลังงานสูงเหล่านี้ เกิดจากการปะทุรังสีแกมมาของกาแล็กซีกัมมันต์นั่นเอง อย่างไรก็ตามการแผ่รังสีนี้คือการแผ่รังสีจากรอบๆ หลุมดำ มิใช้รังสีที่แผ่จากตัวหลุมดำเอง เช่น รังสีฮอว์กิง

การค้นพบนี้ จะนำไปสู่ยุคใหม่ของการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ที่จะไม่ใช่การส่องกล้องดูดาว หรือการเก็บข้อมูลจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่จะรวมถึง คลื่นความโน้มถ่วงจากการสังเกตการณ์ของ LIGO และนิวทริโนจาก Icecube ด้วย

สำหรับท่านที่กำลังกังวลว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติของไทย จะตกรถไฟขบวนนี้หรือไม่ ก็อยากบอกให้ทราบว่า ทาง สดร. มีนักวิจัยที่ทำวิจัยด้านกาแล็กซีกัมมันต์ รวมถึงมีส่วนร่วมในโครงการ DESY summer student ซึ่งได้ส่งนักศึกษาไทย ไปทำวิจัย ณ สหพันธรัฐเยอรมนี ที่มีความร่วมมือโดยตรงกับโครงการ Icecube และ โครงการ CTA ซึ่งเป็นโครงการสำหรับสร้างกล้องโทรทรรศน์รังสีแกมมาพลังงานสูง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในอนาคตอันใกล้นี้

เรียบเรียง : นายจอมพจน์ วงศ์เพชรอักษร – นักศึกษาระดับปริญาโท สาขาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยบอนน์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ข้อมูล : http://science.sciencemag.org/content/early/2018/07/11/science.aat1378
https://icecube.wisc.edu/news/view/586

หนึ่งในใต้หล่า !! จีนแซงสหรัฐไม่เห็นฝุ่น ‘เทคโนโลยีควอนตัม’

Pan Jianwei และทีมนักฟิสิกส์จาก University of Science and Technology of China ประเทศจีน ประสบความสำเร็จในการทำ Quantum Entanglement ได้ถึง 18 Qubits ทำลายสถิติของตนเองเมื่อปีก่อนที่ทำไว้ 10 Qubits นับเป็นก้าวกระโดดของวงการ Quantum Computing

Credit: ShutterStock.com

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1874726969258780

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ จีนประกาศแผนสร้างศูนย์วิจัยควอนตัมแห่งชาติ ด้วยเม็ดเงินลงทุน 3.7 แสนล้านบาท การประกาศครั้งนี้ทำให้สหรัฐฯเต้นผาง ต้องออกมาแก้เกมด้วยการประกาศออก พรบ.ควอนตัมแห่งชาติบ้าง #เพื่อไม่ให้เสียเปรียบจีน

ปรากฏว่าสหรัฐฯเพิ่งประกาศไปแป้บๆ กำลังเตรียมลงมือ Pan Jianwei และทีมนักฟิสิกส์จาก University of Science and Technology of China ประเทศจีน ก็ได้ประสบความสำเร็จในการทำ Quantum Entanglement ได้ถึง 18 Qubits ทำลายสถิติของตนเองเมื่อปีก่อนที่ทำไว้ 10 Qubits นับเป็นก้าวกระโดดของวงการ Quantum Computing

ทั้งนี้ Quantum Entanglement หรือการพัวพันเชิงควอนตัม เป็นปรากฏการณ์ที่อนุภาคย่อยของอะตอม หรือ Qubits ส่งผลกระทบระหว่างกันในเชิงทฤษฎีโดยไม่สนใจว่าทั้งสองอนุภาคย่อยนั้นจะอยู่ห่างกันแค่ไหนก็ตาม ซึ่งค่อนข้างเหนือสามัญสำนึกทั่วไป อย่างไรก็ตาม #ปรากฏการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก และนักวิจัยก็ต้องเผชิญกับ #ผลกระทบของการสูญเสียพฤติกรรมเชิงควอนตัมโดยการรบกวนจากภายนอก ในกรณีที่ต้องการนำปรากฏการณ์ Quantum Entanglement ไปประยุกต์ใช้กระบวนการต่างๆ

งานวิจัยของ Pan ถูกเผยแพร่ลงบน Physical Review Letters ฉบับล่าสุด ระบุว่า Pan และทีมงานสามารถทำลายสถิติของ Quantum Computing ได้โดยการใช้ประโยชน์จาก Degrees of Freedom-paths, การทำโพลาไรเซชัน และโมเมนตัมเชิงมุมของ 6 โฟตอน (อนุภาคมูลฐานของแสง) ส่งผลให้ได้สถานะของ Qubit รวม 18 สถานะ #ยิ่งสามารถควบคุมจำนวนอนุภาคย่อยที่เข้ามาพัวพันเชิงควอนตัมได้มากเท่าไหร่ #ยิ่งเพิ่มความสามารถในการประมวลผลข้อมูลเชิงควอนตัมมากขึ้นเท่านั้น การทำลายสถิติจึงนับว่าเป็นก้าวกระโดดสำคัญของวงการ Quantum Computing

อย่างไรก็ดี ถ้าคอมพิวเตอร์ควอนตัมเริ่มออกมาใช้งานจริงๆ จะเกิดมูลค่าเศรษฐกิจมากมายมหาศาล #คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในปัจจุบันจะกลายเป็นเศษเหล็กทันที

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ในปี 2017 จีนเคยส่งดาวเทียมควอนตัมดวงแรกของโลกขึ้นสู่อวกาศเพื่อใช้ทดสอบการสร้างเครือข่ายควอนตัมระยะไกล ประสบความสำเร็จโดยโฟตอนสามารถจับคู่แบบ quantum entanglement แยกออกจากกันไปไกลถึง 1,200 กิโลเมตร.

ที่มา: https://news.cgtn.com/news/3d3d674d334d544e78457a6333566d54/share_p.html

อั้นขี้…อันตรายกว่าที่คิด! -อุจจาระทับเส้นประสาท -ลำไส้ขยายหัวใจวายตาย !!!???

ปกติเราจะถ่ายอุจจาระประมาณวันละ 1-2 ครั้ง ซึ่งถ้าทำได้ต่อเนื่องทุกวันจะถือว่าสุขภาพดีมาก แต่หากถามว่าถ้ากลั้นอุจจาระไว้จะมีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่? คำตอบคือ มีอย่างแน่นอน! และนี่คือ 2 เคสตัวอย่างจากต่างประเทศครับ

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1863801520351325

1.หนุ่มใหญ่หมดสติ-ขาเดินไม่ได้ เจออุจจาระทับเส้นประสาท

แพทย์ออสเตรเลียได้ทำการผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้ชายอายุ 57 ปี หลังจากมีอาการป่วยหมดสติและขาเดินไม่ได้ พบว่ามีอาการระบบเลือดหมุนเวียนผิดปกติ เลือดไม่ไหลไปหล่อเลี้ยงช่วงขาข้างขวาของเขา ทำให้ไม่สามารถใช้ขาเดินได้ กลายเป็นอัมพฤกษ์อย่างกะทันหัน เมื่อผลตรวจสอบจากการเอ็กซเรย์ออกมา พบว่าชายคนดังกล่าวมีสิ่งปฏิกูล หรือ อุจจาระสะสมขนาดใหญ่ 2 ลิตร อยู่บริเวณปลายลำไส้ ทำให้เกิดภาวะลำไส้อุดตันและบวมขยายออกไปทับเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับขาข้างขวา เป็นเหตุทำให้เขากลายเป็นอัมพฤกษ์ แพทย์ใช้เวลารักษานานกว่า 4 วัน ถึงจะสามารถส่งตัวไปทำกายภาพบำบัดต่อได้

2.สาวอังกฤษวัย 16 ปี หัวใจวายกระทันหัน หลังอั้นอุจจาระไว้นาน 2 เดือน

เคสนี้แพทย์ช็อคมากเพราะเมื่อทำการเอ็กซเรย์ พบว่าภายในลำไส้ของเด็กสาวนั้นเต็มไปด้วยอุจจาระที่แข็งตัวและอัดแน่นมาก แน่นถึงขนาดที่บางส่วนถูกดันขึ้นมาลอยอยู่นอกลำไส้ และอีกบางส่วนจับตัวกันแน่นอยู่ตามอวัยวะต่างๆด้วย ซึ่งก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต เด็กสาวคนนี้มีนิสัยไม่ชอบขับถ่ายอยู่แล้วเพราะมีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ ทางครอบครัวได้พยายามพาไปพบแพทย์เพื่อรับยาที่ทำให้อุจจาระอ่อนตัวลงและรับการตรวจสอบภายใน แต่เนื่องจากเด็กสาวมีอาการออทิสติกเล็กน้อยทำให้การสื่อสารค่อนข้างลำบากและเกิดอาการกลัวที่จะเข้ารับการบำบัด เธอจึงปฏิเสธความช่วยเหลือจากทางแพทย์และเสียชีวิตลงในที่สุด

จากเคสที่นำมาเตือนกันในบทความนี้ มีข้อสรุปได้อย่างชัดเจนเลยว่าการกลั้นอุจจาระนั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างแน่นอน และผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดก็คือการเสียชีวิต

การอั้นอุจจาระ

ถ้าเป็นเพียงการอั้นแบบชั่วคราวและไม่ได้ทำบ่อย ก็มักไม่เกิดผลข้างเคียงแต่อย่างใด แต่หากทำบ่อยๆ ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจากอุจจาระถ้าค้างไว้ในลำไส้นานๆ ร่างกายจะมีกลไกในการดูดน้ำอุจจาระก็จะค่อยๆ แห้งและแข็งขึ้น เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะมีอาการถ่ายออกยากและถ่ายลำบาก

แต่ถ้าอั้นอุจจาระอยู่บ่อยๆ เรื่อยๆ ลำไส้ก็จะแข็งมากขึ้น เกิดปัญหากับระบบขับถ่ายได้ เช่น อุจจาระแข็งมาก เมื่อพยายามที่จะเบ่งออกมา ก็จะทำให้ก้อนอุจจาระที่มีความแข็งไปเสียดสีกับลำไส้ที่อยู่ช่วงปลายทวาร เกิดเป็นแผลตรงรูทวาร ซึ่งอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน จนเป็นหนองขึ้นมากลายเป็นฝี การรักษาส่วนใหญ่ จะเป็นการผ่าตัด นอกจากนี้ อุจจาระที่มีความแห้งและเป็นก้อนที่แข็งขึ้น อาจทำให้ต้องออกแรงเบ่งมากขึ้น เมื่อออกแรงเบ่งมาก หลอดเลือดดำตรงทวารจะขยาย อาจก่อให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร

Fact – คนกว่า 18 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา มีปัญหาขี้แตกทุกวัน
Fact – เราใช้กล้ามเนื้อที่เรียกว่า puborectalis ในการขับถ่าย กล้ามเนื้อส่วนนี้เป็นเหมือนกันลวดสลิงคล้องติดไส้ตรงของคุณ
Fact – กาแฟทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น รวมถึงฉี่ด้วย แต่ยังไม่มีผลวิจัยชิ้นใดที่สามารถบอกถึงความเกี่ยวข้องของการขี้และการสูบบุหรี่ได้
Fact – วิธีกลั้นขี้ที่ดีที่สุดคือ การเปลี่ยนท่าทางเรื่อยๆ เพราะการอยู่ในท่าเดิมนานๆจะเป็นการเพิ่มแรงดันให้กับช่วงท้อง ทำให้ยิ่งปวดขี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ที่มา http://www.flagfrog.com/poop-danger-if-you-can-leave-leave-it-now/