คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-5 อภินันท์ เกษระกำ วีรวัฒน์ สืบสาย ภูวนัย ขัตติยะ

พวงมาลัยแสงเลเซอร์ในรถขับเคลื่อนอิสระ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1885423674855776

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพอร์ดูและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในสหรัฐอเมริกา เผยถึงการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ด้านยานยนต์ นั่นคือพวกมาลัยแสงเลเซอร์ที่มีความรวดเร็วฉับไว ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเทคโนโลยีการตรวจจับด้วยแสงเลเซอร์แบบใหม่นี้ จะมีประสิทธิภาพและราคาไม่แพงกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งยังใช้งานได้อย่างหลากหลายสำหรับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนอย่างอิสระ
การทำงานของพวงมาลัยแบบเลเซอร์สุดล้ำจะสามารถสั่งงานได้รวดเร็วกว่าเทคโนโลยีการต่อเสาอากาศแบบหลายตัวเรียงกัน ด้วยการปฏิสัมพันธ์อย่างเบาๆ ระหว่างพัลส์สั้น (pulse)คือคลื่นที่ปล่อยออกมาอย่างสั้นๆของแสงเลเซอร์ กับเมตาเซอร์เฟซ (metasurfaces) วัสดุแผ่นเทียมที่มีส่วนประกอบของซิลิคอนมีโครงสร้างความกว้างของคลื่นตามแนวนอน ทีมวิจัยเผยว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยสแกนมุมมองขนาดใหญ่ในช่วงนาโนวินาทีได้อาจนำมาใช้ในพื้นที่ที่หลากหลายรวมถึงการนำเที่ยวบิน, การใช้งานเรดาร์, ถ่ายภาพ, การสแกน หรือนำไปใช้กับหุ่นยนต์ ใช้กับงานด้านโบราณคดี การทำแผนที่ และฟิสิกส์บรรยากาศ (atmospheric physics) โดยจะเพิ่มความละเอียดได้ดีขึ้น

นักวิจัยอธิบายว่าเทคโนโลยีดังกล่าว มีความซับซ้อนน้อยกว่าและใช้พลังงานน้อยกว่าเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งพวงมาลัยแบบเลเซอร์เป็นเทคโนโลยีที่รองรับชิป (chip) คือวงจรรวมที่เก็บข้อมูลหรือหน่วยความจำ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งพลังงานอื่นเพิ่ม คาดว่าการค้นพบนี้อาจเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมรถยนต์ขับเคลื่อนอิสระที่กำลังเติบโตก็เป็นได้.

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1259544

นักวิทยาศาสตร์อเมริกันสร้างหุ่นยนต์เลียนแบบ “เถาวัลย์” ใช้ประโยชน์หลายด้าน

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1888492937882183

นักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ของสหรัฐฯ ศึกษาการเจริญเติบโตของเถาวัลย์ และพบประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นหากสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่ต่อความยาวเหมือนกับการเลื้อยของเถาวัลย์

1531665605266

Allison Okamura นักประดิษฐ์หุ่นยนต์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และทีมงาน ร่วมกันสร้างเครื่องมือที่ต่อยอดความยาวจากปลายท่อเลียนแบบการเติบโตของต้นเถาวัลย์

หุ่นยนต์ดังกล่าวถูกสร้างด้วยวัสดุที่อ่อนนุ่มที่สามารถแทรกตัวในที่แคบ ขณะที่ขยายความยาวทั้งแนวราบและแนวตั้งเหมือนพืชบางชนิด

โครงการหุ่นยนต์ของเธอได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิส่งเสริมงานด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติ National Science Foundation

เธอกล่าวว่าเทคโนโลยีนี้อาจใช้สำหรับการนำเครื่องมือแพทย์แทรกตัวเข้าทำการไปผ่าตัดในร่างกายของมนุษย์ โดยแทบไม่มีแผลเปิดกว้าง

หุ่นยนต์เถาวัลย์ของคณะทำงานนี้มีกล้องติดอยู่ที่ปลายสุด เพื่อนำภาพไปประมวลผลด้วยระบบภายในของหุ่นยนต์เอง และสามารถวิเคราะห์ทิศทางการต่อยอดความยาวได้เองตามสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

Allison Okamura คิดต่อไปด้วยว่า “หุ่นยนต์เถาวัลย์” น่าจะมีประโยชน์ในการช่วยผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ที่ติดอยู่ในตึก ด้วยการขยายความสูงของมันเหมือนพืชที่หาทางซิกแซ็กให้เข้าถึงผู้ที่ติดอยู่ในอาคารได้ และอาจสร้างที่ยึดเกาะให้กับเหยื่อเพลิงไหม้ สำหรับการไต่ลงด้วยระบบอัตโนมัติด้วย

ที่มาhttp://campus.sanook.com/1389705/

กองทัพสหรัฐฯ ทดลองใช้ ‘เฮลิคอปเตอร์อัตโนมัติ’ ควบคุมด้วยแอพพ์

นักบินบนเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ควบคุมด้วยแอพพ์ (App) เป็นผู้โดยสารที่นั่งไปกับเครื่องเท่านั้น เเละเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ทำงานทุกอย่างเองโดยอัตโนมัติเพื่อเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย

1531062175315

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1874753249256152

ดิออนเต้ โจนส์ (Dionte Jones) จ่าอากาศเอกเเห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ กล่าวว่า เครื่องเฮลิคอปเตอร์ลำนี้เหมือนมีสมองของมันเองแและคิดเอง เเต่ตนเองจะเป็นคนสั่งการให้เครื่องลงจอด เเละตนเองยังสามารถสั่งการให้เครื่องเข้าไปจอดในที่เก็บเองเมื่อไม่ต้องการใช้งานเเล้ว

เครื่องเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ทำงานผ่านแอพพ์ โดยผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าออกคำสั่งว่าจะไปที่ไหน

เดนนิส เบคเกอร์ (Dennis Baker) เจ้าหน้าที่วิจัยของกองทัพเรือสหรัฐฯ กล่าวว่า การวางแผนการเดินทางมีขึ้นขณะอยู่บนเครื่องบิน เครื่องบินจะบินไปตามเส้นทางที่นักบินสั่งการ โดยไม่จำเป็นต้องให้รายละเอียดของแผนการเดินทางแก่เครื่องบิน เครื่องบินสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางในเส้นทางได้เอง ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ ต้นไม้หรือสิ่งกีดขวางทุกประเภทที่ประสบในระหว่างการเดินทาง เเละลงจอดในจุดที่นักบินสั่งการให้จอด

สำหรับกองทัพสหรัฐฯ การศึกษาการใช้งานเครื่องบินบังคับอัตโนมัติจะช่วยรักษาชีวิตของทหารเเละมีการใช้งานที่สะดวกเเละเหมาะสม

แดน ชูมิท (Dan Schumitt) นาวาอากาศโทแห่งนาวิกโยธินสหรัฐฯ กล่าวว่า มีคำถามเสมอว่าทำไมจึงส่งทหารนาวิกโยธินไปรบเป็นด่านเเรก หากกองทัพสามารถส่งหุ่นยนต์ไปทำหน้าที่แทน เเละเช่นเดียวกันกับเครื่องบินควบคุมอัตโนมัติที่กองทัพสามารถนำไปใช้งานบางอย่างที่คนทำไม่ได้เนื่องจากเครื่องบินควบคุมอัตโนมัติไม่เหนื่อยล้าเเละไม่ต้องพักผ่อนเหมือนมนุษย์ สามารถบินเข้าไปในพื้นที่อันตรายได้

เขากล่าวว่า เครื่องบินระบบควบคุมอัตโนมัติช่วยให้กองทัพมีทางเลือกมากขึ้นในการทำงาน

ในขณะที่นาวิกโยธินเเห่งสหรัฐฯ กำลังทำการทดลองเบื้องต้นการใช้งานเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์บังคับอัตโนมัติ มีอาชีพอื่นๆ อีกหลายอย่างที่น่าจะได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ รวมทั้งพนักงานดับไฟป่า อย่างเช่น เหตุไฟป่าในรัฐเเคลิฟอร์เนียเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ที่รุนเเรงเเละยืดเยื้อยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์

ทางนาวิกโยธินสหรัฐฯเ คยทดลองใช้งานเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ควบคุมอัตโนมัติมาก่อนหน้านี้ โดยเคยส่งเครื่องบินขนส่งสัมภาระ K-Max ขับเคลื่อนอัตโนมัติสองลำ นำสัมภาระหนักหลายล้านปอนด์ไปยังอัฟกานิสถานระหว่างปี ค.ศ. 2011 และ 2013

ที่มา https://www.voathai.com/a/tech-autonomous-helicopter-tk/4438233.html

หุ่นปัญญาประดิษฐ์ ‘โซเฟีย’ เฉิดฉายในมหกรรมไอทีเอธิโอเปีย

โซเฟีย ฮิวแมนนอยด์ปัญญาประดิษฐ์อันโด่งดัง กลายเป็นขวัญใจของมหกรรมเทคโนโลยี ICT Expo ในกรุง Addis Ababa ในเอธิโอเปีย ซึ่งได้รับความสนใจจากการแต่งชุดประจำชาติของเอธิโอเปีย

ที่สำคัญ โซเฟียยังเอาใจชาวเอธิโอเปีย ด้วยความสามารถในการพูดภาษา Amharic ซึ่งเป็นภาษาทางการของเอธิโอเปีย ได้เป็นภาษาที่ 2 รองจากภาษาอังกฤษที่ถูกโปรแกรมมาด้วย

ก่อนหน้านี้ หุ่นยนต์ โซเฟีย เพิ่งเดินทางไปเยือนประเทศไทยในฐานะทูตนวัตกรรม ของงาน Manufacturing Expo เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ฮิวแมนนอยด์ โซเฟีย ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน และได้รับความสนใจไปทั่วโลก หลังจากที่เธอเป็นหุ่นยนต์ตัวแรกของโลกที่ได้รับสัญชาติซาอุดีอาระเบีย

ที่มาhttps://www.voathai.com/a/ai-robot-ethiopia/4468137.html

เกาหลีเหนือจ่อปล่อยดาวเทียมขึ้นอวกาศ ผู้เชี่ยวชาญกังขา หรือจะเป็นอีกหนึ่งขยะอวกาศ

เกาหลีเหนือ
ภาพจาก KNS / KCNA / AFP

          เกาหลีเหนือจ่อปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในเดือนหน้านี้ เกาหลีใต้กังวลอาจเป็นการทดสอบมิสไซล์ ขณะผู้เชี่ยชาญต่างชาติแสดงความกังขา หรือจะเป็นแค่อีกหนึ่งขยะอวกาศ

วันที่ 27 กันยายน 2558 เว็บไซต์สเตรทไทม์ รายงานว่า องการ์บริหารพัฒนาอากาศยานแห่งชาติเกาหลีเหนือ ได้ออกมากล่าวเมื่อสัปดาห์ที่่ผ่านมาว่า ตอนี้กำลังอยู่ระหว่างการสร้างดาวเทียมดวงใหม่และพร้อมที่จะปล่อยมันขึ้นสู่อวกาศ ในราวช่วงวันที่ 10 ตุลาคมนี้ อันเป็นวาระครบรอบ 70 ปีพรรคแรงงาน โดยการประกาศนี้แฝงความเป็นนัยว่า เกาหลีได้ได้พัฒนาเทคโนโลยียิงขีปนาวุธข้ามทวีปไปอีกขั้นแล้วด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ ออกมาระบุว่า ไม่พบสัญญาณใด ๆ ของการเตรียมปล่อยดาวเทียม จากบริเวณฐานที่ปล่อยซึ่งอยู่ห่างชายแดนจีนไปราว 50 กิโลเมตรเลย แต่กระนั้นก็มีความกังวลว่า การปล่อยดาวเทียมนี้ แท้จริงอาจจะเป็นแผนการซ้อมทดสอบยิงมิสไซล์ก็เป็นได้ แม้เกาหลีเหนือจะยืนยันว่า แผนการส่งดาวเทียมของตนเป็นไปอย่างสันติก็ตาม และใครที่เข้ามาแทรกแซงจะถือว่ารุกรานอธิปไตยของตน

ขณะที่นายมาร์คัส ชิลเลอร์ วิศวกรยานอวกาศจากเยอรมนี ซึ่งเคยออกมากล่าวว่าดาวเทียมที่เกาหลีเหนือเคยส่งขึ้นไปนั้นประสิทธิภาพต่ำ ซ้ำยังไม่ได้แสดงถึงแสนยานุภาพใด ๆ ที่น่าเกรงขามเลย ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ในเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ ก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความเห็นเดิมของตนได้ การเคลื่อนไหวส่วใหญ่ของเกาหลีเหนือยังคงเป็นไปเพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง มากกว่าที่จะแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาด้านวิศวกรรม

ทั้งนี้ แม้เทคโนโลยีที่ใช้ในจรวดซึ่งนำส่งดาวเทียมสู่อวกาศจะเป็นอย่างเดียวกับที่ใช้ในการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป แต่ก็มีความแตกต่างกันในหลายรายละเอียด ตลอดจนมิสไซล์ที่นำส่งต้องได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อรองรับหัวขีปนาวุธจะต้องต้านทานแรงดันในชั้นบรรยากาศได้ ขณะที่ในตกกลับลงมา ต่างจากที่นำส่งดาวเทียม ที่เมื่อนำขึ้นแล้วก็ปล่อยลอยไปในอวกาศ

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือเคยปล่อยดาวเทียมของตนขึ้นไปโคจรในอวกาศสำเร็จแล้วเมื่อปี 2555 ซึ่งโสมแดงอ้างว่าโคจรรอบโลกทุก ๆ  95 นาที ที่ความสูงในชั้นบรรยากาศ 540 กิโลเมตร ติดตั้งกล้องหลายตัวเพื่อส่งภาพถ่ายทางอวกาศกลับมายังกรุงเปียงยาง แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีประเทสใดจับสัญญาณที่ส่งออกมาจากดาวเทียมดวงดังกล่าวได้เลย

ที่มา: https://hilight.kapook.com/view/127012

10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์ที่น่าติดตามในปี 2561

ดาราศาสตร์

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1862855990445878

ใครชื่นชอบและสนใจปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ต้องติดตามในปี 2561 ให้ดี เพราะจะมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เปิดเผย 10 เรื่องเด่นดาราศาสตร์น่าติดตามปี 2561 มาให้เราได้ทราบกันดังนี้

1. 150 ปี สุริยุปราคาหว้ากอ
ดาราศาสตร์

 

          18 สิงหาคม 2561 วาระครบรอบ 150 ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสุริยุปราคาเต็มดวง ณ หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรงพยากรณ์ล่วงหน้าไว้ถึง 2 ปี ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงถือเป็นวาระสำคัญแห่งการรำลึกถึงปรากฏการณ์สุริยุปราคาครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระองค์
 
2. ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้–ไกลโลกที่สุดในรอบปี
ดาราศาสตร์
ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลก (2 มกราคม) และดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลก (28 กรกฏาคม) จะสังเกตเห็นดวงจันทร์มีขนาดปรากฏใหญ่และเล็กกว่าปกติ
3. จันทรุปราคาเต็มดวง 2 ครั้งในรอบปี
ดาราศาสตร์

         ในปี 2561 ประเทศไทยสามารถเห็นจันทรุปราคาเต็มดวงถึง 2 ครั้ง (31 มกราคม และ 28 กรกฎาคม) แต่ละครั้งมีเวลาเกิดคราสเต็มดวงร่วมชั่วโมง

 

4. ดาวพฤหัสบดี-ดาวเสาร์ใกล้โลก 
ดาราศาสตร์
          ดาวพฤหัสบดีใกล้โลก (9 พฤษภาคม) และดาวเสาร์ใกล้โลก (27 มิถุนายน) ในวันดังกล่าวจะสามารถมองเห็นดาวเคราะห์ทั้งสองปรากฏบนท้องฟ้าสุกสว่างยาวนานตลอดทั้งคืนเนื่องจากอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์
 

5. ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดในรอบ 13 ปี
ดาราศาสตร์

          ช่วงวันที่ 27-31 กรกฎาคม เหมาะแก่การสังเกตการณ์ดาวอังคารเป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยมีสองปรากฏการณ์ ได้แก่ ดาวอังคารอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (27 กรกฎาคม) และดาวอังคารใกล้โลก (31 กรกฎาคม) ซึ่งเข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปีี 2548  หลังจากนี้จะโคจรเข้าใกล้โลกที่สุดและมีขนาดปรากฏใหญ่ที่สุดอีกครั้งอีก 17 ปีข้างหน้า ปี 2578

 


6. ฝนดาวตกน่าติดตาม 

ดาราศาสตร์

          ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์หรือฝนดาวตกวันแม่ (12-13 สิงหาคม) ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (17-18 พฤศจิกายน) และฝนดาวตกเจมินิดส์ (14-15 ธันวาคม)
7. ความก้าวหน้าโครงการสำรวจระบบสุริยะ 

ดาราศาสตร์

          นาซา เตรียมส่งยานสำรวจโครงสร้างภายในดาวอังคาร (Mars InSight Mission) ในเดือน พ.ค. กำหนดถึงในเดือน พ.ย. และ โครงการ Asteroid Explorer “Hayabusa2″ โดย JAXA ของญี่ปุ่น ส่งยานฮายาบูสะ 2 สำรวจดาวเคราะห์น้อย 162173 ริวกิว คาดว่าจะลงจอดช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม
8. เตรียมเปิดหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนเต็มรูปแบบแห่งที่ 2 ของไทย 
ดาราศาสตร์
          2 กุมภาพันธ์ 2561 สดร. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานในพิธีเปิดหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่ ณ ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์ครบวงจรสำหรับประชาชน สนับสนุนการบริการวิชาการด้านดาราศาสตร์แก่ชุมชน และสถาบันการศึกษา และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิชาการที่สำคัญในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก
9. โครงการลดมลภาวะทางแสง (Dark Sky Campaign)
ดาราศาสตร์
          สดร. ร่วมกับ กฟผ. และหน่วยงานภาคี เดินหน้าโครงการลดมลภาวะทางแสงที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เพื่อผลักดันให้เป็นเขตอนุรักษ์ฟ้ามืดสากล รณรงค์เปลี่ยนหลอดไฟชนิดคอมแพคต์ฟลูออเรสเซนต์ (CFL) บริเวณแปลงดอกเบญจมาศ เป็นหลอดไฟชนิดแอลอีดี (LED) จำนวนกว่า 40,000 หลอด เพื่อลดผลกระทบจากมลภาวะทางแสง สร้างความตระหนักในการประหยัดพลังงานและใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าส่องสว่างในชุมชนอย่างเหมาะสมกับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ และเพื่อรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศน์ในเขตพื้นที่ดอยอินทนนท์
10. ก้าวต่อไปของสดร. (NARIT : The Next Step) 

ดาราศาสตร์

          ก้าวเข้าสู่เวทีใหม่ในการนำดาราศาสตร์มาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน หันมาให้ความสำคัญในการออกแบบและสร้างอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการวิจัยทางดาราศาสตร์เพื่อยกระดับงานวิจัยและวิศวกรรม สามารถออกแบบและสร้างอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ระดับสูงด้วยตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ รวมถึงการติดตั้งกล้องวิทยุโทรทรรศน์แห่งชาติ อีกหนึ่งโครงสร้างดาราศาสตร์ที่สำคัญของไทยในอนาคต 
ที่มา: https://hilight.kapook.com/view/165486