คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-17 สุภาภรณ์ แสงศรี วิชิต คชสุวรร

ชี้ฟังเสียงเพื่อเรียนรู้-ท่องจำขณะนอนหลับเป็นไปไม่ได้

ฟังเสียงเพื่อเรียนรู้-ท่องจำขณะนอนหลับเป็นไปไม่ได้

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1933688890029254

ใครที่หวังจะท่องตำราก่อนสอบหรือเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ทางลัด ด้วยการฟังเสียงบรรยายให้ซึมเข้าสมองขณะนอนหลับ คงจะต้องหาวิธีอื่นกันเสียแล้ว เพราะนักวิทยาศาสตร์เพิ่งพบหลักฐานที่ชี้ว่า สมองของคนเราไม่สามารถจะจัดระเบียบเสียงที่ได้ยินขณะนอนหลับให้เป็นกลุ่มเป็นก้อนตามลำดับที่ถูกต้องได้

ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports โดยทีมนักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัย Université libre de Bruxelles (ULB) ของเบลเยียมพบว่า ความสามารถในการเรียนรู้หรือจดจำข้อมูลต่าง ๆ ด้วยการฟังเสียงของคนเรานั้นมีอยู่จำกัดในขณะที่นอนหลับ

มีการตรวจวัดความเคลื่อนไหวของสนามแม่เหล็กจากสมองส่วนหน้าของกลุ่มทดลอง ขณะที่พวกเขานอนหลับและได้ฟังเสียงต่าง ๆ ที่ดังขึ้นติดต่อกันเป็นชุดอย่างรวดเร็วไปพร้อมกันด้วย จากนั้นจึงวิเคราะห์สัญญาณของสนามแม่เหล็กที่วัดได้ดังกล่าว

นอน

ผลปรากฏว่าความสามารถในการจัดระเบียบและประมวลผลเสียงที่ได้ยินจะเริ่มหายไป ตั้งแต่เข้าสู่การนอนหลับในช่วงคลื่นสั้น (Slow wave sleep) ซึ่งเป็นช่วงหลับลึกที่สุดในการนอนระยะที่ยังไม่มีการกลอกลูกตาไปมาอย่างรวดเร็ว (NREM)และเป็นช่วงที่คลื่นสมองมีความเคลื่อนไหวประสานสอดคล้องกันมากที่สุด

ทีมผู้วิจัยยังพบว่า สมองไม่สามารถจัดระเบียบเสียงที่ได้ยินขณะนอนหลับให้เป็นกลุ่มเป็นก้อนตามลำดับที่ถูกต้องได้ ซึ่งความสามารถดังกล่าวจะกลับคืนมาในขณะที่ตื่นนอนแล้วเท่านั้น

ความเชื่อเรื่องที่สมองสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้จากการฟังขณะนอนหลับหรือ Hypnopedia เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ 1960 แต่ในเวลาต่อมา “วิธีเรียนรู้แบบใหม่” เช่นนี้กลับไม่สู้ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากขาดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมารองรับ

ที่มา https://www.bbc.com/thai/features-45173351

เซลโดรนระดมทุนขยายกองเรือโดรนสำรวจทั่วโลก

เน้นใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า ขยายกองเรือโดรนสำรวจมหาสมุทรทั่วโลก เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบสภาวะของโลกแบบเรียลไทม์ ไขความลับของมหาสมุทร เพื่อประโยชน์ทั้งทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม
พุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.09 น.

เซลโดรน อิงค์ (Saildrone, Inc.) ผู้ให้บริการข้อมูลความละเอียดสูงเกี่ยวกับมหาสมุทร ซึ่งเก็บรวบรวมผ่านทางยานผิวน้ำไร้คนขับ (Unmanned Surface Vehicle)  ประกาศในวันนี้ว่า ได้ปิดการระดมทุน Series B มูลค่า 60 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะขยายกองเรือโดรนเดินสมุทรทั่วโลก เพื่อช่วยตรวจสอบสภาวะของโลกในเวลาจริง สำหรับการระดมทุนครั้งนี้นำโดย Horizons Ventures ร่วมด้วยผู้ลงทุนเดิมซึ่งได้แก่ Capricorn’s Technology Impact Fund, Lux Capital, Social Capital และ The Schmidt Family Foundation ส่งผลให้มูลค่าการระดมทุนทั้งหมดของบริษัทนับตั้งแต่เปิดดำเนินธุรกิจในปี 2016 จนถึงปัจจุบัน เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 90 ล้านดอลลาร์

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เซลโดรนประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐ เช่น NOAA และ NASA เพื่อสังเกตการณ์มหาสมุทรด้วยคุณภาพระดับสูง  ล่าสุดได้เปิดโรงงานผลิตขนาด 200,000 ตารางฟุตในอะลาเมดา รัฐแคลิฟอร์เนีย  เพื่อเร่งการผลิต และประจำการเรือไร้คนขับหรือเรือโดรนจำนวน 1,000 ลำให้ครอบคลุมมหาสมุทรทั่วโลก

ริชาร์ด เจนกินส์ ซีอีโอ เซลโดรน ระบุว่า  กองเรือโดรนที่กำลังสร้างขึ้นนี้จ ะให้ข้อมูลจากแหล่งกำเนิดด้วยความละเอียดสูงอย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจของเราเกี่ยวกับโลกตามลำดับขนาด  จะเป็นประโยชน์ต่อประชากรส่วนใหญ่ของโลก

ไบลัล ซูเบริ หุ้นส่วนจาก Lux Capital กล่าวว่า  เซลโดรนมีจุดมุ่งหมายที่จะไขความลับของมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล เพื่อประโยชน์ทั้งทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม โดยนักวิทยาศาสตร์จะสามารถตรวจสอบสภาวะของมหาสมุทรที่มีการเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาจริงแบบนาทีต่อนาที ขณะที่รัฐบาลก็สามารถติดตามผลกระทบของการขุดเจาะนอกชายฝั่ง  บริษัทประมงสามารถรู้ได้ว่าพวกเขาจับปลาในบริเวณหนึ่งมากเกินไปแล้วและถึงเวลาที่จะเดินเรือไปยังจุดหมายต่อไป ส่วนธุรกิจต่างๆ ก็สามารถสร้างแบบจำลองสภาพอากาศและการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น โดยผลจากการรวบรวมและตีความข้อมูลใหม่ทั้งหมดนี้จะลึกและทรงพลังเหมือนกับมหาสมุทร”… อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/it/643874

สาเหตุของการมีกลิ่นตัว

ในฤดูร้อน คนทั่วไปอาจประสบปัญหาคล้าย ๆ กัน อย่างหนึ่งคือ กลิ่นตัว ที่บางครั้งไม่เป็นที่พึงประสงค์

ขณะนี้นักวิทยาศาตร์จากมหาวิทยาลัยยอร์ก/อ็อกซ์ฟอร์ด บอกว่า พวกเขาค้นพบสาเหตุเบื้องลึกของการเกิดกลิ่นตัว ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียย่อยสลายกรดในเหงื่อ แม้เราจะทราบกันมานานแล้วว่า แบคทีเรียคือตัวการที่ทำให้เกิดกลิ่นกาย แต่ผลการศึกษาล่าสุดนี้ชี้ชัดให้ทราบว่าแบคทีเรียเปลี่ยนเหงื่อให้เป็นสารส่งกลิ่นเหม็นได้อย่างไรสาเหตุของการมีกลิ่นตัว – BBC News บีบีซีไทย

ชี้ทฤษฎีของไอน์สไตน์ถูกต้องแม้ใช้ในกาแล็กซีอื่น

ปรากฎการณ์เลนส์ความโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นจากดาราจักร LRG 3-757 ซึ่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลบันทึกภาพไว้ได้

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1861302793934531

ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติได้ทดสอบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (GR) ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ในระดับอวกาศที่อยู่นอกระบบสุริยะเป็นครั้งแรก โดยผลคำนวณจากปรากฎการณ์เลนส์ความโน้มถ่วง (Gravitational lens) ที่เกิดขึ้นกับดาราจักรใกล้เคียงกับโลก ชี้ว่าทฤษฎีดังกล่าวยังคงมีความถูกต้องแม่นยำอยู่

ทีมนักดาราศาสตร์ดังกล่าวที่นำโดย ดร.โทมัส คอลเลตต์ จากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธของสหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ผลการพิสูจน์ทฤษฎีนี้ในวารสาร Science โดยระบุว่าได้ใช้ข้อมูลที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและกล้องโทรทรรศน์ Very Large Telescope (VLT) บันทึกไว้มาวิเคราะห์ จนพบว่าปรากฎการณ์เลนส์ความโน้มถ่วงที่เกิดขึ้นกับกาแล็กซีสองแห่งใกล้โลกนั้น ตรงตามที่ไอน์สไตน์ได้ทำนายไว้ไม่ผิดเพี้ยน

ปรากฎการณ์เลนส์ความโน้มถ่วงคือการที่แสงซึ่งเดินทางมาจากแหล่งกำเนิดในอวกาศอันไกลโพ้น เกิดการบิดโค้งขึ้นเมื่อแสงนั้นเดินทางเข้าใกล้วัตถุมวลมากเช่นหลุมดำหรือดาราจักร ทำให้ผู้สังเกตการณ์ซึ่งอยู่ในแนวเดียวกับวัตถุอวกาศทั้งสองเห็นภาพของแหล่งกำเนิดแสงผิดเพี้ยนไป โดยภาพอาจถูกย่อหรือขยายขึ้น รวมทั้งอาจเห็นเป็นหลายภาพที่เรียงตัวในแนวโค้งหรือวงแหวนได้ด้วย

การที่แสงเกิดการบิดโค้งขึ้นในปรากฏการณ์นี้ เป็นไปตามที่ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ได้ทำนายว่า วัตถุที่มีมวลมหาศาลจะทำให้กาล-อวกาศบิดเบี้ยวโค้งงอได้

_96536246_1

การพิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้มีความถูกต้องแม้ในกาแล็กซีอื่น ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยืนยันแนวคิดที่ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2011 ซึ่งระบุว่าสสารมืดทำให้เอกภพกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่ง แนวคิดนี้จะได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงอย่างสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปมีความถูกต้องที่นอกระบบสุริยะด้วย

“เราวัดความเร็วในการเคลื่อนที่ของดาวฤกษ์ในกาแล็กซี E-325 ซึ่งทำให้ทราบว่าดาราจักรนี้มีมวลทั้งหมดเท่าใดจึงยึดเหนี่ยวดาวฤกษ์เหล่านี้เอาไว้ได้” ดร. คอลเลตต์ อธิบาย

“จากนั้นจึงนำมวลของกาแล็กซีดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับข้อมูลจากภาพเลนส์ความโน้มถ่วงของกาแล็กซี ESO325-G004 ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโลก 500 ล้านปีแสง การนำระยะห่างระหว่างภาพซ้อนที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ภาพมาคำนวณร่วมด้วย ทำให้ทราบได้ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปเป็นจริงแม้ในกรณีของสองดาราจักรนี้”

ที่มา : https://www.bbc.com/thai/features-44579010

 

 

 

 

 

 

อวกาศเต็มไปด้วยละอองไขมันสกปรกและเป็นพิษ

_102243216_milkywaybutteresoafitzsimmons

ห้วงอวกาศที่หนาวเย็นและดำมืดอาจจะดูเหมือนว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดอยู่ แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากออสเตรเลียและตุรกีพบว่า พื้นที่ว่างระหว่างดวงดาวโดยเฉพาะในกาแล็กซีทางช้างเผือกนั้น มีฝุ่นละอองของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีคุณสมบัติแบบไขมันล่องลอยอยู่เต็มไปหมด

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1880745851990225

ศ. ทิม ชมิดต์ หนึ่งในทีมผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย เปิดเผยว่า พบโมเลกุลของสารอะลิฟาติกไฮโดรคาร์บอน (Aliphatic hydrocarbon ) ที่ล่องลอยในอวกาศ ในปริมาณมากกว่าที่เคยคาดกันไว้ โดยมีถึง 1 หมื่นล้านล้านล้านล้านล้านตันในกาแล็กซีทางช้างเผือก หรือเทียบเท่ากับปริมาณไขมันในเนยจำนวน 40 ล้านล้านล้านล้านล้านล้านก้อน (เลข 4 ตามด้วยเลขศูนย์ 37 ตัว)

“ในอนาคต ยานสำรวจที่เดินทางไปในห้วงอวกาศเป็นเวลานาน อาจจะถูกอนุภาคคาร์บอนที่คล้ายไขมันเหล่านี้จับตามช่องหน้าต่างจนสะสมเป็นคราบเหนียวได้” ศ. ชมิดต์ กล่าว

มีการตีพิมพ์ผลการค้นพบนี้ในวารสารรายเดือนของราชสมาคมดาราศาสตร์แห่งกรุงลอนดอน (MNRAS) โดยทีมผู้วิจัยระบุว่า อนุภาคฝุ่นละอองที่ล่องลอยอยู่ระหว่างดวงดาวนั้น ประกอบด้วยส่วนที่เป็นทั้งเถ้าเขม่า ซิลิกา และอนุภาคคาร์บอนที่คล้ายไขมัน โดยลมสุริยะคอยพัดให้ส่วนที่คล้ายไขมันล่องลอยไปมาอยู่ในระบบสุริยะของเรา

มีสัดส่วนของอนุภาคคาร์บอนที่เหมือนไขมันนี้อยู่เป็นจำนวน 100 อะตอม ต่อไฮโดรเจนทุก 1 ล้านอะตอมในกาแล็กซีทางช้างเผือก คิดเป็นปริมาณราว 25-50% ของคาร์บอนทั้งหมดในดาราจักรที่เราอาศัยอยู่

ผลการค้นพบนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ใกล้จะคำนวณปริมาณคาร์บอนทั้งหมดในห้วงอวกาศได้ โดยถือเป็นข้อมูลสำคัญในการทำความเข้าใจวัฏจักรของคาร์บอนในระดับจักรวาล ซึ่งมีผลต่อกระบวนการก่อตัวของดวงดาวและกำเนิดสิ่งมีชีวิต

“ไขมันจากอนุภาคคาร์บอนชนิดนี้ ไม่ใช่แบบเดียวกับเนยที่เราเอามาทาขนมปังรับประทาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของฝุ่นละอองระหว่างดวงดาวที่สกปรกและเป็นพิษ โดยอนุภาคนี้จะเกิดขึ้นได้ในอวกาศและสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมภายในห้องทดลองเท่านั้น” ศ. ชมิดต์ กล่าว

ที่มา https://www.bbc.com/thai/international-44648688