คลังเก็บหมวดหมู่: ฐิติศักดิ์ อ่อนจ้าย 7

ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อน? กลศาสตร์ควอนตัมมีคำตอบ

ลูกไก่ฟักออกจากไข่

คลิก facebook

ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่ ? เป็นคำถามชวนงุนงงสงสัยที่หลายคนยังหาคำตอบไม่ได้ แต่ล่าสุดทีมนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ของออสเตรเลีย ได้ทำการทดลองเชิงควอนตัมจนพบปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ชี้ว่า สิ่งที่คนเรามองว่าเป็นสาเหตุและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามมานั้น ที่จริงแล้วไม่อาจกำหนดลำดับมาก่อนมาหลังได้อย่างตายตัว

ผลการทดลองข้างต้นชี้ว่า ในโลกของกลศาสตร์ควอนตัมนั้น ทั้งไก่และไข่สามารถเกิดขึ้นก่อนอีกฝ่ายได้ทั้งคู่ แต่ปรากฏการณ์เช่นนี้จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์โดยทั่วไป

ผลการค้นพบดังกล่าวลงตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Letters โดยระบุว่าทีมนักฟิสิกส์ได้ทดลองสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ควอนตัมสวิตช์” (Quantum switch) ซึ่งปล่อยให้อนุภาคของแสงหรือโฟตอนเพียง 1 อนุภาค เดินทางไปในอุปกรณ์ตรวจวัดการแทรกสอดและถูกรบกวนของแสง (Interferometer)

ภายในอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีเส้นทางเดินของแสงที่แยกเป็นสองสาย โดยแต่ละสายจะมีเลนส์สองชนิดคือเลนส์ A และ เลนส์ B ขวางกั้นลำแสงที่จะเดินทางผ่านมา

ทั้งสองเส้นทางมีลำดับการวางเลนส์สองชนิดไว้ก่อนหรือหลังต่างกัน เลนส์นี้จะเปลี่ยนรูปของลำแสงไป ก่อนที่ลำแสงทั้งสองสายจะถูกรวมเข้าด้วยกันอีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย

แม้จะใช้โฟตอนเพียง 1 อนุภาค แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีอนุภาคของแสงเดินทางไปตามเส้นทางทั้งสองสายพร้อมกัน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตามหลักการทับซ้อนทางควอนตัม (Superposition) ที่อนุภาคหนึ่งสามารถอยู่ในสองตำแหน่งได้ในเวลาเดียวกัน

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่า ในช่วงขณะเดียวกันโฟตอน 1 อนุภาคอาจเดินทางผ่านเลนส์ A ก่อนไปถึงเลนส์ B หรือเดินทางผ่านเลนส์ทั้งสองในลำดับที่กลับกันก็ได้ ซึ่งการเดินทางแต่ละแบบจะทำให้เกิดการแทรกสอดของคลื่นแสงที่ปลายทางต่างกัน แต่สภาพการณ์ที่กำหนดว่าอนุภาคเดินทางแบบใดกันแน่จะยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าผู้ทดลองจะลงมือตรวจวัดดู

ผลวิเคราะห์รูปแบบการแทรกสอดของคลื่นแสงทั้งสองที่มาจากอนุภาคเดียวกัน พบแบบแผนที่เบี่ยงเบนจากมาตรฐานเกิดขึ้นมากกว่าแบบแผนที่เป็นไปได้ในกรณีที่เหตุการณ์มีลำดับก่อนหลังแน่นอน ซึ่งชี้ว่าปรากฏการณ์ทางควอนตัมที่มีความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลกันนั้น ไม่สามารถจะชี้ชัดได้ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อนหรืออะไรตามมาภายหลังกันแน่

นอกจากจะใช้ไขปัญหาโลกแตกเรื่องไก่กับไข่แล้ว การค้นพบนี้ยังอาจมีประโยชน์ต่อการสื่อสารและส่งข้อมูลด้วยระบบควอนตัมได้อย่างปลอดภัยไร้สัญญาณรบกวนในอนาคตด้วย

ติดตามข่าววิทยาศาสตร์ล่าสุดได้ทุกวัน ทางเว็บไซต์ bbcthai.com และเฟซบุ๊กของบีบีซีไทย

“เรือผี” แล่นมาเกยตื้นชายฝั่งเมียนมา

เรือลำนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2001 มีความยาวกว่า 177 ม.

ตำรวจเมียนมาอยู่ระหว่างตรวจสอบเรือบรรทุกขนส่งสินค้าด้วยตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในสภาพขึ้นสนิม หลังชาวประมงพบเรือลำนี้ลอยลำมาใกล้กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ทั้งที่หายไปตั้งแต่ 9 ปีก่อน

เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่ชื่อ “ซัม ราตูลางี พีบี 1600″ ถูกค้นพบเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังแล่นมาเกยตื้นบนสันทรายแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองเศรษฐกิจของเมียนมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเรือจะเข้าตรวจสอบเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ส.ค.)

“ไม่พบลูกเรือ หรือสินค้าใด ๆ บนเรือ” ตำรวจย่างกุ้งกล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมในแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “มีธงชาติอินโดนีเซีย” ด้วย

ออง เคียว ลิน เลขาธิการสหพันธ์คนเดินเรือแห่งเมียนมา กล่าวกับเดอะเมียนมาไทมส์ ว่า เรือลำนี้ยังคงเดินเรือตามคำสั่ง พร้อมตั้งข้อสันนิษฐานว่าเรือน่าจะถูกทิ้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ “มันต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง”

เรือผี
คำบรรยายภาพเรือบรรทุกสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ลำนี้ถูกสันนิษฐานว่ายังอยู่ระหว่างปฏิบัติการ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ระบบควบคุมการจราจรทางทะเล ซึ่งบันทึกความเคลื่อนไหวของเรือทั่วโลก ระบุว่า เรือเดินสมุทรลำนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2001 โดยมีความยาวกว่า 177 เมตร กว้าง 27.91 เมตรและหนัก 26,510 ตัน

มีผู้พบเห็นเรือลำนี้ครั้งสุดท้ายบริเวณนอกชายฝั่งไต้หวัน เมื่อปี 2009

ขณะที่เอเอฟพีชี้ว่านี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบเรือที่ถูกทิ้งร้างในน่านน้ำของเมียนมา

เฟซบุ๊กขน AI ปกป้องโรฮีนจาในเมียนมา อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1357167

ถูกใช้เป็นช่องทาง ในการเผยแพร่ข้อความที่สร้างความจงเกลียดจงชัง ดูหมิ่นเหยียดหยามชาวโรฮีนจา จนถูกกดดันจากทั่วโลก นอกจากเฟซบุ๊ก จะส่งคนลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหา รวมทั้งเพิ่มทีมงานตรวจตราคอนเทนต์แล้ว ล่าสุดยังได้ทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ในการช่วยกวาดล้างข้อความที่สร้างความเกลียดชังในสังคมเมียนมาด้วย

วาฬเบลูกาและนาร์วาลมีวัยหมดประจำเดือนเหมือนมนุษย์

วาฬเบลูกา

ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษค้นพบว่า นอกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 3 ชนิด ได้แก่มนุษย์ วาฬนำร่องครีบสั้น และวาฬเพชฌฆาตแล้ว ยังมีสัตว์ชนิดพันธุ์อื่นคือวาฬเบลูกา (Beluga whale) และวาฬนาร์วาล (Narwhal) ที่เพศเมียเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือนได้เมื่ออายุมากขึ้น

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยยอร์กและมหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ของสหราชอาณาจักร ตีพิมพ์รายงานการค้นพบดังกล่าวในวารสาร Scientific Reports โดยระบุว่าได้ศึกษาซากวาฬ 16 ชนิดพันธุ์ และพบรังไข่ที่หยุดการทำงานไปแล้วในวาฬเบลูกาสูงวัยเพศเมีย รวมถึงในซากนาร์วาล ซึ่งเป็นวาฬมีงาเดี่ยวงอกยาวออกมาจากส่วนกรามบน

ทั้งนี้ การเข้าสู่ “วัยทอง” ของสัตว์เพศเมียไม่ใช่สิ่งที่พบได้ทั่วไป เนื่องจากสัตว์โลกส่วนมากมีการสืบพันธุ์ในทุกช่วงอายุของชีวิตไปจนกว่าจะตาย นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าการหมดประจำเดือนซึ่งทำให้เพศเมียยุติการสืบพันธุ์เมื่อมีอายุมากขึ้น น่าจะเป็นกลยุทธ์ในเชิงวิวัฒนาการของสัตว์บางชนิดเพื่อให้เผ่าพันธุ์อยู่รอด

นาร์วาล
คำบรรยายภาพคาดว่านาร์วาลมีบรรพบุรุษร่วมกับวาฬเบลูกามาก่อน

ดร. แซม เอลลิส ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า “ภาวะหมดประจำเดือนจะมีความสมเหตุสมผลในเชิงวิวัฒนาการได้ จะต้องมีเหตุผลรองรับอย่างน้อย 2 ประการ คือการหยุดเจริญพันธุ์นั้นจะต้องส่งผลดีบางอย่าง และจะต้องช่วยให้สัตว์เพศเมียมีชีวิตยืนยาวอยู่ต่อไปได้หลังหยุดเจริญพันธุ์แล้วด้วย”

ในการติดตามศึกษาฝูงวาฬเพชฌฆาตก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยเดียวกันพบว่าภาวะหมดประจำเดือนเมื่อมีอายุ 30-40 ปี อาจช่วยให้แม่วาฬและลูกสาวไม่ตั้งท้องพร้อมกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันแก่งแย่งทรัพยากรในฝูงเพื่อเลี้ยงดูลูกวาฬ ซึ่งส่วนใหญ่ลูกของวาฬตัวเมียที่แก่กว่ามักจะพ่ายแพ้และต้องตายไปแต่ยังเล็ก

ในทางตรงกันข้าม หากแม่วาฬเพชฌฆาตหมดประจำเดือนและหยุดตั้งท้องเมื่อมีอายุมากขึ้น โอกาสอยู่รอดของลูกวาฬในฝูงโดยรวมจะเพิ่มขึ้น วาฬเพศเมียซึ่งมีประสบการณ์ชีวิตมากยังสามารถมีเวลามาทำหน้าที่จ่าฝูง เป็นผู้นำในการหาอาหารและหลบภัยซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสอยู่รอดของทั้งฝูงได้อีกด้วย โดยวาฬจ่าฝูงที่แก่ชราจะได้รับการดูแลตอบแทนจากเครือญาติอย่างใกล้ชิด

ทีมวิจัยเชื่อว่าวิวัฒนาการในลักษณะเดียวกันนี้เป็นสาเหตุของการหมดประจำเดือนในวาฬเบลูกาและนาร์วาล รวมทั้งในกรณีของมนุษย์ด้วยเช่นกัน

 

คลื่นเสียงอาจมีมวลเป็นลบและต้านแรงโน้มถ่วง

Sound waves and a woman's ear generic

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1951511391580337

ทีมนักฟิสิกส์อเมริกันเสนอแนวคิดใหม่ ชี้ว่าคลื่นเสียงรอบตัวเราเคลื่อนที่โดยลอยตัวขึ้นเป็นแนวโค้งอย่างช้า ๆ เนื่องจากมีมวลเป็นลบ (Negative mass) และมีคุณสมบัติต้านแรงโน้มถ่วง (Anti-gravity) ซึ่งถือว่าขัดแย้งกับทฤษฎีฟิสิกส์เดิมที่เชื่อว่าเสียงไม่มีมวลและไม่มีปฏิสัมพันธ์กับแรงโน้มถ่วงแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ทีมนักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานวิจัยล่าสุดในคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org โดยเสนอผลการศึกษาทางทฤษฎีที่ชี้ถึงความเป็นไปได้ว่า สิ่งที่เป็นเสมือนกับอนุภาคของเสียงหรือ “โฟนอน” (Phonon) นั้นอาจจะมีมวลอยู่เล็กน้อย แต่อยู่ในสภาพมวลเป็นลบ จึงทำให้โฟนอนสามารถมีปฏิกิริยาต้านทานแรงโน้มถ่วงได้

อันที่จริงคลื่นเสียงนั้นไม่มีตัวอนุภาคที่เป็นหน่วยย่อยทางกายภาพอยู่จริง แต่ในทางคณิตศาสตร์อาจถือว่าโฟนอนเป็นเสมือนกับอนุภาคได้ โดยจัดเป็นหน่วยการสั่นของคลื่นเสียงที่ทำให้โมเลกุลโดยรอบเคลื่อนชนกระทบกันเหมือนลูกบิลเลียด เกิดเป็นเสียงที่เดินทางออกไป

รศ.ดร. อัลเบอร์โต นิโคลิส ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า ในการทดลองของเขาเกี่ยวกับของไหลยิ่งยวดที่อุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์ ซึ่งได้ลงตีพิมพ์ในวารสาร Physical Review Letters ไปก่อนหน้านี้ เขาได้สังเกตเห็นว่าโฟนอนเคลื่อนที่ในสนามความโน้มถ่วงโดยมีอัตราเร่งช้า ๆ ในทิศทางตรงกันข้ามกับที่ควรจะเป็น ทำให้เป็นที่มาของการเสนอแนวคิดใหม่ดังกล่าว

Sound waveformImage copyrightGETTY CREATIVE STOCK

นายราฟาเอล คริเชฟสกี นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกที่ร่วมเสนอแนวคิดนี้ด้วยบอกว่า ปรากฏการณ์ที่โฟนอนต้านแรงโน้มถ่วงอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากของไหลที่เป็นสื่อกลางของเสียงเช่นน้ำหรืออากาศถูกสนามความโน้มถ่วงออกแรงกดลง จนอนุภาคของไหลด้านล่างมีความหนาแน่นกว่าด้านบน ทำให้โฟนอนเดินทางได้เร็วกว่าในส่วนที่อนุภาคหนาแน่นตรงด้านล่าง ในขณะที่ด้านบนโฟนอนจะเดินทางผ่านได้ช้า ทำให้เกิดการกระดอนของโฟนอนขึ้นด้านบน ซึ่งตรงข้ามกับทิศทางของแรงโน้มถ่วง

แม้แนวคิดนี้จะยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์อย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ละเอียดพอจะวัดมวลและการเคลื่อนที่ต้านแรงโน้มถ่วงของโฟนอนได้ แต่ทีมผู้วิจัยบอกว่า แนวคิดนี้อาจนำไปใช้ประโยชน์ในทางดาราศาสตร์ เช่นในกรณีของดาวนิวตรอนที่แกนกลางมีความหนาแน่นมหาศาล และคลื่นเสียงเดินทางผ่านด้วยความเร็วสูงเกือบเท่าความเร็วแสง การพิจารณาว่าคลื่นเสียงนี้ต้านความโน้มถ่วง ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการศึกษาพฤติกรรมของดาวนิวตรอนโดยรวมอย่างแน่นอน

10 อันดับ เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018

เวียนนา

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1942541679143975

กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย ล้มแชมป์เก่าอย่างเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ขึ้นสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ในการจัดอันดับประจำปี 2018

เวียนนาได้คะแนนรวมถึงร้อยละ 99.1 และนี่เป็นครั้งแรกที่เมืองในยุโรปครองอันดับหนึ่งของเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ตามการสำรวจและจัดอันดับของศูนย์วิจัย อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ในเครือของนิตยสาร “ดิ อีโคโนมิสต์ (The Economist Intelligence Unit)

การจัดอันดับดังกล่าวมาจากการสำรวจและประเมินข้อมูลเมืองทั่วโลก 140 แห่ง เกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ทั้งเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม, ปัญหาอาชญากรรม, การศึกษา และการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข

  • เวียนนาครองแชมป์เมืองคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก 9 ปีซ้อน
  • ทำเนียบเมืองมหาวิทยาลัยโลก: ลอนดอนมาที่ 1 กรุงเทพฯ อยู่ที่ 54
  • ดัชนีดึงดูดคนเก่งโลก: สิงคโปร์ครองอันดับ 2 ส่วนไทยอยู่อันดับ 70
  • ตามผลสำรวจนี้ เมืองแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักร เป็นเมืองที่มีพัฒนาการสูงสุดในกลุ่มเมืองในยุโรป โดยขยับขึ้น 16 อันดับจากเมื่อปีก่อน มาอยู่ที่อันดับ 35 ในปีนี้นั่นทำให้เมืองแมนเชสเตอร์ ทิ้งห่างมหานครลอนดอนไปถึง 13 อันดับ ถือเป็นช่องว่างที่กว้างที่สุดนับจากมีการสำรวจเมืองน่าอยู่เมื่อ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา

    ดิ อิโคโนมิสต์ ชี้ว่า สาเหตุที่อันดับเมืองน่าอยู่ของแมนเชสเตอร์ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เป็นเพราะคะแนนด้านความปลอดภัยดีขึ้นมาก

    เมืองน่าอยู่Image copyrightGETTY IMAGES

    ‘ความสามารถในการฟื้นตัว’

    ผลการสำรวจเมื่อปีที่แล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก จากกรณีปรับลดอันดับเมืองแมนเชสเตอร์ลง หลังเกิดเหตุโจมตีแมนเชสเตอร์ อารีนา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน

    ปีนี้ โรซานา สลาฟเชวา บรรณาธิการของดิ อีโคโนมิสต์ กล่าวว่า แมนเชสเตอร์แสดงให้เห็นถึง “ความสามารถในการฟื้นตัวหลังถูกโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย ซึ่งสั่นคลอนเสถียรภาพไปก่อนหน้านี้”

    เมืองน่าอยู่Image copyrightAFP/GETTY IMAGES
    คำบรรยายภาพนักท่องเที่ยวพักผ่อนที่น้ำพุกลางกรุงเวียนนา

    สลาฟเชวา บอกว่า ความปลอดภัยที่ได้รับการปรับปรุงใน “หลายเมืองในกลุ่มยุโรปตะวันตก” และกรุงเวียนนาซึ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็น “ความเกี่ยวเนื่องกับการทำให้ยุโรปกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง”

    ผลสำรวจพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของเมืองทั้งหมดมีอันดับที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว

    เมลเบิร์น ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่อันดับ 2 หลังครองแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกมายาวนานถึง 7 ปี โดยมีอีก 2 เมืองของประเทศออสเตรเลียติดทำเนียบ 10 อันดับแรกในปีนี้ ได้แก่ เมืองซิดนีย์ และแอดิเลด

    เมืองน่าอยู่Image copyrightGETTY IMAGES
    คำบรรยายภาพเมลเบิร์นแชมป์เก่าที่ครองอันดับ “เมืองน่าอยู่ที่สุด” ยาวนานถึง 7 ปีถูกโค่นแชมป์ลงในปีนี้

    ส่วนเมืองน่าอยู่น้อยที่สุดในโลก ได้แก่ เมืองที่อยู่ในพื้นที่สงครามอย่างกรุงดามัสกัสของประเทศซีเรีย ตามด้วยธากา ประเทศบังกลาเทศ และลากอส อดีตเมืองหลวงของประเทศไนจีเรีย

    ดิ อีโคโนมิสต์ ระบุว่า ปัญหาอาชญากรรม, ความไม่สงบทางการเมือง, การก่อการร้ายหรือภาวะสงคราม มี “ส่วนสำคัญอย่างยิ่ง” ของเมืองที่ได้คะแนนน้อยที่สุด จนติดทำเนียบ 10 อันดับรั้งท้ายของการจัดเมืองน่าอยู่ในปีนี้

มาตรการจัดการ “ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง” รอบโลก

Maya Bay crowded

“ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง” หรือ “Overtourism” คือสถานการณ์ที่แหล่งท่องเที่ยวกลายเป็น “เหยื่อ” ของกระแสความนิยมที่ตัวเองได้รับ นี่คือสิ่งที่หลายสถานที่ในโลกกำลังพยายามรับมือ เพื่อปกป้องแหล่งท่องเที่ยวพร้อมกับดูแลคนท้องถิ่นของตัวเอง

อ่าวมาหยา ที่หมู่เกาะพีพี ของไทยเป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่ง ภาพยนตร์ชื่อดัง “เดอะบีช” ซึ่งนำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิแคพรีโอ สร้างกระแสให้ชาวต่างชาติแห่กันมาเที่ยว จนเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการได้ประกาศปิดอ่าวมาหยาชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลที่ถูกทำลายไปกับการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะด้วยเรือหรือด้วยนักท่องเที่ยวโดยตรง

หลาย ๆ เมืองในโลกก็กำลังหามาตรการจัดการกับภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์โฆษณา การออกกฎหมาย ไปจนถึงห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในสถานที่นั้น ๆ เลย

สงครามระหว่างบาร์เซโลน่ากับ Airbnb

บาร์เซโลน่ามีประชากร 1.6 ล้านคน แต่ต้องรับมือกับนักท่องเที่ยวมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี โดยปัจจัยสำคัญคือความนิยมที่เพิ่มขึ้นหลังจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 1992

ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นผลให้ธุรกิจให้เช่าที่พักชั่วคราวอย่าง Airbnb เติบโตมาก แต่บริการเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาค่าเช่าที่อยู่โดยทั่วไปในเมืองแพงขึ้นเป็นอย่างมาก

ขณะนี้ ทางการกำลังจัดการกับธุรกิจที่ให้บริการลักษณะดังกล่าว เมื่อเดือน พ.ค. สภาเทศบาลเมืองบาร์เซโลน่าสั่งให้เว็บไซต์ Airbnb ปลดที่พัก 2,577 แห่งที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบการออกจากเว็บไซต์ นอกจากนี้ ทางการยังได้ออกกฎบังคับให้ที่พักทุกแห่งต้องขอใบอนุญาตในการทำธุรกิจด้วย

มีรายงานอีกด้วยว่า ทางการปฏิเสธที่จะให้ใบอนุญาตประกอบการธุรกิจที่พักบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

Protest in Barcelona against tourism

แบนร้านขายของที่ระลึกในอัมสเตอร์ดัม

จำนวนนักท่องเที่ยวในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพิ่มจาก 12 ล้านคนในปี 2011 ขึ้นแตะ 17 ล้านคนในปี 2016 ตัวเลขดังกล่าวอาจล่อตาล่อใจผู้เล็งเปิดกิจการที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว แต่เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว ทางเมืองประกาศห้ามเปิดร้านค้าหรือกิจการที่มีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านของที่ระลึกหรือธุรกิจให้เช่าจักรยาน

Shop selling souvenirs in Amsterdam
คำบรรยายภาพอัมสเตอร์ดัมประกาศห้ามเปิดร้านค้ากิจการที่มีนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มเป้าหมาย

รณรงค์ให้ไป “บาหลีแห่งใหม่”

ในจำนวนนักท่องเที่ยวเกือบ 14 ล้านที่ไปประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2017 หนึ่งล้านคนเลือกเกาะบาหลีเป็นจุดหมายปลายทาง การเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณูประโภคของเกาะ เมื่อปีที่แล้ว เกิดภาวะขยะล้นที่ชายหาดหลายแห่งของบาหลี จนชายหาดช่วงหนึ่งที่ทอดยาว 5.8 กม. ต้องปิดตัวลง และมีรายงานว่าพนักงานทำความสะอาดต้องจัดการกับขยะหนักถึงหนึ่งร้อยตันต่อวัน

Volunteers clean one of Bali's beaches
คำบรรยายภาพเมื่อปีที่แล้ว เกิดภาวะขยะล้นที่ชายหาดหลายแห่งของบาหลี

ในขณะที่ยังไม่มีมาตรการจัดการอื่นออกมาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทางการพยายามที่จะเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวไปที่อื่นแทน โดยฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวอินโดนีเซียรณรงค์ให้สถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศกลายเป็น “บาหลีแห่งใหม่” พวกเขาหวังว่าจะกระจายนักท่องเที่ยวออกไปได้ พร้อมกับความช่วยเหลือของเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับสองในอินโดนีเซีย และมีนักท่องเที่ยวที่คอยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศรอบโลก

กำหนดเวลาเที่ยวที่มาชูปิกชู

เมืองโบราณมาชูปิกชูของเปรูเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องไปเยี่ยมชมของนักเดินทางจำนวนมาก

เส้นทางอินคาเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปยังมาชูปิกชู ซึ่งระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ของเทือกเขาแอนดีส และกลุ่มเมฆจำนวนมาก ผู้คนจำนวนมากบอกว่า เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การมีคนและผู้นำเที่ยวอย่างไม่เป็นทางการมากเกินไป กำลังนำไปสู่เส้นทางที่ชำรุดทรุดโทรม กองขยะทับถม และจุดกางเต็นท์ที่ไม่สามารถควบคุมไม่ได้

ในปี 2005 รัฐบาลเปรูได้จำกัดจำนวนคนที่ได้รับอนุญาตให้เดินขึ้นไปตามเส้นทางนั้นต่อฤดูกาล และยังมีการปิดเพื่อทำความสะอาดและซ่อมบำรุงในเดือน ก.พ. ของทุกปีด้วย

นักท่องเที่ยวได้ปรับตัวด้วยการจองล่วงหน้า และบริษัทนำเที่ยวต่าง ๆ ต้องปฏิบัติตามกฎเพื่อจะได้ไม่ถูกตัดลดใบอนุญาตที่ได้รับการจัดสรรมา

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปยังมาชูปิกชูด้วยตัวเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ด้วยรถยนต์

ปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ทางการได้นำระบบใหม่มาใช้ ซึ่งจะต้องมีการซื้อตั๋วเข้าชมช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพื่อพยายามควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมท้องถิ่นคนหนึ่งกล่าวกับบีบีซีว่า พวกเขาเกรงว่า นี่จะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกินจำนวนที่องค์การยูเนสโกแนะนำไว้ที่สูงสุด 2,500 คนต่อวัน

Machu Picchu walls
คำบรรยายภาพมาชูปิกชูยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเกินจำนวนที่องค์การยูเนสโกแนะนำไว้ที่สูงสุด 2,500 คนต่อวัน

กำหนดเส้นทางในเวนิซ

ภาพกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นบริเวณสะพานในเมืองเวนิส เป็นตัวอย่างของ “ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง” ได้อย่างดี เมืองกลางน้ำเมืองนี้มีประชากร 55,000 คน แต่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 20 ล้านคนต่อปี ทำให้ผู้อยู่อาศัยต่างร้องเรียนว่ามีนักท่องเที่ยวเยอะเกินไป

ทางการพยายามกำหนดมาตรการหลายอย่างในการลดจำนวนคน ตั้งแต่จำกัดจำนวนเรือสำราญที่เข้ามาเทียบท่า ไปจนถึงคิดค่าปรับกับนักท่องเที่ยวที่เสียงดังและทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ เมื่อเดือน เม.ย. ทางการยังได้เพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจตามทางเข้าเมืองหลักต่าง ๆ เพื่อพยายามให้นักท่องเที่ยวใช้เส้นทางทางเลือกอื่นแทน เพื่อให้ถนนทางเดินสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมืองไม่แออัดจนเกินไป

Crowd in Venice
คำบรรยายภาพภาพกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นบริเวณสะพานในเมืองเวนิส เป็นตัวอย่างของ “ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง” อย่างดี

แอบดอกซากุระ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยมีนักท่องเที่ยวเพิ่มจาก 3.3 ล้านคนเมื่อปี 2005 เป็น 28.7 ล้านคนในปี 2017 ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น

การเติบโตนี้ส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ เมืองในญี่ปุ่น อาทิ เกียวโต ที่ชาวเมืองร้องเรียนว่ามีนักท่องเที่ยวเยอะจนไม่สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะได้ รวมถึงไม่สามารถจองร้านอาหารได้ โดยมาตรการหนึ่งของทางการคือมีการเพิ่มภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว

ช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ชาวบ้านเขตกิออนชินบาชิ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวดังจากทาวน์เฮาส์สไตล์เกียวโต ตัดสินใจไม่เปิดไฟประดับต้นซากุระ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ทำติดต่อกันมาเป็นเวลา 27 ปี เพราะกังวลว่าจะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวมามากเกินไป

A group of tourists takes a selfie in Kyoto

 

13 ส.ค. 1961: ชาวเบอร์ลินตื่นมาพบกับกำแพงที่แบ่งเมืองเป็นสองฝ่าย

กำแพงเบอร์ลิน

เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 1961 กองกำลังทหารในเยอรมนีตะวันออกได้ปิดพรมแดนระหว่างเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางหลบหนีของผู้อพยพนับพันคนที่ต้องการข้ามไปยังฝั่งตะวันตกของเมือง

รั้วลวดหนามสูงราว 6 ฟุต (1.83 เมตร) ถูกติดตั้งขึ้นในชั่วข้ามคืน ขณะที่ชาวเบอร์ลินกำลังหลับใหล ก่อนจะตื่นมาพบว่าเมืองของพวกเขาได้ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองฝั่ง

เที่ยวรถไฟที่วิ่งระหว่าง 2 ฟากของเมืองถูกระงับบริการ เช่นเดียวกับการจราจรบนท้องถนนที่ข้ามผ่านเส้นเขตแดนใหม่นี้

ผู้ประท้วงหลายพันคนรวมตัวกันทางทิศตะวันตกของเขตกั้นใหม่นี้ และพยายามพังรั้วลวดหนาม ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งมีดาบปลายปืนเป็นอาวุธต้อนให้ถอยกลับไป ขณะที่หลายประเทศได้ออกมาคัดค้านการสร้างกำแพงนี้

กำแพงเบอร์ลิน

ตลอดช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีผู้อพยพออกจากเยอรมนีตะวันออกกว่า 1 หมื่นคน ทำให้รัฐบาลเยอรมนีตะวันออกมาตรการหยุดยั้งการไหลออกของประชากร

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว คอนราด อาเดนาวร์ นายกรัฐมนตรีคนแรกของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก) ออกมาเรียกร้องความสงบ

“ณ ตอนนี้ เช่นเดียวกับที่เป็นมาเสมอ เรายังคงมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับชาวเยอรมันที่อยู่ในพื้นที่ของรัสเซียและเบอร์ลินตะวันออก” อาเดนาวร์กล่าว

“พวกเขาเป็นและจะยังคงเป็นพี่น้องชาวเยอรมันของเรา รัฐบาลส่วนกลางยังคงยึดมั่นในเป้าหมายที่จะให้เยอรมนีเป็นหนึ่งเดียวกัน”

จากรั้วลวดหนามสู่ผนังอิฐ

ชาวเยอรมันจำนวนมากออกมารวมตัวกันหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน
คำบรรยายภาพชาวเยอรมันจำนวนมากออกมารวมตัวกันหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน

กำแพงเบอร์ลิน เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของสงครามเย็น ที่สร้างขึ้นมากั้นระหว่างเยอรมนีตะวันออกที่ขณะนั้นอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต กับเยอรมนีตะวันตกที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มประเทศตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเยอรมันฝั่งตะวันออกหลบหนีเข้าไปยังฝั่งตะวันตก

แต่กระนั้นก็ยังมีผู้พยายามลักลอบเข้าสู่เยอรมันตะวันตกอยู่เรื่อย ๆ ในช่วง 28 ปีของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งคาดว่ามีประชาชนเกือบ 200 คนที่เสียชีวิตขณะพยายามข้ามกำแพงนี้ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 200 คน

ท้ายที่สุด ส่วนที่เป็นคอนกรีตของกำแพงเบอร์ลิน มีความสูงเกือบ 3.6 เมตร และยาว 106 กม. รวมถึงหอคอยตรวจตากว่า 300 จุด ขณะที่ยังมีกำแพงส่วนที่เป็นรั้วลวดหนามอีกยาว 66.5 กม.

หลังจาก “ม่านเหล็ก”(Iron Curtain) เส้นแบ่งพรมแดนในทวีปยุโรปที่แบ่งเป็นสองส่วนและเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางอุดมการณ์เริ่มล่มสลาย ในปี 1989 ประชาชนในเยอรมนีตะวันออกหลายแสนคน ได้หลบหนีออกจากประเทศผ่านทางฮังการี และออสเตรีย

กำแพงเบอร์ลิน

วันที่ 7 พ.ย. 1989 รัฐบาลคอมมิวนิสต์แห่งเยอรมนีตะวันออกประกาศยุติบทบาทของตนเอง และอีก 2 วันต่อมา ชาวเบอร์ลินจำนวนมากได้ออกมาร่วมกันพังกำแพงเบอร์ลินลง

ในปีต่อมา เยอรมนีตะวันออกและตะวันตกกลับมารวมเป็นชาติเดียวกันอีกครั้ง ก่อนที่ เอริค โฮเน็กเกอร์ และเอกอน เครนซ์ ผู้อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างกำแพงเบอร์ลินจะถูกดำเนินคดีในเวลาต่อมา

โฮเน็กเกอร์ หลบหนีการถูกลงโทษเนื่องจากสุขภาพที่ย่ำแย่ของเขา ก่อนจะเสียชีวิตขณะถูกเนรเทศเมื่อปี 1994 ขณะที่ เครนซ์ถูกตัดสินลงโทษในข้อหาฆ่าโดยไม่เจตนาให้จำคุกเป็นเวลา 6 ปีครึ่ง เขาถูกปล่อยตัวก่อนกำหนดเมื่อเดือน ธ.ค. 2003 หลังจากการอุทธรณ์ ปัจจุบันเขามีอายุ 81 ปี

News ไทย BBC News บีบีซีไทย นาวิเกชัน หมวดข่าว ฟิสิกส์ช่วยแก้รำคาญเสียงน้ำหยดจากก๊อก-หลังคารั่ว

 

_102192146_mediaitem102192145เสียงน้ำหยดติ๋ง ๆ ลงภาชนะรองรับเมื่อก๊อกน้ำชำรุดหรือหลังคารั่วในยามดึกสงัด สร้างความรำคาญใจให้คนที่กำลังจะหลับจะนอนอยู่ไม่น้อย

แต่ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยีใหม่ด้านฟิสิกส์ของเสียง จนค้นพบสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้แล้ว รวมทั้งพบวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายดายอย่างคาดไม่ถึง ในระหว่างที่ยังไม่มีเวลามาซ่อมก๊อกน้ำหรืออุดรูรั่วบนหลังคา

ทีมนักฟิสิกส์และวิศวกรจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของสหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร Scientific Reports โดยระบุว่าการที่น้ำหยดลงมามีเสียงดังนั้น เสียงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวหยดน้ำเอง แต่เกิดจากการสั่นของฟองอากาศใต้ผิวน้ำในภาชนะรองรับ

ทีมผู้วิจัยใช้กล้องจับภาพความเร็วสูงเป็นพิเศษบันทึกภาพน้ำหยดลงภาชนะ และใช้ไมโครโฟนความไวสูงบันทึกคลื่นเสียงใต้น้ำที่เกิดขึ้น ขณะหยดน้ำตกกระทบผิวน้ำขังในภาชนะรองรับ

เมื่อนำผลที่ได้มาวิเคราะห์ พบว่าช่วงที่หยดน้ำตกกระทบผิวน้ำขังนั้นเงียบสนิทไม่มีเสียงแต่อย่างใด

แต่แรงตกกระทบทำให้เกิดหลุมที่ผิวน้ำขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่ผิวน้ำจะหดตัวกลับเป็นแท่งสูงอย่างรวดเร็วเนื่องจากแรงตึงผิว ชั่วขณะนี้เองที่ทำให้มีฟองอากาศเกิดขึ้น และการสั่นของฟองอากาศบริเวณก้นหลุมทำหน้าที่เสมือนเป็นลูกสูบดันคลื่นเสียงให้ส่งผ่านไปในอากาศได้

กลไกการเกิดเสียงของหยดน้ำที่ค้นพบใหม่นี้ นับว่าต่างจากความรู้ทางกลศาสตร์ของไหลเดิม ที่เชื่อว่าเสียงน้ำหยดติ๋ง ๆ เกิดจากตัวหยดน้ำเองและคลื่นเสียงแผ่ผ่านตัวกลางในน้ำมาสู่อากาศจนเข้าหูของมนุษย์โดยตรง

ดร. อานูรัก อาการ์วัล ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า เมื่อทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของเสียงหยดน้ำแล้ว วิธีแก้ให้เสียงเงียบลงจึงทำได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพแรงตึงผิวของน้ำ โดยอาจผสมน้ำยาล้างจานหรือสบู่ลงไปในน้ำที่ขังในภาชนะรองรับเท่านั้น

ความรู้ที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านอื่น เช่นการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนให้แม่นยำขึ้น หรือใช้สังเคราะห์เสียงของหยดน้ำที่เหมือนจริงเพื่อใช้ในการถ่ายทำ

สดร. ชวนส่องดาวเสาร์ #ราชาแห่งวงแหวน ใกล้โลกที่สุดในรอบปี 2561 สังเกตด้วยตาเปล่าชัดเจนตลอดคืน 27 มิถุนายน นี้

Share-Saturn_Jun61-Kratoo

นที่ 21 มิถุนายน 2561 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page รายงานว่า ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เชิญชวนประชาชนชมดาวเสาร์โคจรมาอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี ในวันที่ 27 มิถุนายน ซึ่งปรากฏการณ์นี้สามารถมองด้วยตาเปล่าชัดเจนได้ตลอดคืนตั้งแต่หัวค่ำ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณกลุ่มดาวคนยิงธนู ซึ่งอยู่ตำแหน่งต่ำกว่าดวงจันทร์ลงมาเล็กน้อย (วันดังกล่าวดวงจันทร์อยู่ในช่วงข้างขึ้น 14 ค่ำ) หากใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดหน้ากล้องตั้งแต่ 4 นิ้ว กำลังขยาย 50 เท่าขึ้นไป จะมองเห็นวงแหวนหลักได้อย่างชัดเจน

sao4

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก เฟซบุ๊ก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page