คลังเก็บหมวดหมู่: สรวิชญ์ บุญยัง 7

เหตุใด “ถ้วยใส่ประจำเดือน” จึงกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น?

A woman holding a menstrual cup.

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

การมีประจำเดือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้หญิง แต่หลายคนอาจกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย แต่หากเอ่ยถึงในระดับรัฐบาลแล้วเรื่องของ “ภาษีผ้าอนามัย” กำลังเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในหลายประเทศ และที่กำลังเป็นกระแสคือการหาทางช่วยเหลือผู้หญิงที่มีฐานะยากจนเกินกว่าจะซื้อผ้าอนามัยมาใช้ได้

ขณะนี้เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นว่า การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างถ้วยใส่ประจำเดือน หรือ กางเกงในที่ซึมซับประจำเดือนได้ จะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับอนาคตหรือเปล่า?

คนเสียเงินเท่าไหร่สำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือน?

ในสหราชอาณาจักร บริษัทวิจัยด้านการค้าปลีก Mintel ระบุว่า ตัวเลขมูลค่าการขายผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนในปี 2017 อยู่ที่ 265.8 ล้านปอนด์ โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อผ้าอนามัยแบบต่าง ๆ

ยอดขายในปี 2017 ลดลงจากปี 2016 ประมาณ 5.7 ล้านปอนด์ แต่นักวิจัยจาก Mintel ระบุว่านั่นเป็นเพราะผู้ขายปรับลดราคาเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ ไม่ใช่เพราะผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ประเภทดังกล่าวน้อยลง

องค์กรการกุศล Bloody Good Period ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วตลอดชีวิตผู้หญิงจะต้องเสียเงินซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนราว 4,800 ปอนด์ หรือราวสองแสนบาท

menstrual cupImage copyrightGETTY IMAGES

ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่เป็นที่นิยมมากขึ้นหรือเปล่า?

แม้ว่าผ้าอนามัยแบบต่าง ๆ จะยังเป็นตัวเลือกที่เป็นที่นิยมอยู่ ผู้ใช้เฟซบุ๊กและอินสตาแกรมอาจจะเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าอนามัยแบบสอดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ถ้วยใส่ประจำเดือน หรือกางเกงในซึมซับประจำเดือนซึ่งทำจากผ้าฝ้ายและผ้าที่กันน้ำได้

ในกูเกิล สถิติการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี โดยคำว่าถ้วยใส่ประจำเดือนเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนค้นหามากที่สุด กูเกิลมีหน่วยวัดความสนใจในการค้นหาหัวข้อต่าง ๆ จากระดับ 1-100 ปรากฏว่าคนให้ความสนใจค้นหาถ้วยใส่ประจำเดือนเพิ่มขึ้นจากระดับ 21 คะแนน เมื่อปี 2013 พุ่งสูงขึ้นเป็น 83 คะแนน ใน 5 ปีถัดมา

การเสิร์จหาคำว่าถ้วยใส่ประจำเดือนส่วนใหญ่มาจากผู้ใช้กูเกิลในออสเตรเลีย ในขณะที่ผู้ใช้กูเกิลในสหรัฐฯ เสิร์จหาคำว่าหาผ้าอนามัยที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากที่สุด

ขณะนี้ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart ในสหรัฐฯ และ Boots ในสหราชอาณาจักร มีถ้วยใส่ประจำเดือนวางขายแล้ว และบริษัทผู้ผลิตหลายบริษัทก็บอกว่ายอดขายพุ่งสูงขึ้นมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

Underwater scene showing tampons and pads.

ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

นักวิเคราะห์ระบุว่า ความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนให้ความสนใจเรื่องผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น และผลิตภัณฑ์ที่ขายกันอยู่ก็มักจะมาพร้อมกับหีบห่อที่เป็นพลาสติกที่จะกลายเป็นขยะไปในที่สุด

เมื่อความตระหนักรู้เรื่องขยะพลาสติกมีมากขึ้น ผู้ใช้อินสตาแกรมและยูทิวบ์หลายคนสร้างช่องทางในการรณรงค์ผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อกันว่าคนหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ในลักษณะดังกล่าวก็เพื่อประหยัดเงินด้วย

ภาษีผ้าอนามัยคืออะไร?

ภาษีผ้าอนามัยหมายถึง ภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าสำหรับการมีประจำเดือนซึ่งกลายเป็นรายได้ของรัฐบาล

ขณะนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังจัดให้สินค้าสำหรับการมีประจำเดือนเป็น “สินค้าฟุ่มเฟือย” นั่นหมายความว่าในสหราชอาณาจักรก็ยังมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์นี้อยู่ ในขณะที่ประเทศที่ยกเลิกการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าประเภทนี้แล้วได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย ไอร์แลนด์ เคนยา ยูกันดา และบางรัฐในสหรัฐอเมริกา

ขณะนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังพิจารณาว่าจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์เรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะทำให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ สามารถยกเลิกอัตราภาษีขั้นต่ำ 5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผลิตภัณฑ์สำหรับการมีประจำเดือนได้

ในตอนนี้ รัฐบาลอังกฤษให้คำมั่นสัญญาที่จะนำเงินที่ได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านี้ไปลงทุนโครงการเพื่อผู้หญิง ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ หลายแห่งก็รับภาระภาษีส่วนนี้เอง

Windows 95 กลับมาอีกครั้งในรูปแบบแอพฯ ให้ดาวน์โหลดไปเล่นได้บน macOS และ Windows

Windows 95 กลับมาอีกครั้งในรูปแบบแอพฯ ให้ดาวน์โหลดไปเล่นได้บน macOS และ Windows

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1965317363533073

ระบบปฏิบัติการสุด Classic อย่าง Windows 95 จาก Microsoft กำลังจะกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง โดยในช่วงที่ผ่านมาคุณเองก็อาจมีโอกาสได้เห็นการแฮค Windows 95 ให้ไปปรากฏบน Apple WatchSmart watch, Android Wear และแม้แต่ iPhone X กันมาแล้ว แต่ล่าสุด Windows 95 ได้กลับมาในรูปแบบของแอพฯ ที่ใช้ได้ทั้งบน macOS, Windows และ Linux เลยทีเดียว

การนำระบบปฏิบัติการในความทรงจำทั้งหมดนี้กลับมา ต้องยกความดีให้กับ Felix Rieseberg ซึ่งเป็น Software Engineer แห่งบริษัท Slack โดยแอพฯ ที่เขาพัฒนาขึ้นมาในครั้งนี้จะเป็นการรวมทั้ง Windows 95, Windows 98 และระบบปฏิบัติการเก่าๆ ทั้งหมดมาให้คุณได้ใช้กัน แต่ในตอนนี้เพิ่งจะปล่อยตัว Windows 95 ออกมาก่อน

Windows 95 กลับมาอีกครั้งในรูปแบบแอพฯ ให้ดาวน์โหลดไปเล่นได้บน macOS และ Windows

ทาง Rieseberg ได้ทำการปล่อยทั้ง Source Code และ App Installers ไว้ใน Github โดยมันจะมาพร้อมแอพฯ ต่างๆ ของ Windows 95 อย่างเช่น Wordpad, Phone Dialer, MS Paint, และ Minesweeper แต่น่าเสียดายที่ Internet Explorer นั้นยังไม่สมบูรณ์พอที่จะใช้งานได้

ตัวแอพฯ นี้มีขนาดเพียง 129MB เท่านั้น และใช้สเปคที่ต่ำมาก ขณะใช้งานจะกินแรมเพียง 200MB เท่านั้น สามารถเข้าไปดาวน์โหลดกันได้ที่ Github ทั้ง MacOS และ Windows

Apple จดสิทธิบัตรใหม่ เปลี่ยนกระจกหน้ารถเป็นจอ AR ขนาดยักษ์ บอกเส้นทาง และ FaceTime ได้

Apple จดสิทธิบัตรใหม่ เปลี่ยนกระจกหน้ารถเป็นจอ AR ขนาดยักษ์ บอกเส้นทาง และ FaceTime ได้

 

สิทธิบัตรใหม่ที่ Apple เพิ่งยื่นไปเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค. มีไอเดียสุดบรรเจิด ด้วยการเปลี่ยน “กระจกหน้า″ ของรถยนต์ ให้กลายเป็น “จอ AR (Augmented Reality) ขนาดยักษ์” ที่สามารถแสดงเส้นทางแผนที่ และใช้งานวีดีโอคอล หรือ FaceTime ได้ ซึ่งการเปลี่ยนกระจกหน้ารถให้เป็นระบบ Head-up display (HUD) นี้ ออกแบบมาเพื่อใช้กับรถยนต์แบบไร้คนขับ แถมยังสามารถวัดระดับความเครียดของผู้ที่นั่งอยู่ในรถได้ด้วย

โดยในสิทธิบัตรเน้นย้ำว่าการแสดงข้อมูลบนกระจกจะไม่บังวิสัยทัศน์บนท้องถนน แต่จะปรากฏให้เห็นในลักษณะที่ซ้อนอยู่บนกระจกรถอีกที ซึ่งการทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าว จำเป็นต้องพึ่งระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ในรถด้วย ทั้งกล้องอินฟราเรด, อุปกรณ์ที่ใช้ในการสแกนลำแสง (Light Beam Scanning), เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นเสียง (Ultrasonic Sensor), กล้อง Depth Camera, อุปกรณ์เรดาร์ และ GPS

นอกจากกระจกหน้ารถระบบ HUD จะใช้ประโยชน์ในการดูแผนที่ได้แล้ว ก็ยังช่วยให้คนขับมองเห็นสปีด หรือความเร็วในการขับรถของตัวเองได้ดียิ่งขึ้นด้วย ขณะที่การใช้ FaceTime นั้น Apple หวังว่าจะช่วยให้คนขับสื่อสารผ่านทางสายตาในขณะที่ขับรถไปด้วยได้ ด้วยระบบการแสดงภาพแบบ AR

ทั้งนี้ หากพบว่าผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถยนต์ไร้คนขับกำลังรู้สึกเครียด ก็จะเปลี่ยนจากระบบการแสดงผลแบบ AR ไปเป็นอย่างอื่นแทน เพื่อช่วยให้สงบอารมณ์ลง ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถวิเคราะห์ความเครียดได้จากการเคลื่อนที่ของลูกตา, ท่านั่ง, ท่าทาง และอุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เทคโนโลยีดังกล่าวดูเหมือนจะหลุดมาจากจินตนาการอยู่สักหน่อย จึงอาจจะไม่ได้ทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์จริงๆ ก็เป็นได้ เพราะเป็นที่รู้กันว่า Apple จดสิทธิบัตรเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการทำวิจัยมากกว่า

เนื้อสังเคราะห์ อาหารแห่งอนาคต?

คุณกล้าทานเนื้อที่ถูกเพาะขึ้นในห้องทดลองหรือเปล่า?

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1931873753544101

ไม่ว่าคุณจะกล้าหรือไม่ แต่แนวคิดเรื่องการใช้อาหารที่สังเคราะห์ขึ้นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาเลี้ยงปากท้องชาวโลกกำลังใกล้ความจริงขึ้นทุกขณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเสี่ยงกับภาวะขาดแคลนอาหารจากประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันมีข้อมูลว่ามนุษย์เราใช้ทรัพยากรซึ่งปกติใช้ได้นาน 1 ปี หมดไปภายในเวลาเพียง 7 เดือน ขณะเดียวกันประชากรโลกก็มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ล้านคนภายในช่วงสิ้นสุดศตวรรษนี้ ดังนั้นการผลิตอาหารให้ได้มากขึ้นจึงเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของเรา ส่งผลให้มีธุรกิจสตาร์ทอัพหลายรายหันมาผลิตเนื้อสังเคราะห์ หรือที่เรียกว่า “คลีนมีท” (clean meat) เพื่อหวังให้เป็นแหล่งอาหารแห่งอนาคตของมนุษย์

บริษัท Mosa Meat ของเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจด้านนี้ โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ได้คิดค้นการผลิตเนื้อเบอร์เกอร์จากเซลล์ต้นกำเนิดหรือสเต็มเซลล์ในห้องทดลองขึ้นมาเป็นครั้งแรก หวังแก้ปัญหาความต้องการเนื้อสัตว์ที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการที่กระบวนการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้ทั้งพลังงาน น้ำ และที่ดิน ซึ่งส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนปัญหาทางจริยธรรมในการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำเนื้อมาบริโภค

ในการทดลองเมื่อ 5 ปีก่อน คณะนักวิจัยนำสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อของวัวมาเพาะโดยเติมสารอาหารและสารเร่งการเติบโต แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลาสามสัปดาห์ จนสเต็มเซลล์ได้แบ่งตัวเพิ่มนับล้านเซลล์ ก่อนจะนำสเต็มเซลล์เหล่านั้นมาแบ่งและเพาะต่อเพื่อให้ก่อตัวและประสานรวมกันเป็นกล้ามเนื้อ จากนั้นก็เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลายาวนานในการนำสเต็มเซลล์กล้ามเนื้อมาเรียงกันเป็นชั้น ใส่สี และผสมกับไขมัน จนได้ออกมาเป็นชิ้นเบอร์เกอร์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่ได้ชิมเนื้อเบอร์เกอร์ดังกล่าว บอกว่ารสชาติใกล้เคียงกับเนื้อสัตว์ แต่ไม่ชุ่มฉ่ำเท่า

Samsung เปิดตัว LPDDR4X รุ่นที่ 2 พร้อมความจุ 16Gb มากกว่าเดิม 2 เท่า

Samsung เปิดตัว LPDDR4X รุ่นที่ 2 พร้อมความจุ 16Gb มากกว่าเดิม 2 เท่า

Samsung ประกาศเปิดตัวชิปรุ่นใหม่อย่าง LPDDR5 RAM ไปแล้วแต่ก็ไม่ได้ลอยเเพชิปรุ่นเดิมอย่าง LPDDR4 เพราะล่าสุดบริษัทได้ประกาศเเล้วว่าจะพัฒนาและผลิต LPDDR4X รุ่นที่ 2 พร้อมศักยภาพที่เพิ่มขึ้นออกสู่ตลาด

ชิปรุ่น LPDDR4X รุ่นที่ 2 นี้จะมีอัตราการส่งข้อมูลที่ 4,266 Mb/s (เมกะบิตต่อวินาที) ด้วยความจุ 16 Gb (กิกะบิต) โดยจะใช้ชิปหนึ่งตัวขนาด 2GB (กิกะไบต์) รวมกัน 4 ตัวให้ได้ความจุขนาด 8GB (กิกะไบต์) ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตลงด้วย (ถ้าเทียบกับชิปรุ่น LPDDR5 ที่มีขนาดเพียงแค่ 1GB และจะต้องการชิปถึง 8 ตัวสำหรับความจุนั้น)

บริษัท Samsung ยังเผยอีกว่าชิปรุ่น LPDDR4X  รุ่น 2 นี้จะใช้พลังงานน้อยกว่าชิป LPDDR4 รุ่นแรกราว 10% มีรูปลักษณ์ที่บางกว่ารุ่นเก่าถึง 20% ทั้งยังมีการปรับปรุงขนาดกระบวนการผลิตลงเหลือ 10 นาโนเมตรเท่านั้น (โหนดจริงๆ จะอยู่ระหว่าง 10nm และ 19nm) นอกจากนี้ยังผลิตทั้งชุด 4GB และ 6GB เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนค่ายอื่นอีกด้วย

คาดว่าชิป RAM รุ่นใหม่นี้จะถูกนำไปใช้กับสมาร์ทโฟนที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. 2562 ค่ะ

Samsung เปิดตัว LPDDR4X รุ่นที่ 2 พร้อมความจุ 16Gb มากกว่าเดิม 2 เท่า

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1916187348446075

สถาปนิกเยอรมัน Andre Broesselเชื่อว่าเขามีทางออกที่สามารถ “บีบไฟฟ้าออกจากดวงอาทิตย์ได้มากขึ้น” แม้ในช่วงเวลากลางคืนและในบริเวณที่มีแสงน้อย บริษัท ของเขาคือRawlemonมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนทุกอย่างด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่สวยงามและไม่อาจปฏิเสธได้โดยใช้เทคโนโลยี Concentrated Photovoltaic (CPV) ได้สร้างต้นแบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทรงกลมที่เรียกว่า beta.ray เทคโนโลยีของเขาจะรวมหลักการเรขาคณิตทรงกลมด้วยระบบติดตามคู่แกนทำให้สามารถใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบเดิมได้เป็นสองเท่าในพื้นที่ผิวที่เล็กกว่ามาก การออกแบบอันล้ำหน้านี้สามารถหมุนได้เต็มที่และเหมาะสำหรับพื้นผิวที่เอียงผนังอาคารและทุกที่ที่สามารถเข้าถึงท้องฟ้าได้ สามารถใช้เป็นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้

“beta.rayมาพร้อมกับตัวสะสมไฮบริดเพื่อแปลงพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนในแต่ละวันพรอม ๆ กัน และ

ลดพื้นที่ของเซลล์ซิลิคอนลงได้ถึง 25% ด้วยกำลังไฟฟ้าที่เท่ากันโดยใช้ชุดโฟกัสลำแสงพิเศษของ

Ball Lens เน้นการทำงานที่ระดับประสิทธิภาพเกือบ 57% ในโหมดไฮบริด ในเวลากลางคืน Ball Lens สามารถเปลี่ยนเป็นหลอดไฟกำลังสูงเพื่อให้แสงสว่างแก่สถานที่ของคุณได้ง่ายๆโดยใช้ไฟ LED ไม่กี่ดวง สถานีได้รับการออกแบบมาสำหรับสภาพการใช้งานนอกอาคารรวมถึงการเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าและวงจรความร้อนของอาคารเช่นน้ำร้อน ”

ตามแบบของนักออกแบบทรงกลมที่โปร่งใสสามารถเก็บรวบรวมและให้ความสำคัญกับการแพร่กระจายที่อุปกรณ์แบบเดิม ๆ ไม่สามารถรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพได้พวกเขาสามารถนำไปใช้ในสถานที่ต่างๆได้ไกลกว่าที่ราบคงที่ของพวกเขา นอกจากนี้ยังอ้างว่าโดยการมุ่งเน้นแสงดวงอาทิตย์ในพื้นที่หนึ่งการออกแบบของ Rawlemonช่วยลดพื้นผิวเซลล์แสงอาทิตย์ที่ต้องการเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการตามแผงแบบเดิม

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้าทำงานอย่างไร

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

แสงเมื่อผ่านลูกแก้วจะมีความเข็มสามารถลดพื้นที่ CPV ลงได้

Rawlemonมีเป้าหมายที่จะนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกสู่ตลาดโดยเริ่มจากเครื่องชาร์จโทรศัพท์รุ่น Sys ขนาด 10 ซม. (3.9 นิ้ว) ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวข้อของแคมเปญ Indiegogo เงินที่เพิ่มขึ้นจะถูกจัดสรรสำหรับการผลิตและการรับรองของ Beta.ey S. เครื่องชาร์จสามารถใช้งานได้กับโทรศัพท์ทุกเครื่องที่ใช้พอร์ตชาร์จ USB 2.0 และมีความจุของแบตเตอรี่ 27.5 Wh

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

เช่นเดียวกับ Bet.ey S Special Edition และ Beta.ey XL ที่ออกแบบมาสำหรับชาร์จแท็บเล็ต Rawlemonมีอุปกรณ์ขนาดใหญ่บางแห่งในพอร์ตโฟลิโอ Beta.ray 1.0 ขนาด 100 ซม. (39.4 นิ้ว) จะสร้างกระแสไฟฟ้าได้ถึง 1.1 kWh ต่อวันซึ่งเพียงพอที่จะใช้งานแล็ปท็อปได้ประมาณสองวัน มีแบตเตอรี่ 1.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง

อุปกรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในช่วง Rawlemonมีขนาด 1.8 เซนติเมตร (70.1 นิ้ว) Beta.ray 1.8 ที่สามารถผลิตได้ถึง 3.4 kWh ต่อวันเพียงพอที่จะใช้งานแล็ปท็อปได้เกือบสัปดาห์ มีแบตเตอรี่ 5.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง ทั้งเบต้ารีฟาย 1.0 และ 1.8 มีเลนส์อะครีลิคโพลิเมอร์ที่เติมน้ำอยู่ตรงข้ามกับคอนแทคเลนส์ที่เป็นของพี่น้องที่มีขนาดเล็กของพวกเขาแถมยังผลิตพลังงานความร้อนและแสงอาทิตย์อีกด้วย

Rawlemonยังพัฒนาระบบที่เรียกว่า Microtrackซึ่งใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกัน แต่ได้รับการติดตั้งเป็นผิวอาคาร Microtrackจะผลิตพลังงานตลอดทั้งวันและสามารถใช้เป็นจอแสดงผลมัลติมีเดียได้ในเวลากลางคืน

Beta.eyมีกำหนดวางจำหน่ายในปลายปีนี้และจะมี Beta.ray ในปีหน้า Rawlemonคาดว่าระบบ Microtrackจะใช้เวลาสามปีในการออกสู่ตลาด

การออกแบบเป็นเรื่องของความงาม แต่มันสแต็คขึ้นเป็นมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าแบน PVs หรือการออกแบบหัวอื่น ๆ ? ทรงกลมที่เต็มไปด้วยน้ำต้องหนักหน่วง เราชอบที่จะได้ยินความคิดของคุณในส่วนความคิดเห็นด้านล่าง

ความเหมาะสมสำหรับ photovoltaic (CPVทั่วไปและโรงไฟฟ้าพลังความร้อน

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

ความเหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบผสมผสานด้วยเทคโนโลยี Rawlemon

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

สถานีชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้า

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

รูปภาพอื่น ๆ

ลูกแก้วดวงตะวันผลิตไฟฟ้า THE SPHERICAL SUN POWER GENERATOR

คว้าน้ำเหลว! บริษัทญี่ปุ่นทดสอบปล่อยจรวด เกิดเหตุขัดข้องเครื่องร่วงกระแทกพื้นจนระเบิด

 

13889_1807021821452M

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1866813860050091

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของบริษัทเอกชนด้านการบินและอวกาศเป็นจำนวนมาก หนึ่งในบริษัทที่โด่งดังมาก นั่นก็คือ SpaceX แต่ล่าสุดได้มีเหตุน่าเศร้ากับบริษัทแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า Interstellar Technologie ที่ความพยายามล่าสุดของพวกเขาล้มเหลว

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีรายงานว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับจรวด Momo-2 ที่กำลังทำการทดสอบปล่อยตัว โดยหลังจากที่จรวดออกตัวลอยสู่อากาศเพียงไม่กี่วินาที ก็เกิดสูญเสียแรงขับและร่วงลงมากระแทกพื้นจนระเบิด และเกิดเป็นไฟไหม้ลุกท่วมบริเวณแท่นปล่อยจรวด

โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทว่าความเสียหายที่ตกแก่บริษัท Interstellar Technologie นั้นนับว่าหนักมาก โดยต้นทุนการปล่อยการปล่อยจรวดอยู่ที่ 10 ล้านเยน (ประมาณ 3 ล้านบาท) แต่บริษัทสามารถระดมทุนผ่านระบบ Crowdfunding ได้กว่า 28.4 ล้านเยน (ประมาณ 8.3 ล้านบาท) อีกทั้งชื่อเสียงของผู้ก่อตั้งบริษัทอย่าง Takafumi Horie ที่เคยเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Livedoor หนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยมสูงสุดของญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีคดีฉ้อโกงติดตัวอยู่

Momo-2 นั้นเป็นจรวดไร้คนขับ ขนาด 1 ตัน ยาว 10 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตร และถือเป็นจรวดลำที่ 2 ที่ทาง Interstellar Technology พยายามจะปล่อยขึ้นสู่อวกาศ หลังจากความล้มเหลวของการปล่อยจรวด Momo-1 เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ Momo-2 เองก็มีกำหนดการปล่อยตัวในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ก็ต้องเลื่อนกำหนด เนื่องจากปัญหาไนโตรเจนรั่วไหล

อย่างไรก็ตาม Interstellar Technology ก็จะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปเพื่อทำโปรเจคดังกล่าวให้สำเร็จ โดยบริษัทจะทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของความผิดพลาด เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังไม่มีกำหนดการการปล่อยตัวจรวดครั้งหน้าแต่อย่างใด