คลังเก็บหมวดหมู่: ธนเทพ เทพสถิตย์ 7

ว่าที่ศัลยแพทย์รุ่นใหม่ใช้มือทำงานได้ย่ำแย่ลง

ศัลยแพทย์

ศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาศัลยกรรม ประจำคณะแพทยศาสตร์แห่งอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ของสหราชอาณาจักร เผยถึงข้อสังเกตที่น่าตกใจว่า นักศึกษาที่ฝึกฝนเพื่อเป็นศัลยแพทย์ในปัจจุบัน ขาดทักษะการใช้มือทำงานที่ประณีตเป็นอย่างมาก จนน่าเป็นห่วงถึงระดับความชำนาญของศัลยแพทย์รุ่นใหม่ เมื่อต้องลงมือผ่าตัดหรือเย็บแผลให้กับคนไข้

ศ. นพ. โรเจอร์ นีโบน ระบุว่า คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่มีประสบการณ์ด้านงานฝีมือน้อยมาก และมักจะประสบความยากลำบากเมื่อทำงานที่ต้องลงมือปฏิบัติจริงโดยใช้ทักษะทางกายภาพ ซึ่งปัญหานี้เป็นผลมาจากการใช้ชีวิตอยู่หน้าจอโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์มากเกินไป

“นี่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นเราอาจจะได้นักศึกษาแพทย์ที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมและเกรดสูง แต่ผ่าตัดหรือเย็บแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นเลยก็ได้” ศ. นพ. นีโบน กล่าว

“ในอดีตเราอาจจะเชื่อมั่นได้ว่า ผู้ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์มาแล้ว จะต้องทำงานหัตถการทางการแพทย์ได้อย่างชำนาญคล่องแคล่วระดับหนึ่ง แต่ในปัจจุบันเรื่องนี้ไม่มีความแน่นอนอีกต่อไป”

ศ. นพ. นีโบน ยังกล่าวว่า ตลอดช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา เขาและเพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นทักษะการใช้มือทำงานของบรรดานักศึกษาศัลยแพทย์ลดต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นปัญหาต่อการประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ต้องอาศัยทักษะฝีมือมากพอ ๆ กับความรู้ทางวิชาการ

“เรื่องนี้เป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากวิธีการเลี้ยงดูและให้การศึกษากับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งพวกเขาขาดการเรียนรู้ที่รอบด้าน โดยในหลักสูตรมีวิชาศิลปะและงานประดิษฐ์สร้างสรรค์อยู่น้อยเกินไป ทำให้ขาดโอกาสฝึกทักษะการใช้มือของตนเอง”

“หลายสิ่งในชีวิตสมัยใหม่ถูกย่อส่วนลงให้เหลือเพียงการเลื่อนหน้าจอสองมิติเท่านั้น ซึ่งเท่ากับปิดกั้นไม่ให้คนรุ่นใหม่มีประสบการณ์หยิบจับหรือสัมผัสของจริง ทำให้นักศึกษาแพทย์พลอยมีความสามารถและความมั่นใจในการใช้มือทำงานลดน้อยลงไปด้วย”

“อันที่จริงการเลี้ยงดูในครอบครัวจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน โดยให้เด็กพัฒนาทักษะการใช้มือให้มากขึ้นที่บ้าน ผ่านการตัดหรือเย็บผ้า ชั่วตวงวัดวัตถุดิบเพื่อทำอาหาร ซ่อมแซมสิ่งของที่เสียหาย ฝึกทำงานไม้ง่าย ๆ หรือฝึกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ” ศ. นพ. นีโบนกล่าวทิ้งท้าย

นาทีแสนเศร้า! ช้างสุดอาลัย ชุมนุมร่ำลาหัวหน้าโขลง สู้ช้างอริจนตาย

โขลงช้างใจสลาย มาชุมนุมอำลา ช้างหัวหน้าโขลง ด้วยความอาลัยอาวรณ์ หลังสู้กับช้างคู่อริ จนตายอยู่บริเวณริมทะเลสาบ ในศรีลังกา เมื่อ 19 ก.ย.61 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่เกิดกับบรรดาช้างในศรีลังกา จนทำคนน้ำตาจะไหล เมื่อได้เห็นช่วงเวลาที่ช้างจำนวนมากมาชุมนุม แสดงความอาลัยและร่ำลาเป็นครั้งสุดท้าย ต่อการจากไปของช้างหัวหน้าโขลงที่ล้มตาย อยู่บริเวณริมทะเลสาบแห่งหนึ่งใกล้เมืองอนุรธาปุระ ติดกับเขตป่าสงวน คาลาวีวา หลังจากช้างหัวหน้าโขลงตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ระหว่างต่อสู้กับช้างคู่อริ

จากคลิปวิดีโอที่มีคนเห็นเหตุการณ์ถ่ายไว้ได้นั้น แสดงให้เห็นช้างหลายตัวเข้ามาชุมนุมแสดงความอาลัยรัก บางตัวใช้งวงลูบร่างไร้ลมหายใจของช้างหัวหน้าโขลงด้วยความอาลัยอาวรณ์ เศร้าเสียใจ ขณะที่มีรายงานจากสื่อบางแห่งระบุว่า มีช้างมากถึง 300 ตัวมาชุมนุมเพื่อแสดงความอาลัยต่อหัวหน้าโขลงที่จากไป เดลี่เมล ระบุด้วยว่า บรรดานักวิจัยที่ศึกษาชีวิต-พฤติกรรมของช้าง พบว่า ช้างมีความรู้สึกเหมือนกับมนุษย์ ที่จะแสดงความเสียใจต่อช้างที่พวกมันรักที่ตายจากไป ด้วยการมาแสดงการมาชุมนุมร่ำลา ใช้งวงลูบตามเนื้อตัวช้างที่ตาย ด้วยความเศร้าเสียใจ

นักดูดาวอิตาลีตะลึง เจอวัตถุบินเร็วจี๋ผ่านดวงจันทร์ คาดเป็น UFO 38 ลำ

นักดูดาวชาวอิตาลี สุดประหลาดใจ เห็นวัตถุประหลาดบินเร็วจี๋ผ่านหน้าดวงจันทร์ คาดอาจเป็น จานบิน UFO นับได้ 38 ลำเมื่อ 23 ก.ย. เว็บไซต์ Russia Today รายงานและเผยแพร่คลิปพร้อมกับตั้งคำถาม 38 UFOs? ใช่ UFO หรือไม่? หลังจากมีกลุ่มนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นท อ้างว่า พบวัตถุบินไม่สามารถระบุเอกลักษณ์ได้ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า จานบิน หรือจานผี UFO จำนวนถึง 38 ลำ เคลื่อนตัวผ่านดวงจันทร์ด้วยความเร็ว ซึ่งมีนักดาราศาสตร์ในกรุงโรม อิตาลี ถ่ายไว้ได้ ขณะที่เว็บไซต์ anonews แจ้งว่า  TBV Investigation ได้รับการติดต่อเผยแพร่คลิปวิดีโอดังกล่าว ระบุ นายอเลซซิโอ นักดูดาวชาวอิตาลี ได้พบจานบิน UFOs บินผ่านดวงจันทร์ จากจุดที่เห็นคือเหนือท้องฟ้ากรุงโรม อิตาลี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.61 โดยคลิปวิดีโอนี้ กลุ่มนักดูดาวมือสมัครเล่น ที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า  ‘Black Vault’ เขียนแจ้งมายัง TBV Investigation ว่า

‘สวัสดี ฉันเป็นเพื่อนของ…. และฉันต้องการรายงานสิ่งที่ได้เห็น มันเป็นวันหลังจากเกิดปรากฏการณ์ Blood Moon พระจันทร์สีเลือด คืนนั้นท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใส และฉันได้ใช้อุปกรณ์ในการดูและถ่ายรูป-คลิปวิดีโอพระจันทร์ ประกอบด้วย

-Sky-Watcher Masksutov SkyMax127/500 OTA

-T2 ring

-Pentax HD DA AF1.4x rear conventer

-Pentax K-70
ขอบคุณที่ให้ความสนใจ, ด้วยความนับถือ จากคำอธิบายของคลิปวิดีโอ ทางกลุ่ม Black Vault บอกว่านับจำนวนวัตถุบินได้ 38 ลำ ซึ่งทางเทคนิคแล้ว UFO คือ วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ หรือแม้แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นนกคุณก็ไม่ถูกต้องที่จะเรียกพวกมันว่า UFO ถ้ายังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอะไร

ดวงจันทร์ไททันกับมุมมองสุดท้าย ของยานแคสสินี

ดวงจันทร์ไททัน (Titan) เป็นหนึ่งในบริวารของดาวเสาร์ ที่นักวิทยาศาสตร์มุ่งความสนใจศึกษา เนื่องจากมีองค์ประกอบหลายสิ่งที่ทำให้เชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ โดยเฉพาะพบแหล่งน้ำที่บริเวณขั้วเหนือของดาว เมื่อเร็วๆนี้นักวิทยาศาสตร์จากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ และระบบศาสตร์การประมวลภาพส่วนย่อยของยานอวกาศแคสสินี (Imaging Science Subsystem–ISS) ในสหรัฐอเมริกา

ได้เผยข้อมูลที่ได้จากยานแคสสินีก่อนที่จะสิ้นสุดหน้าที่และเผาไหม้ตัวเองตกสู่ดาวเสาร์เมื่อปีที่ผ่านมาการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายของยานแคสสินีกับดวงจันทร์ไททันเกิดขึ้นในวันที่ 11 ก.ย. 2560 ก่อนร่วงลงสู่ดาวเสาร์ โดยได้บันทึกภาพที่ยากจะอธิบายทางขั้วเหนืออันเป็นที่ตั้งของทะเลสาบและทะเลซึ่งเต็มไปด้วยมีเทนและอีเทนเหลว ภาพโมเสกที่ได้มานี้ถ่ายด้วยกล้องมุมแคบของระบบศาสตร์การประมวลภาพส่วนย่อยของยาน โดยใช้ตัวกรองสเปกตรัมที่ไวต่อความยาวคลื่นของแสงอินฟราเรด จนได้มุมมองระยะไกล 140,000 กิโลเมตรจากดวงจันทร์ และใช้วิธีออโธกราฟิก (Orthographic projection) ฉายภาพจากลักษณะภาพ 3 มิติออกมาเป็นภาพ 2 มิติ โดยเน้นไปที่ละติจูด 67.19 องศาเหนือและลองจิจูด 212.67 องศาตะวันตกของดวงจันทร์

นักวิทยาศาสตร์เผยว่า ยังมืดมนต่อสาเหตุการก่อตัวของทะเลสาบทั้ง 3 แห่งคือ Punga Mare, Ligeia Mare และ Kraken Mare บนดวงจันทร์ดังกล่าวบนดวงจันทร์ดังกล่าว รวมถึงบรรยากาศบนดาวก็มีความหนาแน่น มีวงจรก๊าซมีเทนคล้ายกับวงจรการระเหยของน้ำในโลก สิ่งเหล่านี้คือความลึกลับของดวงจันทร์ไททันที่ท้าทายให้ค้นหาคำตอบ

นวัตกรรมสร้างชาติ

การที่องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนของไทย ได้รับรางวัลด้านต่างๆ บนเวทีโลก โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยี การรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้านอุตสาหกรรมและสิ่งประดิษฐ์ เป็นการบ่งชี้ถึงการพัฒนาของประเทศในอีกบริบทที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืนยกตัวอย่าง  . ที่ไปคว้ารางวัล สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุด จากการจัดประกวดแสดงผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรมนานาชาติ 10th International Exhibition of Inventions IEI 2018 ที่เมืองฝอซาน สาธารณรัฐประชาชนจีน 8 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน รวมถึงรางวัลพิเศษที่ได้รับจาก ประเทศสิงคโปร์ และ ประเทศอินเดีย ด้วย ความภาคภูมิใจดังกล่าว ดร.จิราพร ศิริคำ ผอ.ฝ่ายบริหารงานวิจัยและพัฒนา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ย้ำว่า กฟผ. ในยุค Disruptive Technology ต้องปรับตัวให้พร้อมที่จะรับเทคโนโลยีใหม่ๆ จนในที่สุดผลที่ตามมาทำให้ ทีมนักประดิษฐ์ของ กฟผ. สามารถคว้า 12 รางวัล จาก 9 ผลงานในเวทีประกวดนวัตกรรมระดับโลกซึ่งมีผู้เข้าร่วมประกวดกว่า 40 ประเทศ ผลงานที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ได้แก่ระบบเฝ้าระวังความชื้นบริเวณอุปกรณ์ในระบบส่ง ที่สามารถแจ้งความรุนแรงใน 3 ระดับ ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ระบบส่ง จนสามารถคว้าเหรียญทองและสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในผลงานชิ้นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์แปลงสัญญาณตำแหน่ง TAPของหม้อแปลงที่สามารถรับค่าแรงดันและความต้านทาน ช่วยรักษาเสถียรภาพของหม้อแปลงไฟฟ้าได้ตามความต้องการใช้งาน เป็นต้น

รางวัลต่างๆที่ กฟผ.ได้รับมานี้ไม่ใช่เพราะเป็นนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้าที่มีความสุดยอดเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นถึงคุณภาพชีวิตของมนุษย์ อาทิ ชุดกรองปลอดเชื้อต้นแบบสำหรับตรวจแบคทีเรีย โคลิฟอร์ม ได้ภายใน 3–12 ชั่วโมง เร็วกว่าวิธีมาตรฐานถึง 4 เท่า หรือ โปรแกรมคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ที่สามารถคำนวณปริมาณการซื้อขายน้ำมันเตาสำหรับโรงไฟฟ้าได้ภายใน 2 นาทีเท่านั้น


วันนี้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต การคิดค้นสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อนำไปพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม สะท้อนกลับไปสู่สังคมที่ดีกว่า คุณภาพชีวิตที่ดีกว่า สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกให้ความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ชื่อเสียงของประเทศไทย ของคนไทยที่ไปคว้าเหรียญทองกลับบ้าน มาไม่รู้กี่ชนิดกี่ประเภท ทั้งในระดับนักศึกษา องค์กรหรือการวิจัยระดับประเทศแปลว่าความสามารถของคนไทยไม่แพ้ใครในโลก
เทคโนโลยีของคนไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล เพียงแต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนและการยอมรับที่ดีพอเท่านั้น.

 

เฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ พัดซากปลาตายเกลื่อนบนถนนสหรัฐฯ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hurricane florence fish

สหรัฐอเมริกายังต้องเผชิญกับผลกระทบของเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ ที่พัดซากปลาตายหลายพันตัวเกลื่อนริมทางหลวง โดยแรงลมของพายุพัดเอาปลาจำนวนมากจากแหล่งน้ำที่มันอาศัยหมู่ขึ้นมาตายเกลื่อนบนถนน เป็นเวลานานกว่าสัปดาห์ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งนอกเหนือจากนี้ยังเกิดน้ำท่วมขังถนนในอีกหลายเส้นทาง คาดการณ์ว่าต้องใช้เวลามากกว่า 1 สัปดาห์ น้ำจึงจะลดลงสู่ภาวะปกติ

ทำไมเราถึงเกลียดตัวต่อและรักผึ้ง

wasps

การศึกษาใหม่เผยให้เห็นว่าสัตว์ตัวต่อส่วนใหญ่ไม่ชอบโดยสาธารณชนในขณะที่ผึ้งชื่นชมอย่างมาก

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

นักวิจัยกล่าวว่ามุมมองนี้ไม่เป็นธรรมเพราะตัวต่อเป็นเพียงประโยชน์ทางนิเวศวิทยาเช่นผึ้ง

นักวิทยาศาสตร์แนะนำให้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ที่ทารุณของตัวต่อ

พวกเขาต้องการเห็นความพยายามเช่นเดียวกันในการอนุรักษ์พวกเขาเนื่องจากปัจจุบันมีผึ้งอยู่

การสำรวจ 750 คนจาก 46 ประเทศได้รับการเผยแพร่ใน Entomology ระบบนิเวศน์วิทยา

ตามที่นักด็อคกี้กลัวว่าจะเป็นความเจ็บปวดของพวกมัน – แมลงตัวนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ได้รับความรักน้อยที่สุดจากการศึกษาครั้งใหม่
ในการสำรวจผู้เข้าร่วมถูกถามอัตราแมลงในระดับที่วิ่งจากลบห้าแทนอารมณ์ความรู้สึกเชิงลบอย่างมากบวกห้าแทนเป็นบวกอย่างมากหนึ่ง

ส่วนใหญ่ของการตอบสนองสำหรับผึ้งเป็นบวก 3 หรือสูงกว่าในขณะที่มันเป็นแบบย้อนกลับที่สมบูรณ์แบบสำหรับตัวต่อกับคะแนนส่วนใหญ่ความรู้สึกของพวกเขาลบสามหรือต่ำกว่า

เมื่อถามถึงคำที่เกี่ยวข้องกับผึ้งที่นิยมมากที่สุดสำหรับผึ้งคือ “น้ำผึ้ง” “ดอกไม้” และ “การผสมเกสร”

bees

อย่างไรตามแตนยังผสมผเสดอกไม้เช่นเดียวกับการฆ่าศัตรูพืชและมีความสำคัญกับสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับผึ้ง

ปัญหาตามที่ดร. เซริแยนซอมเนอร์จากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนซึ่งเป็นผู้นำในการค้นคว้าวิจัยพบว่าตัวต่อตัวนี้มีข่าวร้าย

ประชาชนไม่ตระหนักถึงสิ่งที่ดีที่พวกเขาทำเพื่อให้พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งที่น่ารำคาญแทนที่จะเป็นสินทรัพย์ทางนิเวศวิทยาที่สำคัญ
เธอบอกกับบีบีซีนิวส์ว่า “ผู้คนไม่รู้ว่าพวกเขามีค่าเท่าไร

“แม้ว่าคุณอาจคิดว่าพวกเขากำลังตามเบียร์หรือแยมแซนด์วิชของคุณ แต่จริงๆแล้วพวกเขาสนใจที่จะหาเหยื่อแมลงเพื่อกลับไปที่รังเพื่อเลี้ยงอาหารลาวของพวกมัน”

ดร. ซัมเนอร์ยังค้นพบว่ามีการขาดการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อสภาพแวดล้อม

เธอวิเคราะห์เอกสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์และงานนำเสนอการประชุมสำหรับผึ้งและตัวต่อในช่วง 37 ปีที่ผ่านมาและ 16 ปีตามลำดับ

จากเอกสารจำนวน 908 ฉบับพบว่ามีเพียง 2.4% ที่ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2523 เทียบกับ 97.6% (886 ฉบับ) จากบทคัดย่อการประชุม 2,543 เรื่องผึ้งหรือตัวต่อจากช่วง 20 ปีที่ผ่านมา 81.3% อยู่บนผึ้ง
การขาดการค้นคว้าวิจัยนี้ทำให้ความพยายามในการพัฒนากลยุทธ์การอนุรักษ์สัตว์ตัวต่อที่มีจำนวนลดลงเนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ดร. อเลสซานโดรซินิแห่งมหาวิทยาลัยฟลอเรนซ์ผู้ร่วมวิจัย

ยานอวกาศ Hayabusa2 ลงจอดบนดาวเคราะห์น้อย สำเร็จเเล้ว

เมื่อวันที่ 21 กันยายนเครื่องบิน MINERVA-II1 ยานขนาดเล็กที่แยกออกจากยานอวกาศ Hayabusa2 (ระยะเวลาในการแยกตัวคือ 13:06 JST) MINERVA-II1 ประกอบด้วยสองโรเวอร์, โรเวอร์ -1A และโรเวอร์ -1B เราได้ยืนยันว่าโรเวอร์ทั้งสองได้ลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย Ryugu โรเวอร์ทั้งสองอยู่ในสภาพที่ดีและกำลังถ่ายโอนข้อมูลและรูปภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลนี้ยืนยันว่ามีโรเวอร์อย่างน้อยหนึ่งดวงเคลื่อนที่บนพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย

MINERVA-II1 เป็นรถแลนด์โรเวอร์ตัวแรกของโลก (หุ่นยนต์สำรวจยานยนต์) เพื่อลงจอดบนพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่มีการเคลื่อนไหวอิสระและการจับภาพบนพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย MINERVA-II1 เป็น “วัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นครั้งแรกของโลกเพื่อสำรวจการเคลื่อนไหวบนพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย” เรารู้สึกยินดีที่ทั้งสองโรเวอร์ทั้งสองประสบความสำเร็จในการดำเนินการนี้ในเวลาเดียวกัน

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

ภาพที่ส่งมาจาก MINERVA-II1

ภาพที่ 1: ภาพที่ถ่ายโดย Rover-1A ในวันที่ 21 กันยายนเวลาประมาณ 13:08 น. JST นี่คือภาพสีที่ถ่ายทันทีหลังจากแยกออกจากยาน Hayabusa2 อยู่ด้านบนและพื้นผิวของ Ryugu อยู่ด้านล่าง ภาพเบลอเนื่องจากการถ่ายภาพขณะที่โรเวอร์หมุนอยู่

รูปภาพ 2: ภาพที่ถ่ายโดย Rover-1B ในวันที่ 21 กันยายนเวลาประมาณ 13:07 น. JST ภาพสีนี้ถ่ายทันทีหลังจากแยกออกจากยาน พื้นผิวของ Ryugu อยู่ด้านล่างขวา ภาพเบลอที่ด้านบนซ้ายเกิดจากการสะท้อนแสงแดดเมื่อถ่ายภาพ

ภาพที่ 3: ภาพที่ถ่ายโดย Rover-1A ในวันที่ 22 กันยายนเวลาประมาณ 11:44 น. JST จับภาพสีขณะเคลื่อนที่ (ในระหว่างการกระโดด) บนผิวของ Ryugu ด้านซ้ายของภาพคือพื้นผิวดาวเคราะห์น้อย บริเวณสีขาวสว่างไสวเนื่องจากแสงแดด

ตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งพุ่งสูงทั่วโลก เกือบครึ่งอยู่ในเอเชีย

ผู้ป่วยมะเร็งทำคีโม

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) เปิดเผยรายงานประจำปีฉบับล่าสุด ซึ่งชี้ว่าจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 18.1 ล้านคนทั่วโลกภายในช่วงสิ้นปี 2018 และจะทำให้มียอดผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งพุ่งสูงถึง 9.6 ล้านคนก่อนสิ้นปีนี้เช่นกัน

ตัวเลขดังกล่าวนับว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับสถิติของปี 2012 ที่มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 14.1 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 8.2 ล้านคน ซึ่งนักวิจัยคาดว่าแนวโน้มนี้มีสาเหตุมาจากจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนของประชากรสูงวัยมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

การคาดการณ์ตามสถิติล่าสุดชี้ว่า มีโอกาสที่ผู้ชาย 1 ใน 5 คน และผู้หญิง 1 ใน 6 คน จะล้มป่วยเป็นโรคมะเร็งอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต โดยสาเหตุของมะเร็งมาจากวิถีการดำเนินชีวิตในสังคมที่มีความมั่งคั่งมากขึ้น ยิ่งกว่าที่จะเกี่ยวข้องกับสาเหตุเรื่องความยากจนดังเช่นก่อนหน้านี้

ผลการศึกษาดังกล่าวมาจากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลโรคมะเร็ง 36 ชนิด ใน 185 ประเทศทั่วโลก โดยผู้วิจัยระบุว่าปัจจุบันวิธีการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งได้พัฒนาขึ้นมามาก ซึ่งก็ทำให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจำนวนผู้ป่วยใหม่และผู้เสียชีวิตนั้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี

เกือบครึ่งของจำนวนผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกอยู่ในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีผู้เสียชีวิตด้วยมะเร็งจำนวนมากที่สุดของโลกในปีนี้ โดยสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีประชากรมาก ทั้งยังมีมาตรการป้องกันและวินิจฉัยโรคมะเร็งไม่ดีพอ เช่นจีนมีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งตับสูงมาก แต่คุณภาพการตรวจคัดกรองโรคยังไม่ดีนัก

สำหรับมะเร็งชนิดที่มีผู้ป่วยมากที่สุดและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยมะเร็งทั้งสามชนิดนี้คิดเป็น 1 ใน 3 ของกรณีที่มีการตรวจพบทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งปอดนั้น ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่สูงที่สุดของผู้หญิงใน 28 ประเทศ เช่น สหรัฐฯ จีน ฮังการี เดนมาร์ก และนิวซีแลนด์

นายจอร์จ บัตเทอร์เวิร์ธ ผู้บริหารองค์กรการกุศลเพื่อการวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร (Cancer Research UK )กล่าวว่า “บุหรี่คือสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเป็นมะเร็งปอดกันมากขึ้นชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากบุหรี่เป็นที่นิยมของผู้หญิงในกลุ่มประเทศรายได้น้อยและรายได้ปานกลางมากขึ้น หลังผู้ผลิตโหมทำการตลาดเจาะกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ”

อนามัยโลกชี้ สาเหตุการตาย 1 ใน 20 กรณีทั่วโลกมาจากแอลกอฮอล์

ผู้คนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

คลิก  hd-people-mobile-image-750x352px

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลในรายงานฉบับล่าสุดว่า แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุการตายกว่า 5% ของกรณีการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั่วโลก ซึ่งตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 3 ล้านคน

รายงานที่จัดทำขึ้นทุก 4 ปีนี้ยังระบุว่า ผู้เสียชีวิตด้วยสาเหตุจากแอลกอฮอล์ในปี 2016 เป็นเพศชายถึง 2.3 ล้านคน โดยเกือบ 29% ของการตายนั้นเนื่องมาจากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเพราะมึนเมา เช่นอุบัติเหตุทางรถยนต์และการฆ่าตัวตาย

แนวโน้มที่น่าสนใจในรายงานดังกล่าว ยังรวมถึงการที่คนหนุ่มสาววัย 20-29 ปี ต้องมาเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์มากที่สุดถึง 13.5% ซึ่งทำให้ยอดผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะน้ำเมาเพิ่มขึ้นเป็น 7.2% ทั่วโลก

องค์การอนามัยโลกชี้ว่า แอลกอฮอล์ยังคงส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลก โดยความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากการดื่มสุราในหมู่คนยากจนนั้นมีสูงกว่ากลุ่มผู้บริโภคที่มีฐานะร่ำรวย

แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลขสถิติของการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์นั้นลดลงเล็กน้อยจาก 5.9% ในปี 2012 มาอยู่ที่ 5.3% ในการสำรวจครั้งล่าสุด

ดร. วลาดิเมียร์ พอซเนียก หนึ่งในคณะผู้จัดทำรายงานขององค์การอนามัยโลกบอกว่า “แอลกอฮอล์นั้นเป็นภาระต่อสุขภาพและสังคมอย่างใหญ่หลวงเกินกว่าจะยอมรับได้ แต่น่าเสียดายที่นโยบายต่าง ๆ เพื่อลดการดื่มแอลกอฮอล์นั้นตามไม่ทันแนวโน้มทั่วโลก ซึ่งการบริโภคน้ำเมาและผลเสียของมันกำลังจะพุ่งสูงขึ้นอีกในไม่กี่ปีข้างหน้านี้”

แม้จำนวนผู้ดื่มแอลกอฮอล์จะลดลงในบางส่วนของยุโรปและทวีปอเมริกา แต่ภูมิภาคที่มีการบริโภคแอลกอฮอล์สูงสุดยังคงเป็นในภาคพื้นยุโรป ส่วนชนิดของแอลกอฮอล์ที่นิยมดื่มกันมากที่สุดทั่วโลกนั้น เครื่องดื่มจำพวกสุรากลั่นครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 45% ตามมาด้วยเบียร์ที่ 34% และไวน์ที่เกือบ 12%