คลังเก็บหมวดหมู่: อนุชิต หิวคง 7

Hyperloop ยานพาหนะสำหรับการเดินทางที่ความเร็ว 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1911280165603460

เพราะความหลงใหลในการเดินทางด้วยความเร็วสูงของมนุษย์ทำให้มีการพัฒนายานยนต์ที่สามารถเดินทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว Concorde เป็นชื่อเรียกเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ที่เร็วที่สุดในโลกที่สามารถเดินทางด้วยความเร็วกว่า 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วมากกว่าสองเท่าของความเร็วของเสียง และเมื่อรถไฟแม็กเลฟ (magnetic-levitation bullet train) ได้เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น มันจึงกลายเป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกโดยสามารถวิ่งได้เร็วถึง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การรอคอย Hyperloop กำลังใกล้เข้ามาทุกที ยานพาหนะที่มีความล้ำหน้าและวิ่งด้วยระบบการขับเคลื่อนภาคพื้นดินความเร็วสูงที่ได้รับการนำเสนอโครงการโดย SpaceX และซีอีโอบริษัท Tesla – Elon Musk ในปี 2012 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักพัฒนาของ Virgin Hyperloop One ยืนยันว่า Hyperloop นั้นสามารถทำให้วิ่งได้เร็วที่สุดถึง 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเปิดตัวต้นแบบ Hyperloop ครั้งแรกที่เมืองดูไบ

ต้นแบบของ pod ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถูกเปิดตัว ณ เมืองดูไบ ประเทศงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสถานที่ดำเนินการด้านระบบของ Hyperloop ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2021 Hyperloop ที่จะถูกผลิตขึ้นที่ดูไบถือเป็น Hyperloop ที่เต็มรูปแบบมากที่สุดและถูกออกแบบมาให้สาธารณชนได้รับประสบการณ์จากการทดลองโดยสาร รวมทั้งยังทำให้กลุ่มนักพัฒนาได้ทราบมุมมองการใช้งานจริงจากผู้โดยสารโดยตรงอีกด้วย โครงการนี้ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Virgin และ Dubai’s Roads and Transport Authority (RTA)

 

Hyperloop ตัวแรกของบริษัท Virgin ที่คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้เร็วสุดในปี 2021

(ที่มาของรูปภาพ website : weforum)

การทำงานของ Hyperloop

Hyperloop ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าโดยเร่งความเร็วผ่านท่อสูญญากาศ นอกจากนี้ ยานพาหนะยังได้รับการออกแบบให้สามารถลอยเหนือรางและวิ่งด้วยความเร็วสูงในระยะทางไกลได้ นั่นเพราะมีการเคลื่อนไหวของอากาศที่ต่ำ ไม่เพียงเท่านี้ Hyperloop ยังเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ เพื่อขจัดข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดจากพลขับและสภาพอากาศที่ไม่ปกติ ผู้โดยสารที่เดินทางไปกับ Dubai Hyperloop จะเดินทางจากเมืองดูไบไปยังเมืองอาบูดาบี ด้วยระยะทาง 140 กม. ภายในเวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วการเดินทางจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ Hyperloop ยังสามารรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 10,000 คนต่อชั่วโมงทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ

การสนับสนุนนวัตกรรมของนักศึกษาโดยบริษัท SpaceX

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เทคโนโลยี Hyperloop จะเป็นที่จับตามองโดยผู้ประกอบการจากทั่วโลก โดยบริษัท SpaceX ที่เพิ่งเปิดตัวรถยนต์ที่สามารถขึ้นสู่อวกาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบจรวด Falcon Heavy ได้ให้โอกาสนักศึกษาได้ออกแบบ Hyperloop ร่วมด้วย โดยการแข่งขันการออกแบบ Hyperloop เริ่มขึ้นในปี 2015 ซึ่งการแข่งขันครั้งแรกจัดขึ้นในเดือนมกราคมและสิงหาคมของปีที่แล้ว และในปี 2018 นี้การแข่งขันดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ SpaceX กำหนดเกณฑ์การตัดสินไปที่การพัฒนา Hyperloop ให้มีความเร็วสูงสุด Hyperloop ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นโดยบริษัท SpaceX ณ สำนักงานใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดย Hyperloop จะมีความยาวประมาณ 1.6 กม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลางจากภายนอกประมาณ 1.8 เมตร

ห้องโดยสารของ Hyperloop ที่ตกแต่งที่นั่งด้วยเบาะหนังพร้อมระบบให้ความบันเทิงต่างๆ

(ที่มาของรูปภาพ website : weforum)

เปิดประสบการณ์การวิ่งที่เหนือกว่า กับ “ลู่วิ่งวีอาร์”

เปิดประสบการณ์การวิ่งที่เหนือกว่า กับ "ลู่วิ่งวีอาร์"

เทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ VR ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกายด้วย เมื่อมีบริษัทเทคโนโลยีผสมผสาน VR เข้ากับการวิ่งในลู่อันแสนน่าเบื่อในฟิตเนสให้เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ความรู้สึกเมื่อไปวิ่งลู่วิ่งในฟิตเนส 30 นาทีสำหรับหลายคนอาจดูเนิ่นนาน แต่บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Blue Goji ผู้พัฒนาเกมบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีความจริงเสมือง หรือ VR จะช่วยทำให้การวิ่งบนลู่วิ่งสนุกขึ้นจนลืมเวลาได้

โดยลู่วิ่ง VR ตัวนี้ ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่แบบไม่มีที่สิ้นสุด พ่วงด้วยแว่นตา VR ให้ผู้วิ่งสวมใส่ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เชื่อมต่อสำหรับการเล่นเกม พร้อมเข็มขัดชนิดพิเศษเพื่อป้องกันการหกล้มระหว่างการวิ่งบนเครื่องด้วย

ลีโอนาโด แมตติอาซซี ผู้ที่ทดสอบลู่วิ่ง VR บอกว่า ลู่วิ่ง VR ทำให้เขามีเป้าหมายในการวิ่งและออกกำลังกายมากขึ้นและสนุกขึ้นกว่าเดิม​

ลู่วิ่ง VR ได้สร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าการวิ่งบนลู่ทั่วไป เพราะโลกเสมือนจริงจะพาผู้วิ่งไปยังสถานที่แปลกใหม่กว่าฟิตเนสที่ดูน่าเบื่อจำเจ อีกทั้งยังสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาเอาชนะข้อจำกัดของตัวเองในการออกกำลังกาย ผ่านการแข่งขันในเกมบนโลกเสมือนจริงระหว่างการวิ่งด้วย​

แต่ข้อจำกัดหนึ่งของการใช้เทคโนโลยี VR ที่หลายคนเผชิญ คือ อาการที่เรียกว่า VR Motion Sickness หรือ ภาวะคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะระหว่างที่สวมแว่นตา VR

เพราะปกติแล้ว การเคลื่อนที่บนโลกของ VR จะไม่เกิดในชีวิตจริง ณ ตอนนั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ได้ ซึ่งทาง Blue Goji ยืนยันว่า ลู่วิ่ง VR ตัวนี้ได้แก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว​

คีรา คอนสแตม เจ้าหน้าที่การตลาดของ Blue Goji อธิบายว่า อธิบายว่า ภาวะ VR Motion Sickness มาจากการที่สมองมีความรู้สึกไม่เชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริง เพราะระหว่างที่อยู่ในโลกเสมือนจริงพวกเขากำลังเคลื่อนไหว แต่ในความจริงพวกเขายังอยู่กับที่ ซึ่งลู่วิ่งได้เข้ามาแก้ไขและบรรเทาอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะจากการใช้ VR ได้ดี​

อย่างไรก็ตาม ภาวะ VR Motion Sickness นี้จะแตกต่างกันในแต่ละคน โดยผู้ทดสอบลู่วิ่ง VR บางคนอาจไม่ประสบปัญหาดังกล่าวเลย บางคนปรับตัวได้ตั้งแต่ 10 วินาทีแรกที่ใช้ และบางคนอาจนานกว่านั้น

มาร์ค แซคเลอร์ หนึ่งในผู้ทดสอบลู่วิ่ง VR นี้บอกว่า ปกติแล้วเขาไม่เคยมีปัญหาเมารถเมาเรือ แต่พอได้ลองใช้ลู่วิ่งนี้ เขารู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อยในจังหวะที่เสียการทรงตัวในโลกเสมือนจริง แต่โดยรวมแล้วมันให้ความรู้สึกสมจริงมากทีเดียว​

สำหรับผู้ที่สนใจลู่วิ่ง VR ชิ้นนี้ อาจต้องคิดกันหนักหน่อย เพราะราคาอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ใช้นั้นสูงถึง 12,000 ดอลลาร์ หรือราว 384,000 บาททีเดียว

ทาง Blue Goji เล็งที่จะเจาะตลาดฟิตเนสในกลุ่มไฮเอนด์ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และคลินิกกายภาพบำบัดต่างๆ และเตรียมวางขายเชิงพาณิชย์ในปีหน้า

“หุ่นยนต์บาริสต้า” รุกตลาดกาแฟในเท็กซัส

Robot Barista

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1885430241521786

สำหรับคอกาแฟ มักประสบปัญหากับการชงกาแฟที่หนักมือไป เบามือไป ไม่ได้มาตรฐานคงที่ แต่หากมีหุ่นยนต์บาริสต้า ที่พร้อมเสิร์ฟกาแฟให้คุณได้ทุกที่ทุกเวลา ก็คงดีไม่น้อย ล่าสุด บริษัทเทคโนโลยีในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส พัฒนาหุ่นยนต์บาริสต้า เพื่อสร้างมาตรฐานและประสบการณ์การดื่มกาแฟรูปแบบใหม่

ชาร์ลส สตูดอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Briggo เจ้าของหุ่นยนต์บาริสต้า บอกว่า นี่คือปัญหาโลกแตกสำหรับคอกาแฟทั่วโลก แม้ว่ากาแฟจะมีอยู่ทั่วทุกมุมโลกก็ตาม แต่ปัญหาที่ผู้ดื่มกาแฟทั่วโลกต้องเผชิญ ก็คือ การเสาะหากาแฟมีคุณภาพ การชงกาแฟแก้วโปรดที่คงที่ และสรรหามาดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา

หุ่นยนต์บาริสต้า จะเริ่มต้นตั้งแต่การโหลดแอพพลิเคชัน Briggo มาบนสมาร์ทโฟน และออกแบบเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ต้องการผ่านแอพพลิเคชัน หลังจากนั้นก็แค่ไปรอรับกาแฟที่ร้าน เพราะระหว่างนั้นจะเป็นหน้าที่ของหุ่นยนต์ที่จะชงกาแฟสูตรเฉพาะของคุณให้เอง

งผู้ที่ทดลองดื่มกาแฟโดยฝีมือบาริสต้าจักรกลนี้ ต่างตื่นเต้นกับความแปลกใหม่และความสะดวกรวดเร็วในการชงกาแฟให้พวกเขาได้อย่างที่ต้องการ

ตอนนี้หุ่นยนต์บาริสต้า เริ่มเสิร์ฟกาแฟให้ผู้คนในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส และเตรียมขยายออกไปในเมืองอื่นๆ ทำให้หลายคนมองว่า การคืบคลานเข้ามาของจักรกลในการชงกาแฟนั้น อาจจะทำให้ธุรกิจร้านกาแฟแบบดั้งเดิมจะถูกทำลายในอนาคตอันใกล้ก็ได้ แต่ในมุมมองของ สตูดอร์ กลับมองต่างออกไป

สตูดอร์ มองว่า ตลาดร้านกาแฟถือเป็นตลาดที่ใหญ่ มีร้านกาแฟคุณภาพดีมากมายที่พรั่งพร้อมด้วยบาริสต้ามืออาชีพ ซึ่งแน่นอนว่าหุ่นยนต์บาริสต้า อาจไม่สามารถแทนที่ศักยภาพของบาริสต้าที่เป็นมนุษย์ซึ่งเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้

แต่หุ่นยนต์บาริสต้านี้ มีข้อดีคือไม่ต้องการนอนหลับ ทานมื้อเที่ยง ลาป่วย พักร้อน หรือลาออก และพร้อมเสิร์ฟกาแฟคุณภาพดีให้ได้ทุกที่ทุกเวลา

เป้าหมายอีกด้านของผู้ก่อตั้งบริษัท Briggo ไม่ได้หยุดที่การชงกาแฟของหุ่ยนต์เท่านั้น แต่ยังเดินหน้าส่งเสริมผู้ผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านศักยภาพของอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียที่มีในมือ เช่น การให้ทุนสนับสนุนอุปกรณ์การเกษตรสำหรับไร่กาแฟท้องถิ่นในกัวเตมาลา หรือการผลักดันโครงการน้ำให้กับผู้ผลิตกาแฟในพื้นที่ห่างไกล

เสมือนจริงสุดๆ! เทคโนโลยี VR ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่ากำลังนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ

เสมือนจริงสุดๆ! เทคโนโลยี VR ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่ากำลังนั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1877708132293997

First Airline สถานที่แห่งใหม่ที่จะให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ของการนั่งเครื่องบินในชั้นธุรกิจและชั้นเฟิร์สต์คลาสโดยใช้เทคโนโลยี VR มาช่วยเพิ่มความสมจริงในห้องที่จําลองบรรยากาศภายในเครื่องบิน ภายในห้องดังกล่าวจะแบ่งเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจและชั้นเฟิร์สต์คลาสจำนวน 12 ที่นั่ง ในแต่ละครั้งจะใช้เวลา 110 นาที โดยระหว่างที่เครื่องบินขึ้น-ลง ก็จะให้สวมอุปกรณ์ VR เพื่อสัมผัสบรรยากาศของตอนเครื่องขึ้น-ลง และยังมีการฉายภาพสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญของเมืองจุดหมายปลายทางให้ชมแบบ 3 มิติด้วย นอกจากนี้ยังมีบริการเสิร์ฟอาหารจากแอร์โฮสเตสให้ได้ลิ้มลองอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องอีกด้วย

บรรยากาศตัวอย่าง

ณ ปัจจุบันมีให้เลือก 5 เส้นทาง ได้แก่ นิวยอร์ก ฮาวาย ปารีส โรม และเฮลซิงกิ โดยระหว่างการบินก็จะมีการฉายวิดีโอสถานที่ท่องเที่ยวปลายทางให้ชมแบบจุใจ เช่น หากใครเลือกนั่งไปปารีส ก็จะได้เห็นบรรยากาศบริเวณหอไอเฟล หรือหากใครเลือกนั่งไปนิวยอร์กก็จะได้เห็นบรรยากาศที่ย้อนยุคไปในปี 1940 ที่มีกำแพงเบอร์ลิน เป็นต้น

ใครอยากสัมผัสบรรยากาศการนั่งเครื่องบินนี้ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ราคาชั้นเฟิร์สต์คลาส 5,980 เยน (ประมาณ 1,740 บาท) ชั้นธุรกิจ 4,980 เยน (ประมาณ 1,450 บาท)

พบหลุมดำขยายตัวโตเร็วที่สุดเท่าที่เคยพบมาในจักรวาล

ก่อนหน้าการค้นพบล่าสุดนี้ เควซาร์ ULAS J1120+0641เป็นวัตถุส่องสว่างซึ่งเกิดจากหลุมดำมวลยิ่งยวดที่อยู่ห่างจากโลกมากที่สุด

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1867723823292428

ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ค้นพบหลุมดำมวลยิ่งยวด (Supermassive black hole) ที่ขยายตัวในอัตรารวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบและบันทึกเอาไว้ โดยหลุมดำนี้ดูดกลืนมวลสารปริมาณเท่าดวงอาทิตย์เข้าไปทุก 2 วัน และปลดปล่อยพลังงานเป็นแสงสว่างเจิดจ้าในรูปแบบของ “เควซาร์” (Quasar) อีกด้วย

หลุมดำขนาดยักษ์ที่ว่านี้ อยู่ห่างจากโลกกว่า 12,000 ล้านปีแสง มีมวลเท่ากับดวงอาทิตย์ 20,000 ล้านดวง และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยอัตราการขยายตัว 1% ในทุก 1 ล้านปี

ดร.คริสเตียน วูล์ฟ ผู้นำทีมนักดาราศาสตร์ที่ค้นพบหลุมดำดังกล่าวระบุว่า การที่มันดูดกลืนมวลสารปริมาณมากเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการปลดปล่อยความร้อนและพลังงานมหาศาลออกมาบริเวณจานสะสมกลุ่มฝุ่นและก๊าซที่หมุนวนอยู่โดยรอบ (Accretion disc) โดยส่วนใหญ่เป็นการปลดปล่อยรังสีอัลตราไวโอเลตและรังสีเอกซ์

ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดแสงสว่างเจิดจ้าในระดับสูงรอบหลุมดำมวลยิ่งยวด จนจัดได้ว่าเป็น “เควซาร์” หรือวัตถุส่องสว่างพลังงานสูงที่มักพบในห้วงอวกาศลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนแกนกลางของดาราจักรที่มีอายุเก่าแก่

“หากหลุมดำนี้ตั้งอยู่ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือก กลุ่มก๊าซมีประจุไฟฟ้าที่อยู่โดยรอบจะส่องสว่างเจิดจ้าบนท้องฟ้ายิ่งกว่าพระจันทร์เต็มดวงถึง 10 เท่า แต่ความรุนแรงของรังสีเอกซ์ที่แผ่ออกมา ก็จะทำให้โลกไม่สามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้เช่นกัน” ดร. วูล์ฟกล่าว

ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยใช้ข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ SkyMapper และข้อมูลจากดาวเทียม Gaia ขององค์การอวกาศยุโรป ในการระบุตำแหน่งของหลุมดำมวลยิ่งยวดดังกล่าว โดยชี้ว่าการที่มันมีอายุเก่าแก่กว่าหมื่นล้านปีเช่นนี้ แสดงว่าได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงแรก ๆ หลังการระเบิดครั้งใหญ่หรือบิ๊กแบงเลยทีเดียว ซึ่งนักดาราศาสตร์จะสามารถใช้แสงจากเควซาร์รอบหลุมดำนี้เพื่อการศึกษาความเป็นมาของจักรวาลในยุคเริ่มต้นที่ยังไม่มีดาวฤกษ์หรือ “ยุคมืด” ได้

รายงานการค้นพบนี้ถูกนำออกเผยแพร่ในคลังเอกสารวิชาการออนไลน์ arXiv.org และกำลังเตรียมจะตีพิมพ์ลงในวารสารสมาคมดาราศาสตร์แห่งออสเตรเลียต่อไป