คลังเก็บหมวดหมู่: อนุชิต หิวคง 7

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ที่ชาญฉลาดกับฉายา “สมองที่ 2″ ของมนุษย์

ภาพวาดลำไส้บนท้องของผู้หญิงคนหนึ่ง

ส่วนไหนของร่างกายที่มีเซลล์ประสาทมากกว่าไขสันหลังและทำงานได้อย่างอิสระจากระบบประสาทส่วนกลาง?

คำตอบที่คุณอาจไม่ทราบก็คือ ลำไส้ นั่นเอง ลำไส้ของเรามีเซลล์ประสาทหลายล้านเซลล์ นั่นคือเหตุผลที่ลำไส้ได้ฉายาว่าเป็น “สมองที่สอง” ของมนุษย์

ระบบย่อยอาหารของเรามีหน้าที่มากกว่าการย่อยอาหารที่เรากิน

จำนวนจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้

นักวิทยาศาสตร์ กำลังวิจัยว่า สุขภาพลำไส้ที่ดีขึ้นของเรา มีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น และช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิต ได้หรือไม่

นี่คือเรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับลำไส้ของเรา:

1. มันเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ

ภาพกราฟิกจุลินทรีย์ในลำไส้Image copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพแบคทีเรียนับล้านล้านตัวอาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา และช่วยในการย่อยอาหาร

ดร. เมแกน รอสซี นักโภชนาการ ซึ่งได้ปริญาญาเอกสาขาสุขภาพลำไส้ และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Gut Health Doctor กล่าวว่า “ระบบลำไส้ต่างไปจากอวัยวะอื่นในร่างกายเรา ตรงที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง มันตัดสินใจเองโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องให้สมองสั่งการว่าจะทำอะไร”

การทำงานที่เป็นอิสระของลำไส้ เรียกว่า ระบบประสาทลำไส้ (enteric nervous system–ENS) ซึ่งเป็นระบบย่อยในระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system–CNS) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้เพียงอย่างเดียว

ระบบนี้คล้ายกับเครือข่ายของเซลล์ประสาทที่โยงใยกันเป็นร่างแหอยู่ในกระเพาะและระบบย่อยอาหาร

ปกติแล้วระบบ ENS สื่อสารกับระบบ CNS ผ่านระบบประสาทซิมเพเทติก และพาราซิมพาเทติก (sympathetic and parasympathetic nervous systems)

2. ราว 70% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันอาศัยอยู่ในลำไส้

ผู้หญิงมีเครื่องหมายคำถามแปะที่หน้าผากImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพเซลล์ประสาทไม่ได้มีแค่อยู่ในสมองของคุณเท่านั้น

ดร. รอสซี บอกว่า นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมสุขภาพลำไส้จึงมีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราเพื่อต่อสู้กับโรคต่าง ๆ

เธอ กล่าวว่า งานวิจัยเมื่อไม่นานนี้ ระบุว่า การมีปัญหากระเพาะและลำไส้ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นด้วย เช่น ไข้หวัด

3. 50% ของอุจจาระคือ แบคทีเรีย

ของเสียจากร่างกายเราไม่ใช่มีแค่กากอาหารเท่านั้น แต่ยังมีแบคทีเรียจำนวนมากที่ส่งผลดีต่อร่างกาย ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการรักษาแบบการนำแบคทีเรียดีจากอุจจาระของคนหนึ่งไปใส่ในร่างกายของอีกคนที่มีแบคทีเรีย “ไม่ดี” อยู่ในลำไส้มากเกินไป

นอกจากนี้ ดร. รอสซี ยังกล่าวด้วยว่า จากการวิจัยพบว่า การขับถ่าย 3 ครั้งต่อวัน ไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

4. อาหารที่หลากหลายเป็นผลดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้

ผักนานาชนิด
คำบรรยายภาพแบคทีเรียในลำไส้ของเราชอบอาหารที่หลากหลาย และการรับประทานอาหารที่หลากหลายจะช่วยทำให้สุขภาพและอารมณ์ดีขึ้น

ลำไส้ของเราเป็นแหล่งจุลินทรีย์นับล้านล้านตัว พวกมันมีความสำคัญในการช่วยย่อยสารอาหารบางชนิด จุลินทรีย์แต่ละกลุ่มกินอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกินอาหารที่หลากหลายจึงช่วยทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น และทำให้สุขภาพดีขึ้นไปด้วย

ดร. รอสซี กล่าวว่า “ฉันบอกเสมอว่า จุลินทรีย์ ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ภายในร่างกายของเรา ซึ่งคุณต้องดูแลและประคบประหงมมัน”

ผู้คน ซึ่งกินอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ก็จะทำให้กลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่หลากหลายและไม่แข็งแรง

5. ลำไส้มีความเชื่อมโยงกับอารมณ์

ดร. รอสซี กล่าวว่า ถ้าคุณกำลังมีปัญหาลำไส้อยู่ ก็เป็นความคิดที่ดีในการสำรวจความเครียดของตัวเอง

เธอบอกว่า: “วิธีที่ฉันใช้อยู่คือ ฉันจะแนะนำให้คนไข้ของฉันทำสมาธิ 15-20 นาทีต่อวัน หลังจากที่พวกเขาทำต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ จนกลายเป็นนิสัย ฉันสังเกตเห็นว่า พวกเขามีอาการดีขึ้นเพียงเพราะทำเช่นนั้น”

อาหารที่เต็มไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้Image copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพการวิจัยใหม่ เป็นการศึกษาประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแบคทีเรีย “ดี”

“การบรรเทาความเครียดเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริง ๆ”

ปัจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงลำไส้และอารมณ์โดยทั่วไปของเราก็คือ สารเซโรโทนิน (serotonin) ประมาณ 80-90% เกิดขึ้นจากบริเวณทางเดินอาหาร

สารเซโรโทนิน เป็นสารสื่อประสาททางเคมี ที่ส่งผลต่อการทำงานหลายอย่างของร่างกาย รวมถึง การเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติทางจิตใจด้วย

การมีความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะลดระดับของสารเซโรโทนินลง และส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของเราได้ รวมถึงความสุข ระดับความกังวล และอารมณ์

การศึกษากับสัตว์หลายชนิดและมนุษย์ก่อนหน้านี้ ได้รวบรวมหลักฐานของการทำงานที่ไม่สอดประสานกันของกลุ่มจุลินทรีย์ที่พบในลำไส้ของผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า และมีปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ

ทำให้มีการวิจัยใหม่ในตอนนี้คือ การสั่งจ่ายยา “ไซโคไบโอติกส์” (psychobiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียดีหลายชนิดที่มีความสำคัญให้แก่คนไข้ เพื่อช่วยให้สุขภาพจิตของพวกเขาดีขึ้น

คนกำลังเอามือกุมท้องImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพดร. รอสซี กล่าวว่า ถ้าคุณกลัวอาหารบางชนิด คุณอาจจะมีอาการบางอย่างเกิดขึ้น ถ้าคุณรับประทานมันเข้า

6. ถ้าคุณเชื่อฝังใจว่า อาหารบางชนิดไม่ดีต่อตัวคุณ คุณก็จะมีอาการผิดปกติขึ้น

คนบางคนมีอาการปวดท้องง่าย แต่ดร. รอสซี ระบุว่า การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ถ้าคุณเริ่มรู้สึกกลัวอาหารบางชนิด คุณก็จะเริ่มมีอาการบางอย่าง ถ้าคุณกินมันเข้าไป

“ที่คลินิกของฉัน ฉันเห็นอยู่ตลอดว่า ความเชื่อนั้นทำให้เกิดปัญหาลำไส้ได้มากแค่ไหน” เธอ กล่าว

คนจำนวนมากเชื่อว่า กลูเตน (gluten) หรือ แล็กโตส (lactose) ส่งผลเสียต่อพวกเขา แม้ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาไม่แพ้ ทว่า เมื่อเชื่อแบบนั้น พวกเขาก็อาจเจอกับปัญหาเมื่อกินอาหารเหล่านี้ลงไป

7. คุณพัฒนาสุขภาพลำไส้ของคุณได้

ดร. รอสซี ได้ระบุ วิธีการทำให้ลำไส้มีสุขภาพดีขึ้นมาหลายข้อ

  • กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้
  • จัดการกับความเครียดในแบบของคุณ เช่น การทำสมาธิ, การพักผ่อน, การฝึกจิต หรือ ฝึกโยคะ เป็นต้น
  • ถ้าคุณมีปัญหาลำไส้อยู่แล้ว ให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และอาหารรสเผ็ด เพราะการรับประทานอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ปัญหาแย่ลง
  • พยายามปรับปรุงการนอน การศึกษาหนึ่งพบว่า ถ้าคุณรบกวนนาฬิการ่างกายด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการนอน ก็จะเป็นการรบกวนวงจรของจุลินทรีย์ในลำไส้ไปด้วย และจงจำไว้ว่า คุณต้องดูแลมันให้ดี

7 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ที่ชาญฉลาดกับฉายา “สมองที่ 2″ ของมนุษย์

ภาพวาดลำไส้บนท้องของผู้หญิงคนหนึ่ง

ส่วนไหนของร่างกายที่มีเซลล์ประสาทมากกว่าไขสันหลังและทำงานได้อย่างอิสระจากระบบประสาทส่วนกลาง?

คำตอบที่คุณอาจไม่ทราบก็คือ ลำไส้ นั่นเอง ลำไส้ของเรามีเซลล์ประสาทหลายล้านเซลล์ นั่นคือเหตุผลที่ลำไส้ได้ฉายาว่าเป็น “สมองที่สอง” ของมนุษย์

ระบบย่อยอาหารของเรามีหน้าที่มากกว่าการย่อยอาหารที่เรากิน

จำนวนจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราได้

นักวิทยาศาสตร์ กำลังวิจัยว่า สุขภาพลำไส้ที่ดีขึ้นของเรา มีส่วนทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น และช่วยแก้ปัญหาสุขภาพจิต ได้หรือไม่

นี่คือเรื่องน่าทึ่งเกี่ยวกับลำไส้ของเรา:

1. มันเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ

ภาพกราฟิกจุลินทรีย์ในลำไส้Image copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพแบคทีเรียนับล้านล้านตัวอาศัยอยู่ในลำไส้ของเรา และช่วยในการย่อยอาหาร

ดร. เมแกน รอสซี นักโภชนาการ ซึ่งได้ปริญาญาเอกสาขาสุขภาพลำไส้ และเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Gut Health Doctor กล่าวว่า “ระบบลำไส้ต่างไปจากอวัยวะอื่นในร่างกายเรา ตรงที่สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง มันตัดสินใจเองโดยอัตโนมัติ และไม่ต้องให้สมองสั่งการว่าจะทำอะไร”

การทำงานที่เป็นอิสระของลำไส้ เรียกว่า ระบบประสาทลำไส้ (enteric nervous system–ENS) ซึ่งเป็นระบบย่อยในระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system–CNS) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้เพียงอย่างเดียว

ระบบนี้คล้ายกับเครือข่ายของเซลล์ประสาทที่โยงใยกันเป็นร่างแหอยู่ในกระเพาะและระบบย่อยอาหาร

ปกติแล้วระบบ ENS สื่อสารกับระบบ CNS ผ่านระบบประสาทซิมเพเทติก และพาราซิมพาเทติก (sympathetic and parasympathetic nervous systems)

2. ราว 70% ของเซลล์ภูมิคุ้มกันอาศัยอยู่ในลำไส้

ผู้หญิงมีเครื่องหมายคำถามแปะที่หน้าผากImage copyrightGETTY IMAGES
คำบรรยายภาพเซลล์ประสาทไม่ได้มีแค่อยู่ในสมองของคุณเท่านั้น

ดร. รอสซี บอกว่า นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมสุขภาพลำไส้จึงมีความสำคัญในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราเพื่อต่อสู้กับโรคต่าง ๆ

เธอ กล่าวว่า งานวิจัยเมื่อไม่นานนี้ ระบุว่า การมีปัญหากระเพาะและลำไส้ทำให้มีโอกาสที่จะเป็นโรคต่าง ๆ ง่ายขึ้นด้วย เช่น ไข้หวัด

3. 50% ของอุจจาระคือ แบคทีเรีย

ของเสียจากร่างกายเราไม่ใช่มีแค่กากอาหารเท่านั้น แต่ยังมีแบคทีเรียจำนวนมากที่ส่งผลดีต่อร่างกาย ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดการรักษาแบบการนำแบคทีเรียดีจากอุจจาระของคนหนึ่งไปใส่ในร่างกายของอีกคนที่มีแบคทีเรีย “ไม่ดี” อยู่ในลำไส้มากเกินไป

นอกจากนี้ ดร. รอสซี ยังกล่าวด้วยว่า จากการวิจัยพบว่า การขับถ่าย 3 ครั้งต่อวัน ไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

4. อาหารที่หลากหลายเป็นผลดีต่อจุลินทรีย์ในลำไส้

ผักนานาชนิด
คำบรรยายภาพแบคทีเรียในลำไส้ของเราชอบอาหารที่หลากหลาย และการรับประทานอาหารที่หลากหลายจะช่วยทำให้สุขภาพและอารมณ์ดีขึ้น

ลำไส้ของเราเป็นแหล่งจุลินทรีย์นับล้านล้านตัว พวกมันมีความสำคัญในการช่วยย่อยสารอาหารบางชนิด จุลินทรีย์แต่ละกลุ่มกินอาหารที่แตกต่างกัน ดังนั้น การกินอาหารที่หลากหลายจึงช่วยทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น และทำให้สุขภาพดีขึ้นไปด้วย

ดร. รอสซี กล่าวว่า “ฉันบอกเสมอว่า จุลินทรีย์ ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ภายในร่างกายของเรา ซึ่งคุณต้องดูแลและประคบประหงมมัน”

ผู้คน ซึ่งกินอาหารเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ก็จะทำให้กลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ไม่หลากหลายและไม่แข็งแรง

5. ลำไส้มีความเชื่อมโยงกับอารมณ์

ดร. รอสซี กล่าวว่า ถ้าคุณกำลังมีปัญหาลำไส้อยู่ ก็เป็นความคิดที่ดีในการสำรวจความเครียดของตัวเอง

เธอบอกว่า: “วิธีที่ฉันใช้อยู่คือ ฉันจะแนะนำให้คนไข้ของฉันทำสมาธิ 15-20 นาทีต่อวัน หลังจากที่พวกเขาทำต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลา 3-4 สัปดาห์ จนกลายเป็นนิสัย ฉันสังเกตเห็นว่า พวกเขามีอาการดีขึ้นเพียงเพราะทำเช่นนั้น”

อาหารที่เต็มไปด้วยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้
คำบรรยายภาพการวิจัยใหม่ เป็นการศึกษาประโยชน์ของการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแบคทีเรีย “ดี”

“การบรรเทาความเครียดเป็นเรื่องที่สำคัญมากจริง ๆ”

ปัจจัยหนึ่งที่เชื่อมโยงลำไส้และอารมณ์โดยทั่วไปของเราก็คือ สารเซโรโทนิน (serotonin) ประมาณ 80-90% เกิดขึ้นจากบริเวณทางเดินอาหาร

สารเซโรโทนิน เป็นสารสื่อประสาททางเคมี ที่ส่งผลต่อการทำงานหลายอย่างของร่างกาย รวมถึง การเคลื่อนไหวของลำไส้ นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติทางจิตใจด้วย

การมีความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจจะลดระดับของสารเซโรโทนินลง และส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของเราได้ รวมถึงความสุข ระดับความกังวล และอารมณ์

การศึกษากับสัตว์หลายชนิดและมนุษย์ก่อนหน้านี้ ได้รวบรวมหลักฐานของการทำงานที่ไม่สอดประสานกันของกลุ่มจุลินทรีย์ที่พบในลำไส้ของผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า และมีปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ

ทำให้มีการวิจัยใหม่ในตอนนี้คือ การสั่งจ่ายยา “ไซโคไบโอติกส์” (psychobiotics) ซึ่งเป็นแบคทีเรียดีหลายชนิดที่มีความสำคัญให้แก่คนไข้ เพื่อช่วยให้สุขภาพจิตของพวกเขาดีขึ้น

คนกำลังเอามือกุมท้อง
คำบรรยายภาพดร. รอสซี กล่าวว่า ถ้าคุณกลัวอาหารบางชนิด คุณอาจจะมีอาการบางอย่างเกิดขึ้น ถ้าคุณรับประทานมันเข้า

6. ถ้าคุณเชื่อฝังใจว่า อาหารบางชนิดไม่ดีต่อตัวคุณ คุณก็จะมีอาการผิดปกติขึ้น

คนบางคนมีอาการปวดท้องง่าย แต่ดร. รอสซี ระบุว่า การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ถ้าคุณเริ่มรู้สึกกลัวอาหารบางชนิด คุณก็จะเริ่มมีอาการบางอย่าง ถ้าคุณกินมันเข้าไป

“ที่คลินิกของฉัน ฉันเห็นอยู่ตลอดว่า ความเชื่อนั้นทำให้เกิดปัญหาลำไส้ได้มากแค่ไหน” เธอ กล่าว

คนจำนวนมากเชื่อว่า กลูเตน (gluten) หรือ แล็กโตส (lactose) ส่งผลเสียต่อพวกเขา แม้ว่าแท้จริงแล้ว พวกเขาไม่แพ้ ทว่า เมื่อเชื่อแบบนั้น พวกเขาก็อาจเจอกับปัญหาเมื่อกินอาหารเหล่านี้ลงไป

7. คุณพัฒนาสุขภาพลำไส้ของคุณได้

ดร. รอสซี ได้ระบุ วิธีการทำให้ลำไส้มีสุขภาพดีขึ้นมาหลายข้อ

  • กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มจุลินทรีย์ในลำไส้
  • จัดการกับความเครียดในแบบของคุณ เช่น การทำสมาธิ, การพักผ่อน, การฝึกจิต หรือ ฝึกโยคะ เป็นต้น
  • ถ้าคุณมีปัญหาลำไส้อยู่แล้ว ให้หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และอาหารรสเผ็ด เพราะการรับประทานอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ปัญหาแย่ลง
  • พยายามปรับปรุงการนอน การศึกษาหนึ่งพบว่า ถ้าคุณรบกวนนาฬิการ่างกายด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการนอน ก็จะเป็นการรบกวนวงจรของจุลินทรีย์ในลำไส้ไปด้วย และจงจำไว้ว่า คุณต้องดูแลมันให้ดี

โพรไบโอติกส์: คุณกล้าดื่มสมูทตี้ ที่ทำมาจากอึทารกหรือไม่?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โพรไบโอติกส์: คุณกล้าดื่มสมูทตี้ ที่ทำมาจากอึทารกหรือไม่?

คุณกล้าดื่มสมูทตี้ ที่ทำมาจากอึทารกหรือไม่? มันอาจจะดีต่อสุขภาพเพราาะประกอบด้วยโพรไบโอติกส์ จำนวนมากที่ช่วยต้านทานโรค และสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

นักวิจัยโรงเรียนแพทย์เวกฟอเรสต์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาของสหรัฐฯ ระบุว่า โพรไบโอติกส์เป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากในวงการอาหาร ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

โพรไบโอติกส์ เป็นที่รู้จักในฐานะ ‘แบคทีเรียดี’ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น

ผู้ที่ปัญหาการย่อยอาหารได้รับคำแนะนำให้กินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ อย่าง โยเกิร์ต

ทีมวิจัยในสหรัฐฯ ระบุว่า อึของทารก เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะปกติทารกไม่เจ็บป่วยจาก โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ อย่างเบาหวานชนิดที่ 2 และมะเร็ง

มีการเก็บตัวอย่างผ้าอ้อม จากทารกสุขภาพดี 34 คน พบแบคทีเรีย 10 สายพันธุ์ พวกเขาพบว่าแบคทีเรียเหล่านี้ ผลิตกรดไขมันสายสั้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการรักษาสุขภาพของลำไส้ จนถึงปัจจุบัน มีการทดสอบเฉพาะในหนู และคนที่เคยมีอาการด้านลำไส้

นักวิทยาศาสตร์ ตั้งเป้าที่จะทำแบคทีเรียให้อยู่ในรูปของนม เพื่อให้นำไปผสมกับโยเกิร์ต หรือ สมูทตี้ได้ง่าย

ไม่ต้องกังวล ไม่มีใครต้องกินอึทารกจริง ๆ

เบราว์เซอร์ Firefox จะใช้ระบบป้องกันการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์เป็นค่าเริ่มต้น ในปี 2019

เบราว์เซอร์ Firefox จะใช้ระบบป้องกันการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์เป็นค่าเริ่มต้น ในปี 2019

คลิก facebook

เว็บเบราว์เซอร์ Firefox นั้นขึ้นชื่อด้านความพยายามในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้มาอย่างยาวนาน อย่างเช่น แอพฯ Firefox Focus ที่มีความสามารถในการปิดกั้นการเก็บข้อมูลการใช้งาน, Cookies และลบข้อมูลการท่องเว็บไซต์ทุกครั้งที่เราทำการปิดแอพ ล่าสุดทาง Mozilla ผู้พัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ Firefox จะเพิ่มความเข้มงวดไปอีกขั้น ด้วยการประกาศว่าจะตั้งค่าเริ่มต้นให้ตัวเว็บเบราว์เซอร์ Firefox ให้ปิดกั้นการทำงานของ Tracking scripts (ตัวคำสั่งในการเก็บข้อมูล) เป็นค่าเริ่มต้น

ทาง Mozilla กล่าวว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะถูกใช้ใน Firefox 65 ที่คาดว่าจะปล่อยออกมาในเดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะฟังดูดี แต่มันก็มีข้อเสียเช่นกันหาก Firefox จะปิดกั้นการเก็บข้อมูลทั้งหมด เพราะในการพัฒนาเว็บไซต์ ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้ข้อมูลที่ได้จากลักษณะการใช้งานของผู้ใช้นี่แหละ มาปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด หรือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์ยอดนิยมอย่างเช่น Google Analytics ที่มีการเก็บข้อมูลว่า ผู้ใช้นิยมใช้เบราว์เซอร์ตัวไหนในการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ชอบเข้าลิงค์ไหนมากที่สุด ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถเก็บได้เลย ดังนั้นผู้พัฒนาเว็บไซต์จะไม่สามารถพัฒนาเว็บให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน Firefox ได้

ทั้งนี้ ยังอีกนานกว่า Mozilla จะประกาศใช้นโยบายใหม่นี้ ก็ต้องมาดูว่าภายในเวลาที่เหลืออยู่ จะมีแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร

ผลงานวิจัยล่าสุดชี้ชัด จิบเหล้าจิบเบียร์วันละนิด ไม่ได้ดีต่อสุขภาพ มีแต่ทำให้ตายไวขึ้น

ผลงานวิจัยล่าสุดชี้ชัด จิบเหล้าจิบเบียร์วันละนิด ไม่ได้ดีต่อสุขภาพ มีแต่ทำให้ตายไวขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบจอบเหล้าจิบเบียร์วันละนิดเพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังเลิกงาน โดยอิงตามข้อมูลบางอย่างที่ว่า การกินเหล้ากินเบียร์วันละนิดนั้นปลอดภัย แถมยังดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก ก็อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อมีข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดออกมาว่า ไม่มีปริมาณการดื่มที่ปลอดภัยสำหรับเหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายทั้งปวง คือไม่ว่าจะดื่มเล็กน้อยขนาดไหนก็เป็นผลเสียกับสุขภาพ และทำให้ตายเร็วขึ้นทั้งสิ้น โดยผลการวิจัยนี้ เป็นการสรุปผลจากการทำแบบสำรวจกว่า 700 ครั้ง โดยความมุ่งหมายที่จะชี้ให้เห็นภาพรวมที่ครอบคลุมของถึงผลที่ร่างกายจะได้รับจากการดื่มแอลกอฮอล์ และบทสรุปก็ออกมาแบบที่ไม่สู้จะดีสักเท่าไหร่

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ The Lancet ได้แสดงให้เห็นสถิติที่น่าตกใจจากผลการดื่มแอลกอฮอล์มีการเปิดเผยว่าเฉพาะในปี 2016 เพียงปีเดียว มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 3 ล้านคนเกี่ยวเนื่องกับการดื่มแอลกอฮอล์ โดย 12% ของผู้ตาย เป็นชายที่มีอายุอยู่ในช่วง 15 – 49 ปี

อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีการแจกแจงประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าเป็น เหล้า, ไวน์, เบียร์ หรือเครื่องดื่มประเภทไหน รวมถึงไม่มีการอธิบายเรื่อง “ปริมาณหนึ่งดื่มมาตรฐาน” ของแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่นประเทศ อังกฤษ ปริมาณหนึ่งดื่มมาตรฐาน จะมีแอลกอฮอล์ 8 กรัม ในขณะที่ ปริมาณหนึ่งดื่มมาตรฐาน ของสหรัฐอเมริกา จะมีแอลกอฮอล์ 14 กรัม ซึ่งความแตกต่างในเรื่องนี้นันว่ามีความสำคัญในการวิจัย แต่อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยอธิบายอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยเพียงใด ก็ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแต่อย่างใด สรุปผลจากกงานวิจัยนี้ คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทไม่มีผลดีต่อร่างกายแต่อย่างใด

และไม่เพียงแต่ไม่มีผลดี นักวิทยาศาสตร์ยังบอกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายกาจ และมีหลักฐานชัดเจนว่าแอลกอฮอล์นั้นเชื่อมโยงกับโรคร้ายนับ 20 ชนิด อาทิ มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ รวมถึงเป็นต้นตอของอุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะ สิ่งเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดคนกับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์

ด็อกเตอร์ Emmanuela Gakidou จาก University of Washington ผู้เขียนอาวุโสของงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า 
มีความจำเป็นเร่งด่วน และจำเป็นต้องปรับปรุงนโยบายเพื่อส่งเสริมให้มีการลดระดับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของผู้คนหรือละเว้นการดื่มแอลกอฮอล์
 และความเชื่อที่ว่า การดื่มแอลกอฮอล์วันละเล็กน้อยนั้นดีต่อสุขภาพ นั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่จริง และผลการวิจัยนี้ก็เป็นการล้มล้างความเชื่อผิดๆ โดยสิ้นเชิง”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ข่าวที่รื่นหูสำหรับสิงห์นักดื่ม หรือคนที่ชอบจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันละนิดวันละหน่อยเพื่อหัวงผลดีต่อสุขภาพ ก็ต้องบอกว่าสำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพอย่างแท้จริง ก็ควรปรับเปลี่ยนจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นดื่มน้ำผลไม้แทนก็จะดีกว่านะ

คดีเกาะเต่า : 4 ประเด็นน่าสนใจคดีอาชญากรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เกิดคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องบนเกาะเต่า

ชื่อเกาะเต่าปรากฏบนกระดานข่าวทั้งไทยและต่างประเทศอีกครั้ง พร้อม ๆ กับคำถามถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน หลังจากสื่ออังกฤษตีพิมพ์รายงานข่าวนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะแห่งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และพยายามให้รายละเอียดเรื่องนี้กับตำรวจแต่ไม่ได้รับความสนใจ

เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริหารในท้องถิ่นของเกาะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เกาะแห่งความตาย” นี้มองว่าข่าวที่เผยแพร่ออกไปหลายต่อหลายครั้ง เป็นความตั้งใจโจมตีและทำลายชื่อเสียงการท่องเที่ยวไทย

ขณะที่นักกฎหมายที่เคยทำคดีอาชญากรรมที่เคยเกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้บอกว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย และงานสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่คือช่องโหว่ที่ทำให้เกิดอาชญากรรมอย่างน้อย 7 ครั้งในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งที่ตัดสินไปแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

เหตุร้ายที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่ามีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง รวมทั้ง 4 ประเด็น ที่บีบีซีไทยรวบรวมมานำเสนอ

1) ทำไมต้องเป็น “หาดทรายรี”

หากพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีการเสียชีวิตแบบไม่เป็นธรรมชาติของชาวต่างชาติ ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า “หาดทรายรี” เป็นจุดหนึ่งที่เกิดเหตุกับชาวต่างชาติอย่างน้อย 7 กรณี ไม่รวมเหตุการณ์ที่เพิ่งเป็นข่าวเมื่อปลายสัปดาห์นี้ ที่ตำรวจระบุว่าจะเชิญผู้เสียหายและเพื่อนมาให้ปากคำ

พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง.ผกก.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า อธิบายกับบีบีซีไทยว่า หาดทรายรี เป็นจุดชุมนุมและแหล่งบันเทิงใหญ่ที่สุดบนเกาะเต่า มีสถานบันเทิงราว 10 แห่ง

“ต้องบอกว่าหาดทรายรีถือเป็นจุดไฮไลท์ของเกาะเต่า เพราะมีหาดทรายยาวที่สุด จึงทำให้เป็นจุดที่คนพลุกพล่าน มีร้านค้าและช็อปปิ้ง ร้านอาหารมากมาย” นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวเสริม

พื้นที่ที่เกิดคดีนักท่องเที่ยวต่างชาติบนเกาะเต่าระหว่างปี 2557-2561

หน่วยงานราชการในท้องถิ่นได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดบนหาดทรายรีไปแล้ว 170 ตัว ขณะที่ สน.เกาะเต่า เพิ่งติดตั้งเพิ่มเติมอีก 16 ตัว ไม่นับรวมกับกล้องวงจรปิดที่ภาคเอกชนติดตั้งเอง เพื่อดูแลความปลอดภัยของชายหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแห่งนี้

พ.ต.ท.นพา อธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการจัดตั้งสถานีตำรวจภูธรเกาะเต่าตั้งแต่ วันที่ 15 ม.ค. 58 เป็นต้นมา ทำให้มาตรการการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเต็มระบบ รวมทั้งการสืบสอบสวนเป็นไปอย่างเต็มศักภาพมากขึ้น เขายอมรับว่ามีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางเพศอยู่บ้าง เช่น ในปี 2558 เกิดขึ้น 2 ราย สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว ในขณะที่ ปี 2559 และ 2560 ไม่มีคดีดังกล่าว

ส่วนคดีอื่น ๆ นั้น พ.ต.ท.นพา บอกว่าเป็นการกล่าวหาทั้งสิ้น “อย่างไรก็ตาม ทุก ๆ ปี ก็มีเรื่องว่าโกหกว่าโดนข่มขืน อย่างน้อย สองรายที่เป็นชาวต่างชาติ”

2) คำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในคดีชาวต่างชาติ

นายนคร ชมพูชาติ หัวหน้าทีมทนายความฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา 2 คน ในคดีข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า เมื่อปี 2557 ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมบนเกาะแห่งนี้ ก็เพราะเป็นกรณีที่อื้อฉาว และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และมีหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตามทัศนะของทนายผู้นี้มองว่า ช่องโหว่สำคัญของการดำเนินคดีคือเรื่องของหลักฐาน โดยตำรวจอาจมุ่งหาผู้กระทำความผิด จนอาจไม่ได้คำนึงถึงหลักฐานอื่น ๆ รอบข้าง

น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ (ซ้าย) และ นายเดวิด มิลเลอร์ ถูกฆาตกรรม บริเวณหาดทรายรี บนเกาะเต่าเมื่อ ก.ย. 2557
คำบรรยายภาพน.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ (ซ้าย) และ นายเดวิด มิลเลอร์ ถูกฆาตกรรมบริเวณหาดทรายรี บนเกาะเต่าเมื่อ ก.ย. 2557 โดยผู้ต้องหาคือ แรงงานชาวเมียนมา 2 คน คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการยื่นต่อศาลฎีกา

นายนครแนะว่า เจ้าหน้าที่ต้องแสดงให้เห็นกระบวนการทำงานอันเป็นที่ยอมรับได้ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ต้องมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาเป็นผู้กำกับ รวมทั้งมีแผนในการดูแลประชาชนเป็นอย่างดี

ด้าน พ.ต.ท.นพา อธิบายว่า ปัจจุบันตำรวจไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีหน่วยงานทหาร และฝ่ายปกครอง มาสนับสนุน เพิ่มทางเลือกในการคุ้มครองความมั่นใจให้ผู้เสียหาย

ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า บอกว่า หากพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนวันละประมาณ 15,000 คน ต่อกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ จะมีสัดส่วน 1 นาย ดูแลนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน

3) สงครามข้อมูลข่าวสาร

นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่ผ่านมาเกาะเต่าถูกโจมตีด้วยข่าวในทำนองนี้มาโดยตลอด อาจจะเพื่อทำลายชื่อเสียงของเกาะและการท่องเที่ยวของไทย แม้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นแล้วก็ตาม

“หากพิจารณาแล้ว มาตรการต่าง ๆ ที่ผ่านมา น่าจะสามารถทำให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจมากขึ้น แต่ที่ยังคิดว่าเป็นช่องโหว่คือระบบไอที ซึ่งคาดว่ารัฐอาจจะไม่พร้อมในเรื่องนี้ ในเรื่องการปรับฐานข้อมูลในกูเกิลทั้งหมด” นายไชยันต์เสนอ

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยให้เพิ่มข้อมูลเป็นบวกมากขึ้น เพราะมองว่าการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศและเฟซบุ๊กเพจบางรายเป็น “การโจมตีทางไซเบอร์”

เฟซบุ๊ก CSI LA เป็นหนึ่งในเฟซบุ๊กที่ติดตามการรายงานข่าวคดีที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่าอย่างต่อเนื่อง บีบีซีไทยได้สอบถามไปยังผู้บริหารเพจ ได้รับการยืนยันว่าได้พยายามนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องทั้งที่ได้จากสำนักข่าวต่างประเทศ และคนในพื้นที่จริง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือไปจากนี้

4) ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต้องมาก่อน

เกาะเต่าถือเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม จนได้รับการกล่าวขวัญว่า “สวรรค์ของการดำน้ำ″ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวราว 1.33 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจบนเกาะเต่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายไชยันต์ บอกว่า ไม่ต้องการให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นบนเกาะเต่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้ง ๆ ทุกคนได้เรียนรู้ จึงช่วยเฝ้าระวัง ซึ่งกันและกัน เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบจะเกิดกับชาวเกาะเต่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เครื่องบินตกในอินโดนีเซีย: พบเด็กอายุ 12 ปีรอดตายปาฏิหาริย์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาเดินทางเข้าไปยังจุดที่เครื่องบินตกกว่า 2 ชั่วโมง

พบเด็กน้อยอายุ 12 ปีรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ในซากเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุตกบนเขาในอินโดนีเซียใกล้กับเขตชายแดนติดกับปาปัวนิวกินี ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรืออีก 8 คนเสียชีวิต

โดยภาพถ่ายในจุดเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่า เด็กน้อยคนดังกล่าวยังคงมีสติอยู่ เจ้าหน้าที่พบเด็กที่รอดชีวิตรายนี้เมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมา ภายหลังจากเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำของสายการบิน ดิโมนิม แอร์ ซึ่งเป็นเครื่องบินปิลาตุส ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

มีรายงานว่าเครื่องบินลำดังกล่าวขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินมาตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (11 ส.ค.) หลังจากเดินทางจากเมืองตานาห์ เมราห์ ไปเพียง 40 นาที ทางตอนใต้เพื่อไปเมืองออคซิบิลในจังหวัดปาปัว โดยเที่ยวบินดังกล่าวมีคนทั้งหมด 9 คน ในจำนวนนั้นมีลูกเรือ 2 คนรวมอยู่ด้วย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องบินกระแทกพื้นดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงระเบิด

เด็กคนดังกล่าวถูกลำเลียงออกมาโดยแปลกู้ภัยอย่างทุลักทุเล
คำบรรยายภาพเด็กคนดังกล่าวถูกลำเลียงออกมาโดยแปลกู้ภัยอย่างทุลักทุเล

ทางการได้เริ่มกระบวนการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นทางเลือกไม่กี่ทาง เพื่อเข้าถึงจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ห่างไกลที่รายรอบไปด้วยเทือกเขา จึงทำให้ระบบการนำทางการบินทำได้อย่างลำบาก ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ผันผวน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การทำการบินมายังสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อสามปีที่แล้ว เครื่องบินสองใบพัดของสายการบินไตรกานา แอร์ ก็ประสบอุบัติเหตุใกล้กับเมืองออคซิบิล ซึ่งทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินทั้งหมด 54 คนเสียชีวิตทั้งหมด

แผนที่

ภารกิจ “แตะ” ดวงอาทิตย์ของนาซา

กำหนดการปัจจุบัน นาซา หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ มีกำหนดการส่งยานสำรวจดวงอาทิตย์พาร์คเกอร์ (Parker Solar Probe) วันที่ 11 ส.ค. นี้

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1928220040576139

ยานสำรวจขนาดเท่ารถยนต์คันเล็ก ๆ นี้ มีภารกิจที่จะเข้าไปถึงชั้นบรรยากาศรอบนอกของดวงอาทิตย์ พร้อมกับเกราะป้องกันความร้อนพิเศษจะช่วยให้ยานทนความร้อนได้ถึง 1,500 องศาเซลเซียส โดยจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สุดถึง 690,000 กม./ชม.

นาซาประกาศแผนดำเนินโครงการนี้เมื่อปี 2009 โดยใช้งบประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 5 หมื่นล้านบาท) โดยยานสำรวจมีกำหนดการโคจรรอบดวงอาทิตย์นาน 7 ปี โดยจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์ แล้วจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา ส่วนเป้าหมายหลักของการเก็บข้อมูล คือเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนนอกสุดของชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ

นาซาได้เปลี่ยนชื่อยานสำรวจดวงอาทิตย์ลำนี้จากเดิมคือ “โซลาร์โพรบพลัส” มาเป็น “พาร์กเกอร์ โซลาร์โพรบ” เพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.ยูจีน ปาร์กเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านลมสุริยะ

นอกจากนาซาแล้ว องค์การอวกาศยุโรป เป็นอีกหน่วยงานที่มีแผนจะปล่อยยานสำรวจดวงอาทิตย์ชื่อ โซลาร์ ออร์บิเทอร์ ในเดือน ก.พ. ปี 2019

ไม่ธรรมดา เมื่ออดีตวิศวกร NASA สร้างปืนฉีดน้ำยักษ์ ระดับความแรงบอกเลยว่าโหดลืมตาย

ไม่ธรรมดา เมื่ออดีตวิศวกร NASA สร้างปืนฉีดน้ำยักษ์ ระดับความแรงบอกเลยว่าโหดลืมตาย

ปืนฉีดน้ำ เป็นไอเทมที่ฮอตมากๆ ในช่วงสงกรานต์บ้านเรา และในสงกรานต์ปีหน้าถ้าใครจะเอาปืนฉีดน้ำมาเล่นกับเรา ให้ลองดูดีๆ ก่อนว่าไม่ใช่เจ้าปืนฉีดน้ำยักษ์กระบอกนี้ มันมีความยาวถึง 7 ฟุต (2.13 เมตร) และมีความแรงในการฉีดน้ำที่สูงหฤโหดถึง 2,400 psi (แรงดันน้ำสูงเป็น 2,400 เท่าของแรงดันอากาศที่ระดับน้ำทะเล) และความเร็วของกระแสน้ำที่สูงถึง 243 ไมล์ต่อชั่วโมง (391 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

คุณ Mark Rober เป็นวิศวกรรุ่นแรกๆ ของ NASA ที่ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็น YouTuber (คนที่ทำเนื้อหาลงยูทูป) และผลงานชิ้นล่าสุดของเขาก็ทำลายสถิติโลกซะด้วย ปืนฉีดน้ำยักษ์ที่มีความยาวเกิน 2 เมตร ได้ครองตำแหน่งที่สุดใน Guinness Book และวีดีโอดังต่อไปนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ปืนฉีดน้ำของเขาทรงประสิทธิภาพขนาดไหน

รูปทรงของมันคล้ายกับปืนฉีดน้ำรุ่นคลาสสิคอย่าง Super Soaker 50 ซึ่งเป็นปืนฉีดน้ำรุ่นแรกที่มีวางขายในร้านของเล่นในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยประสิทธิภาพของเจ้า Super Soaker 50 คือการฉีดน้ำที่แรงดัน 40 psi ซึ่งเป็นระดับความแรงที่ฉีดเล่นกับเพื่อนแบบขำๆ ได้ แต่ Mark Rober ต้องการอะไรที่สุดยอดกว่านั้น

ปืนฉีดน้ำไซส์ยักษ์ของเขาก็ดูไม่คล้ายกับตัวต้นฉบับสักเท่าไหร่ มันไม่มีมือจับสำหรับการปัมพ์อากาศเข้าไปในถัง และในส่วนของถังเก็บน้ำก็ไม่ได้อยู่ตรงส่วนที่เป็นสีเขียวๆ ด้านบนตัวปืนแต่อย่างใด แต่ถังเก็บน้ำของจริงซ่อนอยู่ในส่วนของกริปมือจับขนาดยักษ์ เคล็ดลับของความแรงคือการใช้ไนโตรเจนแรงดันสูงในการดันน้ำออกไปทางปากกระบอก ทำให้กระแสน้ำที่พุ่งออกไปมีความรุนแรงมากๆ

และจากข้อมูลของคุณ Mark Rober เข้าอ้างว่า แรงดันน้ำนั้นสูงถึง 2,400 psi เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือ ปืนฉีดน้ำของเขามีความแรงกว่าน้ำที่พุ่งออกมาจากท่อของรถดับเพลิงถึง 8 เท่า แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเจอกับกระแสน้ำที่รุนแรงในระดับนี้อย่างแน่นอน

ในคลิปวีดีโอ เราจะได้เห็นการสาธิตความแรงของปืนกระบอกนี้ด้วยการหั่นสิ่งของต่างๆ ให้ขาดกลางด้วยกระแสน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกล้วย ไส้กรอก แตงโม นอกจากนี้ หัวพ่นน้ำของปืนยังเลือกเปลี่ยนได้หลายแบบตามความต้องการ อาทิ หัวฉีดแบบแรงสุด, หัวฉีดแบบกระแสน้ำเรียวเล็ก หรือหัวฉีดที่ปล่อยปริมาณน้ำได้มากที่สุด โดยเขาใช้เวลา 6 เดือนในการสร้างปืนกระบอกนี้ และดูเหมือนว่าเขาจะภูมิใจกับปืนกระบอกนี้มากๆ

 

Apple ฉลอง World Emoji Day ทำ Memoji เป็นรูปเหล่าผู้บริหารจาก Apple

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1916177971780346

วันฉลองการใช้งาน Emoji หรือ World Emoji Day ในวันนี้เองคนส่วนใหญ่ จะนิยมสื่อสารกันด้วย Emoji แทนข้อความ หรือบางคนก็ Cosplay ตัวเองเป็น Emoji นั้น ๆ เลยก็มี ล่าสุดทาง Apple ก็ได้ร่วมฉลอง World Emoji Day นี้ด้วย โดยการเอา Memoji มาทำเป็นรูปใบหน้าของเหล่าผู้บริหารจาก Apple ซะเลย

สำหรับ Memoji ก็เป็นฟีเจอร์ทำ Animoji หน้าคนแบบใหม่ใน iOS 12 ที่ใช้เทคโนโลยี AR สแกนใบหน้าผู้ใช้ให้กลายเป็นหน้า Emoji ที่สามารถขยับใบหน้าตามแบบ Real Time ได้เลย และยังปรับแต่งสีผิวสีผมและส่วนต่าง ๆ ได้เหมือนตัวผู้ใช้เองจริง ๆ ได้ด้วย

ท้ายนี้ทาง Apple ได้เพิ่ม Emoji เข้ามาใหม่ใน iOS 12 ถึง 70 รูปแบบ เพื่อฉลองวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตัวฟีเจอร์ Memoji และ Animoji ยังคงใช้งานได้เฉพาะ iPhone X ที่มีกล้อง TrueDepth และ Face ID