คลังเก็บหมวดหมู่: อนุชิต หิวคง 7

โพรไบโอติกส์: คุณกล้าดื่มสมูทตี้ ที่ทำมาจากอึทารกหรือไม่?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โพรไบโอติกส์: คุณกล้าดื่มสมูทตี้ ที่ทำมาจากอึทารกหรือไม่?

คุณกล้าดื่มสมูทตี้ ที่ทำมาจากอึทารกหรือไม่? มันอาจจะดีต่อสุขภาพเพราาะประกอบด้วยโพรไบโอติกส์ จำนวนมากที่ช่วยต้านทานโรค และสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

นักวิจัยโรงเรียนแพทย์เวกฟอเรสต์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาของสหรัฐฯ ระบุว่า โพรไบโอติกส์เป็นประเด็นที่พูดถึงกันมากในวงการอาหาร ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

โพรไบโอติกส์ เป็นที่รู้จักในฐานะ ‘แบคทีเรียดี’ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น

ผู้ที่ปัญหาการย่อยอาหารได้รับคำแนะนำให้กินอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ อย่าง โยเกิร์ต

ทีมวิจัยในสหรัฐฯ ระบุว่า อึของทารก เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะปกติทารกไม่เจ็บป่วยจาก โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ อย่างเบาหวานชนิดที่ 2 และมะเร็ง

มีการเก็บตัวอย่างผ้าอ้อม จากทารกสุขภาพดี 34 คน พบแบคทีเรีย 10 สายพันธุ์ พวกเขาพบว่าแบคทีเรียเหล่านี้ ผลิตกรดไขมันสายสั้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ในการรักษาสุขภาพของลำไส้ จนถึงปัจจุบัน มีการทดสอบเฉพาะในหนู และคนที่เคยมีอาการด้านลำไส้

นักวิทยาศาสตร์ ตั้งเป้าที่จะทำแบคทีเรียให้อยู่ในรูปของนม เพื่อให้นำไปผสมกับโยเกิร์ต หรือ สมูทตี้ได้ง่าย

ไม่ต้องกังวล ไม่มีใครต้องกินอึทารกจริง ๆ

เบราว์เซอร์ Firefox จะใช้ระบบป้องกันการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์เป็นค่าเริ่มต้น ในปี 2019

เบราว์เซอร์ Firefox จะใช้ระบบป้องกันการเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์เป็นค่าเริ่มต้น ในปี 2019

คลิก facebook

เว็บเบราว์เซอร์ Firefox นั้นขึ้นชื่อด้านความพยายามในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้มาอย่างยาวนาน อย่างเช่น แอพฯ Firefox Focus ที่มีความสามารถในการปิดกั้นการเก็บข้อมูลการใช้งาน, Cookies และลบข้อมูลการท่องเว็บไซต์ทุกครั้งที่เราทำการปิดแอพ ล่าสุดทาง Mozilla ผู้พัฒนาเว็บเบราว์เซอร์ Firefox จะเพิ่มความเข้มงวดไปอีกขั้น ด้วยการประกาศว่าจะตั้งค่าเริ่มต้นให้ตัวเว็บเบราว์เซอร์ Firefox ให้ปิดกั้นการทำงานของ Tracking scripts (ตัวคำสั่งในการเก็บข้อมูล) เป็นค่าเริ่มต้น

ทาง Mozilla กล่าวว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะถูกใช้ใน Firefox 65 ที่คาดว่าจะปล่อยออกมาในเดือนมกราคม ปีพ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะฟังดูดี แต่มันก็มีข้อเสียเช่นกันหาก Firefox จะปิดกั้นการเก็บข้อมูลทั้งหมด เพราะในการพัฒนาเว็บไซต์ ส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้ข้อมูลที่ได้จากลักษณะการใช้งานของผู้ใช้นี่แหละ มาปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด หรือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์ยอดนิยมอย่างเช่น Google Analytics ที่มีการเก็บข้อมูลว่า ผู้ใช้นิยมใช้เบราว์เซอร์ตัวไหนในการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ ชอบเข้าลิงค์ไหนมากที่สุด ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถเก็บได้เลย ดังนั้นผู้พัฒนาเว็บไซต์จะไม่สามารถพัฒนาเว็บให้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ใช้งาน Firefox ได้

ทั้งนี้ ยังอีกนานกว่า Mozilla จะประกาศใช้นโยบายใหม่นี้ ก็ต้องมาดูว่าภายในเวลาที่เหลืออยู่ จะมีแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร

ผลงานวิจัยล่าสุดชี้ชัด จิบเหล้าจิบเบียร์วันละนิด ไม่ได้ดีต่อสุขภาพ มีแต่ทำให้ตายไวขึ้น

ผลงานวิจัยล่าสุดชี้ชัด จิบเหล้าจิบเบียร์วันละนิด ไม่ได้ดีต่อสุขภาพ มีแต่ทำให้ตายไวขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบจอบเหล้าจิบเบียร์วันละนิดเพื่อเป็นการผ่อนคลายหลังเลิกงาน โดยอิงตามข้อมูลบางอย่างที่ว่า การกินเหล้ากินเบียร์วันละนิดนั้นปลอดภัย แถมยังดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก ก็อาจต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เมื่อมีข้อมูลจากงานวิจัยล่าสุดออกมาว่า ไม่มีปริมาณการดื่มที่ปลอดภัยสำหรับเหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายทั้งปวง คือไม่ว่าจะดื่มเล็กน้อยขนาดไหนก็เป็นผลเสียกับสุขภาพ และทำให้ตายเร็วขึ้นทั้งสิ้น โดยผลการวิจัยนี้ เป็นการสรุปผลจากการทำแบบสำรวจกว่า 700 ครั้ง โดยความมุ่งหมายที่จะชี้ให้เห็นภาพรวมที่ครอบคลุมของถึงผลที่ร่างกายจะได้รับจากการดื่มแอลกอฮอล์ และบทสรุปก็ออกมาแบบที่ไม่สู้จะดีสักเท่าไหร่

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ The Lancet ได้แสดงให้เห็นสถิติที่น่าตกใจจากผลการดื่มแอลกอฮอล์มีการเปิดเผยว่าเฉพาะในปี 2016 เพียงปีเดียว มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 3 ล้านคนเกี่ยวเนื่องกับการดื่มแอลกอฮอล์ โดย 12% ของผู้ตาย เป็นชายที่มีอายุอยู่ในช่วง 15 – 49 ปี

อย่างไรก็ดี ไม่ได้มีการแจกแจงประเภทของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่าเป็น เหล้า, ไวน์, เบียร์ หรือเครื่องดื่มประเภทไหน รวมถึงไม่มีการอธิบายเรื่อง “ปริมาณหนึ่งดื่มมาตรฐาน” ของแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่นประเทศ อังกฤษ ปริมาณหนึ่งดื่มมาตรฐาน จะมีแอลกอฮอล์ 8 กรัม ในขณะที่ ปริมาณหนึ่งดื่มมาตรฐาน ของสหรัฐอเมริกา จะมีแอลกอฮอล์ 14 กรัม ซึ่งความแตกต่างในเรื่องนี้นันว่ามีความสำคัญในการวิจัย แต่อย่างไรก็ดี ทีมวิจัยอธิบายอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าจะดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยเพียงใด ก็ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพแต่อย่างใด สรุปผลจากกงานวิจัยนี้ คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทไม่มีผลดีต่อร่างกายแต่อย่างใด

และไม่เพียงแต่ไม่มีผลดี นักวิทยาศาสตร์ยังบอกว่าการดื่มแอลกอฮอล์ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายกาจ และมีหลักฐานชัดเจนว่าแอลกอฮอล์นั้นเชื่อมโยงกับโรคร้ายนับ 20 ชนิด อาทิ มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ รวมถึงเป็นต้นตอของอุบัติเหตุเกี่ยวกับยานพาหนะ สิ่งเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเกิดคนกับคนที่ดื่มแอลกอฮอล์

ด็อกเตอร์ Emmanuela Gakidou จาก University of Washington ผู้เขียนอาวุโสของงานวิจัยชิ้นนี้ กล่าวว่า 
มีความจำเป็นเร่งด่วน และจำเป็นต้องปรับปรุงนโยบายเพื่อส่งเสริมให้มีการลดระดับการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของผู้คนหรือละเว้นการดื่มแอลกอฮอล์
 และความเชื่อที่ว่า การดื่มแอลกอฮอล์วันละเล็กน้อยนั้นดีต่อสุขภาพ นั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่จริง และผลการวิจัยนี้ก็เป็นการล้มล้างความเชื่อผิดๆ โดยสิ้นเชิง”

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ข่าวที่รื่นหูสำหรับสิงห์นักดื่ม หรือคนที่ชอบจิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันละนิดวันละหน่อยเพื่อหัวงผลดีต่อสุขภาพ ก็ต้องบอกว่าสำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพอย่างแท้จริง ก็ควรปรับเปลี่ยนจากการดื่มแอลกอฮอล์มาเป็นดื่มน้ำผลไม้แทนก็จะดีกว่านะ

คดีเกาะเต่า : 4 ประเด็นน่าสนใจคดีอาชญากรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เกิดคดีเกี่ยวกับชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องบนเกาะเต่า

ชื่อเกาะเต่าปรากฏบนกระดานข่าวทั้งไทยและต่างประเทศอีกครั้ง พร้อม ๆ กับคำถามถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือน หลังจากสื่ออังกฤษตีพิมพ์รายงานข่าวนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ วัย 19 ปี อ้างว่าถูกข่มขืนบนเกาะแห่งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และพยายามให้รายละเอียดเรื่องนี้กับตำรวจแต่ไม่ได้รับความสนใจ

เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้บริหารในท้องถิ่นของเกาะที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เกาะแห่งความตาย” นี้มองว่าข่าวที่เผยแพร่ออกไปหลายต่อหลายครั้ง เป็นความตั้งใจโจมตีและทำลายชื่อเสียงการท่องเที่ยวไทย

ขณะที่นักกฎหมายที่เคยทำคดีอาชญากรรมที่เคยเกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้บอกว่ามาตรการรักษาความปลอดภัย และงานสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่คือช่องโหว่ที่ทำให้เกิดอาชญากรรมอย่างน้อย 7 ครั้งในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งที่ตัดสินไปแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

เหตุร้ายที่เกิดกับนักท่องเที่ยวบนเกาะเต่ามีประเด็นที่น่าสนใจหลายเรื่อง รวมทั้ง 4 ประเด็น ที่บีบีซีไทยรวบรวมมานำเสนอ

1) ทำไมต้องเป็น “หาดทรายรี”

หากพิจารณาเฉพาะกรณีที่มีการเสียชีวิตแบบไม่เป็นธรรมชาติของชาวต่างชาติ ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า “หาดทรายรี” เป็นจุดหนึ่งที่เกิดเหตุกับชาวต่างชาติอย่างน้อย 7 กรณี ไม่รวมเหตุการณ์ที่เพิ่งเป็นข่าวเมื่อปลายสัปดาห์นี้ ที่ตำรวจระบุว่าจะเชิญผู้เสียหายและเพื่อนมาให้ปากคำ

พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง.ผกก.(สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเกาะเต่า อธิบายกับบีบีซีไทยว่า หาดทรายรี เป็นจุดชุมนุมและแหล่งบันเทิงใหญ่ที่สุดบนเกาะเต่า มีสถานบันเทิงราว 10 แห่ง

“ต้องบอกว่าหาดทรายรีถือเป็นจุดไฮไลท์ของเกาะเต่า เพราะมีหาดทรายยาวที่สุด จึงทำให้เป็นจุดที่คนพลุกพล่าน มีร้านค้าและช็อปปิ้ง ร้านอาหารมากมาย” นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวเสริม

พื้นที่ที่เกิดคดีนักท่องเที่ยวต่างชาติบนเกาะเต่าระหว่างปี 2557-2561

หน่วยงานราชการในท้องถิ่นได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดบนหาดทรายรีไปแล้ว 170 ตัว ขณะที่ สน.เกาะเต่า เพิ่งติดตั้งเพิ่มเติมอีก 16 ตัว ไม่นับรวมกับกล้องวงจรปิดที่ภาคเอกชนติดตั้งเอง เพื่อดูแลความปลอดภัยของชายหาดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแห่งนี้

พ.ต.ท.นพา อธิบายเพิ่มเติมว่า หลังการจัดตั้งสถานีตำรวจภูธรเกาะเต่าตั้งแต่ วันที่ 15 ม.ค. 58 เป็นต้นมา ทำให้มาตรการการช่วยเหลือดูแลนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างเต็มระบบ รวมทั้งการสืบสอบสวนเป็นไปอย่างเต็มศักภาพมากขึ้น เขายอมรับว่ามีคดีความที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางเพศอยู่บ้าง เช่น ในปี 2558 เกิดขึ้น 2 ราย สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว ในขณะที่ ปี 2559 และ 2560 ไม่มีคดีดังกล่าว

ส่วนคดีอื่น ๆ นั้น พ.ต.ท.นพา บอกว่าเป็นการกล่าวหาทั้งสิ้น “อย่างไรก็ตาม ทุก ๆ ปี ก็มีเรื่องว่าโกหกว่าโดนข่มขืน อย่างน้อย สองรายที่เป็นชาวต่างชาติ”

2) คำถามเกี่ยวกับความโปร่งใสในคดีชาวต่างชาติ

นายนคร ชมพูชาติ หัวหน้าทีมทนายความฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นแรงงานชาวเมียนมา 2 คน ในคดีข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า เมื่อปี 2557 ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมบนเกาะแห่งนี้ ก็เพราะเป็นกรณีที่อื้อฉาว และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และมีหลายประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตามทัศนะของทนายผู้นี้มองว่า ช่องโหว่สำคัญของการดำเนินคดีคือเรื่องของหลักฐาน โดยตำรวจอาจมุ่งหาผู้กระทำความผิด จนอาจไม่ได้คำนึงถึงหลักฐานอื่น ๆ รอบข้าง

น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ (ซ้าย) และ นายเดวิด มิลเลอร์ ถูกฆาตกรรม บริเวณหาดทรายรี บนเกาะเต่าเมื่อ ก.ย. 2557
คำบรรยายภาพน.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ (ซ้าย) และ นายเดวิด มิลเลอร์ ถูกฆาตกรรมบริเวณหาดทรายรี บนเกาะเต่าเมื่อ ก.ย. 2557 โดยผู้ต้องหาคือ แรงงานชาวเมียนมา 2 คน คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการยื่นต่อศาลฎีกา

นายนครแนะว่า เจ้าหน้าที่ต้องแสดงให้เห็นกระบวนการทำงานอันเป็นที่ยอมรับได้ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ต้องมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาเป็นผู้กำกับ รวมทั้งมีแผนในการดูแลประชาชนเป็นอย่างดี

ด้าน พ.ต.ท.นพา อธิบายว่า ปัจจุบันตำรวจไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีหน่วยงานทหาร และฝ่ายปกครอง มาสนับสนุน เพิ่มทางเลือกในการคุ้มครองความมั่นใจให้ผู้เสียหาย

ขณะที่นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า บอกว่า หากพิจารณาจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนวันละประมาณ 15,000 คน ต่อกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ จะมีสัดส่วน 1 นาย ดูแลนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 50 คน

3) สงครามข้อมูลข่าวสาร

นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี บอกกับบีบีซีไทยว่า ที่ผ่านมาเกาะเต่าถูกโจมตีด้วยข่าวในทำนองนี้มาโดยตลอด อาจจะเพื่อทำลายชื่อเสียงของเกาะและการท่องเที่ยวของไทย แม้เจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นแล้วก็ตาม

“หากพิจารณาแล้ว มาตรการต่าง ๆ ที่ผ่านมา น่าจะสามารถทำให้นักท่องเที่ยวอุ่นใจมากขึ้น แต่ที่ยังคิดว่าเป็นช่องโหว่คือระบบไอที ซึ่งคาดว่ารัฐอาจจะไม่พร้อมในเรื่องนี้ ในเรื่องการปรับฐานข้อมูลในกูเกิลทั้งหมด” นายไชยันต์เสนอ

ทั้งนี้ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะเต่า เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยให้เพิ่มข้อมูลเป็นบวกมากขึ้น เพราะมองว่าการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศและเฟซบุ๊กเพจบางรายเป็น “การโจมตีทางไซเบอร์”

เฟซบุ๊ก CSI LA เป็นหนึ่งในเฟซบุ๊กที่ติดตามการรายงานข่าวคดีที่เกิดขึ้นบนเกาะเต่าอย่างต่อเนื่อง บีบีซีไทยได้สอบถามไปยังผู้บริหารเพจ ได้รับการยืนยันว่าได้พยายามนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องทั้งที่ได้จากสำนักข่าวต่างประเทศ และคนในพื้นที่จริง ไม่ได้มีวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือไปจากนี้

4) ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต้องมาก่อน

เกาะเต่าถือเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม จนได้รับการกล่าวขวัญว่า “สวรรค์ของการดำน้ำ″ ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวราว 1.33 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจบนเกาะเต่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายไชยันต์ บอกว่า ไม่ต้องการให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นบนเกาะเต่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้ง ๆ ทุกคนได้เรียนรู้ จึงช่วยเฝ้าระวัง ซึ่งกันและกัน เพราะหากเกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบจะเกิดกับชาวเกาะเต่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เครื่องบินตกในอินโดนีเซีย: พบเด็กอายุ 12 ปีรอดตายปาฏิหาริย์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาเดินทางเข้าไปยังจุดที่เครื่องบินตกกว่า 2 ชั่วโมง

พบเด็กน้อยอายุ 12 ปีรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ในซากเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุตกบนเขาในอินโดนีเซียใกล้กับเขตชายแดนติดกับปาปัวนิวกินี ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรืออีก 8 คนเสียชีวิต

โดยภาพถ่ายในจุดเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่า เด็กน้อยคนดังกล่าวยังคงมีสติอยู่ เจ้าหน้าที่พบเด็กที่รอดชีวิตรายนี้เมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมา ภายหลังจากเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำของสายการบิน ดิโมนิม แอร์ ซึ่งเป็นเครื่องบินปิลาตุส ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์

มีรายงานว่าเครื่องบินลำดังกล่าวขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินมาตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (11 ส.ค.) หลังจากเดินทางจากเมืองตานาห์ เมราห์ ไปเพียง 40 นาที ทางตอนใต้เพื่อไปเมืองออคซิบิลในจังหวัดปาปัว โดยเที่ยวบินดังกล่าวมีคนทั้งหมด 9 คน ในจำนวนนั้นมีลูกเรือ 2 คนรวมอยู่ด้วย

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุได้ยินเสียงเครื่องบินกระแทกพื้นดังสนั่น ตามมาด้วยเสียงระเบิด

เด็กคนดังกล่าวถูกลำเลียงออกมาโดยแปลกู้ภัยอย่างทุลักทุเล
คำบรรยายภาพเด็กคนดังกล่าวถูกลำเลียงออกมาโดยแปลกู้ภัยอย่างทุลักทุเล

ทางการได้เริ่มกระบวนการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นทางเลือกไม่กี่ทาง เพื่อเข้าถึงจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ห่างไกลที่รายรอบไปด้วยเทือกเขา จึงทำให้ระบบการนำทางการบินทำได้อย่างลำบาก ในขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ผันผวน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การทำการบินมายังสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อสามปีที่แล้ว เครื่องบินสองใบพัดของสายการบินไตรกานา แอร์ ก็ประสบอุบัติเหตุใกล้กับเมืองออคซิบิล ซึ่งทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินทั้งหมด 54 คนเสียชีวิตทั้งหมด

แผนที่

ภารกิจ “แตะ” ดวงอาทิตย์ของนาซา

กำหนดการปัจจุบัน นาซา หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ มีกำหนดการส่งยานสำรวจดวงอาทิตย์พาร์คเกอร์ (Parker Solar Probe) วันที่ 11 ส.ค. นี้

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1928220040576139

ยานสำรวจขนาดเท่ารถยนต์คันเล็ก ๆ นี้ มีภารกิจที่จะเข้าไปถึงชั้นบรรยากาศรอบนอกของดวงอาทิตย์ พร้อมกับเกราะป้องกันความร้อนพิเศษจะช่วยให้ยานทนความร้อนได้ถึง 1,500 องศาเซลเซียส โดยจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สุดถึง 690,000 กม./ชม.

นาซาประกาศแผนดำเนินโครงการนี้เมื่อปี 2009 โดยใช้งบประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 5 หมื่นล้านบาท) โดยยานสำรวจมีกำหนดการโคจรรอบดวงอาทิตย์นาน 7 ปี โดยจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์ แล้วจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา ส่วนเป้าหมายหลักของการเก็บข้อมูล คือเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนนอกสุดของชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ

นาซาได้เปลี่ยนชื่อยานสำรวจดวงอาทิตย์ลำนี้จากเดิมคือ “โซลาร์โพรบพลัส” มาเป็น “พาร์กเกอร์ โซลาร์โพรบ” เพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.ยูจีน ปาร์กเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านลมสุริยะ

นอกจากนาซาแล้ว องค์การอวกาศยุโรป เป็นอีกหน่วยงานที่มีแผนจะปล่อยยานสำรวจดวงอาทิตย์ชื่อ โซลาร์ ออร์บิเทอร์ ในเดือน ก.พ. ปี 2019

ไม่ธรรมดา เมื่ออดีตวิศวกร NASA สร้างปืนฉีดน้ำยักษ์ ระดับความแรงบอกเลยว่าโหดลืมตาย

ไม่ธรรมดา เมื่ออดีตวิศวกร NASA สร้างปืนฉีดน้ำยักษ์ ระดับความแรงบอกเลยว่าโหดลืมตาย

ปืนฉีดน้ำ เป็นไอเทมที่ฮอตมากๆ ในช่วงสงกรานต์บ้านเรา และในสงกรานต์ปีหน้าถ้าใครจะเอาปืนฉีดน้ำมาเล่นกับเรา ให้ลองดูดีๆ ก่อนว่าไม่ใช่เจ้าปืนฉีดน้ำยักษ์กระบอกนี้ มันมีความยาวถึง 7 ฟุต (2.13 เมตร) และมีความแรงในการฉีดน้ำที่สูงหฤโหดถึง 2,400 psi (แรงดันน้ำสูงเป็น 2,400 เท่าของแรงดันอากาศที่ระดับน้ำทะเล) และความเร็วของกระแสน้ำที่สูงถึง 243 ไมล์ต่อชั่วโมง (391 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

คุณ Mark Rober เป็นวิศวกรรุ่นแรกๆ ของ NASA ที่ตอนนี้ผันตัวเองมาเป็น YouTuber (คนที่ทำเนื้อหาลงยูทูป) และผลงานชิ้นล่าสุดของเขาก็ทำลายสถิติโลกซะด้วย ปืนฉีดน้ำยักษ์ที่มีความยาวเกิน 2 เมตร ได้ครองตำแหน่งที่สุดใน Guinness Book และวีดีโอดังต่อไปนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ปืนฉีดน้ำของเขาทรงประสิทธิภาพขนาดไหน

รูปทรงของมันคล้ายกับปืนฉีดน้ำรุ่นคลาสสิคอย่าง Super Soaker 50 ซึ่งเป็นปืนฉีดน้ำรุ่นแรกที่มีวางขายในร้านของเล่นในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยประสิทธิภาพของเจ้า Super Soaker 50 คือการฉีดน้ำที่แรงดัน 40 psi ซึ่งเป็นระดับความแรงที่ฉีดเล่นกับเพื่อนแบบขำๆ ได้ แต่ Mark Rober ต้องการอะไรที่สุดยอดกว่านั้น

ปืนฉีดน้ำไซส์ยักษ์ของเขาก็ดูไม่คล้ายกับตัวต้นฉบับสักเท่าไหร่ มันไม่มีมือจับสำหรับการปัมพ์อากาศเข้าไปในถัง และในส่วนของถังเก็บน้ำก็ไม่ได้อยู่ตรงส่วนที่เป็นสีเขียวๆ ด้านบนตัวปืนแต่อย่างใด แต่ถังเก็บน้ำของจริงซ่อนอยู่ในส่วนของกริปมือจับขนาดยักษ์ เคล็ดลับของความแรงคือการใช้ไนโตรเจนแรงดันสูงในการดันน้ำออกไปทางปากกระบอก ทำให้กระแสน้ำที่พุ่งออกไปมีความรุนแรงมากๆ

และจากข้อมูลของคุณ Mark Rober เข้าอ้างว่า แรงดันน้ำนั้นสูงถึง 2,400 psi เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือ ปืนฉีดน้ำของเขามีความแรงกว่าน้ำที่พุ่งออกมาจากท่อของรถดับเพลิงถึง 8 เท่า แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเจอกับกระแสน้ำที่รุนแรงในระดับนี้อย่างแน่นอน

ในคลิปวีดีโอ เราจะได้เห็นการสาธิตความแรงของปืนกระบอกนี้ด้วยการหั่นสิ่งของต่างๆ ให้ขาดกลางด้วยกระแสน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกล้วย ไส้กรอก แตงโม นอกจากนี้ หัวพ่นน้ำของปืนยังเลือกเปลี่ยนได้หลายแบบตามความต้องการ อาทิ หัวฉีดแบบแรงสุด, หัวฉีดแบบกระแสน้ำเรียวเล็ก หรือหัวฉีดที่ปล่อยปริมาณน้ำได้มากที่สุด โดยเขาใช้เวลา 6 เดือนในการสร้างปืนกระบอกนี้ และดูเหมือนว่าเขาจะภูมิใจกับปืนกระบอกนี้มากๆ

 

Apple ฉลอง World Emoji Day ทำ Memoji เป็นรูปเหล่าผู้บริหารจาก Apple

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1916177971780346

วันฉลองการใช้งาน Emoji หรือ World Emoji Day ในวันนี้เองคนส่วนใหญ่ จะนิยมสื่อสารกันด้วย Emoji แทนข้อความ หรือบางคนก็ Cosplay ตัวเองเป็น Emoji นั้น ๆ เลยก็มี ล่าสุดทาง Apple ก็ได้ร่วมฉลอง World Emoji Day นี้ด้วย โดยการเอา Memoji มาทำเป็นรูปใบหน้าของเหล่าผู้บริหารจาก Apple ซะเลย

สำหรับ Memoji ก็เป็นฟีเจอร์ทำ Animoji หน้าคนแบบใหม่ใน iOS 12 ที่ใช้เทคโนโลยี AR สแกนใบหน้าผู้ใช้ให้กลายเป็นหน้า Emoji ที่สามารถขยับใบหน้าตามแบบ Real Time ได้เลย และยังปรับแต่งสีผิวสีผมและส่วนต่าง ๆ ได้เหมือนตัวผู้ใช้เองจริง ๆ ได้ด้วย

ท้ายนี้ทาง Apple ได้เพิ่ม Emoji เข้ามาใหม่ใน iOS 12 ถึง 70 รูปแบบ เพื่อฉลองวันดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตัวฟีเจอร์ Memoji และ Animoji ยังคงใช้งานได้เฉพาะ iPhone X ที่มีกล้อง TrueDepth และ Face ID

Hyperloop ยานพาหนะสำหรับการเดินทางที่ความเร็ว 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1911280165603460

เพราะความหลงใหลในการเดินทางด้วยความเร็วสูงของมนุษย์ทำให้มีการพัฒนายานยนต์ที่สามารถเดินทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว Concorde เป็นชื่อเรียกเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ที่เร็วที่สุดในโลกที่สามารถเดินทางด้วยความเร็วกว่า 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วมากกว่าสองเท่าของความเร็วของเสียง และเมื่อรถไฟแม็กเลฟ (magnetic-levitation bullet train) ได้เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่น มันจึงกลายเป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกโดยสามารถวิ่งได้เร็วถึง 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การรอคอย Hyperloop กำลังใกล้เข้ามาทุกที ยานพาหนะที่มีความล้ำหน้าและวิ่งด้วยระบบการขับเคลื่อนภาคพื้นดินความเร็วสูงที่ได้รับการนำเสนอโครงการโดย SpaceX และซีอีโอบริษัท Tesla – Elon Musk ในปี 2012 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มนักพัฒนาของ Virgin Hyperloop One ยืนยันว่า Hyperloop นั้นสามารถทำให้วิ่งได้เร็วที่สุดถึง 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

การเปิดตัวต้นแบบ Hyperloop ครั้งแรกที่เมืองดูไบ

ต้นแบบของ pod ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถูกเปิดตัว ณ เมืองดูไบ ประเทศงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสถานที่ดำเนินการด้านระบบของ Hyperloop ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลิตได้อย่างเร็วที่สุดในปี 2021 Hyperloop ที่จะถูกผลิตขึ้นที่ดูไบถือเป็น Hyperloop ที่เต็มรูปแบบมากที่สุดและถูกออกแบบมาให้สาธารณชนได้รับประสบการณ์จากการทดลองโดยสาร รวมทั้งยังทำให้กลุ่มนักพัฒนาได้ทราบมุมมองการใช้งานจริงจากผู้โดยสารโดยตรงอีกด้วย โครงการนี้ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Virgin และ Dubai’s Roads and Transport Authority (RTA)

 

Hyperloop ตัวแรกของบริษัท Virgin ที่คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้เร็วสุดในปี 2021

(ที่มาของรูปภาพ website : weforum)

การทำงานของ Hyperloop

Hyperloop ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าโดยเร่งความเร็วผ่านท่อสูญญากาศ นอกจากนี้ ยานพาหนะยังได้รับการออกแบบให้สามารถลอยเหนือรางและวิ่งด้วยความเร็วสูงในระยะทางไกลได้ นั่นเพราะมีการเคลื่อนไหวของอากาศที่ต่ำ ไม่เพียงเท่านี้ Hyperloop ยังเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติอย่างสมบูรณ์ เพื่อขจัดข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดจากพลขับและสภาพอากาศที่ไม่ปกติ ผู้โดยสารที่เดินทางไปกับ Dubai Hyperloop จะเดินทางจากเมืองดูไบไปยังเมืองอาบูดาบี ด้วยระยะทาง 140 กม. ภายในเวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น ซึ่งโดยปกติแล้วการเดินทางจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ Hyperloop ยังสามารรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 10,000 คนต่อชั่วโมงทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ

การสนับสนุนนวัตกรรมของนักศึกษาโดยบริษัท SpaceX

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เทคโนโลยี Hyperloop จะเป็นที่จับตามองโดยผู้ประกอบการจากทั่วโลก โดยบริษัท SpaceX ที่เพิ่งเปิดตัวรถยนต์ที่สามารถขึ้นสู่อวกาศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบจรวด Falcon Heavy ได้ให้โอกาสนักศึกษาได้ออกแบบ Hyperloop ร่วมด้วย โดยการแข่งขันการออกแบบ Hyperloop เริ่มขึ้นในปี 2015 ซึ่งการแข่งขันครั้งแรกจัดขึ้นในเดือนมกราคมและสิงหาคมของปีที่แล้ว และในปี 2018 นี้การแข่งขันดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ SpaceX กำหนดเกณฑ์การตัดสินไปที่การพัฒนา Hyperloop ให้มีความเร็วสูงสุด Hyperloop ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นโดยบริษัท SpaceX ณ สำนักงานใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดย Hyperloop จะมีความยาวประมาณ 1.6 กม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลางจากภายนอกประมาณ 1.8 เมตร

ห้องโดยสารของ Hyperloop ที่ตกแต่งที่นั่งด้วยเบาะหนังพร้อมระบบให้ความบันเทิงต่างๆ

(ที่มาของรูปภาพ website : weforum)

เปิดประสบการณ์การวิ่งที่เหนือกว่า กับ “ลู่วิ่งวีอาร์”

เปิดประสบการณ์การวิ่งที่เหนือกว่า กับ "ลู่วิ่งวีอาร์"

เทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ VR ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น รวมทั้งการออกกำลังกายด้วย เมื่อมีบริษัทเทคโนโลยีผสมผสาน VR เข้ากับการวิ่งในลู่อันแสนน่าเบื่อในฟิตเนสให้เพิ่มความสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ความรู้สึกเมื่อไปวิ่งลู่วิ่งในฟิตเนส 30 นาทีสำหรับหลายคนอาจดูเนิ่นนาน แต่บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Blue Goji ผู้พัฒนาเกมบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีความจริงเสมือง หรือ VR จะช่วยทำให้การวิ่งบนลู่วิ่งสนุกขึ้นจนลืมเวลาได้

โดยลู่วิ่ง VR ตัวนี้ ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่แบบไม่มีที่สิ้นสุด พ่วงด้วยแว่นตา VR ให้ผู้วิ่งสวมใส่ นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เชื่อมต่อสำหรับการเล่นเกม พร้อมเข็มขัดชนิดพิเศษเพื่อป้องกันการหกล้มระหว่างการวิ่งบนเครื่องด้วย

ลีโอนาโด แมตติอาซซี ผู้ที่ทดสอบลู่วิ่ง VR บอกว่า ลู่วิ่ง VR ทำให้เขามีเป้าหมายในการวิ่งและออกกำลังกายมากขึ้นและสนุกขึ้นกว่าเดิม​

ลู่วิ่ง VR ได้สร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าการวิ่งบนลู่ทั่วไป เพราะโลกเสมือนจริงจะพาผู้วิ่งไปยังสถานที่แปลกใหม่กว่าฟิตเนสที่ดูน่าเบื่อจำเจ อีกทั้งยังสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาเอาชนะข้อจำกัดของตัวเองในการออกกำลังกาย ผ่านการแข่งขันในเกมบนโลกเสมือนจริงระหว่างการวิ่งด้วย​

แต่ข้อจำกัดหนึ่งของการใช้เทคโนโลยี VR ที่หลายคนเผชิญ คือ อาการที่เรียกว่า VR Motion Sickness หรือ ภาวะคลื่นไส้หรือเวียนศีรษะระหว่างที่สวมแว่นตา VR

เพราะปกติแล้ว การเคลื่อนที่บนโลกของ VR จะไม่เกิดในชีวิตจริง ณ ตอนนั้น ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้ได้ ซึ่งทาง Blue Goji ยืนยันว่า ลู่วิ่ง VR ตัวนี้ได้แก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว​

คีรา คอนสแตม เจ้าหน้าที่การตลาดของ Blue Goji อธิบายว่า อธิบายว่า ภาวะ VR Motion Sickness มาจากการที่สมองมีความรู้สึกไม่เชื่อมต่อกับโลกเสมือนจริง เพราะระหว่างที่อยู่ในโลกเสมือนจริงพวกเขากำลังเคลื่อนไหว แต่ในความจริงพวกเขายังอยู่กับที่ ซึ่งลู่วิ่งได้เข้ามาแก้ไขและบรรเทาอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะจากการใช้ VR ได้ดี​

อย่างไรก็ตาม ภาวะ VR Motion Sickness นี้จะแตกต่างกันในแต่ละคน โดยผู้ทดสอบลู่วิ่ง VR บางคนอาจไม่ประสบปัญหาดังกล่าวเลย บางคนปรับตัวได้ตั้งแต่ 10 วินาทีแรกที่ใช้ และบางคนอาจนานกว่านั้น

มาร์ค แซคเลอร์ หนึ่งในผู้ทดสอบลู่วิ่ง VR นี้บอกว่า ปกติแล้วเขาไม่เคยมีปัญหาเมารถเมาเรือ แต่พอได้ลองใช้ลู่วิ่งนี้ เขารู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อยในจังหวะที่เสียการทรงตัวในโลกเสมือนจริง แต่โดยรวมแล้วมันให้ความรู้สึกสมจริงมากทีเดียว​

สำหรับผู้ที่สนใจลู่วิ่ง VR ชิ้นนี้ อาจต้องคิดกันหนักหน่อย เพราะราคาอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่ใช้นั้นสูงถึง 12,000 ดอลลาร์ หรือราว 384,000 บาททีเดียว

ทาง Blue Goji เล็งที่จะเจาะตลาดฟิตเนสในกลุ่มไฮเอนด์ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย และคลินิกกายภาพบำบัดต่างๆ และเตรียมวางขายเชิงพาณิชย์ในปีหน้า