คลังเก็บหมวดหมู่: ณัฐษรา แก้วสุริยาภรณ์ 7

ธุรกิจกับเทคโนโลยีในสายตา “Microsoft”

ธุรกิจกับเทคโนโลยีในสายตา "Microsoft"

เรื่องของเทคโนโลยีกับภาคธุรกิจนั้น ต้องยอมรับว่าธุรกิจไทยในยุคนี้มีการปรับตัวนำหลายนวัตกรรมที่น่าสนใจมาปรับใช้ในเชิงธุรกิจมากขึ้น

โดย Microsoft ผู้ให้บริการด้านแพลตฟอร์มได้มาเล่าถึงความก้าวหน้าของการเลือกใช้เทคโนโลยีของธุรกิจยักษ์ใหญ่ให้เราได้ฟังกันค่ะ

คุณวสุพล ธารกกาญจน์ Cloud and Enterprise Business Group Lead Marketing and Operations, Microsoft Thailand เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจมีความสนใจด้านเทคโนโลยีกันมากขึ้น หลายรายเลือกที่จะนำไปพัฒนาระบบให้เหมาะสมกับลูกค้า บางรายอาจจะใช้สำหรับระบบในองค์กร แต่ภาพรวมจะเห็นว่าผู้บริหารมีแนวคิดอยากจะใช้งานเทคโนโลยีกันมากขึ้น

มองธุรกิจไทยกับเทคโนโลยี

“ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ลูกค้าภาคธุรกิจหลายรายเริ่มสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และ Cognitive มากขึ้น”

วสุพร อธิบายว่า เมื่อปีที่แล้ว ถือว่าเป็นปีแห่งการปรับตัวที่ภาคธุรกิจเข้าสู่การใช้งาน Cloud และ Big Data พอมาปีนี้คือการเข้าสู่ยุคของการนำดาต้าไปพัฒนาอีกขั้น คือ เอาข้อมูลที่มีมาปรับและพัฒนา เพื่อเชื่อมประสบการณ์ให้ลูกค้า อย่างแสนสิริ เขาจะรู้ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างของลูกค้าอาจไม่สะดวกอีกต่อไป หากต้องเดินทางก็นำเทคโนโลยี AI และ VR มาเสริมในเรื่องของการรับชมห้องตัวอย่างผ่านกล้อง VR ซึ่งช่วยแก้ปัญหาได้

หรืออย่าง การบินไทย ที่พบปัญหาเรื่องการสื่อสารและให้บริการลูกค้าจึงพัฒนา Chatbot มาเสริมเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ภาคธุรกิจต้องทราบและมองเห็นปัญหาของตนเองให้ชัดก่อนว่าขาดเรื่องอะไรค่อยนำเทคโนโลยีไปเสริมและจะเกิดประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนแน่นอน และคิดว่าด้วยเทรนด์เทคโนโลยี AI และ Cognitive ก็ยังน่าจะเป็นตัว Drive ธุรกิจต่อเนื่องในปีหน้า

“ปีหน้าก็ยังจะเห็นการนำ 2 เทคโนโลยีนี้ไปใช้เพื่อเติมเต็มบริการของลูกค้าให้ดีขึ้นต่อเนื่อง”

สตาร์ทอัพ Local เข้าใจคนได้ดีกว่า

การแข่งขันในธุรกิจ AI และ Cognitive นั้น แน่นอนว่ายังคงมีคู่แข่งอีกมากมาย เพราะเทคโนโลยีนั้นเปิดกว้าง อยู่ที่ว่าใครเด่นเรื่องใด อย่าง Microsoft เรายอมรับว่าเก่งเรื่องภาพและการวิเคราะห์อารมณ์ของบุคคล จึงมีการเข้าซื้อกิจการของสตาร์ทอัพ 2 ราย เพื่อเข้ามาเสริมด้านประสบการณ์และเหมาะสมต่อการทำงานร่วมกันดีขึ้น

“เรามองว่าการเลือกสตาร์ทอัพแบบ Local จะช่วยให้เข้าใจวัฒนธรรมและการใช้ชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ ได้ดีกว่า”

อย่างทีม Frontis จะเก่งด้านการวิเคราะห์อารมณ์และสีหน้าคน ทำให้ภาคธุรกิจที่ต้องการทราบความรู้สึกของลูกค้านำไปปรับใช้งานได้ เช่น ร้านกาแฟมีลูกค้ากำลังจะเดินเข้าร้าน กล้องจะจับภาพสีหน้าและวิเคราะห์อารมณ์ของเขา จากนั้นประมวลผลออกมาให้พนักงานเลือกนำเสนอเมนูที่คาดว่าจะเหมาะกับลูกค้าแต่ละคนได้ หากบางคนสีหน้าดูเหนื่อยล้า ก็แนะนำเมนูกาแฟเย็นหรือปั่นเพื่อคลายร้อนได้ เป็นต้น

อีกทีมหนึ่งคือ Digital dialogue ทำระบบ chatbot สำหรับ HR ที่เข้าไปช่วยดูแลพนักงานในองค์กร โดยระบบจะเข้าไปเช็คข้อมูลหลังบ้านของพนักงานแต่ละคน และนำเสนอในสิ่งที่พนักงานต้องการ เพื่อวิเคราะห์และช่วยให้พนักงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ยกตัวอย่าง นาย A ทำงานเหนื่อยมาก และดูจะไม่อยากทำงานแล้ว ระบบจะเข้าไปนำเสนอทางเลือกให้เขา เช่น คุณ A ยังมีวันลาพักร้อนเหลือ ต้องการจะไปพักผ่อนไหม ระบบจะคัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ เป็นต้น

การเข้าไปดูแลสวัสดิการพนักงานลักษณะนี้ จะช่วยให้เขารู้สึกว่ามีคนสนใจเขาและช่วยเหลือในยามที่พวกเขามีปัญหา นอกจากลดความเครียดและกังวลของพนักงานก็ยังช่วยลดภาระของทีม HR ได้ด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี

สิ่งที่น่าประทับใจคือภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่เองก็รู้จักปรับตัวนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานให้เหมาะสมทั้งเรื่องธุรกิจและพนักงานมากขึ้น ถือว่าเป็นการเอาใจใส่ลูกน้องและลูกค้าของตนผ่านเครื่องมือที่ดีกว่ารูปแบบเดิมๆ

 

ทีมนักวิจัยในสหรัฐฯ ผลิตน้ำสะอาดจากอากาศในทะเลทราย

A competitor takes part in the fifth stage during the first edition of the Marathon des Sables Peru between Barloveto and Mendieta in the Ica desert on December 3, 2017.

แม้เเต่อากาศในทะเลทรายที่แห้งที่สุดก็มีความชื้นอยู่ แต่ปัญหาคือเราจะสกัดเอาน้ำในอากาศในทะเลทรายได้อย่างไร?

ยูจีน คาพูสติน (Eugene Kapustin) นักศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบิร์กลี่ย์ อธิบายว่า อุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนกล่องกำลังสกัดน้ำจากอากาศในทะเลทราย ส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์นี้คือผงที่ใช้ เเละผงนี้มีโครงสร้างทางโมเลกุลที่มีคุณสมบัติที่น่าทึ่ง

คาพูสติน กล่าวว่า ภายในกล่องนี้มีพื้นที่ว่างซึ่งเต็มไปด้วยโมเลกุลของเเก๊ส อาทิ ละอองระเหยของน้ำที่เข้าไปอยู่ภายในเเละไม่กลับออกมา อุปกรณ์นี้จึงทำหน้าที่เหมือนกับฟองน้ำ

เมื่อนำกล่องนี้ไปวางไว้ในทะเลทรายข้ามคืนเพื่อดูดซับเอาความชื้น หลังจากนั้น นักวิจัยนำอุปกรณ์ไปใส่ไว้ภายในกล่องที่ทำจากแผ่นอะคริลิค (plexiglass) เเละนำไปวางไว้ใต้แสงอาทิตย์

ฟาร์ฮาด ฟาทีเอห์ นักศึกษาปริญญาโทแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลี่ย์ บอกว่า ในขณะที่แสงอาทิตย์ทำให้ผงที่อยู่ในอุปกรณ์ร้อนขึ้น น้ำก็จะเริ่มระเหยออกมาจากกล่อง เเละหยดน้ำจะติดอยู่บนกล่องอะคริลิคที่คลุมอุปกรณ์อยู่ชั้นนอก

นักวิจัยกล่าวว่า จะเริ่มเห็นหมอกน้ำเริ่มออกมาเกาะตัวบนผนังกล่องอะคริลิคภายในเวลาครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง เเละเริ่มมากขึ้น เเละกลายเป็นหยดน้ำ เมื่อหยดน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นและหนักขึ้น ก็จะหยดและตกลงไปที่ก้นกล่องที่ใช้รองรับน้ำที่ผลิตได้และสิ่งที่ได้ออกมาคือน้ำดื่มสะอาด

ทีมนักวิจัยกล่าวว่า ผงหนึ่งกิโลกรัมใช้ผลิตน้ำได้ได้ประมาณ 175 มิลลิลิตร หรือราวหนึ่งแก้วเล็กๆ และกล่องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะผลิตน้ำได้มากขึ้นตามไปด้วย ขณะนี้ทีมนักวิจัยกำลังหาทางเพิ่มปริมาณผลผลิตน้ำ

โอมาร์ ยาคี (Omar Yaghi) อาจารย์ด้านเคมีที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลี่ย์ กล่าวว่าอุปกรณ์ที่มีดีไซน์ที่เเสนเรียบง่ายนี้ มีข้อดีเพราะไม่ต้องพึ่งกระเเสไฟฟ้า อุปกรณ์นี้ใช้งานได้ทันทีโดยพึ่งเเค่เเสงอาทิตย์อย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าเลย สามารถใช้งานได้ในทะเลทรายที่ไม่มีแหล่งพลังงานอื่นๆ นอกเหนือไปจากเเสงอาทิตย์

ทีมงานได้นำอุปกรณ์นี้ไปทดสอบหลายครั้งในทะเลทรายที่รัฐอาริโซน่าเเละพบว่าอุปกรณ์ทำงานมีประสิทธิผลมากที่สุด หากหันกล่องไปทางพระอาทิตย์ตรงๆ เเละคลุมรอบๆ ด้วยดิน

อาจารย์ยาคีกล่าวว่า อุปกรณ์นี้น่าจะออกมาสู่ตลาดให้คนได้ใช้กันภายใน 2 – 3 ปี

เปิดโฉม “เทคโนโลยีซักได้” เพื่อคนรักแฟชั่นและชอบผลิตภัณฑ์ไฮเทค

เปิดโฉม “เทคโนโลยีซักได้” เพื่อคนรักแฟชั่นและชอบผลิตภัณฑ์ไฮเทค

เทคโนโลยีที่สวมได้ หรือ wearable technology เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดน่าจะเป็น นาฬิกาสมาร์ทว็อทช์ ที่กลายเป็นสินค้าที่พบเห็นทั่วไปภายในเวลาไม่กี่ปี

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1878526588878818

ล่าสุด wearable technology กำลังเข้าสู่ยุคของการพัฒนาเสื้อผ้า ที่มีระบบปฏิบัติการเหมือนกับว่าเรากำลังสวมใส่คอมพิวเตอร์อยู่

โครงการหนึ่งที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีล่าสุดนี้ คือความร่วมมือระหว่างบริษัท Google และบริษัทเสื้อผ้า Levi’s ของสหรัฐฯ

คุณไอวาน ปูพิเรพ (Ivan Poupyrev) จาก Google กล่าวว่า เสื้อแจคเก็ตที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยโครงการร่วมดังกล่าวสามารถส่งสัญญาณสั่น และสัญญาณแสง เตือนผู้สวมใส่เมื่อมีสายเรียกเข้า นอกจากนั้น เมื่อผู้ใส่เสื้อ ลูบไปที่ผ้าบริเวณปลายแขน ระบบสามารถบอกถึงเส้นทางการเดินทาง และเปิดเพลง เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้

เขากล่าวว่า การเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ทำให้ผู้ที่เดินทางไม่จำเป็นต้องละสายตาไปจากถนนที่อยู่ตรงหน้า

และเนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า นักประดิษฐ์จึงเรียกนวัตกรรมเหล่านี้ว่าอยู่ในกลุ่ม washable technology หรือ “เทคโนโลยีซักได้”

ไอวาน ปูพิเรพ กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นจากการสร้างเส้นใยไฮเทค ด้วยความรู้วิศวกรรมชีวภาพที่ทำให้ใยไหม หรือหนังที่ใช้กับเสื้อผ้าซึ่งถูกสร้างการเซลยีสต์ทำงานร่วมกับการสั่งการโดยซอฟแวร์ได้

เทคโนโลยีที่ปฏิวัติแนวทางการสร้างวัสดุสำหรับการตัดเสื้อผ้ายังส่งผลถึงการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วย

ซะยูซี เพ็คชีแอน จากบริษัท BCG Ventures กล่าวว่า ผู้ออกแบบเสื้อผ้ามีเครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้ ที่ทำให้พวกเขาสร้างงานที่ไม่เคยได้ออกแบบมาก่อน

เธอกล่าวว่าเนื่องจากความซับซ้อนของนวัตกรรมใหม่ เช่น การทำแบบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ที่มีสูตรคณิตศาสตร์มาเกี่ยวข้อง งานของดีไซเนอร์ยุคใหม่อาจต้องใช้ความรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วย

นอกจากเทคโนโลยีในการออกแบบ วงการเสื้อผ้ายังต้องปรับตัวกับระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์เรื่องการตลาดผ่านข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย

ซะยูซี เพ็คชีแอน กล่าวว่า ผู้กำหนดทิศทางแฟชั่น อาจไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่มีความรู้ชั้นสูงด้านการออกแบบเสมอไป เพราะเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบันถูกกำหนดโดยลูกค้าและใครก็ได้ที่สามารถแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์
และแผนการตลาดของผู้ขายเสื้อผ้าในปัจจุบัน ดึงข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภคมาใช้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอสินค้าที่ถูกใจผู้ที่เข้ามาดูของบนหน้าเว็บไซต์

คุณเพ็คชีแอน บอกว่าประสบการณ์ซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ในปัจจุบัน นำเสนอสินค้าต่อลูกค้าตามรสนิยมของผู้ซื้อแต่ละคน จนทำให้บางครั้งรู้สึกว่า แบรนด์สินค้ารู้จักตัวตนของลูกค้าเป็นอย่างดี

ส่วนผู้ที่รู้สึกถูกใจกับ เสื้อแจคเก็ตอัจฉริยะของ Levi’s บริษัทตั้งราคาไว้ที่ตัวละ 350 ดอลลาร์หรือกว่า 10,000 บาท

พบหญิงชาวแอฟริกาใต้ยังหายใจอยู่ หลังถูกวินิจฉัยว่าตายและส่งมาไว้ในตู้เย็นเก็บศพ

ผู้หญิงที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ถูกพบยังมีชีวิตอยู่ในตู้เย็นเก็บศพ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1870793399652137

พนักงานโรงเก็บศพในแอฟริกาใต้พบว่าผู้หญิงชาวแอฟริกาใต้ที่ร่างถูกแช่ไว้ในตู้เย็นเก็บศพยังมีชีวิตอยู่ เธอถูกวินิจฉัยว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย และร่างของเธอถูกส่งมาเก็บไว้รอญาติที่นี่

หลังเกิดอุบัติเหตุ หน่วยแพทย์กู้ชีพได้ตรวจร่างกายและลงความเห็นว่าเธอได้เสียชีวิตแล้ว ก่อนจะนำร่างของเธอไปไว้ที่โรงเก็บศพในเมืองคาร์ลตันวิลล์ ในจังหวัดกาวเต็ง ของแอฟริกาใต้

ตามรายงานของเว็บไซต์ ไทม์สไลฟ์ ของแอฟริกาใต้ บริษัทผู้ให้บริการรถพยาบาลกล่าวว่าเธอไม่แสดงสัญญาณใด ๆ ว่ายังมีชีวิตอยู่ในขณะตรวจสอบ แต่เมื่อพนักงานที่โรงเก็บศพกลับมาตรวจดูร่างที่ถูกเก็บไว้ในตู้เย็น เขากลับพบว่าเธอยังหายใจอยู่

เจ้าหน้าที่ได้ยืนยันกับบีบีซีว่าผู้หญิงคนดังกล่าว กำลังเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทางทิศตะวันออกของเมืองโจฮันเนสเบิร์ก หลังจากถูกส่งตัวต่อมาจากเจ้าหน้าที่นิติเวช โดยยังไม่มีการระบุชื่อเธอแต่อย่างใด

เหตุการณ์นี้ทำให้ครอบครัวของเธอไม่พอใจอย่างมากและเรียกร้องคำอธิบายจากผู้รับผิดชอบว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้อย่างไร

“ในฐานะครอบครัวเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ นอกเสียจากตำรวจ หน่วยกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่โรงเก็บศพที่เกี่ยวข้อง มาคุยกันพร้อมหน้า เราต้องการคำตอบ” สมาชิกครอบครัวของหญิงคนดังกล่าวบอกกับบีบีซี โดยขอไม่เปิดเผยชื่อ

“ปัญหาคือเราต้องการคำตอบ นั่นคือทั้งหมดที่เราต้องการ เราไม่มีความชัดเจนใด ๆ เลยตอนนี้” เขากล่าวเสริม

ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังสอบสวนเรื่องนี้อยู่เช่นกัน แต่ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทรถพยาบาล นายเกอร์ริต แบรดนิค กล่าวว่ายังไม่พบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบริษัทดำเนินงานด้วยความประมาท

ผู้หญิงที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ถูกพบยังมีชีวิตอยู่ในตู้เย็นเก็บศพ

“เหตุนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเจ้าหน้าที่กู้ชีพของเราไม่ได้รับการฝึกที่ถูกต้อง” เขายืนยันกับไทม์สไลฟ์

นายแบรดนิค กล่าวกับไทม์สซีเลคท์ว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหยื่ออุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในปีนี้ที่มีผู้ฟื้นขึ้นในโรงเก็บศพ หลังจากถูกระบุว่าเสียชีวิตไปแล้ว

เมื่อ 7 ปีก่อน เหตุการณ์คล้ายกันได้เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้มาแล้ว หลังจากชายวัย 50 ปีตื่นขึ้นมาพร้อมกับกรีดร้องภายในโรงเก็บศพ

เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา นักโทษในเรือนจำของสเปน ฟื้นกลับมามีสติอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะถูกผ่าพิสูจน์ศพเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากแพทย์ 3 คนระบุว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว

คิดค้นแผ่นฟิล์มอำพรางอุณหภูมิ ซ่อนวัตถุจากกล้องอินฟราเรด

11

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1867799436618200

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้พัฒนาแผ่นฟิล์มบางน้ำหนักเบาและยืดหยุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยอำพรางอุณหภูมิที่แท้จริงของวัตถุให้กลมกลืนไปกับอุณหภูมิพื้นหลังของสภาพแวดล้อมได้ โดยแผ่นฟิล์มนี้จะทำให้กล้องอินฟราเรดตรวจหาวัตถุที่ต้องการค้นหาไม่พบ

มีการตีพิมพ์เผยแพร่รายละเอียดของผลงานดังกล่าวในวารสาร Nano Letters โดย ศ.คอสคูน โคซาบาส์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักร หนึ่งในทีมผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวระบุว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมึกกระดองที่เปลี่ยนสีและลวดลายให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเพื่อหลบภัยและซุ่มโจมตีเหยื่อ

แผ่นฟิล์มดังกล่าวประกอบด้วยวัสดุหลายชนิดเช่น ไนลอน ทอง และพอลิเอทิลีน เรียงซ้อนกัน โดยมีการนำวัสดุเหล่านี้ไปแช่ในของเหลวมีประจุไฟฟ้า ก่อนนำมาประกอบเข้ากับแผ่น “กราฟีน” (Graphene) ซึ่งถือเป็นวัสดุมหัศจรรย์แห่งยุคอีกชั้นหนึ่ง

ตามปกติแล้วกราฟีนจะแผ่ความร้อนในรูปของรังสีอินฟราเรดได้ดี ทำให้วัตถุที่แผ่นกราฟีนปกคลุมอยู่ถูกตรวจจับด้วยกล้องอินฟราเรดได้ง่าย แต่ในกรณีนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า เมื่อทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าขึ้นทั่วแผ่นฟิล์มที่ประดิษฐ์ไว้ โมเลกุลมีประจุไฟฟ้าในชั้นพอลิเอทิลีนจะรวมตัวเข้ากับชั้นกราฟีน จนการแผ่รังสีอินฟราเรดลดลงอย่างมาก

“ความสามารถในการเป็นตัวนำไฟฟ้าและสมบัติเชิงแสงของกราฟีนถูกทำให้เปลี่ยนไปด้วยกระบวนการนี้ พูดง่าย ๆ คือเราทำให้กราฟีนมีความเป็นโลหะมากขึ้น จนเกิดการสะท้อนรังสีความร้อน ซึ่งจะปิดบังไม่ให้กล้องอินฟราเรดตรวจจับความร้อนจากวัตถุที่ค้นหาได้” ศ. โคซาบาส์ กล่าว

เมื่อเพิ่มแรงดันไฟฟ้าในแผ่นฟิล์มอำพรางอุณหภูมิ วัตถุที่ร้อนกว่าสิ่งรอบข้างจะดูเหมือนเย็นตัวลง และวัตถุที่เย็นกว่าสภาพแวดล้อมก็ดูเหมือนจะร้อนขึ้น ทั้งที่แผ่นฟิล์มยังมีอุณหภูมิคงที่ โดยจะทำงานปรับเปลี่ยนสภาพอุณหภูมิที่มองผ่านกล้องอินฟราเรดให้อยู่ในช่วงระหว่าง 25-38 องศาเซลเซียสได้ ภายใน 5 วินาที

สำหรับการนำแผ่นฟิล์มนี้ไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ นอกจากใช้อำพรางการตรวจจับวัตถุโดยกล้องอินฟราเรดแล้ว ยังอาจนำไปใช้งานในอวกาศ โดยเป็นฝาครอบตัวปล่อยความร้อนจากดาวเทียม ซึ่งจะช่วยสะท้อนแสงและความร้อนได้ดีขณะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ ทั้งยังช่วยให้ดาวเทียมปลดปล่อยความร้อนส่วนเกินได้มากขึ้นเมื่อหันหน้าเข้าหาด้านมืดของอวกาศด้วย

พบสารอันตรายปนเปื้อนใน “พลาสติกดำ″ ที่ใส่อาหาร-ของใช้
ละอองเพชรนาโนให้กำเนิดคลื่นไมโครเวฟจากทางช้างเผือก