คลังเก็บหมวดหมู่: ปวีร์ ถนอมพันธุ์ 7

หุ่นยนต์ เตรียมยึดงานในโกดังสินค้าอุปโภคบริโภคอเมริกัน

หุ่นยนต์ เตรียมยึดงานในโกดังสินค้าอุปโภคบริโภคอเมริกัน

บรรดาร้านค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐ ต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงลูกค้าที่ชอบความสะดวก สบายในการใช้บริการส่งของถึงบ้าน ส่งผลให้การใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทในการแข่งขันนี้มากขึ้น

ในขณะที่ร้านค้าขายปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ Amazon เขย่าวงการด้วยการซื้อกิจการร้าน Whole Foods ตอนนี้ Kroger บริษัทซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐ ก็ตอบโต้ด้วยการจับมือกับ Ocado ซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ของอังกฤษ ที่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีก้าวหน้าในโกดังสินค้า

เดิมที มีเพียงโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น ที่นำหุ่นยนต์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบรถยนต์ แต่ต่อมา บรรดาร้านค้าปลีกเริ่มนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในคลังสินค้าของตน เพื่อช่วยให้การจัดส่งสินค้า เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

การนำหุ่นยนต์มาใช้ ช่วยให้พนักงานไม่ต้องเดินไกลๆ เพื่อไปหยิบของจากชั้น มาบรรจุลงกล่อง หุ่นยนต์สามารถจำแนกประเภท และค้นหาสินค้าได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ ช่วยให้สามารถจัดส่งสินค้าตามบ้าน ในวันเดียวกันกับที่สั่งซื้อได้

นักวิเคราะห์การลงทุน Gary White กล่าวว่า การที่ Kroger ร้านค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของ สหรัฐ จับมือกับ Ocado ซุปเปอร์มาเก็ตออนไลน์ ซึ่งเป็นเจ้าของคลังเก็บสินค้าอัจฉริยะ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปนั้น อาจช่วยให้สภาพการเงินของ Ocado ดีขึ้น เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของ ผลกำไร และอาจช่วยให้การจัดส่งสินค้าของ Kroger รวดเร็วยิ่งขึ้น

หุ่นยนต์ที่ทำงานด้วยแบตเตอรีเหล่านี้ สามารถเคลื่อนตัวได้ไกลถึง 4 เมตรต่อวินาที ติดต่อสื่อสารด้วยเครือข่ายไร้สาย 4G เหมือนกับเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือ

หุ่นยนต์สามารถบรรทุกของได้หนักถึง 10 กิโลกรัม และสามารถจัดเตรียมสินค้าได้มากถึง 50 ชิ้นเพียงในเวลาไม่กี่นาที

ที่สำคัญหุ่นยนต์จะถูกควบคุมด้วยระบบที่เหมือนกับระบบที่ใช้ในการควบคุมการจราจรทางอากาศ ช่วยให้จัดส่งสินค้าได้สัปดาห์ละ 65,000 รายการ

ในปีนี้ Kroger ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐถึง 2,800 แห่งภายใต้ชื่อต่างๆ วางแผนสร้างโกดังสินค้าที่ใช้ระบบจัดการอัตโนมัติ 3 แห่งในสหรัฐ และอาจเพิ่มอีก 20 แห่งในปีหน้า

ปัจจุบัน มีการนำการจัดส่งสินค้าด้วยหุ่นยนต์มาทดลองใช้แล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมชี้ว่า การจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคตามบ้านเรือน อาจจะกลายเป็นกลุ่มแรกในอุตสาหกรรมร้านค้าปลีก ที่ใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ก็เป็นได้

เปิดตัวจักรยานสร้างจากเครื่องพิมพ์สามมิติคันเเรกของโลก

A 3-D-printed carbon fiber commuter bicycle by Arevo Labs is seen in Santa Clara, California, May 10, 2018.

จิม มิลเลอร์ (Jim Miller) ผ่านงานมาหลายตำแหน่ง รวมทั้งช่วยบริษัทอัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทเเม่ของกูเกิ้ล (Google) สร้างศูนย์ข้อมูลเเละช่วยปรับปรุงความรวดเร็วในการส่งวัสดุภัณฑ์ของแอมะซอน (Amazon)

มาตอนนี้ จิม มิลเลอร์ กำลังทำในสิ่งที่บรรดาผู้บริหารบริษัทในซิลิคอน วัลเล่ย์ อยากทำหลังผ่านงานในบริษัทใหญ่ๆ มาเเล้ว นั่นก็คือการหาเวลาไปปั่นจักรยาน

แต่รถจักรยานคันใหม่นี้ต่างจากรถจักรยานทั่วไป บริษัทอารีฟโว (Arevo) บริษัทสตาร์ทอัพที่มิลเลอร์ขึ้นดำรงตำเเหน่งเป็นซีอีโอเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ผลิตรถจักรยานเส้นใยคาร์บอนคันเเรกของโลก ที่ใช้โครงจักรยานพิมพ์ด้วยเครื่ิองพิมพ์สามมิติ และได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนของสำนักงานข่าวกรองกลางแห่งสหรัฐฯ หรือซีไอเอ (Central Intelligence Agency)

บริษัท Arevo กำลังใช้รถจักรยานคันนี้ในการสาธิตโปรแกรมซอฟแวร์ที่ใช้ในการออกแบบ เเละเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติที่ทางบริษัทหวังว่าจะใช้ในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ของจักรยาน เครื่องบิน ยานอวกาศ เเละงานอื่นๆ ที่นักออกแบบต้องการความเเข็งแแกร่ง เเละน้ำหนักที่เบาของชิ้นส่วนที่่ทำจากเส้นใยคาร์บอนที่เรียกว่า วัสดุคอมโพสิท เเต่ประสบปัญหาที่ราคาสูง เเละกระบวนการผลิตต้องใช้เเรงงานคนเกือบทั้งหมดโดยวิธีดั้งเดิม

จักรยานเส้นใยคาร์บอนมีราคาแพง เพราะต้องใช้เเรงงานคนจัดเรียงเส้นใยคาร์บอนเเต่ละเส้นด้วยมือ และใช้เรซินเป็นตัวยึดปิดผลึกเส้นใยแต่ละเส้นให้ติดกันลงไปรอบๆ แม่เเบบ หลังจากนั้นจะนำไปอบในตู้อบเพื่อให้เรซินละลายเเละยึดเส้นใยคาร์บอนติดกัน

เทคโนโลยีของ Arevo ใช้หัวพิมพ์แบบ “deposition head” ที่ติดลงบนเเขนยนต์เพื่อพิมพ์โครงจักรยานสามมิติ หัวพิมพ์จะเป็นตัวจัดวางเส้นใยคาร์บอนเเละหลอมละลายวัสดุพลาสติกชนิดที่เรียกว่า thermoplastic เพื่อเป็นตัวยึดเส้นใยให้ติดกัน โดยรวบรัดสองขั้นตอนนี้ได้ในคราวเดียวกัน และกระบวนการผลิตนี้แทบไม่ต้องใช้เเรงงานคนเลย

วิธีนี้ช่วยให้ Arevo ผลิตโครงรถจักรยานได้ในราคา 300 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ในซิลิคอนวัลเล่ย์ ที่ค่าครองชีพแสนแพง

มิลเลอร์ กล่าวว่า ราคาค่าลงทุนผลิตโครงจักรยานนี้ เท่าๆ กับค่าลงทุนผลิตโครงจักรยานในเอเชีย และนั่นทำให้ทางบริษัทจะสามารถย้ายฐานการผลิตวัสดุคอมโพสิทกลับมายังสหรัฐฯ ได้

 

เทคโนโลยี กลิ่น รส บุคลากรสำคัญ ผลักดันเศรษฐกิจประเทศ

thaifood

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1877711652293645

อาหารแต่ละประเภทที่เราคุ้นเคยหรือสร้างหน้าตาให้กับประเทศไทยนั้นมีอยู่มากมายอาทิเช่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ซึ่งสีสันกลิ่น และรสชาติมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการปรุงแต่งอาหารให้อร่อย

ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงเล็งเห็นความสำคัญ และประเทศไทยขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีกลิ่นรส ทำให้ต้องนำเข้าสารแต่งกลิ่นจากต่างประเทศเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1000 ล้านบาทต่อปี

จึงเกิดการเริ่มอบรม นโยบายหลักสูตรวิทยาศาสตร์พื้นฐานของกลิ่นรสเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และ 6 มหาวิทยาลัย ประกอบไปด้วย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหิดล สงขลานครินทร์ นเรศวร จุฬาลงกรณ์และมหาวิทยาลัย เชียงใหม่ ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกลิ่นรสของประเทศ (Flavor Academy)

เป้าหมายของโครงการคือการที่เราจะเป็นผู้ผลิตกลิ่นรสในประเทศของเราเอง นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนาและรังสรรค์กลิ่นรสที่เป็นอัตลักษณ์ของประเทศไทยของเราเองในอาหารเช่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ซึ่งเป็นที่นิยมของในหลายประเทศทั่วโลก ถ้าเรามีนักเทคโนโลยีกลิ่นรสสัญชาติไทย ซึ่งมีความเข้าใจเรื่องรสชาติอาหารดี  เราจะสามารถส่งออกสารให้กลิ่นรส และผลิตภัณฑ์ได้เพิ่มมากขึ้น ในฐานะที่ไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็น “ครัวโลก”

อีกทั้งธุรกิจนี้ยังเป็นธุรกิจใหม่ ดาวรุ่งที่มีอนาคตสามารถเติบโตได้อีกมาก รวมทั้งเป็นเทรนด์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ ขณะเดียวกันอาหารไทยเองก็ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติด้วย การพัฒนากลิ่นรสอาหารไทยย่อมเป็นตลาดที่น่าจับตา

ไม่ได้มีแค่ใน Star Wars จีนพัฒนาปืนเลเซอร์ ยิงเป้าหมายได้ไกลเกือบ 1 กม.

ปืนเลเซอร์ที่เราได้เห็นกันจากภาพยนตร์ไซไฟเรื่องดัง Star Wars จะไมได้อยู่แค่ในหนังอีกต่อไป เมื่อล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ของจีนพัฒนาอาวุธเลเซอร์แบบพกพาที่สามารถใช้งานได้จริง และยิงเป้าหมายได้ไกลจากระยะเกือบ 1 กิโลเมตร โดยปืนเลเซอร์ ZKZM-500 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมานี้ ถูกจัดให้เป็นอาวุธ “Non-lethal” คือ อาวุธที่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่นักวิจัยที่ร่วมพัฒนาและทดสอบปืนต้นแบบ ระบุว่าแสงเลเซอร์สามารถทำให้ผิวหนังของมนุษย์ไหม้ หรือเสื้อผ้าติดไฟได้ภายในเสี้ยววินาที

ปืนต้นแบบดังกล่าวได้รับการพัฒนาและทดสอบโดย ZKZM Laser บริษัทด้านเทคโนโลยีที่มี Xian Institute of Optics and Precision Mechanics แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีนเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นปืนเลเซอร์ขนาด 15 มม. มีน้ำหนัก 3 กิโลกรัม เช่นเดียวกับปืนอาก้า AK-47 สามารถยิงได้ไกลถึง 800 เมตร หรือครึ่งไมล์ และติดตั้งบนรถ, เรือ หรือเครื่องบินได้

ทั้งนี้ ปืนดังกล่าวสามารถนำมาใช้ในสถานการณ์ที่มีคนร้ายจับตัวประกันหรือลักพาตัวได้ เพราะสามารถยิงทะลุหน้าต่างไปยังเป้าหมายได้ด้วย จึงช่วยระงับเหตุได้ชั่วคราวในขณะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปช่วยตัวประกัน  นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ในการนำมาปฏิบัติการทางทหารอย่างลับๆ ด้วย เพราะมีพลังมากพอที่จะเผาไหม้ หรือจุดถังแก๊ส รวมถึงคลังน้ำมันในกองทัพได้ อีกทั้งยังเป็นลำแสงที่มองไม่เห็น และไม่มีเสียงด้วย เป้าหมายจึงไม่รู้ว่าถูกโจมตีมาจากจุดไหน ทำให้ดูเหมือนกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ

สำหรับปืนเลเซอร์นี้ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมที่สามารถชาร์จซ้ำได้ คล้ายกับแบตเตอรี่ที่ใช้ในสมาร์ทโฟน โดยสามารถยิงได้ถึง 1,000 ครั้ง และแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 2 วินาที ซึ่งเวลานี้ ZKZM Laser กำลังหาหุ้นส่วนที่เป็นบริษัทผู้มีใบอนุญาตในการผลิตอาวุธ หรือบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยหรือป้องกันประเทศ เพื่อเริ่มงานผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งอาวุธดังกล่าวใช้ต้นทุนในการผลิต 1 ชิ้นอยู่ที่ 1 แสนหยวน หรือประมาณ 5 แสนบาท โดยขั้นตอนการออกแบบและผลิตจะได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ขณะที่ลูกค้าจะมีแค่ทหาร และตำรวจของจีนเท่านั้น ซึ่งชุดแรกที่ผลิตออกมามีความเป็นไปได้ว่าจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ต่อต้านการก่อการร้ายในกองกำลังตำรวจของจีน

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1867630276635116

ไม่ได้มีแค่ใน Star Wars จีนพัฒนาปืนเลเซอร์ ยิงเป้าหมายได้ไกลเกือบ 1 กม.