คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-11 พงศกร สังข์สวัสดิ์ ณัฐพงษ์ ปั้นเหน่งเพ็ชร

5 แก็ดเจ็ตในบ้าน เปลี่ยนที่พักอาศัยให้เป็นสมาร์ทโฮมยุคใหม่

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1887716157959861

ปัจจุบันเทคโนโลยีหลายอย่างได้เข้ามาอำนวยความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราในแบบที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน  เมื่อเครื่องใช้ภายในบ้านถูกพัฒนาให้เข้าสู่ยุค IoT หรือ Internet of Things ส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้เปลี่ยนไป มีการเชื่อมต่อความสัมพันธ์และแบ่งปันข้อมูลกันมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด การเชื่อมต่อนี้เองกลายเป็นหัวใจหลักของพวกเขาไปเสียแล้ว เมื่ออยู่นอกบ้าน สมาร์ทโฟนอาจเป็นอุปกรณ์หลักในการเชื่อมต่อ แต่เมื่ออยู่ในบ้าน อุปกรณ์เหล่านี้นี่เองที่จะมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้านให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ดังนั้นวันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาคุณไปรู้จักกับเทคโนโลยีภายในบ้าน ว่ามีอะไรที่จะมาช่วยให้การอยู่บ้านของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้นบ้าง เริ่มกันที่…
1. Google Home

หากใครได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Iron man คงจำ Jarvis ผู้ช่วยอัจฉริยะของ โทนี่ สตาร์ก ได้ เจ้าอุปกรณ์เครื่องนี้ก็จะมาทำหน้าที่ผู้ช่วยดูแลบ้านเช่นกัน Google Home คือลำโพงพร้อมไฟ LED ที่มีดีไซน์สวยงาม ขับเคลื่อนด้วยระบบ Google Assistant สามารถสั่งปิดไฟ เปิดเพลง ถามสภาพอากาศ ตั้งเวลาปลุก จัดตารางการทำงาน และควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน บอกเลยว่าไม่มีไม่ได้แล้ว ปล. ในประเทศไทยยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

2. ฟิลิปส์ ฮิว หลอดไฟอัจฉริยะ

สมาร์ทไลท์ติ้ง ควบคุมบนเทคโนโลยี IoT ที่มาในลักษณะของหลอดไฟสีที่เอาไว้ตกแต่งห้อง หรือทำให้ห้องดูมีอะไรมากขึ้นกว่าแสงไฟปกติ ตอบโจทย์คนสไตล์ฮิป เปลี่ยนสีได้ถึง 16 ล้านสี ใช้ได้กับทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ พร้อมการสั่งงานด้วยเสียง ผ่านผู้ช่วยอัจฉริยะ เช่น Siri (บนไอโฟน) และสมาร์ทสปีคเกอร์อื่นๆ เช่น Google Home เป็นต้น ที่เก๋คือเมื่อ Sync แล้วสามารถให้บรรยากาศร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เปิดเพลงเศร้าก็จะให้แสงที่เหมาะกับอารมณ์เพลง

3. August Smart Lock

สมาร์ทล็อกสุดเจ๋ง เอาไปเปิด-ปิดประตูในเวลาที่ต้องการ บางทีมีเพื่อนมาหาที่บ้านแต่ตัวเองไม่อยู่ ก็เอารหัสให้เพื่อนเปิดเข้ามาโดยการใส่รหัสผ่านสมาร์ทโฟนของเพื่อนได้ นอกจากนี้ยังควบคุมการทำงานผ่านระบบบลูทูธ หากเกิดไฟฟ้าดับก็ยังสามารถทำงานต่อได้ไร้กังวล ที่สำคัญคือไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยด้วย เพราะระบบถูกเซตมาให้เราจัดการได้อย่างเป็นระบบเลยจ้า แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยหาซื้อยากหน่อย เพราะไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

4. Dyson V8 Carbon Fibre

อาจไม่ใช่สมาร์ทโฮมเต็มตัว แต่นี่คือเทคโนโลยีที่เราทึ่ง เนื่องจากเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีพลังดูดไปถึงดาวอังคาร (เว่อร์…จริงๆ คือดูดได้ 155 AW นั่นแปลว่ามีพลังดูดเพิ่มขึ้นจากรุ่นเก่าถึง 30%) มีเทคโนโลยีไซโคลน 15 ชุด จัดเรียง 2 ชั้น ทำงานคู่ขนานกัน ช่วยเพิ่มกระแสลมและดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กจากแรงเหวี่ยงของกระแสลมเข้าสู่ถังเก็บฝุ่น ดูดต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 40 นาที

5. Echo by Amazon

รูปลักษณ์ทรงกระบอกแต่ที่มาพร้อมกับผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Alexa ที่รับคำสั่งเสียงพร้อมโต้ตอบการใช้งานเช่นเดียวกันกับ Google Assistant และ Siri เพียงแค่เรียก “Alexa” ก็เริ่มใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะตั้งปลุก, เปิดเพลง, เตือนรายการที่ต้องทำ และตอบคำถามทั่วไป ซึ่งในต่างประเทศทีคนเม้าท์กันว่า เจ้านี่เจ๋งที่สุดในหมู่ผู้ช่วยในบ้านเลยนะ แต่ก็น่าเสียดายที่ Alexa ไม่พูดภาษาไทย

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1333885#cxrecs_s

ไทยพร้อมให้บริการแล้ว Google Phone ใช้งานได้ทุกโครงข่ายไร้สายและไวไฟ 2 ล้านจุด ไม่ต้องเปลี่ยนซิม

โครงการ GOOGLE PROJECT FI หรือเรียกว่า FI เป็นโครงการที่ Google ได้ดำเนินงานเป็นความลับมาตั้งแต่เมษายน 2015 เพื่อวางแผนในการให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลกผ่านโครงข่าย 3G, 4G และ WIFI ทั่วโลก แบบรวมทุกโครงข่ายไว้ด้วยกัน ผ่านอุปกรณ์ Google Phone โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือนักเดินทางระหว่างประเทศและนักท่องเที่ยว ให้สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายอย่างไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องเปลื่ยน SIM แถมค่าบริการไม่แพง ภายใต้การรับรองของ Google

 
ซึ่งข่าวนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาทางโครงข่าย AT & T มีความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ผ่านมาไม่นาน ช่วงปลายปี 2016 โครงการ FI สามารถให้บริการได้จริงหลายประเทศทั่วโลก เช่น ในประเทศมี 3 ผู้ให้บริการ ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้โดยเสียค่าใช้จ่ายเท่ากันเหมือนประเทศของลูกค้า (ดูจากข้อมูลการลงทะเบียน) มีการคิดค่าบริการคราวเดียวและรับอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่จำกัด
 


ทำความเข้าใจเสียใหม่ FI ไม่ใช้ MVNO
การให้บริการ GOOGLE PROJECT FI เป็นการให้บริการในรูปแบบ piggybacks ผ่านโครงข่ายอื่นๆทั่วโลก เช่น กรณีการให้บริการในประเทศสหรัฐอเมริกา ทาง Google ได้รวมเครือข่าย 4G LTE Sprint, T-Mobile, และ U.S. Cellular. เป็นหนึ่งเดียวในการให้บริการ Project Fi
ทั้งหมดของโครงการ FI ทาง Google ได้รวบรวมการให้บริการไปแล้วมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก เมื่อลูกค้าเดินทางข้ามประเทศไปยังจุดหมาย Google Phone จะจับสัญญาณเครือข่าย 4G ในประเทศนั้นทันที โดยระบุ ” พื้นนี้อยู่ในการรับรองของ Google” ใช้เวลาเชื่อมต่อสัญญาณไม่เกิน 3 นาที ก็สามารถใช้งานได้ทันที
 
 
นอกจากนี้ยังมีบริการ Wi-Fi Assistant รับรองการเชื่อมต่อ WIFI มากกว่า 2 ล้านจุดให้บริการทั่วโลก ซึ่งจะเชื่อมต่อสัญญาณแบบอัตโนมัติ ซึ่งการเชื่อมต่อเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงจาก Google
 
 
อัตราค่าบริการ Project Fi
เบื้องต้น Google มีบริการคิดค่าบริการการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัด $ 80 ต่อเดือน จากการตรวจสอบของ adslthailand พบว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ GOOGLE PROJECT FI โดยให้บริการ Voice calls (non-Wi-Fi) $0.20 per minute และ Data (High Speed) $10 per GB ซึ่งเราไม่พบข้อมูลอย่างแน่ชัดว่าสามารถใช้งานได้ครบทั้ง AIS, True และ Dtac ตลอดจนค่ายมือถืออื่นด้วยหรือไม่ เพียงแต่ชัดเจนว่า Google ระบุประเทศไทยใช้งานได้ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ค่ายหลักอย่างแน่นอน



 
มือถือที่รองรับ Project Fi
 
ทั้งหมดเป็นมือถือรุ่นใหม่ในปัจจุบัน (ข้อมูลปี 2018)
 
Pixel 2 และ Pixel 2 XL
Motorola Moto G6
Android One Moto X4
LG G7 ThinQ
LG V35 ThinQ
 


ล่าสุดยังเกิดมี Promotion ซื้อสมาร์ทโฟนรุ่น Pixel 2 และ Pixel 2 XL แถมค่าโทรและเน็ต ฟรีผ่าน Project Fi ทั้งนี้ cnet ระบุว่า บริการ GOOGLE PROJECT FI สามารถให้บริการกับเด็กอายุ 13 ปี ผ่านบริการ shared family plans ได้เพียงติดตั้ง Family Link

ที่มา  คลิกค่ะ

ชาวโลกรอชม ‘จันทรุปราคาเต็มดวง’ ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1860585040672973

นักดูดาวทั่วโลกรอชมปรากฏการณ์ จันทรุปราคาเต็มดวง ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21  ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลาย เดือน ก.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันที่ 27 ก.ค. จะเกิดปรากฏการณ์ ‘จันทรุปราคาเต็มดวง’ หรือ ‘ราหูอมจันทร์’ ที่ยาวนานที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 21 นี้ (ค.ศ.2001-2100) โดยพระจันทร์จะถูกเงาของโลกบดบังจากแสงอาทิตย์เต็มทั้งดวงนานถึง 1 ชั่วโมง 43 นาที ขณะที่ปรากฏการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบจะกินเวลานานถึง 3 ชั่วโมง 55 นาที นาย โนอาห์ เปโตร นักวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์จากศูนย์การบินอวกาศ ‘ก็อดดาร์ด’ ของนาซา ระบุว่า ชาวอเมริกาเหนือจะไม่มีโอกาสชมปรากฏการณ์นี้ด้วยตาของตัวเอง แต่ผู้คนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา, ตะวันออกกลาง, เอเชียใต้ และพื้นที่ในภูมิภาคคาบสมุทรอินเดียจะมีโอกาสได้เห็น หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยเวลาที่จันทรุปราคาจะเต็มดวงคือประมาณ 20:21น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือราว 3:21น.วันที่ 28 ก.ค. ตามเวลาไทย

ทั้งนี้ การชมจันทรุปราคาไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเหมือนสุริยุปราคา เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่โลกบดบังแสงอาทิตย์ จนเงาของโลกทาบทับดวงจันทร์ ส่งผลให้ดาวบริวารของโลกดวงนี้มีสีแดงแทนที่จะเป็นสีเหลืองนวลตามปกติ ส่วนจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 21 ม.ค. 2562 โดยจะเกิดนาน 1 ชั่วโมง 2 นาที

ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/1320077

ความเข้าใจใหม่ในต้นกำเนิดของภาษาของคนทั่วโลก

ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่, ข่าววิทยาศาสตร์น่ารู้, ข่าววิทยาศาสตร์สั้นๆ, ข่าว  วิทยาศาสตร์ล่าสุด, ข่าววิทยาศาสตร์วันนี้, ข่าววิทยาศาสตร์ พร้อมรูป, ข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ

ความเข้าใจใหม่ในต้นกำเนิดของภาษาของคนทั่วโลก

นักภาษาศาสตร์ได้ให้การยอมรับมานานแล้วว่าภาษาทั้งหลายตั้งแต่ภาษาอังกฤษ ภาษากรีก ไปจนถึงภาษาฮินดูหรือที่รู้จักกันดีในชื่อที่ว่า ตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรป* นั้นเป็นภาษาที่ชนรุ่นหลังนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลภาษาที่ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยบรรพกาลที่ถูกใช้ในการสนทนาทั่วๆ ไปเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ขณะนี้งานวิจัยล่าสุดได้ให้ข้อมูลกับพวกเรามากขึ้นถึงเวลาและสถานที่ที่มีแนวโน้มของการใช้ภาษาตระกูลนี้เป็นส่วนใหญ่
จากการอาศัยข้อมูลกว่า 150 ภาษา นักภาษาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย University of California ที่เมือง Berkeley ได้แสดงหลักฐานให้เห็นว่าภาษาที่บรรพบุรุษได้เคยใช้นี้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 5,500-6,500 ปีก่อน ในบริเวณที่ราบ Pontic-Caspian Steppe ซึ่งเป็นบริเวณที่แผ่อาณาเขตกว้างขวางจากสาธารณรัฐมอลโดวา และยูเครนไปจนถึงรัสเซียและคาซัคสถานฝั่งตะวันตก
คณะวิจัยประกอบด้วย Will Chang, Chundra Cathcart, David Hall, และ Andrew Garrett ซึ่งผลงานของพวกเขาจะเผยแพร่ในวารสาร Language ฉบับเดือนมีนาคม พวกเขาได้กล่าวว่า “การวิเคราะห์เกี่ยวกับวิวัฒนาการของบรรพบุรุษที่ถูกจำกัดได้สนับสนุนสมมติฐาน Indo-European steppe hypothesis”
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่, ข่าววิทยาศาสตร์น่ารู้, ข่าววิทยาศาสตร์สั้นๆ, ข่าว  วิทยาศาสตร์ล่าสุด, ข่าววิทยาศาสตร์วันนี้, ข่าววิทยาศาสตร์ พร้อมรูป, ข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ
วารสารทางวิชาการฉบับนี้ได้การสนับสนุนสมมติฐาน “steppe hypothesis” หรือสมมติฐาน “Kurgan hypothesis” ที่ได้เสนอว่า ตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรปนั้นได้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในช่วงการพัฒนาเกษตรกรรมทางด้านการทำปศุสัตว์ การทำฟาร์มเมื่อประมาณ 4,500 ถึง 3,500 ปีก่อนคริสตกาล (ในขณะที่ทฤษฎีทางเลือกได้เสนอว่าตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรปนี้ได้แพร่กระจายในช่วงต้นๆ ประมาณ 7,500 ถึง 6000 ปีก่อนคริสตกาล ในบริเวณที่ราบสูงกว้างใหญ่ระหว่างทะเลดำกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือคาบสมุทรของ Asia Monor ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศตุรกีในปัจจุบันนี้)
Chang และคณะได้ศึกษาชุดคำศัพท์มากกว่า 200 ชุดจากภาษาในตระกูลอินเดีย-ยุโรปทั้งที่ใช้กันอยู่และภาษาที่ตายแล้วหรือไม่ใช้กันแล้วในปัจจุบันนี้ หลังจากการคำนวณหาว่า คำศัพท์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนไปได้รวดเร็วขนาดไหนในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยแบบจำลองทางสถิติ พวกเขาได้สรุปว่า อัตราเร็วในการเปลี่ยนแปลงได้ชี้ให้เห็นว่า ภาษาเหล่านี้ที่คำศัพท์ได้ถูกใช้เป็นครั้งแรกได้เริ่มที่จะแตกต่างกันออกไปเมื่อประมาณ 6,500 ปีมาแล้ว ซึ่งมันเป็นไปตามสมมติฐานของ steppe hypothesis
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ข่าววิทยาศาสตร์ใหม่, ข่าววิทยาศาสตร์น่ารู้, ข่าววิทยาศาสตร์สั้นๆ, ข่าว  วิทยาศาสตร์ล่าสุด, ข่าววิทยาศาสตร์วันนี้, ข่าววิทยาศาสตร์ พร้อมรูป, ข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ
การศึกษาครั้งนี้ถือเป็นวารสารทางวิชาการฉบับแรกที่มีการใช้ข้อมูลเชิงปริมาณมาใช้ในการสนับสนุนสมมติฐาน steppe hypothesis และเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ต้นแบบร่วมกับข้อจำกัด “ancestry constraints” ซึ่งรวมเข้ากับความสัมพันธ์ระหว่างภาษาทั้งหลายที่ถูกค้นพบในอดีตได้โดยตรงมากยิ่งขึ้น วิธีการที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้กับการวิจัยในอนาคตเพื่อศึกษาถึงต้นกำเนิดของตระกูลภาษาอื่นๆ เช่น Afro-Asiatic หรือตระกูลภาษาแอฟโร-เอเชียติก (กลุ่มของภาษาที่ใช้กันแพร่หลายในแอฟริกาเหนือ และเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ภาษากลุ่มเซมิติก ภาษาอียิปต์ภาษากลุ่มเบอร์เบอร์ ภาษากลุ่มชาดภาษากลุ่มคูชิติก ภาษากลุ่มโอโมติก ภาษากลุ่มเบยา) และ Sino-Tibetan หรือ จีน-ทิเบต (ตระกูลภาษาที่ใช้ในจีนตอนกลาง ตอนล่าง ทิเบต เมียนมาร์ และอินเดียทางตะวันออกเฉียงเหนือ)
รายงานฉบับนี้จะถูกเผยแพร่ใน http://www.linguisticsociety.org/files/news/ChangEtAlPreprint.pdf
*ตระกูลภาษาอินโด-ยูโรเปียน หรือ ตระกูลภาษาอินเดีย-ยุโรป ประกอบด้วยภาษาและภาษาย่อยรวม 443 ภาษา (ตามการประมาณของ SIL) ที่พูดโดยคนประมาณ 3 พันล้านคน ซึ่งรวมถึงตระกูลภาษาหลักๆ ของยุโรป และเอเชียตะวันตก ซึ่งจัดอยู่ในตระกูลใหญ่ ภาษาปัจจุบันที่อยู่ในตระกูลใหญ่นี้ มีเช่น ภาษาเบงกาลี ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาฮินดี ภาษาโปรตุเกส ภาษารัสเซีย และ ภาษาสเปน (แต่ละภาษามีคนพูดมากกว่า 100 ล้านคน)
ที่มา : http://touchnewsonline.blogspot.com/2015/05/new-insights-into-origins-of-worlds.html