คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-8 สิทธิชัย มีสัตย์ ณัฐพงษ์ จันทกูล วริศรา กิ่งชา ปิยธิดา อินทรักษาทรัพย์

Rolls-Royce ร่วมวงผลิตแท็กซี่บินได้ ทำความเร็วสูงสุด 400 กม./ชม. หวังใช้จริงต้นปี 2020

14031_1807161704381E

นอกจากจะผลิตเครื่องยนต์ให้กับเครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว บริษัท Rolls-Royce Holdings Plc จากอังกฤษ ยังหวังจะผลิต Flying Taxi หรือแท็กซี่บินได้ออกมาใช้งานในอนาคตด้วย หลังจากเปิดตัวแนวคิดในการผลิต EVTOL (Electric Vertical Take Off and Landing) เครื่องบิน Hybrid-electric ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้า ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ครั้งละ 4-5 คน

ในแถลงการณ์เปิดตัวระบุว่า EVTOL สามารถบินได้ด้วยความเร็วสูงสุด 250 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้ไกล 500 ไมล์ (800 กิโลเมตร) ขณะที่ปีกหมุนได้ 90 องศา ทำให้สามารถเทคออฟหรือขึ้นบินในแนวตั้งได้ด้วย และด้วยความที่เป็นเครื่องบิน Hybrid-electric จึงใช้เทคโนโลยีกังหันก๊าซในการผลิตไฟฟ้า 500 กิโลวัตต์ให้กับใบพัดทั้ง 6 ตัว ซึ่งใบพัด 4 ตัวสามารถพับไปด้านหน้าตัวลำ เมื่อเครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูงเพียงพอ เพื่อทำงานร่วมกับใบพัดอีก 2 ตัวทางด้านหลังเครื่องเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนในการบิน

แม้ว่าการใช้พลังงานไฟฟ้าแบบไฮบริดอาจไม่ได้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่ก็เป็นผลดีในเรื่องของการประหยัดเวลา ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการให้บริการผู้โดยสาร เพราะจะมีแบตเตอรี่ไว้สำหรับสำรองพลังงาน ในกรณีที่ต้องเติมเชื้อเพลิงให้กับกังหันก๊าซในขณะที่กำลังบินอยู่นั่นเอง

โดยขณะนี้ Rolls-Royce Holdings Plc (ซึ่งแยกตัวมาจาก Rolls-Royce Motor Cars ผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์หรูตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970) กำลังอยู่ในระหว่างการหาหุ้นส่วนที่จะมาร่วมลงทุนธุรกิจดังกล่าว เพื่อหวังผลิตแท็กซี่บินได้ให้สามารถพร้อมใช้งานได้จริงในช่วงต้นปี 2020
ที่มา : www.bloomberg.com , twitter.com , www.rolls-royce.com

เทคโนโลยีช่วยปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ผลผลิตสูงขึ้นในรอบหลายสิบปี

D0E81724-FABD-44B1-825E-8AE3E9E7E2F7_cx0_cy10_cw0_w1023_r1_s

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1884605258270951

นักเพาะพันธุ์ข้าวชี้ว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ช่วยปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตสูงขึ้นแม้ว่ายังไม่ดีเท่าช่วง “ปฏิวัติเขียว”

ความรู้ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าว ธัญพืชที่เลี้ยงปากท้องของคนถึงครึ่งโลกก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก เพราะช่วยเพิ่มปริมาณผลิตผลข้าวได้อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา

หากการทดลองครั้งต่อไปยังได้ผลเป็นที่น่าพอใจเหมือนเท่าที่ผ่านมา พันธุ์ข้าวที่คิดค้นได้จะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักสำคัญ ในห้วงที่ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทีมนักวิจัยค้นพบว่า มียีนข้าวอย่างหนึ่งที่ช่วยเพิ่มจำนวนกิ่งของข้าวในส่วนที่เป็นยอดข้าว ทีมนักวิจัยทีมนี้ได้ใช้วิธีผสมพันธุ์ข้าวแบบดั้งเดิมเพื่อใส่ยีนข้าวดังกล่าวนี้เข้าไปในพันธุ์ข้าวทั้งหมด 5 สายพันธุ์ด้วยกัน ข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ได้ออกมา สามารถผลิตข้าวได้มากกว่าข้าวสายพันธุ์เเม่เเละสายพันธุ์พ่อ ตั้งเเต่ 28 ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ชูเวหยาน ชา นักเพาะพันธุ์ข้าวที่มหาวิทยาลัยแห่งอาคันซอ (University ofArkansas) กล่าวว่า นี่เป็นการเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวที่สูงมาก และหากทีมงานสามารถทำได้สำเร็จราว 6 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากเเล้ว ชาไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยพัฒนาผลผลิตข้าวครั้งใหม่นี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เมื่อไม่นานมานี้ เขากล่าวเตือนว่าการทดลองนี้ยังอยู่ในระดับเล็กอยู่เเละเป็นการทดลองควบคุม ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าผลที่ได้จะออกมาแบบเดิมหรือไม่ หากเกษตรกรนำไปปลูกในไร่นาจริงๆ ปริมาณผลผลิตข้าวไม่เพิ่มขึ้นมากนักมาตั้งเเต่ความสำเร็จจาก “การปฏิวัติเขียว” หรือ “Green Revolution” ในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1960s ที่มุ่งปรับปรุงปริมาณผลผลิตข้าว บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นอย่างมากของปริมาณผลผลิตอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเลี้ยงปากท้องของประชากรโลกที่จะเพิ่มขึ้นอีกสองพันล้านคนภายในปี พ.ศ. 2593 หรือ อีก 32 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม พันธุ์ข้าวทั้ง 5 สายพันธุ์ที่ทีมนักวิจัยได้ทดลองพัฒนาขึ้น ไม่ได้เพิ่มปริมาณผลผลิตขึ้นอย่างมากทุกพันธุ์

เเชนนอน พินสัน (Shannon Pinson) นักพันธุกรรมข้าวแห่งกระทรวงการเกษตรแห่งชาติสหรัฐฯ ชี้ว่า นั่นจึงเป็นสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องมองผลการทดลองนี้อย่างระมัดระวัง พินสัน กล่าวว่า เเน่นอนว่าผลการทดลองนี้น่าตื่นเต้น เเต่ตนเองคิดว่ายังไม่ตื่นเต้นเท่ากับ “การปฏิวัติเขียว”

ผู้สื่อข่าววีโอเอรายงานว่าพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ปรับปรุงขึ้นมานี้จะนำออกมาให้เกษตรกรนำไปปลูกภายใน 2 – 4 ปีข้างหน้า

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

ที่มา https://www.voathai.com/a/rice-breeders-huge-productivity-tk/4475190.html

 

แฮกเกอร์มาเหนือเมฆขโมยพาสเวิร์ดด้วยวิธีตรวจจับความร้อนจากแป้นคีย์บอร์ด

passw0rd-thermal-residue-1ทีมวิจัยจาก University of California, Irvine (UCI) ได้เปิดเผยรูปแบบใหม่ที่แฮกเกอร์ใช้โจมตีในการล้วงข้อมูลและพาสเวิร์ดต่าง ๆ ผ่านรูปแบบการโจรกรรมที่เรียกว่า Thermanator โดยจะเป็นการตรวจจับคลื่นความร้อนของผู้ใช้ระหว่างใช้งานคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ โดยแฮกเกอร์จำเป็นจะต้องมีกล้องตรวจจับความร้อนติดตั้งไว้ในมุมที่มองเห็นคีย์บอร์ดของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเช่นกัน

ทั้งนี้ นักวิจัยเลือกผู้เข้าทดลอง 30 ราย ให้ตั้งพาสเวิร์ด 10 รูปแบบที่มีทั้งรหัสผ่านยากและง่ายบนคีย์บอร์ดมาตรฐาน 4 แบบ พร้อมทั้งใช้กล้องตรวจจับคลื่นความร้อน ซึ่งปรากฏว่าพบร่องรอยของคลื่นความร้อนของผู้ใช้จากปุ่มที่กด โดยพบว่าความร้อนดังกล่าวจะยังคงอยู่อย่างน้อย 1 นาทีหลังจากที่ถูกกดครั้งล่าสุดไปแล้ว ซึ่งเป็นเวลาเหลือเฟือสำหรับแฮกเกอร์ที่จะเจาะรหัสผ่านจากร่องรอยเหล่าดังกล่าว

‘ถ้าคุณพิมพ์เข้ารหัสผ่านอะไรสักอย่างบนเครื่องแล้ว เดินออกไปจากตัวเครื่อง ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีแฮกเกอร์ก็สามารถแกะรอยได้ทันที’ Gene Tsudik หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว

ที่มา: welivesecurity

นักอนาคตศาสตร์เชื่อ ใน 30 ปี เทคโนโลยีจะช่วยให้คนมีชีวิต “อมตะ”

1

เชื่อกันว่าภายใน ทศวรรษ เทคโนโลยีล้ำสมัยจะช่วยให้คนที่เกิดหลังปี พ.ศ. 2513 มีชีวิต อมตะ

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1873064382758372

ความคิดนี้มาจากการคาดคะเนของดร. Ian Pearson นักอนาคตศาสตร์ (futurologist) ระดับแนวหน้า “ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีเชื่อได้ว่าคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงปี พ.ศ. 2593 อาจมีชีวิตที่เป็นอมตะ”

ดร. Pearson อ้างถึงเทคโนโลยีหลายอย่างที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมาได้ ซึ่งรวมถึงพันธุวิศวกรรมที่จะช่วยคืนความเป็นหนุ่มสาวให้กับเซลล์ในร่างกายและไบโอเทคโนโลยีที่จะช่วยสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาทดแทนอวัยวะที่เสื่อมสภาพไป “ไม่มีใครอยากเป็นอมตะในสภาพของคนอายุ 80-90 หรอก ถ้าทำได้ใคร ๆ ก็อยากให้ตัวเองเหมือนเมื่อตอนอายุ 20-30 ด้วยกันทั้งนั้น”

ดร. Pearson ยังมองว่าชีวิตที่ไม่มีวันตายอาจไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับร่างกายเดิม “ถ้าอุปสรรคของชีวิตอมตะคือร่างกายที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ต่อไปอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถอัปโหลดจิตสำนึกไปเก็บไว้ใน “clound” จากนั้นก็ดาวน์โหลดใส่แอนดรอยด์หรือหุ่นยนต์เหมือนคนแบบไหนที่ไหนก็ได้ทั่วโลก หมายความว่าแม้สังขารจะร่วงโรยไปแต่จิตสำนึกของเราจะยังคงอยู่ตลอดไป “ถึงตอนนั้นคุณอาจเลือกหุ่นยนต์ที่ดูอายุเท่าไหร่ก็ได้ เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้”

ดร. Pearson เชื่อว่าเทคโนโลยีทั้งหลายทั้งปวงเพื่อชีวิตที่เป็นอมตะนี้เกิดได้ภายในปี 2593 หรืออีกประมาณ 30 ปี “ถ้าคุณเกิดหลังปี 2513 ปีนี้คุณอายุ 48 คนที่อายุไม่ถึง 50 ถือว่ายังมีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยีนี้ หรือก็คือมีโอกาสจะมีชีวิตที่เป็นอมตะ ส่วนคนที่ตอนนี้ยังอายุไม่ถึง 40 คุณได้รับโอกาสนั้นแน่นอน” ในช่วงแรกค่าใช้จ่ายจะต้องสูงมากแน่ ๆ ซึ่งจะมีเพียงมหาเศรษฐีเท่านั้นที่เอื้อมถึง แต่ให้หลังประมาณ 10 ปี ชนชั้นกลางทั่วไปก็น่าจะเข้าถึงได้

ที่มา :http://campus.sanook.com/1389637/

ผ้าห่มฟรอยด์อเนกประสงค์สีเงิน (ผ้าห่มฉุกเฉิน)

ไม่ธรรมดา!!! “ผ้าห่มฟรอยด์” ที่ “หมอภาคย์”และหน่วยซีล นำไปช่วยเหลือ “ทีมหมูป่า″ 13 ชีวิต #ถ้ำหลวง ผ้าห่มฟรอยด์อเนกประสงค์สีเงิน (ผ้าห่มฉุกเฉิน)

– ให้ความอบอุ่นต่อร่างกายไม่ว่าจะหนาวเพียงใด- ป้องกันอุณหภูมิได้ทุกสภาวะอากาศ
– เหนียว บางเบา สะดวกต่อการพกพา
หลายคนเรียกมันว่าผ้าห่มฉุกเฉิน แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ผ้า แต่เป็แผ่นพลาสติกขนาดบางเคลือบฟรอยด์ เพื่อเก็บกับอุณหภูมิและสะท้อนแสงเท่านั้น สามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย แนะนำให้มีติดกระเป๋า ติดรถ หรือชุดยังชีพ เพราะในกรณีฉุกเฉินสามารถหยิบใช้ได้ทัน การใช้งานก็ไม่ต่างจากผ้าใบของทหาร (เพียงแต่บางและเบากว่า) ไม่ว่าจะขึงทำเป็นหลังคา ห่มตัว ปูนอน แล้วแต่จะประยุกต์ใช้กัน
**คุณสมบัติของผ้าห่มฉุกเฉิน**
– วัสดุทำจาก PET ฟิล์มเคลือบฟรอยด์
– ให้ความอบอุ่นต่อร่างกายมากถึง 90%
– ป้องกันอุณหภูมิได้ทุกสภาวะอากาศ ไม่ว่าจะร้อน หนาว เย็น
– กันน้ำ กันลม อย่างดียิ่ง
– ทำความสะอาดง่าย เพียงแค่เช็ดเท่านั้น
– ไม่หดตัว และ ไม่เป็นเชื้อรา
อย่างไรก็ตาม แฟนเพจเฟซบุ๊ก “Spaceth.co” เผยข้มูลเพิ่มเติมว่า หนึ่งในเทคโนโลยีด้านอุณหภูมิจากอวกาศ Space Blanket หรือผ้าห่มอวกาศ เป็นชื่อเรียกของเทคโนโลยีที่ NASA พัฒนาขึ้นมาในปี 1964 ในตอนนั้น NASA ต้องการเทคโนโลยีที่สามารถรักษาอุณหภูมิของเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ บนอวกาศ รวมไปถึงตัวของนักบินอวกาศเองด้วย มันทำจากพลาสติก Mylar ที่บางมากๆ เคลือบฟิล์มอะลูมิเนียม ทำให้มันสามารถเก็บอุณหภูมิภายในไว้ได้อย่างดี และสะท้อนรังสีความร้อนออกไปได้ถึง 97%
หน้าที่ของ Space Blanket นี้ก็คือ ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิภายในถูกถ่ายเทสู่สิ่งแวดล้อม นั่นทำให้อุณหภูมิของสิ่งที่ถูกห่อไว้คงที่มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งในกรณีนี้ร่างกายของน้องๆ เป็นแหล่งผลิตความร้อนอยู่แล้ว ผ้าห่มก็จะช่วยไม่ให้ความร้อนถูกถ่ายไปสู่อากาศในถ้ำที่เย็นกว่ามากๆ ซึ่งเทคโนโลยีนี้เป็นผลพลอยได้มาจากเทคโนโลยีอวกาศที่มีอยู่จริง
1530684555992ที่มา:http://m.tnews.co.th/contents/468404

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1870040736394070

Chili-pepper-benefit-1

พริกป่น เสี่ยงต่อสารอะฟลาท็อกซิน ไม่แพ้ ถั่วลิสง

prik

รู้หรือไม่ ถ้าเราเก็บรักษา “พริกป่น” ไม่ดีโดยปล่อยให้มีความชื้น จะส่งผลให้เกิดสารอันตราย “อะฟลาท็อกซิน” ได้ไม่แพ้ “ถั่วลิสง” แล้วพริกป่นสำเร็จรูปที่เราทานกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันล่ะ จะปลอดภัยต่อสุขภาพแค่ไหนกัน
                     เกิดเป็นไทยกินอาหารอะไรก็ต้องแซ่บไว้ก่อน “พริก” จึงกลายเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่คนไทยขาดแทบไม่ได้ แถมยังเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ สามารถพัฒนาในระดับอุตสาหกรรมเพื่อผลิตสินค้าหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ยา ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ ยาฆ่าแมลง ส่วนผสมของสายเคเบิ้ล หรือผลิตภัณฑ์แก้ง่วง  พริกป่น เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน แต่พริกป่นนั้น จำเป็นต้องเก็บไว้ในที่แห้งสนิท เพราะเกิดเชื้อรา ง่าย เมื่อเกิดเชื้อราขึ้นแต่เราบริโภคเข้าไป ก็จะได้รับสารอะฟลาท็อกซิน เป็นของแถม จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า พริกป่นเป็นอาหารที่เสี่ยงต่อการเกินสารอะฟลาท็อกซินได้ง่าย ไม่แพ้ถั่วลิสง ยิ่งในปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าพริกป่นจากต่างประเทศมากขึ้น ความเสี่ยงจึงมีมากขึ้นตามไปด้วย เพราะผู้บริโภคขาดข้อมูลแหล่งผลิตสินค้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง เราจึงเก็บตัวอย่าง “พริกป่น” ที่บรรจุในซองสำเร็จรูป 2 ยี่ห้อยอดนิยม ได้แก่ “ไร่ทิพย์” และ “ข้าวทอง” พร้อมด้วยพริกป่นบรรจุซองขายในห้างอีก 5 ยี่ห้อ ได้แก่ ตราเจเจ ตราบางช้าง ตรามือที่ 1 ตรานักรบและตราศาลาแม่บ้าน รวมทั้งพริกป่นแบบแบ่งขายใตตลาดสด จากนั้นไปนำส่งห้องทดสอบ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อตรวจหาสารอะฟลาท็อกซิน                                                                                                ผลการทดสอบพบการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซิน ในพริกป่นเกือบทุกตัวอย่าง แต่ปนเปื้อนในปริมาณไม่มากจนน่าห่วง คือ พบน้อยกว่าที่ อย.กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 20 ไมโครกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ ตามปกติแล้วเรามักไม่บริโภคพริกป่นในปริมาณมาก เพียงแค่เติมเพื่อชูรสชาติเท่านั้น จึงไม่น่ากังวลต่อการบริโภคอย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประมาท ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการเลือกพริกแห้งมาคั่วพริกป่นทานเอง หากซื้อจากแม่ค้า ก็ควรเลือกซื้อจากเจ้าที่เชื่อถือได้และหมุนเวียนสินค้าไว

ที่มา : http://www.physics2u.org/index.php?option=com_content&view=article&id=1448:2010-03-10-13-23-43&catid=62:2010-02-04-02-28-01&Itemid=90

การเก็บรักษาแสงอาทิตย์

 

38813A31-93F8-4D0A-925C-11E6682F0D65
พลังงานจากดวงอาทิตย์นี้ สามารถนำมาเก็บเอาไว้แล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนได้ ความร้อนนี้จะถูกนำไปใช้ทำความอบอุ่นใน อาคารบ้านเรือนและใช้ในการทำน้ำร้อนได้อีกด้วยบ้านทดลองพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานจากดวงอาทิตย์ถูกเก็บรักษาไว้ในหลังคาลาดเอียงที่ทำขึ้นเป็นพิเศษหลังคาแบบนี้มีประโยชน์มากในภูมิประเทศที่ได้รับแสงอาทิตย์น้อยวิธีการหนึ่งที่ใช้กันอยู่คือ การใช้แผ่นโลหะที่เรียกว่าแผ่นรับความร้อนซึ่งมีลักษณะแบน แผ่นรับความร้อนนี้จะถูกติดตั้งไว้บนหลังคาโดยหันหน้าไปในทิศทางที่จะรับแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด ข้างใต้แผ่นรับความร้อนนี้มีท่อหลาย ๆ ท่อติดอยู่ภายในท่อบรรจุของเหลวพิเศษชนิดหนึ่ง เมื่อแสงแดดแผดเผาแผ่นรับความร้อน ของเหลวในท่อก็จะร้อนด้วย ตอนนี้ก็จะต้องเก็บรักษา ความร้อนเอาไว้ก่อนจนกว่าจะต้องการใช้ โดยเราให้ของเหลวพิเศษนี้ไหลถ่ายเทจากท่อข้างใต้ แผ่นรับความร้อนไปตามท่อที่ต่อเข้าไปผ่านถังเก็บน้ำความร้อนจากของเหลวภายในท่อนี้จะทำให้ น้ำในถังร้อน น้ำร้อนนี้ก็จะถูกเก็บรักษาไวในถังที่มีฉนวนป้องกันการสูญเสียความร้อนเพื่อเก็บเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืน และในวันที่ไม่มีแสงแดดสำหรับของเหลวนี้เมื่อระบายความร้อนให้กับน้ำจนตัวมันเย็นลง แล้วก็จะถูกส่งกลับเข้าไปที่แผ่นรับแสงอาทิตย์เพื่อดูดซับความร้อนอีกเป็นเช่นนี้เรื่อย ไปไอน้ำร้อนจากน้ำพุร้อนใต้พื้นดินแทรกตัวขึ้นมาตามรอยแยกของหินที่อยู่ข้างบนนอกจากนี้ แสงอาทิตย์ยังถูกนำมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย อุปกรณ์ที่ใช้เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้านี้ เราเรียกว่า เซลล์ไฟฟ้าพลังแสง (PHOTOELECTRIC CELL) เมื่อมีแสงส่องมาตกกระทบเซลล์ เหล่านี้ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นมา ถ้าแสงนั้นเป็นแสงอาทิตย์เราเรียกมันว่า เซลล์แสงอาทิตย์ เซลล์เหล่านี้หลาย ๆ เซลล์เมื่อนำมาเชื่อมต่อกันก็จะเกิดเป็นแบตเตอรี่พลังแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็น อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับยานอวกาศ

ที่มา : http://www.physics2u.org/index.php?option=com_content&view=article&id=236%3A2010-02-12-05-13-45&catid=62%3A2010-02-04-02-28-01&Itemid=90