คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-8 สิทธิชัย มีสัตย์ ณัฐพงษ์ จันทกูล วริศรา กิ่งชา ปิยธิดา อินทรักษาทรัพย์

เปลี่ยนพลาสติกเป็นน้ำมันดีเซล มันดีงามมาก! ผลงานวิจัยจาก มทร.ธัญบุรี

 

04-1-1024x683

คลิก facebook

         ลดปัญหาขยะล้นโลกและใช้ทรัพยากรได้เป็นอย่างดีเลย เปลี่ยนพลาสติกเป็นน้ำมันดีเซล มันดีงามมาก! ผลงานวิจัยจาก มทร.ธัญบุรี เรียกว่าอาจจะช่วยลดปัญหาการใช้ทรัพยากรและพลาสติกล้นโลกได้เป็นอย่างดีเลย หลังจากที่ มทร.ธัญบุรี ได้สร้าง ‘เครื่องต้นแบบกระบวนการไพโรไลซิส’ สำเร็จ ซึ่งเครื่องนี้สามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกและน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ที่คุณภาพน้ำมันเทียบเท่าน้ำมันดีเซล โดยไม่ต้องอาศัยการกลั่น สมบัติผ่านมาตรฐานตามที่กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงานได้ประกาศไว้ ซึ่งตอนนี้งานวิจัยอยู่ระหว่างยื่นขอความคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเรียกได้ว่าผลงานการวิจัยนี้สามารถตอบโจทย์การลดการใช้ทรัพยากรโลกและลดขยะได้เป็นอย่างดี

เพราะในปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีขยะประเภทพลาสติกประมาณ 2 ล้านตันต่อปี และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อเนื่อง จะกำจัดก็ยากไม่สามารถใช้วิธีการฝังกลบเพราะสลายตัวช้ามาก หากนำไปเผาก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยทั่วไปกระบวนการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันไพโรไลซิสจะมีคุณภาพต่ำ ไม่ผ่านมาตรฐาน จำเป็นต้องผ่านกระบวนการกลั่นอีกครั้งจึงจะได้น้ำมันดีเซลออกมา ซึ่งมีผลมาจากการนำขยะพลาสติกหลายชนิดมาผ่านกระบวนการให้ความร้อนสูงภายใต้บรรยากาศไร้ออกซิเจนและจากการศึกษาวิจัยพบว่าสัดส่วนของชนิดพลาสติกเริ่มต้นร่วมกับน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว ส่งผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำมันจากกระบวนการไพโรไลซิสเป็นอย่างมาก อีกทั้งการใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วมาเป็นวัตถุดิบร่วมส่งผลให้เพิ่มการถ่ายเทความร้อนและลดความหนืดของสารภายในเครื่อง จึงเกิดการหลอมเหลวเร็วขึ้นและลดพลังงานที่ใช้ในการกวนผสม

ที่มา : http://campus.sanook.com/1392049/

กูเกิลเผยที่มาของเกมไดโนเสาร์บน Chrome ฉลอง 4 ขวบ

Game3_2

คลิก facebook

เกมไดโนเสาร์นี้มีไอเดียมาจากยุคไดโนเสาร์ที่โลกยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มี Wi-Fi ให้ใช้ ซึ่งการที่เน็ตหลุดเน็ตล่มนั้นก็ไม่ต่างกันยุตไดโนเสาร์ เพราะไม่สามารถเข้าเว็บหรือทำอะไรในโลกออนไลน์ได้เลย โดยทีแรกนั้นมีความตั้งใจจะทำให้ตัวไดโนเสาร์มีท่าทางน่ารัก ๆ แต่สุดท้ายก็ออกมาเป็นไดโนเสาร์วิ่ง ก้ม กระโดดแบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ ด้วยกราฟิกแบบจุดพิกเซลภาพขาวดำเหมือนกับไอคอนตอน Chrome มีปัญหา Error

ในช่วงแรกที่เกมถูกปล่อยออกมาในปี 2014 นั้นทางทีมงานพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาปรับปรุงให้สามารถได้เล่นได้ลื่นไหลบนทุกระบบปฏิบัติการ ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ และถึงแม้จะเป็นมินิเกมที่มักจะมีคนเล่นกันเฉพาะตอนเน็ตหลุด แต่กลับมีจำนวนคนเล่นสูงถึง 270 ล้านคนต่อเดือนเลยทีเดียว โดยคนเล่นส่วนใหญ่นั้นจะมาจากประเทศที่อินเทอร์เน็ตไม่ค่อยแรงหรือแพ็กเกจเน็ตแพง เช่น อินเดีย บราซิล เม็กซิโก และอินโดนีเซีย

นอกจากมันยังฮิตจนถึงขั้นต้องมีโหมดสำหรับปิดไม่ให้สามารถเล่นเกมนี้ได้ เนื่องจากมีนักเรียนชอบแอบเล่นในเวลาเรียน หรือผู้ใหญ่ที่แอบเล่นในเวลาทำงาน และยังมี URL chrome://dino ให้สำหรับผู้ที่ติดเกมนี้สามารถเข้าไปเล่นเกมได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอเน็ตหลุด แถมยังมีโหมด Arcade สำหรับเล่นโหมดเต็มจออีกด้วย

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกมไดโนเสาร์บน Chrome ได้มีการอัปเดตเพิ่มลูกเล่นอยู่เรื่อย ๆ อย่างเช่นฉากตอนกลางคืน และล่าสุดเพื่อฉลอง 10 ปีของ Chrome ทางทีมงานก็ได้อัปเดตเพิ่มเค้ก ลูกโป๋ง และหมวกปาร์ตี้ให้เจ้าไดโนเสาร์ใส่ด้วย

และอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนสงสัยกันมานานก็คือ เกมนี้สามารถเล่นจบได้ไหม ต้องเล่นนานแค่ไหนถึงจะจบเกม ? ทางทีมงานก็ได้เฉลยมาแล้วว่า การที่จะจบเกมนี้ได้นั้นจะต้องใช้เวลาเล่นนานถึง 17 ล้านปี ซึ่งเป็นเวลาเท่ากับอายุที่ไดโนเสาร์มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ อยากเห็นฉากจบเหรอ… ก็เล่นให้ได้ถึง 17 ล้านปีสิ !

ภาพจาก blog.google

 

นวัตกรรมใหม่ในการเพิ่มประสิทธิภาพของการเผาผลาญ เพื่อบอกลาไขมันส่วนเกิน

หุ่นเป๊ะ สุขภาพดี โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ไม่ปลอดภัยเช่น การอดอาหาร หรือยาลดน้ำหนัก

เคยสงสัยไหมว่าแม้จะพยายามกินน้อยลงแล้ว แต่ทำไมกลับมีไขมันส่วนเกินมากขึ้นเรื่อยๆ?แท้จริงแล้วเป็นเพราะไขมันส่วนเกินในร่างกาย เป็นตัวการที่ทำให้ประสิทธิภาพในการเผาผลาญแย่ลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความอ้วนปัญหาเรื่องความอ้วนส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพกาย (โรครุมเร้า) และสุขภาพจิต (ขาดความมั่นใจในตัวเอง)

ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มการเปลี่ยนแปลง!

จะดีไหม? ถ้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญ เพื่อบอกลาไขมันส่วนเกิน กลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง

ด้วย “เข็มขัดลดกระชับหน้าท้อง” ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญได้กว่า 35%


ช่วยเผาผลาญ และกระชับไขมันส่วนเกินอย่างเห็นผล เพื่อหุ่นเฟิร์ม สุขภาพดี

กลับมาใส่เสื้อผ้าตัวเก่งได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งวิธีที่ไม่ปลอดภัย และไม่เห็นผล

คุณสมบัติของเข็มขัดลดกระชับหน้าท้อง

เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินจากทุกกิจกรรมระหว่างวัน

ช่วยกระชับ และพรางไขมันส่วนเกิน ทำให้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีทันทีที่สวมใส่

ตัวเข็มขัดทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพสูง ทำให้ใส่สบาย ไม่ระคายเคืองผิว

เทคโนโลยี “Double Compression” ช่วยให้รัดได้กระชับ ไม่ปลิ้น และร่วงไหลลงมา

สามารถสวมใส่ไว้ใต้เสื้อได้ ในกรณีที่ไม่อยากให้คนรู้
วิธีสวมใส่เข็มขัดลดกระชับหน้าท้อง

1. สวมเข็มขัดเข้าที่เอวโดยปรับแถบกาวให้กระชับ

2. ดึงสายชั้นที่สองเข้ามาติดแถบกาวด้านหน้าให้กระชับทีละข้าง

3. สวมใส่แล้วทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ

ดาราและนักกีฬาที่มีชื่อเสียงหลายๆคนก็เลือกใช้ “เข็มขัดลดกระชับหน้าท้อง”เป็นตัวช่วยสำคัญในการได้มาซึ่งหุ่นที่ทุกคนหมายปอง

ที่มา:http://igladgets.com/

‘โพรโซแพ็กโนเซีย’ โรคประหลาดลืมใบหน้าคน รวมทั้งหน้าตัวเองและคนใกล้ชิด

11

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1955961501135326

อาการหลงๆ ลืมๆ ทั่วไป อาจทำให้คุณลืมชื่อของคนที่เคยพบเจอมาก่อนแม้ว่าจะสามารถจดจำใบหน้าคนๆ นั้นได้ แต่นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า มีโรคประหลาดชนิดหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยลืมใบหน้าของคนใกล้ชิด แม้สามารถจดจำสิ่งอื่นๆ ได้ก็ตาม อาการผิดปกติทางสมองที่มีชื่อทางการแพทย์ว่า “โพรโซแพ็กโนเซีย” (Prosopagnosia) หรือ “โรคลืมใบหน้า” เป็นอาการที่ไม่พบบ่อยนัก ซึ่งทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถจดจำใบหน้าคนได้ ซึ่งอาจรวมถึงใบหน้าของสมาชิกในครอบครัว และใบหน้าของตัวเองด้วย
คุณ Dacia Reid หนึ่งในผู้ป่วยโรค Prosopagnosia เคยถูกกระทบกระเทือนทางสมองเมื่อครั้งที่เธอยังเด็ก ซึ่งแม้เธอจะหายดีแล้ว แต่นั่นก็ยังทำให้เธอไม่สามารถจดจำใบหน้าคนได้ หมายความว่าหากพบใครเป็นครั้งที่สอง มีโอกาสสูงที่เธอจะลืมใบหน้าของคนๆ นั้น
คุณ Brad Duchaine นักประสาทวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Dartmouth และเพื่อนร่วมงาน ได้รวบรวมผู้ป่วยโรค Prosopagnosia 20 คน เพื่อศึกษาอาการของโรคประหลาดนี้ โดยพยายามทำความเข้าใจการทำงานของสมองของผู้ป่วย ว่าแตกต่างจากสมองของคนทั่วไปอย่างไร
จริงๆ โรค Prosopagnosia เริ่มค้นพบมานานแล้ว คือราว 150 ปีก่อน แต่ยังไม่พบผู้ป่วยโรคนี้มากนัก และการศึกษาทำความเข้าใจก็คงยังเป็นไปอย่างจำกัด แพทย์ยังคงไม่สามรถระบุได้ว่าอะไรคือสาเหตุของโรคดังกล่าว และการวินิจฉัยก็ทำได้ยาก เนื่องจากอาจเกิดความสับสนกับอาการหลงๆ ลืมๆ ทั่วไป
คุณ Brad Duchaine ชี้ว่า ผู้ป่วยโรคลืมใบหน้า อาจสามารถจดจำได้ว่าจอดรถไว้ที่ไหน เส้นทางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือจำเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ แต่กลับลืมใบหน้าของคนรู้จักได้ง่ายๆ เนื่องจากสมองส่วนที่จดจำใบหน้านั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งนอกจากอาการหลงลืมใบหน้าแล้ว ผู้ป่วยอาจไม่สามารถบอกลักษณะต่างๆ จากใบหน้า เช่น อายุ เพศ หรือการแสดงสีหน้า ผู้ป่วยบางคนที่ไม่รุนแรงนักอาจสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้โดยไร้ปัญหา แต่ผู้ที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นปลีกตัวออกจากสังคม กระทบหน้าที่การงาน ขาดความสัมพันธ์ส่วนบุคคล หรืออาจถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้ และถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาโรคประหลาดนี้ แต่นักวิจัยหวังว่าการศึกษาครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใจถึงการเกิดโรคนี้มากขึ้น เพื่อนำไปสู่การค้นพบวิธีรักษาได้ในอนาคต แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น แพทย์ได้แนะนำให้ผู้ที่คิดว่าตนอาจมีอาการของโรคดังกล่าวเข้ารับการวินิจฉัยและฝึกฝนวิธีต่างๆ ที่จะช่วยเสริมความสามารถในการจดจำใบหน้าคนได้บ้าง เช่น การจดจำตำแหน่งที่นั่งของเพื่อนร่วมงานแต่ละคน จดจำการแต่งกาย หรือเครื่องประดับที่เพื่อนหรือคนในครอบครัวชอบใส่ รวมทั้งการฝึกจดจำและจำแนกเสียงของแต่ละคน

ที่มา : https://www.voathai.com/a/face-blindness/4518273.html

เทคโนโลยี “เลเซอร์” รักษาอาการ “ภูมิแพ้”

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hlLzAvdWQvMi8xMjQwNS9hbGxlcmd5LmpwZw==

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1948596988538444

เลเซอร์ รักษาอาการภูมิแพ้

อย่างไรก็ตาม สำหรับในบางคนที่ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง จะมีเทคโนโลยีทางการเเพทย์ที่สามารถรักษาอาการได้ คือ การรักษาโดยการใช้เลเซอร์ ซึ่งจะทำการยิงเลเซอร์ไปที่ตัวเซ็นเซอร์ที่รับและสัมผัสได้ไวในโรคภูมิแพ้ จะอยู่ที่ปลายจมูกบริเวณด้านหน้า เรียกว่า Inferior Turbinate เพื่อไปทำลายตัวรับสัญญาณภูมิแพ้ที่อยู่บริเวณดังกล่าวให้ทำงานน้อยลง โดยจะไม่เกิดปฏิกิริยากระตุ้นสารก่อภูมิแพ้อีก และยังช่วยลดขนาด จำนวนของเส้นเลือดที่อยู่ใต้เยื่อบุโพรงจมูก ทำให้ผู้ป่วยหายใจได้โล่งขึ้น มีน้ำมูกน้อยลง โดยพลังงานเลเซอร์ จะทำให้เนื้อเยื่อเเข็งตัว จากนั้นจะมีการปรับสภาพของเส้นเลือดเเละเยื้อบุ และประมาณ 1-2 สัปดาห์ ผู้ป่วยจะมีสะเก็ดแผล แล้วเพียงกลับมาเอาสะเก็ดออก ก็จะมีความรู้สึกโล่งจมูก อาการภูมิแพ้ลดลง ปริมาณการใช้ยาก็ลดลง

ทั้งนี้หลังการรักษาคนไข้เพียงระวังเรื่องการว่ายน้ำ เเละการเเคะจมูกเเรงๆ  เพราะอาจส่งผลให้เเผลหายช้าได้  ซึ่งการยิงเลเซอร์รักษาอาการภูมิแพ้ สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีเป็นต้นไป

Facebook รวบโครงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ภายใต้ชื่อ Facebook Connectivity

งานด้านการเชื่อมต่อผู้คนเข้าด้วยกันโดยเฉพาะในพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตยังเข้าถึงยากของ Facebook ยังดำเนินต่อไป โดย เปิดตัว Facebook Connectivity ที่จะเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่ครอบคลุมงานด้านการเชื่อมต่อและการพัฒนาอินเทอร์เน็ตทั้งหมดซึ่งรวมถึง Internet.org ด้วย
ครั้งหนึ่ง Internet.org มีกระแสตีกลับ ผลการศึกษาจาก Global Voices รายงานปัญหาใหญ่ของ Free Basics (ชื่อแบรนด์ใหม่ของ Internet.org) ว่าบริการนี้ทำลาย net neutrality และอินเดียก็หยุดให้บริการ Free Basics ไปแล้ว
นอกจาก Internet.org แล้ว ใน Facebook Connectivity ยังมีโครงการ Terragraph ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่เขตเมืองที่มีความหนาแน่นสูง, OpenCellular ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่ทำงานเกี่ยวกับการเชื่อมต่อในชนบท และโครงการ Telecom Infra ที่ร่วมมือกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไร้สายเพื่อสร้างเครือข่ายที่เร็วขึ้น
Facebook ยังระบุด้วยว่าในโครงการยังมีการจัดทำเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ๆ เพื่อช่วยผู้ประกอบการไร้สายและผู้ผลิตอุปกรณ์เคลื่อนที่ หนึ่งในนั้นคือ Advanced Network Planning ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายวางแผนการพัฒนาโครงข่ายในอนาคต เช่น Facebook จะมีข้อมูลการใช้งานที่หนาแน่น ช่วยให้บริษัทตัดสินใจว่าพื้นที่ใดควรวาง Fiber Optic สายใยแก้วนำแสง เป็นต้น
ที่มา :https://www.blognone.com/node/104512

นวัตกรรมทางการทหาร กับระเบิดควันแบบใหม่ สามารถพรางตัวได้จากกล้องมองภาพอินฟราเรด

12927_18032012294782

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1929927017072108

ระเบิดควัน ได้ช่วยชีวิตทหารให้รอดพันจากการโจมตีของข้าศึกด้วยการสร้างม่านควันที่มีความหนาแน่น ที่สามารถพรางสายตาของข้าศึกไม่เห็นตัว เปิดทางสำหรับการหลบหนีหรือย้ายตำแหน่ง แต่มันก็ยังมีจุดอ่อนตรงที่ไม่สามารถพรางตัวจากการมองเห็นด้วยกล้องมองภาพแบบอินฟราเรด ซึ่งจับความร้อนที่ออกมาจากร่างกายมนุษย์

แต่ในตอนนี้ผลงานวิจัยล่าสุดจากหน่วยงานทหารของสหรัฐอเมริกาจะทำให้เรื่องราวนี้เปลี่ยนไป โดยมีการนำเสนอรายละเอียดในระหว่างงานสัมมนา National Meeting & Exposition of the American Chemical Society (ACS) พวกเขาระบุว่าสามารถผลิตระเบิดควันรูปแบบใหม่ ที่สามารถพรางจากทั้งการมองเห็นด้วยสายตาและกล้องอินฟราเรด

คุณ Zach Zander ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัยของศูนย์ U.S. Army Edgewood Chemical Biological Center กล่าวว่า “ด้วยความก้าวหน้าของอุปกรณ์เซ็นเซอร์ ทำให้เราสามารถมองเห็นแสงในย่านที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยปกติแล้ว ควันแต่ละรูปแบบจะมีคุณสมบัติในการปิดกั้นแสงในย่านความถี่แสงย่านใดย่านหนึ่ง เป้าหมายของโครงการนี้คือการสร้างควันแบบพิเศษ ที่สามารถปิดกั้นได้ทั้งย่านแสงที่สายตามนุษย์มองเห็น และย่านแสงอินฟราเรด”

ระเบิดควันทางการทหารในปัจจุบันผลิตขึ้นจากวัตถุดิบที่เป็นพิษอย่าง Hexachloroethane (เฮกสะคลอโรอีเธน) แต่ในส่วนของระเบิดควันแบบใหม่นั้นผลิตจาก Terephthalic acid (กรดเทเรพทาลลิก) ซึ่งมีคุณสมบัติในการปิดกั้นแสงในย่านที่สายตามนุษย์มองเห็น ผสมกับโมเลกุลของโลหะ−สารอินทรีย์ ที่มีชื่อเรียกว่า UiO-66 ที่สามารถปิดกั้นแสงในย่านอินฟราเรด
ที่มา : www.digitaltrends.com

บอกลาศีรษะล้าน! สถาบัน RIKEN คิดนวัตกรรมใหม่ ปลูกผม 10,000 เส้นใน 20 วัน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL21lLzAvdWQvNy8zNTkwNS9yaWtlbi5qcGc=

 

สถาบันวิจัยริกะงะกุ หรือ Rikagaku Kenkyūjyo (RIKEN) ประกาศถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่สร้างรูขุมขนบนศีรษะเพื่อปลูกผมสำหรับผู้ที่มีศีรษะล้าน โดยจะเริ่มทดสอบความปลอดภัยกับสัตว์ในเดือนหน้า (ก.ค. 2018)

ในญี่ปุ่นมีผู้ที่ประสบปัญหาผมบางและศีรษะล้านเป็นจำนวนมากกว่า 25 ล้านคน ทว่าการรักษาอย่างเช่นการให้ยาที่ควบคุมฮอร์โมนเพศชายกลับมีเพียงจำกัด ทางสถาบันวิจัย RIKEN จึงพัฒนาการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายอวัยวะด้วยเทคโนโลยีการรักษาพยาบาลเพื่อสร้าง “รูขุมขน” ที่ทำหน้าที่ผลิตเส้นผมขึ้นมา

วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา สถาบันวิจัย RIKEN และทีมวิจัยของบริษัทร่วมลงทุนได้จัดการประชุมอธิบายถึงการสร้าง เนื้อเยื่อ “รูขุมขน” จากเซลล์บนหนังศีรษะ 3 ชนิด ซึ่งรูขุมขน 5,000 รู สามารถผลิตผมได้ถึง 10,000 เส้นในเวลา 20 วัน โดยในเดือนหน้าจะเริ่มต้นการทดสอบความปลอดภัยกับสัตว์ และคาดหวังว่าจะสามารถนำออกมาใช้ได้ในช่วงต้นปี 2020 นี้

นายทาคาชิ สึจิ หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า “อยากจะทำให้วิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อนกลายเป็นจริง และใช้มันพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ป่วยให้ได้”

ที่มา: anonymous-post

ศูนย์บำบัดยาเสพติดในจีนใช้ VR ช่วยจับโกหกผู้รับการบำบัด ว่าเลิกเสพยาได้จริงหรือไม่

14169_18080215453415

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post (SCMP) รายงานว่า ศูนย์บำบัดยาเสพติดในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นำเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) มาใช้ค้นหาว่าผู้ติดยาเสพติดยังมีความต้องการเสพยาหรือไม่ โดยให้สวมอุปกรณ์ VR headset  และดูภาพชุดที่มีฉากสมจริง เพื่อทดสอบว่าเมื่อมีโอกาสได้เข้าใกล้การใช้ยาเสพติด พวกเขารู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ เช่น การที่ผู้ติดยารายหนึ่งได้ดูฉากที่มีคนเสพยาร่วมกันเป็นเวลานานๆ ก็อาจบ่งชี้ได้ว่าเขาหรือเธอยังสนใจเสพยาอยู่

นอกจากนี้ ก็ยังมีภาพของผู้ติดยารายอื่นๆ ในสภาพที่น่ารังเกียจจากการตกเป็นทาสยาเสพติดให้ดูด้วย เพื่อทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกขยะแขยง ซึ่ง VR headset สามารถบอกได้ว่าพวกเขาได้ดูภาพเหล่านั้นอยู่จริงๆ หรือไม่ โดยอุปกรณ์สวมศีรษะดังกล่าวจะติดตามการเคลื่อนไหวของลูกตา ขณะที่อุปกรณ์เสริมอื่นๆ จะตรวจจับอุณหภูมิของร่างกายและอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ทีมงานได้รู้ว่าผู้ติดยากำลังโกหกในการทดสอบนี้อยู่หรือเปล่า ทั้งนี้ ทางการจีนต้องการให้ผู้ที่ครอบครอง หรือใช้ยาเสพติด เข้ารับการบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดเป็นเวลานาน 2 ปี แต่ถ้าประพฤติตัวดีก็จะได้รับการปล่อยตัวออกมาได้ ซึ่งระบบ VR ดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้ติดยาที่หวังจะออกมาจากศูนย์บำบัดด้วยการโกหกว่าเลิกยาได้แล้วนั่นเอง โดยปัจจุบันมีการนำระบบ VR นี้มาใช้ในศูนย์บำบัดยาเสพติดหลายแห่งในเซี่ยงไฮ้ และอาจจะขยายไปใช้ในสถานที่อื่นๆ ด้วยหลังผ่านการอนุมัติจากผู้เชี่ยวชาญในที่ประชุมตั้งแต่เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

ที่มา : https://news.thaiware.com/14169.html

หน้าจอที่ไม่มีวันแตก! จอ OLED สำหรับสมาร์ทโฟนของ Samsung ผ่านมาตรฐาน UL แล้ว

2

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1904769962921147

พัฒนาการของมือถือในปัจจุบันนั้นรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าผู้ใช้มือถือทุกคนคงจะรอคอยอยู่เหมือนๆ กัน แล้วเราก็ไม่เคยได้เห็นมันสักที สิ่งนั้นก็คือ “หน้าจอที่ทนทานไม่มีวันแตก” แต่ความเป็นจริงก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เช่น สิทธิบัตรอุปกรณ์ที่สามารถทำให้มือถือพลิกตัวเองในขณะที่หล่นได้ของ Apple หรือสิทธิบัตรหน้าจอที่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ของ Motorola และ LG

แต่สิ่งประดิษฐ์ล่าสุดของ Samsung ดูจะใกล้เคียงกับความฝันนั้นมากที่สุด มันคือ “Unbreakable panel” (พาแนลหน้าจอที่ไม่มีวันแตก) ชิ้นส่วนของหน้าจอ OLED สำหรับสมาร์ทโฟน ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานแล้วจาก UL (Underwriters Laboratory – องค์กรตรวจสอบและรับรองในมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์)

โดยจากการทดสอบของ UL นั้น จอ Unbreakable สามารถทนทานต่อการตกจากที่สูง 4 ฟุต (1.2 เมตร) ได้ถึง 26 ครั้ง และต่อการตกจากที่สูง 6 ฟุต (1.8 เมตร) โดยไม่เกิดความเสียหายอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีการทดสอบที่อุณหภูมิสุดขั้วอย่าง -32 หรือ 72 องศาเซลเซียส

คีย์หลักของความทนทานดังกล่าวเกิดจาก ความยืดหยุ่น, Substrate (โมเลกุลที่เอนไซม์จับ) ที่ไม่แตกหัก และการซ้อนหน้าจอ (ซึ่งต่างจากการติดฟิล์มกระจก ที่มักจะขยันแตกจนไม่รู้ว่าจะติดทำไม)

สำหรับการประกาศเรื่องหน้าจอ Unbreakable นี้ ซึ่งทำขึ้นก่อนการเปิดตัว Galaxy Note 9 ทำให้บางคนตั้งข้อสังเกตว่า หรือสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นถัดไปจะมาพร้อมกับจอ OLED รุ่นนี้! อย่างไรก็ตาม บางสื่อก็ให้ความเห็นว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของอนาคตระยะยาวมากกว่า
ที่มา : www.engadget.com , news.samsung.com