คลังเก็บหมวดหมู่: กลุ่ม 5-3 อมรา อมรึก นางสาว ณัฐมล ไม้ฝา

พบดาวพฤหัสบดีมีดวงจันทร์เพิ่มอีก 12 ดวง

นักดาราศาสตร์พบว่าดาวพฤหัสบดีซึ่งมีดวงจันทร์บริวารของตนเองอยู่แล้วหลายสิบดวง ยังมีดาวเคราะห์อื่น ๆ โคจรวนรอบอยู่อีกอย่างน้อย 12 ดวงด้วย

การค้นพบครั้งนี้ทำให้จำนวนดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 79 ดวง

ทีมนักวิจัยจากสถาบันคาร์เนกีเพื่อวิทยาศาสตร์ (CIS) ของสหรัฐฯ ระบุว่าค้นพบดวงจันทร์ชุดใหม่ดังกล่าวโดยบังเอิญ ระหว่างค้นหา “ดาวเคราะห์ดวงที่ 9″ (Planet Nine ) ของระบบสุริยะ ซึ่งคาดว่าอยู่ห่างไกลเลยขอบเขตวงโคจรของดาวเนปจูนออกไป

มีการตีพิมพ์รายงานการค้นพบนี้ในวารสารออนไลน์ MPEC ของสหภาพดาราศาสตร์ระหว่างประเทศ (IAU) โดยทีมผู้วิจัยระบุว่าได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ที่หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ Cerro Tololo ของประเทศชิลี จนพบดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีชุดใหม่เมื่อเดือน มี.ค. ของปีที่แล้ว_102578779_gettyimages-907532

อย่างไรก็ตาม กระบวนการตรวจสอบยืนยันว่าดวงจันทร์เหล่านี้มีวงโคจรที่ยึดเอาดาวพฤหัสบดีเป็นศูนย์กลางจริงใช้เวลานานหลังจากนั้นถึง 1 ปี

ดวงจันทร์ที่ค้นพบใหม่ 9 ใน 12 ดวง เป็นดาวบริวารที่อยู่รอบนอก มีการโคจรแบบ “ถอยหลัง” ซึ่งตรงข้ามกับทิศทางการหมุนของดาวพฤหัสบดี

ทีมผู้วิจัยคาดว่าดวงจันทร์เหล่านี้เป็นชิ้นส่วนของดาวบริวารขนาดใหญ่ที่ชนเข้ากับดาวเคราะห์น้อย ดาวหางหรือดาวบริวารอื่น ๆ ในอดีต

ดวงจันทร์ที่ค้นพบใหม่ดวงหนึ่งมีขนาดเล็กไม่ถึง 1 กิโลเมตร และมีเส้นทางการโคจรที่เสี่ยงจะชนเข้ากับดาวบริวารอื่น ๆ ในอนาคต

นักดาราศาสตร์ตั้งชื่อให้ดวงจันทร์นี้ว่า Valetudo ซึ่งเป็นชื่อของเทพีแห่งสุขภาพและอนามัยผู้เป็นเหลนของเทพจูปิเตอร์ คำนี้ในภาษาโปรตุเกสยังหมายถึงศิลปะป้องกันตัวประเภทหนึ่งอีกด้วย

หนึ่งในทีมผู้วิจัยกล่าวว่า ดวงจันทร์ Valetodo เหมือนกับรถยนต์บนทางหลวงที่ขับย้อนศรมาในเลนที่ไม่ถูกต้อง และจะต้องชนเข้ากับดาวบริวารอื่น ๆ ในวันหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นอีกนับพันล้านปี แต่หากการชนนี้เกิดขึ้น เราจะสามารถมองเห็นได้จากบนโลก

ที่มา :www.bbc.com

รพ.จีน พัฒนา AI ให้วินิจฉัยเนื้องอกในสมองได้แม่นยำและเร็วกว่าทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

14030_18071718175311

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1890384364359707

สำนักข่าว Xinhua ของจีน รายงานว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งพัฒนาโดยศูนย์วิจัย AI เกี่ยวกับความผิดปกติทางระบบประสาท ของโรงพยาบาล Beijing Tiantan ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน สามารถวินิจฉัยเนื้องอกในสมอง และสภาวะอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสมองได้แม่นยำ และเร็วกว่าทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของจีนเมื่อต้องมาแข่งขันกัน

ระบบ AI ดังกล่าว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “BioMind” สามารถวินิจฉัยคนไข้ได้ถูกต้องถึง 87 เปอร์เซ็นต์ จาก 225 เคส ภายในเวลาแค่ 15 นาที ขณะที่ทีมแพทย์อาวุโส 15 คน วินิจฉัยได้ถูกต้องแม่นยำ 66 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อให้วินิจฉัยเคสที่เกี่ยวกับภาวะเลือดออกในสมอง AI ก็ยังเอาชนะได้อีก โดยทำนายผลได้ถูกต้อง 83 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ทีมแพทย์วิเคราะห์ถูกต้องเพียง 63 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่ง Gao Peiyi หัวหน้าแผนกรังสีวิทยาของโรงพยาบาล ระบุว่าไม่ได้เกิดจากแพทย์หย่อนประสิทธิภาพในการทำงานแต่อย่างใด เพราะผลที่ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยออกมาก็ยังดีกว่าค่าเฉลี่ยความแม่นยำในโรงพยาบาลทั่วไปอยู่ดี

โดยหลังจากทีมผู้พัฒนา BioMind ฝึกให้ AI ดูภาพและผลการวินิจฉัยโรคจากโรงพยาบาล Tiantan นับหมื่นๆ ภาพ ตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา ปรากฏว่า AI สามารถวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท รวมถึงเนื้องอกของเยื่อหุ้มสมอง และเนื้องอกในระบบประสาท ได้ถูกต้องแม่นยำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์

Wang Yongjun รองประธานโรงพยาบาล Tiantan ระบุว่า จากการแข่งขันดังกล่าวระหว่าง AI กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตนหวังว่าจะทำให้แพทย์ได้เรียนรู้ถึงพลังของปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะแพทย์บางคนที่ไม่เชื่อในศักยภาพของ AI จะได้ขจัดความกลัวของพวกเขาที่มีต่อมันลงได้

ทั้งนี้  AI สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์ และช่วยให้พวกเขาได้มีเวลาในการพัฒนาทักษะให้ดีขึ้นได้ ซึ่งลักษณะการทำงานก็เหมือนกับ GPS ที่คอยช่วยบอกทาง แต่สุดท้ายแพทย์ที่เป็นมนุษย์ก็ยังต้องเป็นผู้ควบคุมยานพาหนะอยู่ดี

ที่มา : www.popularmechanics.com , www.thestar.com.my

Alyssa Carson นักบินอวกาศ วัย 17 ว่าที่มนุษย์คนแรกที่ NASA ส่งไปเหยียบดาวอังคาร

11

Alyssa Carson นักบินอวกาศหญิงอายุน้อยที่สุดของ NASA (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา) ในวัย 17 ปี ซึ่งใช้รหัสชื่อว่า Blueberry กำลังอยู่ระหว่างการฝึกอย่างเข้มข้นที่ NASA เพื่อเตรียมตัวปฏิบัติภารกิจสุดสำคัญในชีวิตกับการเป็นมนุษย์คนแรกที่เดินทางไปเยือนดาวอังคาร

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ในปี 2033 Alyssa ซึ่งจะมีอายุครบ 32 ปีพอดี จะได้ร่วมภารกิจการเดินทางไปดาวอังคารครั้งแรกของ NASA โดยจะใช้เวลา 2-3 ปี ในการตั้งรกราก, ปลูกต้นไม้เพื่อทำอาหาร, ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ และค้นหาสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่ามีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

สำหรับแรงบันดาลใจแรกที่ทำให้เด็กหญิงจาก Baton Rouge ในลอสแอนเจลิส สนใจเข้าร่วมภารกิจนี้ มาจากการ์ตูนที่เธอชื่นชอบขณะมีอายุได้เพียง 9 ปี  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับดาวอังคาร และเธอก็คิดว่ามันเจ๋งมาก จากนั้นจึงเริ่มดูวีดีโอที่เกี่ยวกับการเดินทางไปดาวอังคาร อีกทั้งยังมีแผนที่ขนาดใหญ่ของดาวอังคารติดไว้ที่ฝาผนังห้องนอนด้วย

12 13

พอเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น Bert Carson คุณพ่อของ Alyssa ก็ลงทะเบียนให้เธอได้เข้าร่วม Space Camp หรือค่ายอวกาศของสหรัฐอเมริกาในปี 2008  ซึ่งเธอชอบมาก ก่อนจะมีที่อื่นตามมาทั้งในควิเบก (แคนาดา) และตุรกี  ทำให้เธอเป็นคนแรกที่เข้าร่วม Space Camp ของ NASA ครบทั้ง 3 แห่ง นอกจากนี้ในปี 2013 เธอยังเป็นคนแรกที่เยี่ยมชมศูนย์อวกาศของ NASA ครบทั้ง 14 แห่งใน 9 รัฐ จนได้ตราประทับจาก Passport Program ของ NASA ครบทั้งหมดด้วย

แม้ว่าตามหลักการแล้ว Alyssa ไม่สามารถเป็นนักบินอวกาศได้จนกว่าจะมีอายุครบ 18 ปี แต่ NASA ก็ช่วยให้เธอได้เข้าร่วมในโครงการ PoSSUM (Polar Orbital Science in the Upper Mesosphere) และโปรแกรมอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน เพื่อรับการฝึกเป็นนักบินอวกาศเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้เธอมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับภารกิจที่จะตามมา โดยส่วนหนึ่งของบทเรียนคือการฝึกอยู่ในสภาวะที่มีแรงโน้มถ่วงน้อย และการเรียนรู้เกี่ยวกับยานอวกาศที่มีคนขับและไร้คนขับ ซึ่งหากทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี Alyssa ก็อาจจะเป็นวัยรุ่นคนแรกที่ได้ไปท่องอวกาศด้วย เพราะจะต้องเดินทางไปฝึกที่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ต่อไป
ที่มา : www.newsheads.in , micetimes.asia

นักวิจัยพัฒนา ผ้าพันแผลอัจฉริยะ จ่ายยาเองได้ และติดตามอาการได้แบบเรียลไทม์

1

เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนโลก กำลังทำให้ความอัจฉริยะแพร่กระจายไปสู่ทุกสิ่ง เรามีสมาร์ทโฟน สมาร์ททีวี สมาร์ทโฮม ฯลฯ และตอนนี้เราก็กำลังจะมี “Smart bandage หรือ ผ้าพันแผลอัจฉริยะ”

บทความล่าสุดในวารสาร Small ทีมวิจัยจาก Tufts University นำโดย Pooria Mostafalu กำลังพัฒนาวิธีการรักษาแผลเรื้อรังด้วยสิ่งนี้ Smart bandage ของพวกเขา มีความสามารถในการตรวจสอบอุณหภูมิ และค่า pH (ความเป็นกรด – ด่าง) ของแผลได้

2

หากมีการตรวจพบความเปลี่ยนแปลงใดๆ มันจะสามารถวิเคราะห์ปัญหา และจ่ายยาได้ ในส่วนนี้ แพทย์จะสามารถตั้งโปรแกรมการรักษาเอาไว้ได้ นอกจากนี้ มันยังสามารถอัพเดทอาการของแผลได้แบบเรียลไทม์ ผ่านบลูทูธ

Smart bandage นั้นมีความยืดหยุ่น และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของบาดแผลได้ดี ทั้งยังทำการรักษาได้แบบเรียลไทม์ มันจะมีประโยชน์อย่างมากในการรักษาบาดแผลเรื้องรัง และป้องกันการติดเชื้อจนถึงขั้นที่ต้องตัดแขน-ขา ของผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม Smart bandage ยังต้องมีการพัฒนา และทดสอบการใช้งานต่อไปก่อนที่จะถูกนำมาใช้งานจริงๆ แต่ไอเดียที่สร้างสรรค์นี้จะต้องสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับมนุษย์เราอย่างแน่นอน
ที่มา : www.engadget.com

ดาวเคราะห์น้อยโคจรใกล้โลกจนมองเห็นได้

 

CiHZjUdJ5HPNXJ92GTNIK1JNHjPdMbyLgY

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1870799629651514

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาหรือองค์การนาซา เผยว่าดาวเคราะห์น้อยชื่อ 4 เวสตา (4 Vesta) ซึ่งตั้งชื่อตามเทพปกรณัมโรมันคือเทพีเวสตา ผู้ปกคลองบ้านเรือนและเตาไฟ เป็นดาวเคราะห์น้อยที่ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ในระบบสุริยะ ได้โคจรเข้าใกล้โลกเราและจะส่องสว่างบนท้องฟ้ายามค่ำคืนไป ถึงวันที่ 16 ก.ค. นี้ โดยสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดาวเคราะห์น้อย 4 เวสตาเคลื่อนที่อยู่ในระยะทางภายใน 170 ล้านกิโลเมตร เรียกว่าเข้าใกล้โลกมากที่สุดในช่วง 20 ปี พื้นที่ของ 4 เวสต้า มีขนาด 800000 ตารางกิโลเมตร มากกว่า 4 เท่าของสหราชอาณาจักร นับเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์น้อยที่มองเห็นได้ง่ายที่สุด เพราะพื้นผิวของดาวสะท้อนแสงได้มากกว่าดวงจันทร์ โดยจะปรากฎเป็นจุดสีเหลืองบนท้องฟ้า แต่หากใครอยากได้มุมมองที่ดีและสวยงามขึ้น ก็ต้องใช้กล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทีทรรศน์

ที่มา :https://www.thairath.co.th/content/1325090

ทฤษฎีความโน้มถ่วงของไอน์สไตน์เป็นจริงแม้กับดาวนิวตรอน

ภาพจากฝีมือศิลปินจำลองระบบดาว PSR J0337+1715 ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 4,200 ปีแสง

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1870503946347749

หลักความสมมูล (Equivalence principle ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เสนอไว้เมื่อกว่าร้อยปีก่อน ได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องอีกครั้ง โดยนักดาราศาสตร์ใช้การโคจรของระบบดาว 3 ดวง ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 4,200 ปีแสง เป็นสนามทดสอบในครั้งนี้

ระบบดาวดังกล่าวมีชื่อว่า PSR J0337+1715 ประกอบด้วยคู่ของดาวนิวตรอนและดาวแคระขาวโคจรวนรอบกันและกันอยู่ในระยะประชิด โดยมีดาวแคระขาวอีกดวงหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปโคจรวนรอบดาวคู่ดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง

ทีมนักดาราศาสตร์อเมริกันใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุกรีนแบงก์ (Green Bank Telescope) ที่รัฐเวสต์เวอร์จิเนียติดตามการเคลื่อนที่ของระบบดาวดังกล่าว และพบว่าข้อมูลที่ได้เป็นไปตามหลักความสมมูลของไอน์สไตน์ ซึ่งระบุว่าวัตถุที่อยู่ในสนามความโน้มถ่วงเดียวกัน จะตกอย่างอิสระด้วยอัตราเร่งเท่ากัน ไม่ว่าจะมีมวลเท่าใดก็ตาม

กล้องโทรทรรศน์วิทยุกรีนแบงก์ (Green Bank Telescope)

หลักการนี้เคยมีการทดสอบมาแล้วในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 โดยกาลิเลโอปล่อยวัตถุที่มีน้ำหนักต่างกันจากบนหอเอนเมืองปิซา และพบว่าวัตถุทั้งสองตกถึงพื้นพร้อมกัน ต่อมาในปี 1971 นายเดวิด สกอตต์ นักบินอวกาศประจำยานอะพอลโล 15 ใช้ค้อนและขนนกเป็นเครื่องมือทดสอบการตกอิสระในภาวะสุญญากาศบนดวงจันทร์ และพบว่าได้ผลเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การทดสอบหลักความสมมูลแบบเข้ม (Strong equivalence principle )กับวัตถุอวกาศที่มีมวลต่างกันสุดขั้วเช่นดาวนิวตรอนที่มีมวลมหาศาลและดาวแคระขาวในครั้งนี้ นับว่าเพิ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรก

รายงานการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ระบุว่า แรงโน้มถ่วงจากดาวแคระขาวที่โคจรอยู่รอบนอก ไม่มีผลต่อการเคลื่อนที่ของคู่ดาวนิวตรอน – ดาวแคระขาวที่อยู่ชั้นใน โดยทั้งคู่มีอัตราเร่งเท่ากันแม้จะมีมวลต่างกันมหาศาล ซึ่งเท่ากับว่าดาวทั้งสองดวงตกอย่างอิสระในกาล-อวกาศ ในลักษณะเดียวกัน โดยไม่ขึ้นกับมวลที่มีอยู่ของตน

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน NIST ของสหรัฐฯ ใช้นาฬิกาอะตอมที่มีความแม่นยำสูงช่วยในการคำนวณค่าสำคัญทางฟิสิกส์ ทำให้พบว่าโลกตกอย่างอิสระในอวกาศด้วยอัตราเร่งคงที่เช่นกัน โดยการตกอิสระนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัสบดี หรือวัตถุอวกาศขนาดใหญ่อื่น ๆ เลย

ที่มา : https://www.bbc.com/thai/international-44724496

ความในใจของชายที่ “เสียความบริสุทธิ์” เมื่ออายุ 37 ปี

1

โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายมักจะเสียความบริสุทธิ์ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แต่สิ่งนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคนเสมอไป “โจเซฟ” ปัจจุบันอยู่ในวัย 60 ปี และเป็นม่าย เล่าความรู้สึกคับข้องใจและอับอายที่เกิดขึ้นตอนที่เขามีอายุ 30 ปีเศษ แต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลย ซึ่งนั่นทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกตีตราจากสังคม

ผมเป็นคนขี้อายและขี้กังวล แต่ผมไม่ใช่คนโดดเดี่ยว ตั้งแต่ตอนเรียนชั้นมัธยมผมมีเพื่อนทั้งเด็กผู้หญิงและผู้หญิงรายล้อม ทว่าผมไม่เคยเปลี่ยนความสัมพันธ์ฉันเพื่อนเป็นความสัมพันธ์อันใกล้ชิดได้เลย
ผมรู้ดีว่าเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็คงจะไม่มีแฟนเพราะผมขาดความมั่นใจในตัวเอง และเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่าคงไม่มีใครเห็นว่าผมมีอะไรที่น่าดึงดูดใจ ที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะผมไม่เคยมีแฟนเลยตั้งแต่ตอนเป็นวัยรุ่น
ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเพื่อน และไม่เคยมีใครถามด้วย หากเพื่อนถามผมคงเคืองเหมือนกันเพราะตอนนั้นการไม่มีแฟนเป็นสิ่งที่ทำให้ผมอับอาย
ผมเชื่อว่าสังคมคงไม่ตัดสินคนเพียงเพราะเขาไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่ในเวลาเดียวกันผมก็คิดว่าอะไรก็ตามที่ดูต่างไปจากปกติ มีแนวโน้มจะถูกมองว่าแปลกประหลาด
ผมรู้สึกว่ามันมีการลงทุนทางวัฒนธรรมที่ชี้ให้เห็นถึง “ความสำเร็จ” เกี่ยวกับผู้หญิง หากนึกถึงเพลงหรือภาพยนตร์ดังทั้งหลาย เนื้อเรื่องก็ล้วนพูดถึงเรื่องการมีแฟนตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น หรือการเป็นชายเต็มตัว ผมรู้สึกว่าทั้งหมดนั้นมันมีแต่ทำให้ผมรู้สึกอับอาย
2
แน่นอนว่าเพื่อนฝูงของผมต่างมีแฟน ผมได้แต่เฝ้าดูพวกเขาจีบกัน เป็นแฟน และแต่งงาน ส่วนตัวผมเองก็ยิ่งไม่มั่นใจมากขึ้นทุกที รู้สึกโดดเดี่ยวและหดหู่ (แม้ตอนนั้นจะไม่รู้ตัวก็ตาม) สาเหตุอาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ในเวลาเดียวกันผมก็ไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับเพศตรงข้ามเลย
ผมมานึกย้อนกลับไปถึงชีวิตช่วงนั้นกับเมื่อ 15-20 ปีก่อน แทบจะไม่เคยมีใครสัมผัสหรือกอดผมเลย นอกจากพ่อ แม่และพี่สาวน้องสาว นอกจากนั้นไม่มีเลย ไม่มีใครเคยอยู่ใกล้ชิดตัวผมเลย นี่คือสิ่งที่ผมอธิบายว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการมีเพศสัมพันธ์อย่างเดียว
ในตอนนั้นหากผมพบใครสักคนที่ผมชอบ ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือพึงพอใจใด ๆ แต่ผมกลับรู้สึกเศร้า หดหู่ รู้สึกสิ้นหวังกับทุกอย่าง
นี่ไม่ใช่เป็นเพราะผมกลัวการถูกปฏิเสธ มันไม่เกี่ยวเลย เพราะผมค่อนข้างแน่ใจอยู่แล้วว่าคงไม่มีใครชอบผมกลับ ฟังดูเหมือนกับว่าเป็นกลไกป้องกันตัวเองของผม แต่ตอนนั้นผมเริ่มรู้สึกลึก ๆ ว่าการเข้าไปทำความรู้จักผู้หญิงก่อนเป็นสิ่งผิด และอาจเป็นการยัดเยียดตัวเองให้พวกเธอ ผมรู้สึกว่าผู้หญิงมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตและออกไปไหนตอนกลางคืนได้โดยไม่ต้องมีใครมารบกวน
3
ผมมีความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกับผู้หญิงที่ผมรู้สึกชอบอยู่หลายคน ผมแน่ใจเลยว่าพวกเธอไม่รู้หรอกว่าผมแอบชอบพวกเธออยู่ ความรู้สึกของผมในตอนนั้นคงคิดว่าพวกเธอไม่สนใจผม แต่หากให้มองย้อนกลับไปจากวันนี้ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าตัวเองนั้นขาดทั้งความมั่นใจและความน่าดึงดูดใจ
ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเลยที่ชวนผมไปออกเดท ซึ่งถ้ามีก็คงจะดี! แต่การที่ผู้หญิงจะชวนผู้ชายออกเดทอาจจะไม่เป็นที่ยอมรับก็ได้ในตอนนั้น
พอผมอายุได้สามสิบปีเศษ ๆ ผมก็กลายเป็นคนที่มีอาการซึมเศร้า หมอสั่งจ่ายยาต้านอาการซึมเศร้า และผมเริ่มไปรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเปลี่ยน
4
อย่างแรกก็คือผมเริ่มมีความมั่นใจขึ้น อย่างที่สองผมคิดว่ายาต้านอาการซึมเศร้าอาจใช้ได้ผล ผมว่ามันทำหน้าที่เหมือนเป็นยาแก้อาการอาย ได้ด้วยเหมือนกัน
อีกอย่างหนึ่งผมโตขึ้นหน่อยแล้วด้วยในตอนนั้น ผมเริ่มชวนคนออกเดท และเป็นแฟนกันในช่วงเวลาสั้น ๆ จำได้ว่าตอนออกเดทครั้งแรกผมรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า แต่ก็ “รู้สึกดี และชอบ” หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์เราก็เริ่มมีอะไรกัน ตอนนั้นผมไม่ใช่วัยรุ่นแล้ว ผมรู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข พูดง่าย ๆ ว่าการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของผมกับเธอนั้นไม่เลวร้ายเลย แต่ผมไม่ได้บอกเธอนะครับว่าผมไม่เคยเสียความบริสุทธิ์ให้ใคร ซึ่งหากเธอถามผมก็จะบอกเธอไปตามตรง
หลังจากนั้นราวปีครึ่ง ผมก็ได้พบกับผู้หญิงที่มาเป็นภรรยาของผม เราพบกันในที่ทำงาน เธอน่ารักมาก มีดวงตาคู่โตที่ดูเปี่ยมไปด้วยความฝัน เราออกเดทกันครั้งแรกในวันที่ผมมีอายุครบ 40 ปี และแต่งงานกันในอีก 18 เดือนหลังจากนั้น
5
เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษ เธอรักผมอย่างไม่มีเงื่อนไข ผมเล่าเรื่องราวของตัวเองให้เธอฟังอย่างเปิดอก ซึ่งเธอก็รับได้และไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์
เราอยู่ด้วยกันนาน 17 ปี แต่ช่างเศร้าเหลือเกินที่เธอเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามปีที่แล้ว ผมรู้สึกมาตลอดว่าได้พบเธอช้าเกินไปและกลับสูญเสียเธอเร็วเกินไป แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหากเราพบกันตอนที่ผมยังหนุ่มกว่านั้น เธอจะสนใจผมไหม
ผมมานั่งนึกถึงชีวิตตัวเองตอนยังเป็นหนุ่มด้วยความผิดหวัง ผมไม่เคยรู้เลยว่าการมีความรัก หรือคบเพศตรงข้ามตอนเป็นหนุ่มนั้นเป็นอย่างไร สนุกสนานแค่ไหน
สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือว่า หากใครอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้ จะต้องจัดการกับมันอย่างจริงจัง โดยคนรอบข้างควรใส่ใจช่วยเหลือ เพราะคนเหล่านี้แทบจะไม่อยู่ในความสนใจของใคร
หากคุณรู้จักใครที่ไม่เคยมีแฟนละก็ อย่าคิดว่าเขาไม่ต้องการมีแฟน ขอให้ช่วยชี้แนะแนวทางและบอกให้เขารู้ว่าทุกคนรู้สึกประหม่าเหมือนกันเวลาจะชวนใครไปออกเดทครั้งแรก
ความรู้สึกอยากใกล้ชิดกับใครสักคนนั้นถือเป็นเรื่องปกติของปุถุชนธรรมดา หากเราปฏิเสธสิ่งนี้ก็เท่ากับเราปฏิเสธส่วนเสี้ยวของความเป็นคนในตัวเราเอง
การตามหาความรักนั้นเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลในชีวิตของคนเรา และการไม่มีความรักก็ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นเท่านั้น

ที่มา : https://www.bbc.com/thai/international-44535597

‘ไทเป คอมพิวเทกซ์ 2018′ งานโชว์ศักยภาพสตาร์ทอัพเอเชีย

22ในงานเทคโนโลยีประจำปีของไต้หวัน Taipei Computex 2018 ที่เพิ่งจบไป มีบริษัทเทคฯ น้องใหม่เข้าร่วมถึง 388 บริษัท มากขึ้นจาก 272 บริษัทเมื่อปีที่แล้ว

มีบรรดาบริษัทกองทุนร่วมลงทุนเข้าร่วมงานด้วย รวมทั้งบริษัทเเห่งหนึ่งที่มีเงินลงทุน 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่เข้าร่วมประเมินผลงานของสตาร์ทอัพเหล่านี้

เจมมี่ ลิน (Jamie Lin) ผู้ร่วมก่อตั้งแอบเวิร์คส เวนเจอร์ส (AppWorks Ventures) ในไต้หวัน บอกว่า บริษัทสตาร์ทอัพกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ในฐานะผู้คิดค้นอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เนื่องจากยังไม่มีตลาดรองรับในขณะนี้

เทคโนโลยีนี้หมายถึงโปรแกรมซอฟท์เเวร์เเละฮาร์ดแวร์ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เเละโทรศัพท์สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์ในชีวิตประจำวันได้ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพเเละระบบเตือนภัย

การเชื่อมโยงกันบางอย่างดำเนินการด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ มีการประมวลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บได้จากอุปกรณ์เหล่านี้ ซึ่งนี่อาจหมายความว่าระบบคอมพิวเตอร์จะสามารถตัดสินใจได้เลียนแบบมนุษย์

ลิน กล่าวว่า คอมพิวเตอร์ยังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และยังไม่มีใครเป็นผู้ครองสังเวียนในเรื่องของอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง นี่ทำให้สตาร์ทอัพมีบทบาทสำคัญเเละทำให้งานแสดงเทคโนโลยีปีนี้ทันยุคทันสมัยมากขึ้น

บริษัทวิจัยด้านการตลาด การ์ทเนอร์ (Gartner) คาดว่าภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์มากกว่า 20,000 ล้านชิ้นที่เชื่อมโยงเข้ากับอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นจาก 8,400 ล้านชิ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยจำนวนจะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อการบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายระบบ 5G จะช่วยให้การเชื่อมโยงเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

ภายในปีหน้า บริษัทการ์ทเนอร์คาดว่าบรรดาบริษัทสตาร์ทอัพที่พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ จะเเซงหน้าบริษัทแอมะซอน กูเกิ้ล ไมโครซอฟท์ เเละไอบีเอ็ม ในด้านการผลักดันให้บริษัทต่างๆ หันไปใช้งานปัญญาประดิษฐ์เพื่อเศรษฐกิจ

บริษัทฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช (Forrester Research) ชี้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะมีมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นไปที่ 1.2 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อปี ภายในปี ค.ศ. 2020 ในขณะที่การลงทุนเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว

เทรซี่ ไช่ (Tracy Tsai) ประธานฝ่ายวิจัยของบริษัทการ์ทเนอร์ในไทเปกล่าวว่า บริษัทสตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญ เพราะจะเน้นพัฒนาส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบทั้งหมดเท่านั้น เเละมุ่งพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อบริษัทที่ต้องการเสาะหาทางออกสามารถนำผลงานของบริษัทสตาร์ทอัพไปใช้ประกอบกันได้ตามแต่ต้องการ

และในงานเทคฯ ประจำปีนี้ที่ไต้หวัน มีเเมวมองจากบริษัทกองทุนร่วมลงทุนหรือ Venture Capital เข้าไปดูผลงานของบริษัทสตาร์ทอัพซึ่งเป็นเอเชียเสียส่วนมาก ที่มีแนวคิดด้านการคิดค้นซอฟแวร์เเละฮาร์ดแวร์ที่เน้นอุปกรณ์เชื่อมโยงต่างๆ ในด้านการดูแลสุขภาพเเละการจัดการโดรน

งานแสดงเทคโนโลยีนี้เสนอโอกาสเเก่บริษัทสตาร์ทอัพในการเสนอแนวคิดของตนให้กับบริษัทกองทุนร่วมการลงทุนทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลจาก 13 ชาติเข้าไปสังเกตุการณ์ในงานด้วย รวมทั้งจากฝรั่งเศส เเละเนเธอร์แลนด์ เพื่อมองหาผลงานของบริษัทสตาร์ทอัพเอเชียที่อาจจะช่วยส่งเสริมผลงานของตน

ที่มา:www.voathai.com