คลังเก็บหมวดหมู่: เกียรติศักดิ์ ทินาทืน

Adidas เตรียมวางขายรองเท้า “Futurecraft 4D” ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี “พิมพ์ 3 มิติ”

 

Adidas เปิดตัวรองเท้า Futurecraft 4D ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิพม์ 3 มิติ แบบใหม่ของบริษัทสตาร์ทอัพ Carbon

บริษัท Carbon ได้สร้างระบบการ “พิมพ์” พื้นรองเท้าด้วยเครื่องโปรเจคเตอร์ความแม่นยำสูงที่ควบคุมการตกกระทบของแสงต่อ Photosensitive Resin ให้เป็นรูปทรงเฉพาะได้หลากหลายกว่าการพิมพ์ 3 มิติ แบบอื่น ซึ่ง Adidas ได้นำมาใช้ในการสร้างรองเท้าต้นแบบมากกว่า 50 คู่ เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา 

  • Photosensitive Resin เป็น เรซิ่นเหลวที่จะแข็งตัวเป็นก้อนพลาสติกเมื่อถูกกระทบด้วยแสงที่ความถี่ช่วงประมาณ 360-420 นาโนเมตร

Adidas จะผลิตรองเท้า Futurecraft 4D ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียม จำนวน 5,000 คู่ ในปี 2017 นี้ และเพิ่มเป็น 100,000 คู่ในปี 2018 โดยในอนาคตอาจอาจใช้ในการผลิตรองเท้าที่เหมาะกับลักษณะเท้าของนักกีฬาแต่ละคน หรือผลิตรองเท้าที่เหมาะกับเท้าของผู้สวมใส่ได้ในเวลาแค่ 1-2 ชั่วโมง เท่านั้น

ข้อมูลอ้างอิง : businessinsider , https://www.beartai.com/news/sci-news/160662

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1406680129396802

ติดตั้ง iOS 10.3 เพื่อความลื่นไหลและสเถียร (รวมถึงลดโอกาสเกิดปัญหาการใช้งาน) ผู้ใช้งานควรทำการ Restore เครื่องใหม่หมด แน่นอนว่าคุณควรสำรองข้อมูลไว้ผ่าน iCloud หรือ iTunes แต่การมานั่งไล่ติดตั้ง App หลังล้างเครื่องใหม่อาจทำให้หลายคนสับสนมึนงงเล็กน้อย วันนี้เราจึงรวบควมรายชื่อ App มาตรฐานมาให้

  • Facebook : เครือข่ายสังคมที่ใหญ่สุดในโลก และคนไทยน่าจะมีกันเกือบทุกคน
  • Messenger : แชทอันนี้แทบจะเป็นภาคบังคมพ่วงจากอันบน
  • Instagram : เจ้าของเดียวกันกับสองอันบน เครือข่ายสังคมเหมือนกัน แต่เน้นรูปมากกว่า
  • Twitter : อีกหนึ่งเครือข่ายสังคมที่เน้นไปที่ข้อความสั้นได้ใจความ
  • LINE : แอปพลิเคชันแชทอันดับหนึ่งของคนไทย
  • WeChat : แอปแชทอีกหนึ่งค่ายหากมีเพื่อนต่างชาติชาวจีนแนะนำต้องแอปนี้echar
  • YouTube : คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากกับผู้ให้บริการวิดีโอที่ใหญ่ที่สุด
  • Chrome : ถึงแม้ว่าในเครื่องจะมี Safari แต่บางคนอาจติดใจตัวนี้มากกว่า
  • Gmail : แอปพลิเคชันจัดการอีเมลสุดเรียบง่ายจาก Google
  • Google Maps : ผู้ช่วยคู่ใจเวลาหลงทาง
  • Speedtest : ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ต (อย่ากดบ่อยเปลืองเน็ต)
  • JOOX Music : ฟังเพลงลิขสิทธิ์ฟรี ทุกที่ ทุกเวลา
  • WhosCall : เบอร์ไหนขายประกัน โทรมารู้หมด
  • Snapseed : โปรแกรมแต่งภาพ ใช้ง่ายจาก Google
  • Find my iPhone : ค้นหาไอโฟนเครื่องอื่นที่หายไป
  • Dropbox : สำรองไฟล์ สะดวกแชร์
  • Google Translate : แปลภาษาสารพัดจากทั่วโลก
  • Grab : เรียก TAXI ง่ายไม่ต้องกราบ
  • Uber : เรียกรถเหมือนแอปฯ ข้างบน แต่คนละค่าย
  • AirPay : จ่ายบิลฟรี สะดวกและปลอดภัย
  • Piggipo : บริหารจัดการสร้างวินัยใช้บัตรเครดิต
  • Starbucks Thailand : จ่ายกาแฟชื่อดัง สะดวกไม่ต้องพกบัตร
  • TrueMoney Wallet : อีกหนึ่งแอปฯ กระเป๋าเงินออนไลน์
  • Strava : แอปสำหรับสายปั่นจักรยานและวิ่งออกกำลังกาย
  • Andy: ฝึกแชทภาษาอังกฤษกับ bot
  • YaAndYou : ข้อมูลเรื่องยาค้นหาง่ายๆ ด้วยแอปนี้
  • Foodie : แอปสำหรับถ่ายเมนูอาหาร ถ่ายปุ๊บ น่ากินปั๊บเลย เหมาะสำหรับสายกิน
  • Agoda : จองโรงแรมผ่านมือถือเป็นเรื่องที่ง่ายและรวดเร็ว
  • LINE TV : แฟนๆ ซีรีส์เรื่องต่างๆ โดยเฉพาะครอบครัวเป็นต่อ ดูผ่านแอปนี้ได้เลย

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

แล้วเพื่อนๆ มีแอปไหนแนะนำไหม? คอมเมนต์บอกเราไว้ด้านล่างนี้ได้เลย มาแชร์รายชื่อแอปที่เราชื่นชอบกันนะครับ

อ้างอิงจาก : https://www.iphonemod.net/app-recommend-ios-10-3.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1398794756852006

แอป 5 ประเภท ที่ “ควร” ลบออกจากเครื่องแอนดรอยด์ของคุณ!

แอปในสมาร์ทโฟนที่มี บางแอปใช่ว่าจะดีเสมอไป บางแอปที่เคลมตัวเองว่าทำได้ มันก็ไม่ช่วยทำให้ได้สมคำที่โปรยไว้ จนอยากลบแอปเหล่านั้นออกไป แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแอปไหนที่ไม่ต้องการให้อยู่บนเครื่องของเรา วันนี้จะมาจัดกลุ่ม 5 แอปที่ควรลบออกจากเครื่อง (โดยเฉพาะเครื่องที่เป็นแอนดรอยด์)

แอปที่เคลมตัวเองว่า “คืนพื้นที่ให้แรมได้”

 

แน่นอนว่าแอปทุกตัวที่เราใช้งานบนสมาร์ทโฟน ต้องอาศัยพื้นที่ของแรม ไม่ว่าจะเป็นแอปที่เราเปิดอยู่ หรือแอปที่เคยเปิดไว้ แล้วสลับไปใช้แอปอื่น (Background App) ก็ยังกินพื้นที่ในแรมทั้งนั้น เหล่าแอปที่โฆษณาว่าช่วยคืนพื้นที่ให้กับแรมของคุณได้ก็ผุดออกมาอย่างกับดอกเห็ด โดยอาศัยแค่ว่า “กดทีเดียว ล้างได้หมด แล้วได้พื้นที่กลับมา” แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพื่อเมื่อสั่งล้างแรม แอปพวกนี้ก็จะไปปิดแอปที่อยู่เบื้องหลังทิ้งให้แรมกลับมา แล้วเมื่อเราต้องการใช้แอปเหล่านั้นอีกครั้ง ก็ต้องเสียกำลัง cpu เสียไฟในแบตไปเปิดแอปใหม่อีก สรุป ได้ไม่คุ้มเสีย

ระบบของแอนดรอยด์จะคอยบริหารจัดการพื้นที่ของแรมอย่างอัตโนมัติและตลอดเวลา และยังรู้อีกว่าเมื่อไหร่ที่แอปเหล่านั้นจะถูกเรียกใช้งาน เพราะฉะนั้นแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องลงไว้ในเครื่องเพื่อคืนพื้นที่ให้แรม

แอปตระกูล Clean Master

แอปจำพวก Clean Master หรือที่มีคล้ายๆ กัน มักเคลมตัวเองว่าสามารถล้างสิ่งที่เราไม่ต้องการออกไปได้หมด อย่างแอปบางตัว หรือไฟล์ข้อมูล

ถึงแม้แอปจำพวกนี้จะบอกไว้ว่า “ล้างได้อย่างหมดจด” แต่ก็แน่นอน การล้างหมดจดก็ต้องแลกกับแบตเตอรี่ที่หมดจดไปด้วยเช่นกัน เพราะแอปเหล่านี้ต้องใช้พลังงานในตัวเครื่องจำนวนมาก รวมไปถึงโฆษณาแอบแฝงที่จะโผล่กระเด้งบนหน้าจอเราตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งอินเทอร์เน็ตที่เรามี อาจจะหมดไปกับโฆษณาที่โผล่มาจากแอปเหล่านี้ก็เป็นได้

สิ่งที่สามารถทำแทนกันได้ คือการเข้าไปล้างด้วยตนเองนี่แหละ ด้วยการเข้าไปที่ Setting > Storage แล้วเลือก Cache Data ในส่วนของ Clear Cache Data Prompt แต่ถ้าเป็นแคชที่แอปได้เก็บเอาไว้ ก็ไปที่ Setting เหมือนกัน แต่ให้เลือกที่ Apps > Downloaded แล้วเลือกแอปที่ต้องการจะล้างแคช แล้วกด Clear Cache ได้เลย

แอปจำพวก Antivirus

แอปตระกูลนี้ ถือว่าเป็นดาบสองคมของผู้ใช้งานเลยก็ว่าได้ ทั้งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ มีประโยชน์ตรงที่ใครที่ใช้งานแบบโลดโผน ลงแอป APK ในเครื่อง หรือเข้าเว็บแปลกๆ ที่ไม่รู้ว่ามีอะไรแอบแฝงหรือเปล่า จะลงไว้ไม่เสียหาย แต่ถ้าไม่ได้เป็นแบบแรก ใช้งานอย่างดี ลงแอปผ่าน Play Store เท่านั้น ก็ไม่ต้องลงในเครื่องให้เปลืองพื้นที่ เปลืองแรม เปลืองพลังงานเครื่องก็ได้ เพราะ Google ป้องกันระบบผู้ใช้มาอย่างดีพอสมควร ถ้าต้องการฟังก์ชั่นติดตามเครื่องก็ทำผ่าน Android Device manager ก็ได้

แอปที่ช่วยประหยัดแบต

อันนี้จะคล้ายๆ กับแอปที่เคลมว่าคืนพื้นที่ให้แรมได้ แต่จะเป็นแอปที่ช่วยบริการจัดการการใช้แบตเตอรี่ของเครื่องได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องลงแอปเหล่านี้เพื่อช่วยบริหารจัดการอีกแรง เพราะว่าในเครื่องแอนดรอยด์ทุกเครื่อง จะมีหน้ามอนิเตอร์แบตเตอรี่ที่ใช้งานอยู่แล้ว จะคอยพยากรณ์ว่าในจำนวนแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ในตอนนี้ จะใช้งานได้นานเท่าไหร่ และยังดูได้อีกว่าแอปไหนบ้างที่ใช้พลังงานจากเครื่องเราออกไปเท่าไหร่

ที่สำคัญคือฟังก์ชั่นที่จำเป็นในการจัดการแบตเตอรี่นั้นจำเป็นต้อง Root เครื่องเพื่อเข้าถึง แอปส่วนใหญ่จึงทำหน้าที่ได้แค่บอกว่าแอปอะไรที่กินแบตมากเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่เสียไป โฆษณาในเครื่องที่มากขึ้น ก็ไม่คุ้มค่าที่จะลงแอปพวกนี้

แอปที่แถมมากับเครื่องแต่เราไม่เคยแตะต้องมันเลย (Bloatware)

ทั้งนี้ รวมถึงแอปที่เราติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่เราไม่เคยแตะมันเลยเช่นกัน แอปเหล่านี้ไม่ใช่ไม่ดี แต่แอปที่เข้ากรุ๊ปนี้ล้วนไม่ดีต่อพื้นที่ความจำในตัวเครื่องที่เรามี เพราะเหมือนเป็นการทำให้ที่เก็บข้อมูลในเครื่องนั้น ค่อยๆ หมดลงไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใช่ว่าแอปทุกตัวที่ติดตั้งมากับเครื่องจะลบได้หมด บางแอป บางตัว ก็ลบออกไม่ได้ ซึ่งอันนี้ต้องทำใจกับมันไปละกัน… ทางแก้แบบไม่รูทเครื่องคือ ซื้อรุ่นที่มีแอปแถมน้อยๆ ครับ

สุดท้ายนี้ ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งานเองว่า จะเลือกใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณในแบบไหน ใช้ให้เกิดประโยชน์ หรือไม่ก่อประโยชน์ ขึ้นอยู่กับตัวคุณ ส่วนแอปที่เข้าข่ายทั้ง 5 ประเภทนี้ ถ้าเลี่ยงได้ ก็ควรเลี่ยง จะดีที่สุด

และนอกจากนี้เรายังมีวิธีลบแอฟมาฝากทุกคนด้วยนะครับ เชิญรับชมครับ

ที่มา: Androidpit

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1385341291530686

 

เผย 5 พฤติกรรมมึนๆ ที่ทำให้แบตฯไอโฟนของคุณเสื่อมสภาพเร็วก่อนเวลาอันควร

ในความเป็นจริงถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ไอโฟนหรือสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่เราซื้อมานั้นจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงไปตามการใช้งานอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้แบตเตอรีเสื่อมช้าลงมากที่สุดได้ล่ะ? เริ่มจากเรามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนที่เราเข้าใจกันผิดๆ 5 เรื่องหลักๆ กันดีกว่า

1. ใช้งานไอโฟนในแวดล้อมที่ร้อนจัดหรือเย็นเกินไป

การใช้ไอโฟนบนสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิภายนอกสูงเกินกว่า 25 องศาเซลเซียส จะทำให้แบตเตอรีสูญเสียความสามารถในการเก็บประจุไฟไปถึง 20% ต่อปี ขณะที่หากใช้งานในอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้แบตเตอรีเสียความสามารถในการเก็บประจุไฟไปคิดเป็น 6% ต่อปี และไม่ควรใช้ iPhone ในพื้นที่ที่อุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส เพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายถาวร

2. ปล่อยให้แบตเตอรีไอโฟนหมดเกลี้ยงแล้วค่อยมาชาร์จเต็ม

เจ้าแบตเตอรี Lithium บนไอโฟนเนี่ยมันจะมีรอบในการชาร์จที่เรียกว่า Charge Cycle ซึ่งทาง Apple ระบุว่า ไอโฟนนั้นสามารถชาร์จได้ 500 Cycle ก่อนที่ประสิทธิภาพของแบตฯ จะลดลงเหลือ 80% ซึ่งวิธีการนับ Cycle ของ Apple คือ 1 Cycle = 100% ยกตัวอย่างเช่น วันแรกใช้แบตฯ ไปเหลือ 50% และนำไปชาร์จจนเต็ม ต่อมาวันที่สองก็ใช้อีก 50% แล้วชาร์จเต็ม แบบนี้จะนับเป็น 1 Cycle (50+50=100%) ซึ่งคำแนะนำคือเราสามารถชาร์จได้เมื่อแบตฯ ลดเหลือ 50-80% แต่อย่าปล่อยให้หมดเกลี้ยงแล้วค่อยมาชาร์จเต็ม 100%

3. เปิดเครื่องอยู่ตลอดเวลา

การเปิดเครื่องไว้ตลอดเวลานั้นจะทำให้แบตเตอรีมีการคายประจุออกมาอยู่แล้ว และหากมีโอกาสก็ควรปิดเครื่องไปบ้างซึ่งก็จะทำให้เครื่องกลับมาลื่นมากขึ้นเพราะมันจะเป็นการรีเซ็ตแรมด้วยนั่นเอง

4. เปิดการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth ไว้ตลอดเวลา

เวลาที่เราเปิดการเชื่อมต่อเอาไว้ ตัวไอโฟนจะพยายามสแกนหาสัญญาณเพื่อเชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลา ทำให้ตัวไอโฟนไม่สามารถทำงานใน Sleep Mode ได้ ซึ่งจะมีส่วนทำให้กินพลังงานไปเรื่อยๆ ซึ่งเราเข้าไปปิดการเชื่อมต่อได้ง่ายๆ เพียงสไลด์แถบเมนูและแตะไปที่ไอคอน Wi-Fi และ Bluetooth ครับ

5. เปิดค่าความสว่างหน้าจอ 100% ตลอดเวลา

ถือเป็นสิ่งที่คนใช้ไอโฟนหลายคนยังนิยมทำกันอยู่เลย ซึ่งเป็นอีกสาเหตุของการสิ้นเปลืองแบตเตอรีอย่างมาก ซึ่งวิธีแก้ไขนั้นทำง่ายๆ ครับ ให้เลือกไปที่ Setting > Display & Brightness แล้วเลือกเปิด Auto-Brightness เพื่อให้ไอโฟนทำการปรับแสงหน้าจอให้อัตโนมัติ

อ้างอิง : http://www.businessinsider.com/iphone-battery-mistakes-2016-12?utm_source=feedly&utm_medium=webfeeds , https://www.beartai.com/beartai-tips/139400

 https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1387113008020181

3d-home-cover-150x150

เทคโนโลยีสร้างบ้านสุดล้ำด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ สร้างเสร็จได้ใน 24 ชม.

ความก้าวล้ำของเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ดูเหมือนจะได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อ Apis Cotr บริษัทรับเหมาก่อสร้างในประเทศรัสเซีย นำเสนอโครงการสร้างบ้านด่วนด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่ใช้เวลาเพียง 24 ชม. เท่านั้น

โครงสร้างของบ้านทั้งหลังจะถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติในทุกขั้นตอน โดยเครื่องพิมพ์จะมีลักษณะคล้ายกับเครนก่อสร้าง ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปพิมพ์ส่วนประกอบต่างๆ ของบ้านได้อย่างสะดวก ส่วนเรื่องความทนทานก็ไม่ต้องกังวล เพราะหมึกที่ใช้พิมพ์โครงสร้างนั้นเลือกใช้ปูนซีเมนต์ชนิดเดียวกับที่สร้างบ้านตามปกติมาใช้งาน จึงมั่นใจได้เลยว่าแข็งแรงทนทานแน่นอน และที่สำคัญเครื่องพิมพ์ 3 มิติ มีรูปแบบการพิมพ์ที่ถูกกำหนดด้วยซอฟต์แวร์โดยเฉพาะ ทำให้งานก่อสร้างมีรูปแบบขั้นตอนที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ต่างกับงานก่อสร้างแบบเดิมที่รายละเอียดบางส่วนอาจไม่เรียบร้อยนัก

ผู้พัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จากบริษัท Apis Cotr ให้ข้อมูลว่า การสร้างบ้านด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว จะช่วยให้เจ้าของบ้านประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถกำหนดเวลาส่งมอบงานได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ยกตัวอย่างบ้านชั้นเดียว ที่มีขนาดพื้นที่ 38 ตารางเมตร ก็สามารถสร้างเสร็จได้ ภายใน 24 ชม. ด้วยเงินลงทุน $10,134 หรือประมาณ 354,700 บาทเท่านั้น

 

เรียบเรียง และ อ้างอิงจาก : SpokeDark.TV

นักวิจัยคิดค้น “โดรนกู้ภัยโรคหัวใจ” สำหรับช่วยชีวิตผู้ป่วยจากอาการหัวใจวายเฉียบพลันในเวลาฉุกเฉิน จะมีประสิทธิภาพขนาดไหน? ไปดู

นักวิจัยคิดค้น “โดรนกู้ภัยโรคหัวใจ” สำหรับช่วยชีวิตผู้ป่วยจากอาการหัวใจวาย

อาการหัวใจวายเฉียบพลัน อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทันทีหากไม่ได้รับการรักษาภายในระยะเวลาที่กำหนด และการรักษาต้องอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่อาการเหล่านี้มักไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า นั่นแปลว่า คุณอาจเกิดอาการหัวใจวายที่ไหนก็ได้ ซึ่งนั่นอาจสายเกินไปกว่าจะเดินทางไปถึงมือแพทย์ ทว่าความก้าวล้ำของเทคโนโลยีทำให้ทีมวิจัยจาก Delft University of Technology คิดค้นวิธีช่วยเหลือผู้ผู้ที่โรคหัวใจกำเริบด้วย “โดรนกู้ภัยโรคหัวใจ” ที่ใครๆ ก็สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการหัวใจวายเฉียบพลันได้

การทำงานของ “โดรนกู้ภัยโรคหัวใจ” คือการส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (Automated External Defibrillator, AED) พร้อมวิธีช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ส่งสัญญาณเสียงเข้ามายังลำโพงที่อยู่ภายในโดรน โดยเจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้จากกล้องบันทึกภาพที่ติดตั้งอยู่ภายในโดรน เพื่อให้ผู้ที่ทำการช่วยเหลือทำตามไปพร้อมกัน

ทีมพัฒนาระบุว่า “โดรนกู้ภัยโรคหัวใจ” จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางการช่วยเหลือที่รวดเร็วกว่าการส่งรถฉุกเฉินเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุ เพราะจากสถิติอาการหัวใจวายเฉียบพลัน จะเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 4-6 นาทีเท่านั้น กว่าทีมช่วยเหลือจะเดินทางไปถึงผู้ป่วยก็อาจเสียชีวิตไปแล้ว

เชิญรับชม

เรียบเรียง และ อ้างอิงจาก : SpokeDark.TV

วิธีลบแอปหรือเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อด้วยบัญชี Google ป้องกันการขโมยข้อมูล !!!

revoke-app-web-connect-google-account-access-01

สำหรับผู้ใช้งานบางแอป หรือบางเว็บไซต์ เชื่อว่าหลายท่านคงเคยแตะไอคอน Google บนตัวแอปเพื่อ sign in ด้วยบัญชี Google หรือท่านที่ใช้ Android ในการเล่นเกม ก็มีคนแต่ปุ่ม Google เพพื่อลุยเล่นเกมได้ทันที โดยเฉพาะเกม  Pokemon Go บน iOS และ Android ที่สามารถเล่นได้เลยเพียงแค่แตะปุ่ม Google เพื่อทำการ backup เกมไว้ แต่รู้ไหมว่า การเล่นเกมหรือเล่นบางแอปที่ sign in ผ่านปุ่ม Google นั้น แอปจะสามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ google ได้ทั้งหมด นั่นก็หมายความว่าข้อมูลของเราอาจหลุดไปให้ Google หรือผู้นักพัฒนา เช่น การเข้าถึงรายชื่อเบอร์โทรเพื่อน รูปภาพ วีดีโอ หรือทุกบริการที่เกี่ยวข้องกับ Google เป็นต้น ดังนั้นบทความนี้มาดูวิธีลบแอปหรือเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อกับบัญชี Google ป้องกันขโมยข้อมูลกัน

เริ่มจากคลิกที่ลิงค์นี้ เพื่อดูรายชื่อแอปที่เชื่อมต่อกับบัญชี Google ของเราอยู่

revoke-app-web-connect-google-account-access-03

ลองคลิกชื่อแอปเพื่อดู สิทธิ์เข้าถึง บัญชี Google ซึ่งจะบอกรายละเอียดว่าเข้าถึงส่วนไหนบ้าง ตลอดจนถึงวันที่เราตอบอนุญาตให้สิทธิ์กับแอปหรือเว็บไซต์นั้น

revoke-app-web-connect-google-account-access-02

หากดูแล้วขอมากไป ไม่น่าไว้ใจละก็ แนะนำให้ทำการคลิกที่ปุ่ม ลบ ( Remove ) เพื่อลบออกไป แค่นี้ก็เรียบร้อย ป้องกันแอปอื่นที่อาจแอบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราแล้ว ในตัวอย่างนี้คือ Pokemon Go Release บน iOS ที่เข้าถึงแทบทุกส่วนของบัญชี Google เลย

แล้วถ้าหากคุณต้องการเล่นแอปนั้นต่อที่ สิทธิ์เข้าถึงเยอะๆทำอย่างไรดี ง่ายสุดคือสมัครบัญชี Google ใหม่ (สมัคร gmail ใหม่ ) แล้วใช้บัญชี Google ที่สมัครใหม่ในการเข้าสู่ระบบของแอปและเกมหรือเว็บไซต์แทน แค่นี้ก็หมดกังวลในเรื่องแอบเข้าถึงข้อมูลสำคัญของเราแล้ว

ชมคลิป

อ้างอิงจาก : https://www.it24hrs.com/2016/revoke-app-web-connect-google-account-access/ , https://youtu.be/BQdDabcmtUM

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1380079708723511

Dashcam-1000x600

คนใช้รถเฮ ติดกล้องหน้ารถ ได้ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ !!! (และวิธีเลือกซื้อกล้องติดรถ ฉบับเข้าใจง่าย)

กล้องหน้ารถนอกจากจะช่วยบันทึกหลักฐานเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ได้แล้ว ตอนนี้ยังช่วยให้เจ้าของรถจ่ายเบี้ยประกันภัยน้อยลงด้วยเมื่อ คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ให้ใช้อัตราเบี้ยประกันใหม่ สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งสำหรับรถยนต์

โดยสาระสำคัญของคำสั่งนายทะเบียนนี้คือ ให้บริษัทประกันภัยให้ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ 5-10% สำหรับรถที่ติดตั้งกล้องหน้ารถครับ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • เมื่อทำประกันภัย ต้องแสดงภาพหลักฐานการติดตั้งกล้องหน้ารถ
  • ต้องติดตั้งกล้องตลอดระยะเวลาการเอาประกัน

โดยคำสั่งนี้ให้มีผลทันที ใครที่กำลังจะต่อประกันรถยนต์ก็ลองสอบถามดูนะครับว่ามีส่วนลดนี้ให้แล้วหรือยัง

ถือได้ว่า “กล้องติดรถยนต์” เป็นอีก 1 อุปกรณ์ที่ผู้ใช้รถใช้ถนนหลาย ๆ คนเคยมองข้ามกันไปเนื่องด้วยความวุ่นวายในการติดตั้งและราคาสำหรับบางรุ่นที่ค่อนข้างสูง แต่แท้จริงแล้วเจ้ากล้องติดหน้ารถนี่แหละคือ 1 ในสิ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ ควรมีติดเอาไว้เป็นอย่างยิ่ง เพราะมันคือหลักฐานสำคัญที่จะสามารถช่วยให้คุณรอดพ้นจากคดีความที่คุณไม่ได้เป็นผู้ทำผิดอย่างแน่นอน

ทางแบไต๋ก็มีคำแนะนำ 5 ประเด็นที่ต้องสนใจเมื่อซื้อกล้องหน้ารถเอาไว้ในไลฟ์ครั้งนี้อีกด้วย จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน

ความละเอียดภาพ

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้กับกล้องติดรถยนต์ ซึ่งยิ่งความละเอียดภาพสูงเท่าไหร่ ภาพที่ได้ออกมาก็จะชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น แต่ก็แลกกับการกินพื้นที่ของกล้องเช่นกัน ซึ่งแบไต๋ก็ขอแนะนำว่าควรจะอยู่ที่ 1080P FullHD ก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่ควรต่ำกว่านี้เพราะภาพเวลาซูมป้ายทะเบียนรถยนต์อาจจะไม่ชัดเจนได้ และในส่วนของ FPS ที่สามารถบันทึกได้นั้นไม่ควรเป็นแบบ 60fps สำหรับกล้องติดรถยนต์เพราะจะทำให้เปลืองพื้นที่การเก็บมาก ๆ ยกเว้นคนที่อยากถ่ายทำวิดีโออันนี้เราแนะนำว่าควรจะหา Action Camera มาติดแทนจะตอบโจทย์ดีกว่า

เลนส์กล้อง

ควรเลือกเลนส์ที่มีมุมกว้างอย่างน้อยประมาณ 130 องศาเพื่อให้ได้ภาพที่ครอบคลุมหน้ารถทั้งคันรวมไปถึงกระโปรงรถยนต์ แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะอาจทำให้ภาพที่ได้รับมีความละเอียดลดลงได้

แบตเตอรี่

เรียกได้ว่าเป็นอีก 1 ข้อถกเถียงสำหรับผู้ใช้งานหลาย ๆ ท่าน เพราะอากาศที่บ้านเราร้อน ทำให้กล้องติดรถยนต์บางรุ่นที่มีแบตเกิดอาการแบตฯ บวม เสื่อมหรือชำรุดได้ แต่ทางแบไต๋ก็อยากแนะนำว่าเราควรจะหารุ่นที่มีแบตเตอรี่สำรองไว้อยู่ดี เพราะหลาย ๆ เหตการณ์อาจเกิดในช่วงที่เราไม่ได้สตาร์ทรถ หรืออาจเกิดหลังจากที่รถดับไปก็เป็นได้

ไมโครโฟน

อีก 1 อุปกรณ์ที่ควรมีติดไว้ในกล้องติดรถยนต์นั้นคือตัวไมโครโฟน เพราะหลาย ๆ เหตการณ์ถ้าเห็นแค่ภาพอาจจะไม่สามารถสื่อได้อย่างชัดเจน แต่ถ้ากล้องมีไมค์บันทึกเสียง ก็จะทำให้ได้บันทึกบทสนทนา ณ ขณะนั้นได้อีกด้วย แนะนำให้หารุ่นที่มีไมค์ด้านหลังแทนด้านกล้องเพื่อให้สามารถเก็บบันทึกเสียงได้ทั้งหมด

คำแนะนำเพิ่มเติม

  1. GPS ในตัวกล้องเพื่อบันทึกจุดเกิดเหตุพร้อมบันทึกความเร็วในการขับ เพื่อเป็นหลักฐานอย่างดีหากมีประเด็นขึ้นมา
  2. ความสามารถในการบันทึกในที่ ๆ มีแสงน้อยได้ ถ้าเทียบกับกล้องทั่ว ๆ ไปก็คือมีเลนส์ที่มีค่า F ที่น้อยนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่า ยิ่งกล้องแพงก็จะมีความสามารถนี้ที่ดีกว่ากล้องราคาถูก ๆ (แต่ก็ต้องดูยี่ห้อด้วยว่าเป็นของที่มีคุณภาพหรือไม่)
  3. สำหรับผู้ที่มีงบเหลือพอประมาณ ควรจะมีกล้องที่ 2 ไว้สำหรับบันทึกด้านหลังรถไปพร้อม ๆ กันเผื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่างเช่น โดนรถคันหลังชนแล้วหนี จะได้มีภาพบันทึกไว้ด้วย ซึ่งกล้องตัวนี้จะบันทึกเสียงหรือไม่ก็ได้ (เพราะสามารถอ้างอิงเสียงจากกล้องตัวหน้ารถได้เช่นกัน)

ชมคลิป :D

อ้างอิงจาก : https://www.beartai.com/video/beartai-live/149467,https://www.beartai.com/news/it-thai-news/155384,https://www.youtube.com/watch?v=hUpHWgsO6iE

 

พระเจ้าอยู่หัวกับคอมพิวเตอร์ และ ส.ค.ส. พระราชทาน

พระเจ้าอยู่หัวกับคอมพิวเตอร์ และ ส.ค.ส. พระราชทาน

king_flood
พระเจ้าอยู่หัวกับคอมพิวเตอร์ และ ส.ค.ส. พระราชทาน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว จาก BBC ภายในห้องส่วนพระองค์ ณ พระตําหนักจิตรลดารโหฐาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สนพระทัยในเรื่องของวิทยาการอย่างจริงจังนะครับ ดังที่เราได้เห็นจากโครงการพัฒนาต่างๆ รวมถึง ส.ค.ส. พระราชทานที่ส่งความสุขถึงคนไทยมานานหลายสิบปี

คอมพิวเตอร์ของในหลวง

king_with_mac

คอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์เครื่องแรกที่ใช้คือ Macintosh Plus ที่เปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2529 โดย ม.ล.อัศนี ปราโมช เป็นผู้ซื้อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ด้วยคุณสมบัติเรียนรู้และใช้งานไม่ยาก ความสามารถในการเก็บและพิมพ์โน้ตเพลงได้ง่าย และสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ดนตรีได้ด้วย

นอกจากนี้เรื่องฟอนต์หรือแบบอักษรก็เป็นอีกเรื่องที่สนพระราชหฤทัย โดยได้ทรงประดิษฐ์ฟอนต์ไทยหลายแบบ เช่น แบบจิตรลดา แบบภูพิงค์ ต่อมาได้หันมาศึกษาการแสดงตัวเทวนาครีบนจอภาพ หรือที่พระองค์ท่านทรงเรียกว่า “ภาษาแขก” ด้วยพระองค์เองจากพจนานุกรมและตำราภาษาสันสกฤต และและทรงสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาบาลีสันสกฤต อย่าง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และท่านองคมนตรี ม.ล. จิรายุ นพวงศ์ ซึ่งเหตุผลที่พระองค์ท่านสนพระราชหฤทัยในเรื่องนี้ เพราะในหลวงต้องการศึกษาคำสอนและข้อธรรมะของพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังตามภาษาดั่งเดิมที่บันทึกกันมา

king-font

ซึ่งต่อมาได้มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่อง IBM PC Compatible และทรงสนพระทัยศึกษาเทคโนโลยีทันสมัยเหล่านี้ บางครั้งทรงเปิดตัวเครื่องเพื่อดูระบบภายในด้วยพระองค์เอง รวมถึงทรงปรับปรุงโปรแกรม CU Writer ให้เป็นไปตามประราชประสงค์ด้วย

king_flood
advertisements

ส.ค.ส. พระราชทาน ความสุขของคนไทย

card-2530

ส.ค.ส. พระราชทานฉบับแรกส่งถึงคนไทยในปีพ.ศ. 2530 โดยในหลวงทรงปลีกเวลาจากพระราชกรณียกิจมาปรุแถบเทเล็กซ์หรือโทรพิมพ์ เราจึงเห็นข้อความตามท้าย ส.ค.ส. ว่า “กส. 9 ปรุ” ซึ่งเป็นรหัสเรียกขานวิทยุแทนพระองค์เป็นผู้ปรุขึ้น ส่วนตัวเลขที่ตามหลังคือวันที่และเวลาที่ทรงสร้าง ในรูปแบบ วว ชช นน ดด ปปปป. ในส.ค.ส. พระราชทานฉบับแรกจึงหมายถึงเวลา 14.30 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2529

card-2532

ส.ค.ส. ฉบับแรกที่ในหลวงทรงสร้างด้วยคอมพิวเตอร์คือฉบับปีพ.ศ. 2532 ที่เริ่มมีลวดลายและลักษณะตัวพิมพ์มากขึ้น ข้อความด้านท้ายจึงเปลี่ยนเป็น ก.ส. 9 ปรุง เพื่อแทนการปรุงจากคอมพิวเตอร์

card-2536card-2537card-2542card-2543

และในส.ค.ส. ฉบับต่อๆ มา ด้วยพระปรีชาสามารถจึงมีรูปวาด และลวดลายประดับมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดาว ใบหน้า เครื่องดนตรี ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากฝีพระหัตถ์แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสิ้น ที่ถ่ายทอดผ่านคอมพิวเตอร์ได้อย่างชำนาญ

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนจาก ส.ค.ส. พระราชทาน คือความคมคายของเนื้อหา ที่แม้จะเป็นเพียงถ้อยคำสั้นๆ แต่ก็สามารถสื่อความหมายออกมาได้มาก ซึ่งเนื้อหาของ ส.ค.ส. ในแต่ละปีจะประมวลขึ้นจากสภาพเหตุการณ์บ้านเมือง เพื่อสะท้อนให้เห็นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ชาติต้องประสบในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยมีกำลังใจต่อสู้กับอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นต่อไป

card-2538

ส.ค.ส. ฝีพระหัตถ์ล้วนเป็นสีขาว-ดำ ซึ่งเรื่องนี้ ดร.สุเมธ ได้แสดงทรรศนะว่า “เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการสะท้อนให้ลูกหลานไทยได้เห็นถึงตัวอย่างของความประหยัด มัธยัสถ์ สิ่งของหลาย ๆ สิ่งแม้จะไม่มีสีสันดึงดูดตา แต่ก็มากมายด้วยความหมาย พระองค์พยายามทำทุกสิ่งให้เกิดประโยชน์ตลอดเวลา ทรงรักความเรียบง่าย ยึดมั่นในความหมาย และคุณค่า ของสรรพสิ่งเป็นที่ตั้ง มากกว่าจะมองกันที่ความสวยงาม ฟุ้งเฟ้อ”

สามารถชมส.ค.ส. พระราชทานทั้งหมดได้ในเว็บของสำนักราชเลขาธิการ

ธ จะอยู่คู่ใจไทยทุกถิ่น
ธ จะอยู่ตราบสิ้นกัลปาวสาน์
ธ จะอยู่ในใจชาวประชา
ธ จะอยู่ทุกเวลาไม่เสื่อมคลาย

จะ ขอเดินตามย่างก้าวที่ ธ ก่อ
จะ สืบต่อกิจการงานหลากหลาย
จะ สืบสานปณิธานมิรู้คลาย
จะ ขอพลีใจกายเพื่อมวลไทย

ขอ เป็นหนึ่งในพสกนิกรชน
ขอ เป็นคนสืบสานงานสดใส
ขอ ธ ทรงเป็นแรงบันดาลใจ
ขอ ปวงไทยคงมั่นสามัคคี

ทำ สิ่งดีเป็นราชสักการะ
ทำ งานตามภาระและหน้าที่
ทำ ในกิจการงานให้ดี
ทำ ตามที่ ธ ชี้ ธ บอกมา

ดี ให้ได้ดั่งทรงเป็นแบบอย่าง
ดี ให้ได้ตามทาง ธ นำหน้า
ดี ให้โลกรู้ว่าไทยประชา
ดี ตามอย่างมหาราชา  “ภูมิพล”

ประพันธ์โดย : กวีวรรณ
………………………………….
น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
และร่วมถวายความอาลัย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อ้างอิง: Wikipedia, สำนักราชเลขาธิการ, เครือข่ายกาญจนาภิเษก, ผู้จัดการ,https://www.beartai.com/article/tech-article/126714

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1367883433276472

How-to-charge-battery

เทคนิคการชาร์จแบต อย่างถูกวิธี และ ให้ “แบตอึดขึ้น” !! ใช้ได้ทั้ง Andriod และ IOS !!!

เคยเจอปัญหาแบตหมดในช่วงเวลาสำคัญๆใช่ไหม?
วันนี้เรามีเคล็ดลับการใช้โทรศัพท์มือถือ Andriod และ IOS อย่างถูกวิธี ตอน “แบตอึด” มาฝากครับ ง่ายๆกับวิธีการประหยัดพลังงานไม่ให้แบตหมดเร็วที่ควรรู้ไว้

Image result for ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์

 

โดยแบตเตอรี่ในมือถือและแท็บเล็ตส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นจะเป็นแบบ Li-ion และ Li-Polymer ทั้งสองแบบมีลักษณะการทำงานในลักษณะ “นับรอบการชาร์จ(Cycle)” แต่ไม่ได้นับเป็นจำนวนครั้งนะครับ โดยแรงดันในการชาร์จจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับก็คือ

1C หมายถึง การชาร์จ ณ ระดับพลังงานแบตเตอรี่ มากกว่า 65-70%

2C หมายถึง การชาร์จ ณ ระดับพลังงานแบตเตอรี่ 35-60%

3C หมายถึงการชาร์จ ณ ระดับพลังงานต่ำกว่า 30%

81

และในวันนี้เรายังมีเ คล็ดลับ! 7 วิธีที่จะทำให้แบตของมือถือและแท็บเล็ตไม่เสื่อมเร็ว

1. ควรชาร์จไฟมือถือและแท็บเล็ตก็ต่อเมื่อระดับแบตเตอรี่อยู่ที่ 65-70%(1C) จะดีที่สุดครับ แต่การใช้งานจริงคงจะได้ระดับ 35-60%(2C) ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้ครับ ซึ่งจากผลการทดสอบจากต่างประเทศได้ระบุว่า หากชาร์จแบตเตอรี่ที่ระดับ 3C จะสามารถชาร์จได้ประมาณ 300 รอบ(Cycle) แต่หากเราชาร์จที่ระดับ 1C และ 2C จะสามารถชาร์จได้มากกว่า 400-500 รอบ (Cycle) “ดังนั้นไม่ควรชาร์จในขณะที่แบตต่ำกว่า 30% นั่นเอง เพราะมันจะเสื่อมเร็ว”

2. อยากจะชาร์จเมื่อไรก็ชาร์จไป (ตามข้อที่ 1) แต่ห้ามใช้แบตจนหมดเกลี้ยงในระดับเปิดเครื่องไม่ติด(แบตเหลือ 0%) โดยเด็ดขาดเพราะแบตมันจะพังไวมาก!!

3. ถ้าหากไม่ได้ใช้มือถือหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานานๆ และแบตเตอรี่สามารถถอดออกมาได้ ควรถอดแบตเตอรี่เก็บไว้ในขณะที่มีประจุประมาณ 40% และควรที่จะเก็บเอาไว้ในที่เย็น และไม่มีความชื้นครับ โดยค่า 40% นั้นเป็นตัวเลขที่มาจากห้องทดลองเลยทีเดียว

4. มือถือและแท็บเล็ตในปัจจุบันนั้น มีระบบตัดไฟเมื่อชาร์จแบตจนเต็ม 100% และมันจะต่อไฟตรงเหมือนกับที่เราเห็นมันขึ้นเป็นรูปสายไฟแทนฟ้าผ่าครับ แต่ถ้าหากแบตมันลดลงเพียง 1% มันก็จะชาร์จใหม่ ดังจะเห็นว่าไม่ว่าเราจะเล่นเกมส์หนักหน่วงขนาดไหนในขณะที่ชาร์จมันก็จะเต็มตลอด (ไม่เหมือนโน๊ตบุ๊คที่จะตัดไฟเมื่อแบตเต็ม และชาร์จใหม่เมื่อแบตลดลงเหลือ 90%) ซึ่งจะทำให้เราสูญเสียรอบการชาร์จไปโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเราชาร์จเสร็จก็ควรถอดปลั๊กเพื่อนำมาใช้งาน และเมื่อถึงระดับ 35-70% ค่อยนำกลับไปชาร์จใหม่จะดีที่สุด

5. ควรใช้ที่ชาร์จที่มีคุณภาพ และหลีกเลี่ยงที่ชาร์จปลอมเพราะอาจจะทำให้จ่ายไฟไม่นิ่งได้ และสิ่งที่หลายคนนั้นมองข้ามไปนั่นก็คือ สายไฟที่เราใช้ชาร์จนั่นเอง ก็ควรที่จะเป็นสายที่มีคุณภาพในการนำไฟฟ้าได้ดีในระดับหนึ่งเหมือนกัน

6. หลีกเลี่ยงการทำแบตเตอรี่ตกพื้น เพราะอาจจะทำให้สารเคมีในแบตรั่วไหล หรือขั้วแบตอาจจะหลุดออกมาก็เป็นได้ ซึ่งจะส่งผลให้จ่ายไฟไม่นิ่ง และการใช้งานกับตัวเครื่องมือถือหรือแท๊บเลทมีปัญหาได้

7. เวลาที่จะชาร์จไฟควรเสียบที่ชาร์จกับปลั๊กไฟก่อนแล้วค่อยเอาหัวชาร์จมาเสียบกับมือถือหรือแท็บเล็ตอีกทีเพื่อป้องกันไฟกระชากครับ

77

ชมคลิป

Smartphone คือสิ่งที่เรามีทุกคน ดังนั้นเราควรที่จะรู้รักษานะครับ

เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น :)

อ้างอิงจาก : https://www.youtube.com/watch?v=bqUD-69MflQ , http://www.whatphone.net/tips/7-ways-to-charge-mobile-phones-and-tablets-correctly/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1368467799884702