คลังเก็บหมวดหมู่: ศุภกิจ

Mikoyan MiG-31’ เขี้ยวเล็บแห่งพญาหมีขาว บินด้วยความเร็วสูงในระดับเพดานบินต่ำได้ นี่คือสเปกของมัน

“Mikoyan MiG-31” เครื่องบินขับไล่ความเร็วสูง ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Mikoyan ตั้งแต่ปี 1975 และได้เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตจนมาถึงกองทัพรัสเซียในปัจจุบัน ได้รับการยกย่องให้เป็นเครื่องบินขับไล่ที่เร็วที่สุดในโลกที่ยังใช้ประจำการในกองทัพในปัจจุบัน

IMG_2618
SHUTTER STOCK
Mikoyan MiG-31 ใช้เครื่องยนต์ระบบเทอร์โบแฟนแบบ Soloviev D-30F6 จำนวน 2 ตัว สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มัค 2.83 (3,000 กม./ชม.) หลังจากการสันดาป และมัค 2.35 (1,500 กม./ชม.) โดยไม่ต้องสันดาปเครื่องยนต์ พิสัยทำการรบ 3,000 กม. ตัวเครื่องพื้นฐานนั้นติดตั้งระบบอาวุธเช่น ปืนกลอากาศ GSh-6-23 ขนาด 23 มม. มีจุด Hardpoint ทั้งหมด 4 จุดเพื่อใช้ในการติดตั้งขีปนาวุธต่างๆ

“Mikoyan MiG-31” เครื่องบินขับไล่ความเร็วสูง ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Mikoyan ตั้งแต่ปี 1975 และได้เข้าประจำการในกองทัพโซเวียตจนมาถึงกองทัพรัสเซียในปัจจุบัน ได้รับการยกย่องให้เป็นเครื่องบินขับไล่ที่เร็วที่สุดในโลกที่ยังใช้ประจำการในกองทัพในปัจจุบัน
SHUTTER STOCK
Mikoyan MiG-31 ใช้เครื่องยนต์ระบบเทอร์โบแฟนแบบ Soloviev D-30F6 จำนวน 2 ตัว สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ที่มัค 2.83 (3,000 กม./ชม.) หลังจากการสันดาป และมัค 2.35 (1,500 กม./ชม.) โดยไม่ต้องสันดาปเครื่องยนต์ พิสัยทำการรบ 3,000 กม. ตัวเครื่องพื้นฐานนั้นติดตั้งระบบอาวุธเช่น ปืนกลอากาศ GSh-6-23 ขนาด 23 มม. มีจุด Hardpoint ทั้งหมด 4 จุดเพื่อใช้ในการติดตั้งขีปนาวุธต่างๆ

IMG_2619
SHUTTER STOCK
Mikoyan MiG-31 มีข้อดีที่ถือว่าเป็นอาวุธลับของมันก็คือการที่สามารถบินด้วยความเร็วเหนือเสียงได้แม้จะอยู่ในระดับเพดานบินที่ต่ำ และปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้ทันสมัยมากกว่าเดิม โดยทำการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปเพิ่มเติมเพื่อสามารถใช้จรวดรุ่นใหม่ๆ ได้และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเรดาห์ให้สามารถตรวจจับเป้าหมายได้จากระยะที่ไกลขึ้นกว่าเดิม ในขณะนี้มีประจำการอยู่ในกองทัพรัสเซียร่วม 130 ลำ

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

มันเปลี่ยนได้!! เยอรมนีเปลี่ยนเหมืองถ่านหินเก่าแก่ ให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ ทำได้ไง? ดู

เยอรมนีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการพัฒนาใช้พลังงานทดแทนมาโดยตลอด จนสามารถใช้พลังงานทดแทนผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 33% ในปี 2015 ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนเยอรมนีกำลังสร้างเสียงฮือฮาในด้านการสร้างพลังงานทดแทนอีกครั้ง กับการเปลี่ยนเหมืองถ่านหินอายุกว่า 180 ปี สู่แหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้กว่า 400,000 ครัวเรือน!IMG_2617

Bergwerk Prosper-Haniel คือเหมืองถ่านหินเก่าที่ตั้งอยู่ในรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ของประเทศเยอรมนี เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1863 ก่อนจะหยุดกระบวนการผลิตถ่านหินอย่างเป็นทางการในปี 2018 แต่การปิดเหมืองให้ทิ้งร้างไปเฉยๆ คงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร รวมถึงคนงานอีกหลายชีวิตก็คงจะต้องตกงานเช่นกัน รัฐบาลเยอรมนีจึงเปลี่ยนเหมืองถ่านหินเก่า ให้กลายเป็นแหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียน ด้วยการปล่อยน้ำจากแหล่งกักเก็บในบริเวณใกล้เคียง ลงไปยังเหมืองถ่านหินที่อยู่ลึกลงไปจากพื้นดิน 1,200 เมตร กังหันที่อยู่ภายในจะทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้า จากการไหลเวียนของกระแสน้ำ ตลอดระยะทางกว่า 26 กิโลเมตร ช่วยให้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากถึง 200 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 400,000 ครัวเรือน เลยทีเดียว

IMG_2616

ทั้งนี้น้ำที่ถูกปล่อยลงไปในเหมืองจะถูกสูบกลับขึ้นมาอีกครั้ง หลังการผลิตไฟฟ้าเสร็จสิ้น และเมื่อต้องการผลิตไฟฟ้ารอบใหม่น้ำก็จะถูกปล่อยลงไป เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าในรูปแบบของพลังงานหมุนเวียน นอกจากนี้บริเวณโดยรอบของเหมืองถ่านหิน ยังได้ติดตั้งแหล่งผลิตพลังงานทดแทนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกังหันลม, แผงโซลาร์เซลล์ สำหรับผลิตพลังงานจากลม และจากแสงอาทิตย์อีกด้วย

เหมืองถ่านหิน Bergwerk Prosper-Haniel ถือเป็นต้นแบบของการเปลี่ยนเหมืองถ่านหินเก่า สู่แหล่งผลิตพลังงานหมุนเวียน ที่สามารถผลิตพลังงานได้อย่างไม่จำกัด ซึ่งทางรัฐบาลเยอรมนีหวังใช้พลังงานหมุนเวียนผลิตกระแสไฟฟ้าหลักของประเทศให้ได้ร้อยละ 80% ภายในปี 2050
UNI-DUE.DE
เรียบเรียง : SpokeDark.TV

2016 Lexus Design Award ต้นแบบบรรจุภัณฑ์สัญชาติญี่ปุ่นทำขึ้นจากสาหร่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

a

 

 

เศษขยะพลาสติกที่ลอยเกลื่อนกลาดในทะเลเป็นภาพที่ไม่น่ามองและเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้ไข เศษขยะพลาสติกดังกล่าวมักเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้ว นักวิทยาศาสตร์ในบริษัทAMAMซึ่งเป็นบริษัทด้านการออกแบบสัญชาติญี่ปุ่นจึงมีไอเดียพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลกมากยิ่งขึ้นเพื่อนำไปสู่การผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ปราศจากองค์ประกอบของพลาสติก

Agar Plasticityเป็นผลงานของทีม AMAM ผลงานนี้ได้รับรางวัล Grand Prix Winner ในการแข่งขัน 2016 Lexus Design Award ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week

แนวคิดริเริ่ม

ทีมเลือกใช้วัสดุที่มีลักษณะคล้ายวุ้นพบได้ในสาหร่ายทะเลสีแดงที่เรียกว่า agar มาทำเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมีสมบัติที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพทั้งยังเป็นวัตถุดิบที่ยั่งยืน

ทำไมทีมจึงเลือกวุ้นสาหร่าย

เนื่องจากวุ้นดังกล่าวได้มาจากสาหร่ายทะเลหลายชนิดรวมทั้งสาหร่ายทะเลสีแดงที่พบได้อย่างแพร่หลายและเพาะเลี้ยงได้ง่าย ในประเทศญี่ปุ่นมีการนำวุ้นสาหร่ายมาใช้บริโภคเป็นอาหารพื้นบ้าน นอกจากนี้ทั่วโลกยังนำมันมาใช้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ด้วย

ด้วยโครงสร้างที่เป็นรูพรุนและน้ำหนักที่เบามาก ทีมจึงคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะนำวุ้นสาหร่ายนี้มาใช้ทำวัสดุบรรจุภัณฑ์ ทีมกล่าวว่า วุ้นที่นำมาใช้นั้นสามารถสกัดโดยต้มสาหร่ายสีแดงชนิดพิเศษให้เดือดและทำน้ำที่ต้มให้แห้ง (dehydrating) ถ้าต้องการโครงสร้างที่นุ่มเพื่อกันกระแทกให้นำไปแช่แข็งแต่ถ้าหากต้องการให้มีลักษณะเป็นฟิล์มที่เหนียวให้นำไปบีบอัด นอกจากวัสดุกันกระแทกแล้ววุ้นสาหร่ายยังสามารถขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่างๆได้อีกด้วย

ในการทดลองครั้งนี้ Araki หนึ่งในทีมกล่าวกับนิตยสาร Good ว่า “พวกเราออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บอบบางอย่างเช่น ขวดน้ำหอมให้มีลักษณะคล้ายกล่อง และผลิตโดยอาศัยกระบวนการแช่แข็งเพื่อให้วุ้นสาหร่ายมีโครงสร้างที่สามารถกันกระแทก จนได้บรรจุภัณฑ์ที่ประกอบไปด้วยแผ่นกันกระแทกสำหรับห่อและช่องกันกระแทกรูปร่างคล้ายถั่ว”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า  “พวกเราฝันว่าสุดท้ายแล้วพลาสติกที่ทำจากวุ้นสาหร่ายจะสามารถแทนที่ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งเช่น ถุงช้อปปิ้ง ของใช้ในโรงแรม เป็นต้น”

แม้ว่าภายหลังการใช้งาน ถ้าพลาสติกจากวุ้นสาหร่ายนี้จะถูกทิ้งอย่างไม่เป็นที่เป็นทางก็ตาม แต่มันก็ยังคงมีสมบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ นอกจากนี้ทีมยังพัฒนาต่อยอดด้วยการปรับปรุงสมบัติของมันให้กักเก็บน้ำเหมือนดินได้ด้วย