คลังเก็บหมวดหมู่: ชัยพันธุ์ สุทธิพันธุ์

ใครกินใคร.. เผยฉากต่อสู้หาชมได้ยากระหว่าง ‘แมวน้ำ’ กับ ‘หมึกยักษ์’ ขณะฟัดกันในทะเล

ในฉากการไล่ล่านั้น เราสามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่าว่าสัตว์ตัวใดที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อ และสัตว์ตัวใดที่กำลังรับบทผู้ล่า แต่เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้โดย Bob Ianson คงบอกได้ยากว่า ใครกำลังเล่นงานใครกันแน่ เมื่อเขาไปเดินเล่นบริเวณ Ogden Point ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา และได้พบกับแมวน้ำฮาร์เบอร์ตัวหนึ่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับหมึกยักษ์ตัวโต ที่กำลังใช้หนวดรัดรอบตัวของเจ้าแมวน้ำและพยายามดึงมันลงไปใต้น้ำ

01

02

เหตุการณ์ดังกล่าวกินเวลานานหลายนาที และมีผู้คนจำนวนมากมามุงดูพร้อมกับให้ลุ้นให้ทั้งคู่หลุดจากกันโดยไม่ต้องมีใครเจ็บตัวหรือถูกกิน แต่ไม่นานนักทั้งคู่ก็จมหายลงไปใต้น้ำ ก่อนจะเป็นเจ้าแมวน้ำที่โผล่ขึ้นมาหายใจพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของเจ้าหมึกยักษ์ที่ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว

03

04

ถึงจะดูโหดร้ายที่ต้องมาเห็นสัตว์ฆ่าและกินกันแบบนี้ แต่นี่แหละคือกฎเหล็กเพื่อความอยู่รอดของธรรมชาติ ที่แม้แต่มนุษย์เราก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้

ที่มา : Strong and Beyond (youtube.com),spokedark.tv

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1433824290015719

ชมผลงานสุดสร้างสรรค์จาก ‘ลังกระดาษ’ ของศิลปินชาวญี่ปุ่น มาดูกันว่าจะสวยสมจริงขนาดไหน?

ผลงานศิลปะอาจมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงานวาด งานเขียน หรือกระทั่งงานประดิษฐ์ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นผลงานศิลปะด้วยกันทั้งนั้น แต่ผลงานศิลปะไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัวเพียงเดียวเท่านั้น อะไรก็ตามที่มีการคิด การออกแบบหรือสร้างสรรค์ในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยทำมาก่อนก็นับเป็นผลงานศิลปะได้เหมือนกัน เหมือนกับ Monomi Ohno ศิลปินสาวจากญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ไม่ธรรมดา เมื่อเธอนำกล่องส่งของจาก Amazon มาประกอบเป็นชิ้นงาน 3 มิติที่สวยงามไม่ซ้ำใคร

INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB

หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าเธอใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์ในการประดิษฐ์แน่ๆ เพราะแต่ละผลงานดูมีความละเอียดเหลือเกิน Monomi Ohno ระบุว่าจริงๆแล้วไม่ได้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เลยซักชิ้น ใช้เพียงกรรไกร ไม้บรรทัด คัตเตอร์ กาว เทปกาว และความสามารถในการประดิษฐ์ผลงานศิลปะแต่ละชิ้นขึ้นมา

INSTAGRAM @MONAMINCB

ตอนนี้ Monomi Ohno สร้างผลงานศิลปะเหล่านี้เพื่อเป็นงานอดิเรก และแชร์ภาพให้กับผู้ติดตามของเธอบนโซเชียลเน็ตเวิร์คเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด และยังเปิดคอร์สสอนแก่ผู้ที่สนใจ จะสวยงามชวนทึ่งขนาดไหนไปชมกัน

INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB
INSTAGRAM @MONAMINCB

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1435806879817460

ลืมพาวเวอร์แบงค์ไปเลย!! ‘LightSaver’ แผงโซลาร์เซลล์ขนาดพกพา แค่มีแดดก็ชาร์จแบตเตอรี่ได้ หน้าตาจะเป็นยังไง? ไปดู

คงรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เมื่อแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้งานอยู่กำลังหมดลง สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นการชาร์จแบตเตอรี่กับปลี๊กไฟ หรือใช้พาวเวอร์แบงค์เป็นพลังงานสำรองไปก่อน แต่หากเราอยู่ในที่ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ แล้วพาวเวอร์แบงค์เกิดแบตเตอรี่หมดตามไปด้วยจะเกิดอะไรขึ้น? หากเคยประสบปัญหาแบบนี้ ขอแนะนำให้คุณรู้จักกับ LightSaver แผงโซลาร์เซลล์ขนาดพกพา ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่ที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีแสงอาทิตย์เท่านั้นพอ!

POWERFILMSOLAR.COM
POWERFILMSOLAR.COM

LightSaver คือแผงโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาอย่างแท้จริง เพราะมีน้ำหนักเพียง 138 กรัม และยาวแค่ 7.8 นิ้ว เห็นเบาขนาดนี้เป็นเพราะผู้ผลิตเลือกใช้แผงโซลาร์เซลล์ประเภท Polycrystalline ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าแผงโซลาร์เซลล์ Amorphous ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันค่อนข้างมาก และยังสามารถรับแสงได้ตามปกติ แม้บริเวณดังกล่าวจะมีเมฆก็ตาม LightSaver เก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 3200 mAh ผู้ใช้งานเลือกชาร์จแบตเตอรี่เข้าสู่ตัว LightSaver ได้ 2 ช่องทาง คือ ชาร์จด้วยแสงอาทิตย์ใช้เวลาในการชาร์จประมาณ 6 ชั่วโมง และการชาร์จด้วยไฟบ้านผ่านช่อง Micro-USB ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น

 

POWERFILMSOLAR.COM

LightSaver เหมาะกับผู้ที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่นการเดินทางค้างแรมในป่า หรือในสถานที่ที่ไม่มีไฟฟ้า ด้วยน้ำหนักที่เบาสบายขนาดนี้ทำให้ผู้ใช้งานแทบไม่รู้สึกเลยว่า กำลังพกเจ้า LightSaver ไว้ที่กระเป๋าเป้ด้านหลัง เพื่อรับแสงอาทิตย์ระหว่างเดินทาง LightSaver วางจำหน่ายแล้วด้วยราคา $100 หรือประมาณ 3,500 บาท ใครที่ต้องการใช้พลังงานสำรองที่ผลิตจากธรรมชาติได้อย่างไม่จำกัด LightSaver ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

POWERFILMSOLAR.COM
POWERFILMSOLAR.COM

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1426558537408961

“TOS-1A” ระบบจรวดหลายลำกล้องของรัสเซีย

“TOS-1A” คือชื่อของระบบจรวดหลายลำกล้องของรัสเซียที่ผลิตโดยสหภาพโซเวียตตั้งแต่ปี 1988 และทำการติดตั้งบนรถถังโซเวียตรุ่น T-72 จุดประสงค์สำหรับใช้ในการโจมตีเป้าหมายเป็นกลุ่มที่อยู่ในภูมิประเทศเปิด เช่น กองทหาร กองยานพาหนะ หรือฐานทัพของเป้าหมาย

WIKIPEDIA CC VITALY V.KUZMIN

TOS-1A ประกอบไปด้วยแท่นบรรจุจรวดขนาด 24 ลำกล้อง ภายในบรรจุด้วยขีปนาวุธระยะสั้นที่สามารถบรรทุกหัวรบได้ ตัวฐานปล่อยสามารถปล่อยขีปนาวุธได้ 30 ลูก/15 วินาที โจมตีเป้าหมายได้ในระยะ 6 กม. ตัวรถสามารถทำความเร็วได้ 60 กม./ชม. และมีระยะปฏิบัติการ 550 กม. ใช้เจ้าหน้าที่ 3 นายในการควบคุมระบบ ความน่ากลัวของ TOS-1A ก็คือความสามารถในการปล่อยจรวดได้ครั้งละมากๆ เป้าหมายจึงหาทางสกัดกั้นการโจมตีได้ยาก และขีปนาวุธที่ใช้ก็เป็นประเภท Flame Thrower ที่ใช้ความร้อนในการทำลายเป้าหมายมากกว่าการใช้แรงระเบิด โดย TOS-1A ได้เข้าร่วมสงครามหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็น สงครามอัฟกานิสถานปี 1987, สงครามปรากกบฎเชชเนีย และสงครามอิรักปี 2004

WIKIPEDIA CC VITALY V.KUZMIN

ปัจจุบัน TOS-1A ยังถูกใช้งานในกองทัพรัสเซียและส่งออกไปยังประเทศที่สนใจ เช่น คาซัคสถาน, อาร์เมเนีย และซีเรีย

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1424235284307953/

ของแท้แน่นอน!? รวม 18 ภาพของจริงที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาพตัดต่อ แต่ละภาพเห็นแล้วมีอึ้ง!

ชม 18 ภาพ ที่ดูผิวเผินเหมือนภาพลวงตา หรือภาพตัดต่อ แต่ขอโทษเถอะ ภาพเหล่านี้เป็นของจริง ไม่ได้ผ่านการตัดต่อแต่อย่างใด ด้วยปัจจัยจากธรรมชาติ หรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทำให้ภาพเหล่านี้มีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างน่าทึ่ง

มันคือหลุมยักษ์กว้างขนาด 60 ฟุต และลึก 200 ฟุต ที่กัวเตมาลา ถ่ายไว้ในปี ค.ศ.2010

unbelievable-photos1

 

นักตกปลาขณะกำลังเก็บกวาดสาหร่ายที่ทะเลสาบเฉาฮู่ ประเทศจีน

unbelievable-photos2

 

รูปก้อนเมฆที่ก่อตัวคล้ายกับ UFO

unbelievable-photos3

 

ภาพน้ำทะเลที่ใสสะอาดจนมองเห็นเงาของเรือที่ใต้ทะเล

unbelievable-photos4

 

พายุไต้ฝุ่นที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อตัวคล้ายกับฟองเบียร์

unbelievable-photos5

 

เป็ดยางยักษ์ที่ลอยลำเหนือท้องทะเล จากการสร้างโดยศิลปินชาวดัตช์ Florentijn Hofman

unbelievable-photos6

 

มันคือสนามหญ้าหน้าศาลากลางในกรุงปารีส ดูผิวเผินเหมือนมันเป็นทรงกลม แท้จริงแล้วมันแบนราบไปกับพื้น

unbelievable-photos7

 

มันคือสิ่งปลูกสร้างรูปกระทะขนาดยักษ์ ที่ชายหาดแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย

unbelievable-photos8

 

เพราะความคลั่งไคล้ในตัวตุ๊กตาบาร์บี้ Valeria Lukyanova เลยทำศัลยกรรมให้เธอสวยงามเกินมนุษย์ซะเลย

unbelievable-photos9

 

 

ภาพนี้ไม่ใช่ภาพตัดต่อ มันเป็นภาพของหญิงสาวในชุดซานตาคลอสโทนสีขาวดำ

unbelievable-photos10

 

รางรถไฟที่บิดเบี้ยวจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศนิวซีแลนด์

unbelievable-photos11

 

ภาพชายที่มีรูโหว่ตรงศีรษะของตัวเอง

unbelievable-photos12

 

ดูผิวเผินเหมือนภาพลวงตา แท้จริงแล้วมันคือผ้าใบกันน้ำตึกที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ที่สะท้อนเงาจากตึกข้าง ๆ

unbelievable-photos13

 

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่เป็นภาพของเสาโทรศัพท์ที่ถูกไฟไหม้ส่วนล่างจนหายไป

unbelievable-photos14

 

ดูผิวเผินเหมือนเรือสำราญลำนี้ติดอยู่บนยอดเขา แท้จริงแล้วมันคือโรงแรมในเกาหลีใต้

unbelievable-photos15

 

งานสร้างของศิลปิน Alicia Martin ที่ได้สร้างผลงานเปลี่ยนหนังสือหลายพันเล่มให้ไหลออกจากหอสมุดลงสู่ท้องถนนในกรุงมาดริด

unbelievable-photos16

 

มันคือภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคพิเศษกลับหัว 90 องศา และตัวนายแบบที่ต้องลงทุนเหนื่อยนิดหน่อยเพื่อให้ภาพออกมาดูสวยงาม

unbelievable-photos17

 

ภาพทะเลเกลือที่ประเทศโบลิเวีย ที่ใสจนเหมือนคุณกำลังเดินอยู่บนสายน้ำ

cr.https://www.spokedark.tv/re/look-fake-but-true-pics-3/

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1426559340742214

เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม!! ‘Volt Lighter’ ต้นแบบไฟแช็คยุคใหม่ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานแทนแก๊ส แถมยังกันน้ำได้อีกด้วย หน้าตาเป็นยังไง? ดูเลย

ไฟแช็คแก๊ส เป็นอีกหนึ่งไฟแช็คที่มีคนนิยมใช้งานมากที่สุด ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมีราคาค่อนข้างถูกกว่าไฟแช็คชนิดอื่นๆ ในตลาด แต่รู้หรือไม่ว่าไฟแช็คแก๊สมีส่วนในการสร้างภาวะเรือนกระจกให้กับโลก แม้จะเป็นจำนวนไม่มากต่อการจุด 1 ครั้ง แต่หากไฟแช็คถูกจุดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก ผลเสียที่ได้จะมากขนาดไหน? ใช้ได้ไม่นานแก๊สก็หมด ทำให้ตัวไฟแช็คกลายเป็นขยะสะสมมลพิษให้กับโลก หากคุณยังรักโลกแต่ขาดไฟแช็คไม่ได้ ขอแนะนำให้รู้จักกับ Volt Lighter ต้นแบบไฟแช็คยุคใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% ทำงานยังไงไปดู

VOLTLIGHTER.COM

Volt Lighter ทำหน้าที่เหมือนกับไฟแช็คทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างและกลายเป็นจุดขายที่สำคัญคือ มันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100% เพราะไม่ต้องใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง แต่ใช้ไฟฟ้าในการสร้างเชื้อเพลิง ไฟแช็ค Volt Lighter เก็บไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ด้วยการชาร์จไฟฟ้าเพียงแค่ 5 นาที ไฟแช็ค Volt Lighter สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอีกหลายเดือนเลยทีเดียว

 

 

นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกับไฟแช็คทั่วไป คือระบบกันน้ำกันลม ที่ไม่ว่าขณะนั้นลมจะแรง หรือไฟแช็คเปียกน้ำก็ยังใช้งานได้ตามปกติ เพราะไฟแช็คไม่ได้เป็นเปลวไฟลอยขึ้นไปในอากาศ แต่เป็นขั้วกระแสไฟฟ้าเล็กๆ ทำให้ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้งานเลยแม้แต่น้อย

Volt Lighter จึงกลายเป็นต้นแบบของไฟแช็คที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์ เพราะไม่ต้องใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง อันเป็นผลเสียที่ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก และยังใช้งานได้ต่อเนื่องจากการชาร์จไฟฟ้าโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนไฟแช็คบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยลดขยะได้มากเลยทีเดียว Volt Lighter วางจำหน่ายแล้วในราคา $29 หรือประมาณ 1,015 บาท ใครที่ไม่ต้องการเปลี่ยนไฟแช็คบ่อยๆ Volt Lighter เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

 

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://web.facebook.com/rmutphysics/videos/1416876831710465/

10 สัตว์มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา! เสียดาย..พวกมันล้วนสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

โลกเราคงอยู่มานานนับล้านล้านปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาย่อมต้องผ่านสิ่งที่แปลกประหลาดมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของ และนี่คือ 10 สัตว์ที่น่าอัศจรรย์ใจที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ซึ่งพวกมันได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้แล้ว (ตามที่นักวิทยาศาสตร์ระบุ) มาดูกันว่ามีสัตว์อะไรบ้างa98_Irish

 

 

ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ (Tyrannosaurus Rex) หรือ ทีเร็กซ์ (T-Rex) สูญพันธุ์ไปเมื่อ 65 ล้านปีก่อน

ทีเร็กซ์เป็นหนึ่งในสัตว์กินเนื้อที่อยู่บนบกที่ใหญ่ที่สุดตลอดกาล วัดขนาดตั้งแต่หัวจรดหางได้ถึง 43.3 ฟุต สูง 16.6 ฟุต น้ำหนักคาดว่าจะถึง 7 ตัน ฟอสซิลของทีเร็กซ์ได้ถูกพบในอเมริกาเหนือ คาดว่ามีอายุประมาณ 65-68.5 ล้านปีที่ผ่านมา มันกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วๆ ไปหลังจากได้บทเด่นในภาพยนตร์เรื่องดัง จูราสสิค พาร์ค

a98_Rex

 

 

 

‘Quagga’ ลูกครึ่งม้าลาย กับม้า สูญพันธุ์ไปเมื่อปี 1883

หนึ่งในสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วที่มีชื่อเสียงที่สุดของแอฟริกา “ควากกา” Quagga มีการพบเพียงครั้งเดียวในแอฟริกาใต้ มันแตกต่างจากม้าลายอื่น ๆ โดยมีลายเป็นปกติเฉพาะในส่วนหน้าของร่างกาย แต่ด้านหลังตั้งแต่ช่วงกลางลำตัวลงไปลายจะจางหายเหลือเพียงขนสีน้ำตาลเหมือนม้าปกติทั่วไป

ในอดีตม้าลาย Quagga อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้ากึ่งแห้งแล้งร่วมกับสัตว์อื่น ๆ ในแอฟริกาใต้ เมื่อชาวเนเธอร์แลนด์เข้ามาตั้งรกรากในแอฟริกาใต้ ชาวบัวร์ได้ล่าสัตว์ชนิดต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ม้าลาย Quagga มีขนสวยงาม และอ่อนนุ่มกว่าม้าลายชนิดอื่น ๆ จึงกลายเป็นเป้าหมายของนักล่า ม้าลาย Quagga ถูกฆ่าเป็นจำนวนมาก เพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหาร และใช้หนังเพื่อทำกระเป๋า ม้าลาย Quagga ตัวสุดท้ายในป่า ถูกยิงตายในปี ค.ศ. 1878 ส่วนตัวสุดท้ายของโลก ตายที่สวนสัตว์ Artis Magistra ในอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1883

a98_Quagga

 

 

 

ไทลาซีน (Thylacine) หรือ เสือแทสเมเนีย (the Tasmanian Tiger) สูญพันธุ์ไปเมื่อปี 1936

ไทลาซีน รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “เสือแทสเมเนีย” เนื่องจากมีลายทางที่หลังคล้ายเสือ ในอดีตไทลาซีนเคยเป็นมาร์ซูเปียลกินเนื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีถิ่นฐานอยู่ในออสเตรเลีย รัฐแทสเมเนีย และนิวกินี สูญพันธุ์ไปเมื่อศตวรรษที่ 20 โดยมีบันทึกไว้ว่า ไทลาซีนตัวสุดท้ายที่สวนสัตว์โฮบาร์ต ชื่อ “เบนจามิน” ตายลงเมื่อวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1936 เนื่องจากถูกละเลย ขาดการดูแลรักษา และถูกประกาศสถานะสูญพันธุ์โดย IUCN ในปี ค.ศ. 1982 และโดยรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐแทสเมเนียในปี ค.ศ. 1986

เชิญรับชม

a98_Thylacine

 

 

วัวทะเล สเตลเลอร์ (Steller’s Sea Cow) สูญพันธุ์ไปเมื่อปี 1768

วัวทะเลชเตลเลอร์ได้รับการค้นพบโดยเกออร์ก วิลเฮล์ม สเตลเลอร์ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน ที่หมู่เกาะคอมมานเดอร์ เมื่อปี ค.ศ. 1741 จัดเป็นพะยูนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยปรากฏมา มีความยาวเต็มที่ได้ถึง 8 เมตร น้ำหนักมากถึง 3 ตัน อาศัยอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ในเขตอาร์กติกและช่องแคบแบริง ซึ่งอยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต

ตามบันทึกของ สเตลเลอร์ ผู้ค้นพบ ให้รายละเอียดมันว่า “เป็นสัตว์ที่ไม่เคยขึ้นมาบนฝั่ง มักจะอาศัยอยู่ในน้ำ. ผิวของมันดำและหนาเหมือนเปลือกของต้นโอ๊ก หัวของมันมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับร่างกาย”

ด้วยความที่มันเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีเนื้อและไขมันปริมาณมาก จึงถูกล่าเพื่อเอาเนื้อ หนัง และไขมัน ตายไปเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งปี ค.ศ. 1768 หรือเพียง 27 ปี หลังจากที่ได้เป็นที่รู้จัก วัวทะเลสเตลเลอร์ก็สูญพันธุ์หมดสิ้น

a98_seacow

 

 

 

กวางไอริช (Irish Deer) หรือ กวางยักษ์ สูญพันธุ์ไปเมื่อ 7,700 ปีก่อน

กวางไอริช หรือกวางยักษ์ เป็นกวางที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา มันอาศัยอยู่ในยุโรปและเอเชียจากไอซ์แลนด์ไปทางทิศตะวันออกของทะเลสาบไบคาล จากการตรวจสอบซากของมันพบว่ามันมีอายุอยูในช่วง 5,700 ปีก่อนคริสตกาล หรือประมาณ 7,700 ปีที่ผ่านมา กวางยักษ์มีชื่อเสียงจากขนาดที่น่ากลัวของมัน สูงประมาณ 2.1 เมตรหรือ 7 ฟุต วัดจากไหล่ เขาของมันมีขนาดมหึมา กว้างราว 3.65 เมตร หรือ 12 ฟุตจากปลายจรดปลาย และมีน้ำหนักถึง 900 ปอนด์

a98_Irish

 

ที่มา : oddee.com

 https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1417854618279353

กระตุกต่อมอยากรู้! กับ 5 สิ่งปลูกสร้างและวัตถุลึกลับที่ถูกค้นพบโดย ‘กูเกิล แม็พส์’

ยูทูบแชแนลเผย 5 สิ่งปลูกสร้างและวัตถุลึกลับที่ถูกค้นพบโดย ‘Google Maps’ แต่ละอันบอกเลยว่าแปลกและน่าทึ่งมาก!

สัญลักษณ์ประหลาดบนทะเลทรายโกบี : มีผู้พบเห็นลายเส้นประหลาดบนทะเลทรายโกบี ในตอนแรกผู้คนต่างสงสัยว่าภาพที่ปรากฏคือสิ่งใดกันแน่ ต่อมาผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่าอาจเป็นฝีมือของกองทัพจีน ที่ใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อทำการทดลองทางทหารบางอย่างที่เป็นภารกิจลับสุดยอด

strange-thing-found-google-earth-pics1
ภาพ : ufo-blogger.com

 

สุสานเครื่องบินรบ : ที่นี่คือสุสานเครื่องบินรบของกองทัพสหรัฐฯ ที่ทะเลทรายในรัฐแอริโซน่า กล่าวกันว่าสถานที่แห่งนี้รวบรวมเครื่องบินรบที่ปลดประจำการไปแล้วกว่า 4,400 ลำ ที่รอวันถูกนำไปจัดการเพื่อนำมารีไซเคิลใหม่ ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว แต่สามารถมองเห็นได้จากทาง Google Maps แทน

strange-thing-found-google-earth-pics2
ภาพ : allgov.com

 

เกาะปีศาจที่ออสเตรเลีย : Phantom Islands เคยถูกค้นพบโดยนักเดินเรือชาวอังกฤษ เจมส์ คุก ในปี ค.ศ.1774 แต่ในปี ค.ศ.2012 หมู่เกาะแฟนธอมได้หายไปจากแผนที่ โดยผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาอธิบายว่า หมู่เกาะแฟนธอมเป็นเพียงแค่แนวปะการัง ไม่ใช่เกาะอย่างที่คนสมัยก่อนเข้าใจ จึงได้ทำการลบพื้นที่เกาะดังกล่าวทิ้งไป

เชิญรับชม

strange-thing-found-google-earth-pics3
ภาพ : livescience.com

 

สิ่งมีชีวิตที่ขั้วโลกใต้ : หนึ่งในภาพที่สร้างความฮือฮามากที่สุดคือภาพของสัตว์ประหลาดที่เชื่อกันว่าอาจเป็นตัวคราเคนที่บริเวณชายฝั่งขั้วโลกใต้  บ้างก็ร่ำลือว่าเป็นไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบางรายออกมาแย้งว่าภาพดังกล่าวอาจเป็นเพียงแค่โขดหินเท่านั้น

strange-thing-found-google-earth-pics4
ภาพ : yournewswire.com

เด็กหนุ่มผู้ค้นพบเมืองของชาวมายา : วิลเลียม กาดูรี วัย 15 ปี คือเด็กหนุ่มชาวแคนาดาที่ค้นพบซากอารยธรรมของชาวมายาโดยใช้ Google Maps โดยก่อนหน้านั้นกาดูรีสนใจในเรื่องทฤษฎีวันโลกแตกปี 2012 จึงศึกษาตำแหน่งของดวงดาวที่เชื่อว่าชาวมายาใช้เป็นตำแหน่งสร้างเมือง จนพบซากเมืองใจกลางป่าลึกในที่สุด

strange-thing-found-google-earth-pics5
ภาพ : Misterios LaRutaVerde

https://www.spokedark.tv/re/topfive-strange-things-google-maps-2/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1413930768671738

สุดทึ่ง! งานปฏิมากรรมสูง 1.5 เมตรที่สร้างมาจากแมลงปีกแข็งนับหมื่นตัวโดยศิลปินชาวญี่ปุ่น ใช้เวลานานแค่ไหนเนี่ย มาดู

PARNASSUS.EXBLOG.COM

ศิลปินจากแดนปลาดิบใช้เวลาถึงหกปี ในการรวบรวมแมลงปีกแข็งหลากหลายสายพันธ์ุกว่า 20,000 ชนิด เพื่อสร้างพระพุทธรูปที่มีความสูง 150 เซนติเมตร

Yoneji Inamura ศิลปินสมัครเล่น จากเมือง Itakura จังหวัด Gunma ประเทศญี่ปุ่น เขาใช้เวลาหลายปีในการจับแมลงจำพวกด้วง แมลงเต่าทอง แมลงปีกแข็งชนิดต่างๆ เพื่อสะสม แต่ในปี ค.ศ. 1970 เขามีความคิดที่จะนำแมลงพวกนี้มาสร้างเป็นผลงานศิลปะ ผลงานชิ้นแรกของเขาคืองานประติมากรรมรูปซามูไร ที่ทำมาจากด้วงและแมลงเต่าทองชนิดต่างๆ กว่า 5,000 ตัว เขาใช้เวลาในการสร้าง 10 เดือน งานของเขาชิ้นนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ส่วนมากจะเป็นในเชิงลบ บางคนยกย่องความสามารถของเขา แต่อีกหลายๆ คน บอกว่าเขาเป็นคนโหดร้ายที่ฆ่าสัตว์พวกนี้

ในปี ค.ศ. 1972 Inamura เริ่มสร้างผลงานปฏิมากรรม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์องค์สำคัญของพุทธศาสนานิกายมหายาน ที่มีผู้เคารพศรัทธามากที่สุดในญี่ปุ่น สูง 150 เซนติเมตร ใช้เวลาสร้าง 6 ปี และใช้แมลง 20,000 กว่าตัว

PARNASSUS.EXBLOG.COM
PARNASSUS.EXBLOG.COM

เชิญรับชม

Yoneji Inamura กล่าวว่า “นี่เป็นรูปปั้นของพระโพธิสัตว์ในพุทธศาสนาและยังเป็นอนุสรณ์ของพวกแมลงด้วย” ปฏิมากรรมชิ้นนี้ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในยุคนั้น ผู้คนจากทั่วญี่ปุ่นเดินทางไปชม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลงานชิ้นนี้ก็ถูกลืม

เมื่อสองปีที่แล้วผลงานชิ้นนี้ได้ถูกค้นพบอีกครั้งโดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะในกรุงโตเกียว และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากสื่อในประเทศ ปัจจุบันผลงานชิ้นนี้จัดแสดงที่ Itakura Town Hall บ้านเกิดของ Yoneji Inamura นั่นเอง

PARNASSUS.EXBLOG.COM
PARNASSUS.EXBLOG.COM
PARNASSUS.EXBLOG.COM

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1410845905646891

 

บินเดี่ยวไปเลย!! ‘Martin Jetpack’ อากาศยานส่วนบุคคลสำหรับคนชอบบินโดยเฉพาะ มาดูสเปคกันเลย

โลกที่เต็มไปด้วยมนุษย์บินได้อาจฟังดูเหนือจินตนาการไปซักหน่อย และดูเหมือนจะไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ในยุคที่เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เมื่อบริษัท Martin Aircraft ประกาศวางจำหน่าย Martin Jetpack อากาศยานส่วนบุคคลอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

MARTINJETPACK.COM

Martin Jetpack คืออากาศยานส่วนบุคคลที่นักบินสามารถควบคุมการทำงานได้อย่างอิสระ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ Quad Rotor, Spark Ignition ขนาด 2 ใบพัด บินต่อเนื่องได้ 30 นาที ไต่ระดับความสูงที่ 2,500 ฟุต ทำความเร็วได้สูงสุด 75 กม./ชม นอกจากการบังคับควบคุมด้วยนักบินแล้ว Martin Jetpack ยังสนับสนุนระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และการนำทางด้วยระบบ GPS อีกด้วย

ส่วนใครที่กังวลเรื่องความปลอดภัยผู้พัฒนายืนยันว่าเจ้า Martin Jetpack มีความปลอดภัยในระดับสากล เพราะ ควบคุมความปลอดภัยด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากระบบตรวจพบว่าเครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ ร่มนิรภัยจะกางขึ้นโดยอัตโมัติ

Martin Jetpack เปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ สนนราคาที่ $150,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5 ล้านบาท ใครอยากบินได้ รีบไปลงทะเบียนให้ไวเลย ช้าหมดอดบินไม่รู้นะ!

เชิญรับชม

MARTINJETPACK.COM
MARTINJETPACK.COM

คลิปประกอบ

 

เรียบเรียง: SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1395484993849649/