คลังเก็บหมวดหมู่: มาริษา บุญสุข

SpaceX วางแผนปล่อยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2019 ให้บริการคนทั้งโลก

SpaceX วางแผนปล่อยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2019 ให้บริการคนทั้งโลก

SpaceX บริษัทด้านอวกาศชั้นนำของโลก นอกจากจะวางเป้าหมายเรื่องการเดินทางไปเยือนดาวอังคารแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้หลงลืมเรื่องการพัฒนาให้โลกนี้ดีขึ้นแต่อย่างใด โดยคุณ Elon Musk นักนวัตกรรมระดับโลก และเป็น CEO ของบริษัท SpaceX ได้ออกมาประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทางบริษัทมีแผนการใหญ่ที่จะปล่อยดาวเทียมเพื่อสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตขนาดยักษ์ ที่ไม่เพียงให้บริการแค่คนในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของเขา จะให้บริการคนทั้งโลกเลยทีเดียวโดยโครงการนี้จะเริ่มมีการส่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ตในปี 2019 และโครงข่ายดาวเทียมจะพร้อมสมบูรณ์เพื่อให้บริการคนทั้งโลกได้ในปี 2024

โดยคุณ Patricia Cooper รองประธานฝ่ายกิจการดาวเทียมของ SpaceX กล่าวว่า ทางบริษัทตั้งเป้าจะส่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ตตัวต้นแบบขึ้นสู่ห้วงอวกาศภายในปีนี้ ก่อนที่จะทยอยส่งดาวเทียมดวงอื่นๆ ตามไปในช่วงต้นปี 2018 โดยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตตัวต้นแบบเหล่านี้ จะใช้เพื่อสาธิตแนวคิดเรื่องการที่ดาวเทียม ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างเหมาะสม สามารถกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตลงมายังโลกได้และหากผลการทดสอบออกมาดี ก็จะเริ่มมีการสร้างโครงข่ายดาวเทียมอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมทั้งโลกในปี 2019

และทางบริษัทจะเพิ่มจำนวนดาวเทียมอินเทอร์เน็ตขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะครบจำนวนที่กำหนดไว้ในปี 2024 และเมื่อถึงจุดนั้น ระบบเครือข่ายของดาวเทียมจะถึงจุดที่ใช้แบนด์วิดธ์ในการสื่อสารข้อมูลอย่างเต็มที่ โดยคลื่นความถี่ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลของดาวเทียมจะอยู่ในย่านความถี่ Ka และ Ku และทาง SpaceX จะใช้จรวดแบบ Falcon 9 ในการขนส่งดาวเทียมไปยังระดับวงโคจรต่ำ (Low-Earth orbit)

SpaceX วางแผนปล่อยดาวเทียมอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในปี 2019 ให้บริการคนทั้งโลก

จรวดแบบ Falcon 9 ที่จะใช้ในการขนส่งดาวเทียมอินเทอร์เน็ต

โดยโครงการนี้ อาจจะมีการส่งดาวเทียมไปโคจรรอบโลกถึง 4,425 ดวงเลยทีเดียว โดยที่ดาวเทียมจะลอยสูงจากผิวโลกที่ระดับ 1,110 – 1,325 กิโลเมตร นอกจากจะมีดาวเทียมแล้ว ระบบอินเทอร์เน็ตของ SpaceX ยังมีสถานีควบคุมภาคพื้นดิน, Gateway station รวมถึงโครงสร้างระบบอื่นๆ บนภาคพื้นดินเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง และในเวลานี้ รอบโลกของเรามีดาวเทียมอยู่ประมาณ 1,459 ดวง และโครงการดาวเทียมอินเทอร์เน็ตของ SpaceX จะเพิ่มจำนวนดาวเทียมเข้าไปอีกถึง 4,425 ดวง ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนดาวเทียมรอบโลกเข้าไปอีก 3 เท่าตัว ทำให้เกิดความกังวลกันว่า จำนวนดาวเทียมที่มากมหาศาล อาจทำให้การปล่อยจรวดขึ้นสู่ห้วงอวกาศในอนาคต มีความยากขึ้น หรืออาจจะมีอันตรายมากขึ้นหรือไม่

จริงอยู่ที่โครงการของ SpaceX เป็นการเพิ่มจำนวนขยะอวกาศ แต่ในอีกทางหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันสร้างคุณประโยชน์ให้ประชากรที่อยู่ในทุกซอกทุกมุมของโลก ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งคุณ Patricia Cooper อธิบายว่า การสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบนอวกาศ นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องเสียเวลาในการติดตั้งและดูแลรักษาระบบสายสัญญาณ เป็นการตัดปัญหายุ่งยากเรื่องการเดินสายสัญญาณ การขุดเจาะ การวางสายไฟเบอร์ และตัดปัญหาน่าปวดหัวเรื่องการขอใช้สิทธิในที่ดิน หรือพื้นที่ที่ต้องลากสายผ่านไปได้เลย

นอกจากนี้ทาง SpaceX ยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกว่า เทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนห้วงอวกาศนั้น ถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นมากพอที่จะอัพเกรดความเร็วขึ้นได้ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี นั่นหมายความว่า ดาวเทียมจำนวนมากจะไม่กลายสภาพเป็นขยะอวกาศในระยะเวลาอันสั้น และเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัญญาณกับระบบการรับส่งข้อมูลแบบอื่นๆ อุปกรณ์รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตของ SpaceX จะมีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องโน๊ตบุ๊ค และความเร็วของอินเทอร์เน็ต จะใกล้เคียงกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสายไฟเบอร์ออฟติก และมีระยะเวลาการรอคอยข้อมูลประมาณ 35 มิลลิวินาที
ที่มา : www.theverge.com

ที่มา : https://news.thaiware.com/10284.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1446223352109146

Arma รถยนต์ไร้คนขับ พร้อมให้บริการต้นปี 2017 ที่สิงคโปร์

Arma รถยนต์ไร้คนขับ พร้อมให้บริการต้นปี 2017 ที่สิงคโปร์

ก็ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่น้อย เกี่ยวกับรถยนต์ที่สามารถโดยสารได้เองโดยปราศจากคนขับ ซึ่งทางสิงคโปร์จะเริ่มเปิดใช้ Arma รถยนต์ไร้คนขับที่ถูกพัฒนาโดย Navya บริษัทจากประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นปี 2017

Arma รถยนต์ไร้คนขับ พร้อมให้บริการต้นปี 2017 ที่สิงคโปร์
(ภาพจาก http://navya.tech/?lang=en)

เส้นทางที่ Arma จะถูกใช้งานคือการเดินทางระหว่าง Nanyang Tecnological University และ CleanTech eco-business park เป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตร Arma สามารถรับผู้โดยสารได้สูงสุด 15 คน และยังใช้เซ็นเซอร์ Lidar และกล้องเพื่อสื่อสารกับระบบโลเคชั่นของ GPS ที่สามารถสื่อสารไปยังสถานีควบคุมได้อีกด้วย

Arma รถยนต์ไร้คนขับ พร้อมให้บริการต้นปี 2017 ที่สิงคโปร์

ยังไม่หมดแค่นั้น Arma ยังเป็นรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย โดยแบตเตอรี่ใช้ได้ประมาณครึ่งวัน (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและระยะทาง) ส่วนด้านล่างนี้เป็นวีดีโอที่ทาง Nanyang Technological University (NTU) โพสต์ให้เราได้ดูเกี่ยวกับการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับที่จะนำมาใช้ในต้นปีหน้า

ที่มา : mashable.com

ที่มา : https://news.thaiware.com/9220.html

 https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1446222438775904

ชาว Sims เตรียมเฮ EA เปิดตัวภาคใหม่ The Sims Mobiles ให้เล่นบน iOS และ Android

ชาว Sims เตรียมเฮ EA เปิดตัวภาคใหม่ The Sims Mobiles ให้เล่นบน iOS และ Android

นับเป็นเวลา 17 ปี แล้ว ที่เกมส์จำลองชีวิตชื่อดัง The Sims ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยภาคแรกนั้นมีให้เล่นบนเครื่อง PC หลังจากนั้นก็มีตามออกมาอีกหลายภาค เป็นหนึ่งในซีรีย์เกมส์ที่ได้รับการตอบรับจากผู้เล่นเป็นอย่างดีมาโดยตลอด และล่าสุด ค่าย EA เจ้าของเกมส์ The Sims ก็ได้ประกาศการทำภาคใหม่ออกมาแล้วบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

จากเทรลเลอร์เกมส์ที่ปล่อยออกมา ผู้เล่นจะสามารถสร้างชาว Sims, ออกแบบบ้าน และปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นคนอื่นๆ ได้ด้วย และเรายังเห็นระบบใหม่ ที่สามารถถ่ายทอดมรดกไปยังรุ่นลูก เพื่อปลดล็อคไอเท็มและอาชีพใหม่ๆ ได้ด้วย

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ EA ทำเกมส์ Sims ลงสมาร์ทโฟน ก่อนหน้านี้ก็เคยมี The Sims Freeplay ออกมาแล้ว แต่ว่าระบบยังไม่ลึกเท่ากับบนแพลตฟอร์ม PC แตกต่างจากภาคใหม่ที่กำลังจะมา ซึ่งดูแล้วน่าจะมีระบบที่ละเอียด มีอะไรให้เล่นเพียบเหมือนกับภาคบน PC เลยล่ะ

อย่างไรก็ตาม ทาง EA ยังไม่เผยกำหนดการว่าตัวเกมส์ The Sims Mobiles จะเปิดให้ดาวน์โหลดมาเล่นอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่นะครับ หากเกมส์ออกมาเมือ่ไหร่ ทีมงานไทยแวร์จะมาอัพเดทข่าวสารให้คุณผู้อ่านอย่างแน่นอน
ที่มา : www.ea.com , www.engadget.com

ที่มา:https://news.thaiware.com/10334.html

Google Maps ดาวน์โหลดออฟไลน์เก็บไว้ในเครื่องได้แล้ว

Google Maps ดาวน์โหลดออฟไลน์เก็บไว้ในเครื่องได้แล้ว

Google Maps ดาวน์โหลดออฟไลน์เก็บไว้ในเครื่องได้แล้ว

ขณะนี้ Google Maps ได้เปิดให้สามารถดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ เก็บไว้ดูในเครื่องได้แล้ว สำหรับผู้ที่ใช้งานระบบ Android แต่สามารถดาวน์โหลดโดยเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้อย่างเดียว สำหรับเป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูลแผนที่การเดินทาง ช่วยลดปัญหาการใช้งานในบางพื้นที่ ที่อาจติดปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยเมื่อดาวน์โหลดแผนที่มาแล้ว คุณจะสามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ วิธีการบันทึก เพียงแค่คุณเข้าไปที่ “พื้นที่ออฟไลน์” ในเมนูของแอพพลิเคชั่น จากนั้นกดปุ่มบวกเพื่อเพิ่มพื้นที่ใหม่ และเลือกจัดเก็บ แค่นี้คุณก็สามารถใช้งานแผนที่บน Google Maps บนอุปกรณ์ของคุณ ได้แบบไม่ต้องเปิดอินเทอร์เน็ต
ที่มา : www.techspot.com

ที่มา:https://news.thaiware.com/8395.html

Smart Pillow หมอนอัจฉริยะ สำหรับคนนอนหลับยาก

Smart Pillow หมอนอัจฉริยะ สำหรับคนนอนหลับยาก

ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ เป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพที่ใครหลายคนประสบปัญหาอยู่ ทางแก้ก็มีอยู่หลายทางด้วยกัน หรือไม่ก็ใช้ Sunrise Smart หมอนอัจฉริยะที่กำลังระดมทุนอยู่บน Kickstarter อยู่ในขณะนี้ ซึ่งในตอนนี้ประสบความสำเร็จ ระดมทุนได้เกินเป้าที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางผู้พัฒนาตั้งเป้าไว้ที่ $50,000 แต่ในตอนนี้ทำได้ถึง $434,318 แล้ว และยังเหลือเวลาระดมทุนอีกถึง 11 วัน

Smart Pillow หมอนอัจฉริยะ สำหรับคนนอนหลับยาก

Sunrise Smart เป็นหมอนที่มีไฟ LED ในตัว มันจะส่องสว่างในยามเช้า ให้เหมือนเราได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ ภายในมีเซ็นเซอร์ Gyroscope และ Accelerometer ในการตรวจจับความเคลื่อนไหวตอนนอนของเรา เพื่อวิเคราะห์ว่าเราหลับสบายขนาดไหน

Smart Pillow หมอนอัจฉริยะ สำหรับคนนอนหลับยาก

ตัวหมอนมีลูกเล่นเพียบ สามารถเล่นเพลงแบบไร้สาย, อ่านหนังสือเสียงให้ฟังได้ และหยุดเล่นอัตโนมัติเมื่อเราหลับสนิท ตั้งนาฬิกาปลุกได้ และยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการนอนของเราได้ด้วย

ใครที่อยากได้เข้าไปสนับสนุนได้ใน Kickstarter ราคาตอนนี้อยู่ที่ $129 (ประมาณ 4,470 บาท) เท่านั้น ซึ่งในอนาคตราคาขายอย่างเป็นทางการจะอยู่ที่ประมาณ $299 (ประมาณ 10,360 บาท)
ที่มา : www.engadget.com , www.kickstarter.com

ที่มา: https://news.thaiware.com/10303.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1444130618985086

DJI เผยหน้ากาก Goggles ใหม่ สัมผัสมุมมองโดรนแบบ First-person

DJI เผยหน้ากาก Goggles ใหม่ สัมผัสมุมมองโดรนแบบ First-person

ล่าสุดทาง DJI แบรนด์ดังด้านอุปกรณ์โดรน ได้เผยอีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ ที่จะเสริมความสามารถในการใช้งานโดรนให้มากขึ้น ซึ่งนั่นก็คือ DJI Goggles หน้ากากแสดงผล ที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกับหน้ากาก VR แต่สิ่งที่เราจะได้เห็นกลับไม่ใช่เกมส์หรือสื่อบันเทิงต่างๆ แต่กลับเป็นมุมมองจากมุมสูงแบบ มุมมองบุคคลที่ 1 (First-person) ที่โดรนของเพื่อนๆ กำลังมองเห็นอยู่นั่นเอง

DJI เผยหน้ากาก Goggles ใหม่ สัมผัสมุมมองโดรนแบบ First-person

หน้ากาก DJI Goggles นี้ มีจอแสดงผลความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ซึ่งทางบริษัทบอกว่า ประสบการณ์สำหรับการมองผ่านหน้ากากนี้ จะเหมือนกับการรับชมโฮมเธียเตอร์ ที่มีขนาดหน้าจอกว้างถึง 216 นิ้ว และเหมือนกับเราอยู่ห่างจากหน้าจอถึง 3 เมตรด้วยกัน

ส่วนการทำงาน DJI Goggles นี้ สามารถเชื่อมต่อไร้สายกับโดรนรุ่น Mavic Pro หรือ Phantom 4 ได้ และที่พิเศษสุดๆ ก็คือเราสามารถใช้หน้ากากนี้ ในการบังคับทิศทางต่างๆ ของโดรนได้ ไม่ว่าจะเป็นการหันซ้าย-ขวา ก้ม-เงย รอบทิศทาง โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เดิม

โดยหน้ากาก DJI Goggles นี้ มีราคาขายอยู่ที่ $449 (ประมาณ 15,500 บาทไทย) และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้

 

ที่มา : www.engadget.com

ที่มา:https://news.thaiware.com/10206.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1430851520312996

เผยภาพ หลุดพิมพ์เขียว ของ iPhone 2017 ที่มีโอกาสเป็นจริงมากถึง 95%

เผยภาพ หลุดพิมพ์เขียว ของ iPhone 2017 ที่มีโอกาสเป็นจริงมากถึง 95%

อาจจะเคย ผ่านหูผ่านตาไปมาบ้าง เกี่ยวกับข่าวลือด้านสเปกของ สมาร์ทโฟนระดับ High-End อย่าง iPhone 2017 ที่อาจจะมาพร้อม หน้าจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว หรือ Touch Bar บนตัวเครื่อง แต่ข่าวลือในครั้งนี้จะไม่ใช่ข้อมูลสเปกธรรมดาๆ อีกแล้ว แต่เป็น ภาพหลุด พิมพ์เขียว ของ iPhone 2017 ที่เผยให้เห็นข้อมูลภายในบางส่วน

เผยภาพหลุด Showcase ของ iPhone 2017 ที่มีโอกาสเป็นจริงมากถึง 95%

ภาพหลุด พิมพ์เขียว ของ iPhone 2017 เผยให้เราได้เห็นถึง รายละเอียดความเป็นไปได้บางส่วน เช่น กล้องแบบ Dual Camera ในแนวตั้ง, โลโก้ Apple กับ วงกลมขนาดใหญ่ ตรงกลางเครื่อง ซึ่งเราคาดว่าน่าจะเอาไปใช้สำหรับ การชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย ของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่น

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีจุดที่น่าสงสัยอยู่บ้าง เพราะจากข่าวลือที่ผ่านมาบอกไว้ว่า iPhone จะมีระบบ TouchID อยู่ด้านหลังตัวเครื่อง แต่จากภาพหลุดที่เผยออกมา เราไม่เห็นระบบ TouchID เลยแม้แต่น้อย

เผยภาพหลุด Showcase ของ iPhone 2017 ที่มีโอกาสเป็นจริงมากถึง 95%

อย่างไรก็ตาม นี่อาจจะเป็นเพียงข่าวลือ ที่เราต้องลุ้นกันต่อในช่วงปลายปี 2017 ก็จริง แต่ Mr. Benjamin Geskin (เจ้าพ่อข่าวหลุด) ก็ได้ออกมากล่าวว่า ข่าวลือนี้มีโอกาสเป็นจริง มากถึง 95% เลยทีเดียว
ที่มา : www.phonearena.com

ที่มา:https://news.thaiware.com/10230.html

Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest

Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest

ในตอนนี้ดูเหมือนว่า Instagram จะยังไม่หยุดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่โดยการยืมไอเดียจากแอพฯ ของบริษัทอื่น หลังจากที่ “จำลอง” หลายลูกเล่นมาจาก Snapchat ในการอัพเดทครั้งล่าสุด ได้มีการเพิ่มลูกเล่น “Collections” ที่คล้ายกับความสามารถของแอพฯ Pinterest เข้ามา

Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest    Instagram เพิ่มลูกเล่นใหม่ Collections บันทึกภาพที่ชอบไว้ดูเป็นอัลบัมได้คล้ายกับ Pinterest

การใช้งานไม่มีอะไรยาก เมื่อเราแตะไปที่ไอคอน “ที่คั่นหนังสือ” ใต้รูปภาพที่ต้องการ “Saved” ภาพจะถูกบันทึกเอาไว้ให้เราในทันที สามารถเรียกดูภายหลังได้ที่เมนู “ที่คั่นหนังสือ” ในหน้าส่วนตัวของเรา และหากต้องการสร้าง Collections ก็แค่แตะไปที่ไอคอน + ที่มุมขวาบนของแอพฯ เท่านั้นเอง

หากใครต้องการใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้ ก็เข้าไปอัพเดทแอพฯ Instagram ให้เป็นเวอร์ชั่นใหม่กว่า 10.16 กันได้เลย ทั้งบน iOS และ Android ก็จะมีความสามารถใหม่นี้ให้ใช้งาน (ทีมงานลองแล้วมีแค่ Saved แต่ยังไม่สามารถสร้าง Collections ได้ คาดว่าฟีเจอร์นี้น่าจะทยอยเปิดใช้งานให้แก่ผู้ใช้)
ที่มา : www.engadget.com , blog.instagram.com

ที่มา: https://news.thaiware.com/10144.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1417864544945027

การรับมือกับความท้าทายที่มากับระบบการสื่อสารไร้สายแบบ RAN

การรับมือกับความท้าทายที่มากับระบบการสื่อสารไร้สายแบบ RAN

ปัจจุบันการใช้งานเครือข่ายในเมืองใหญ่มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือจากกลุ่มของผู้ให้บริการทั่วโลก ที่มีการเจริญเติบโตสูงถึง 60 – 120 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โดยล่าสุดประเทศไทยยังได้ต้อนรับเทคโนโลยี 4G และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะกลายมาเป็นปัจจัยหนึ่งในการกระตุ้นให้การใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือมีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการใช้งานเครือข่าย อาจจะยังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับผู้ให้บริการทางด้านโทรคมนาคม (MNOs) ในการมอบประสบการณ์ทีดีเยี่ยม (QoE) ให้กับผู้บริโภค ดังนั้น อะไรเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการควรให้ความสนใจก่อนที่จะสายไปบ้าง

จากงานวิจัยล่าสุดของ State of the RAN ได้ชี้ให้เห็นถึง 9 เทรนด์หลักๆ ในปี 2559 ที่ผู้ให้บริการควรจะต้องให้ความสนใจเป็นอันดับแรก รวมไปถึงคำแนะนำเพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในวันที่โลกต้องรับมือกับเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว และนี่คือตัวอย่างของเทรนด์ที่น่าสนใจจากงานวิจัย State of the RAN ประจำปี 2559 ของแอมดอกซ์

พบปัญหาสายหลุดในการโทรศัพท์ผ่านระบบ LTE (VoLTE) มากกว่าระบบ 2G และ 3G สูงถึง 4 – 5 เท่า

แม้ว่า VoLTE อาจจะยังไม่แพร่หลายมากนักในประเทศไทย แต่ผู้ให้บริการหลายแห่งพยายามผลักดันให้มีการใช้ VoLTE อย่างแพร่หลายในอนาคตอันใกล้นี้ นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นที่จะยกเลิกการให้บริการของ 2G และ 3G และบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกันด้วย ในขณะที่ VoLTE  ได้นำเสนอถึงศักยภาพที่มาพร้อมคุณภาพสูง แต่เราได้พบปัญหาสายหลุดในการโทรศัพท์ ซึ่งสิ่งนี้อาจกลายเป็นระเบิดเวลาได้

อย่างไรก็ตามด้วยอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของเทคโนโลยีเครือข่าย เราพบว่า ผู้ให้บริการจะสามารถแก้ไขปัญสายหลุดบน VoLTE ลงได้น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปัญหาสายหลุดบน 2G และ 3G ภายใน 6 เดือน และจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางคุณภาพเสียงระหว่าง VoLTE และระบบอื่นๆ ได้อย่างชัดเจนในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้

งานแสดงคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬาเป็นโลกแห่งดาต้าขนาดใหญ่

งานแสดงคอนเสิร์ตและการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นโลกแห่งดาต้า ด้วยไม่ว่าจะเป็นช่วงก่อน การจัดงาน ระหว่างงานหรือภายหลังการจัดงาน การใช้งาน แอพพลิเคชั่นแชทก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดย 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมงานมักจะส่งข้อความอย่างน้อยหนึ่งครั้งระหว่างการรับชม และที่น่าสนใจคือ ดูเหมือนว่าทุกคนต่างมีการใช้งานเครือข่ายในอัตราเท่าๆ กัน แม้ว่าระยะเวลาของงานจะไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น คนหนึ่งคนเข้าร่วมงานแสดงสี่ชั่วโมงอาจจะมีอัตราการใช้งานเครือข่ายเท่ากับอีกคนที่เข้าร่วมงานแสดงสองชั่วโมง หรือประมาณ 35Mb ต่อคน ในขณะเดียวกัน รายงานก็บ่งชี้ว่า ผู้ใช้ดาต้าโรมมิ่งระหว่างประเทศได้อัพโหลดดาต้ามากกว่าผู้ที่ไม่ใช้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแชร์ความประทับใจในต่างแดนให้กับคนที่บ้าน ดังนั้นผู้ให้บริการควรมองไปถึงการให้บริการเครือข่ายในระยะสั้นสำหรับใช้งานต่างประเทศไปพร้อมกับการให้บริการในประเทศด้วย

75 เปอร์เซ็นต์ของการใช้งานเครือข่ายในเมืองใหญ่ มาจากการใช้งานภายในอาคาร

การใช้งานเครือข่ายในเมืองใหญ่ กว่า 75 เปอร์เซ็นต์มาจากการใช้งานภายในอาคาร ถึงแม้ว่า ปัจจุบันประชากรที่มีอายุน้อยเลือกที่จะใช้  Wi-Fi มากกว่าที่จะใช้อินเทอร์เน็ตจากมือถือของตนเอง แต่สำหรับในบางกรณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเคลื่อนที่ของข้อมูลเครือข่าย ผู้ให้บริการมักจะตกเป็นเหยื่อจากบริการของตัวเอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการใช้งานไวไฟ (Wi-Fi) ที่ไม่เสถียรภาพบริเวณที่พักอาศัย หรือที่ทำงาน ผู้ใช้บริการจำนวนมากนิยมเลือกที่จะสลับไปใช้งานการเชื่อมต่อ LTE ที่มีความรวดเร็วมากกว่า ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานระบบ Wi-Fi จำนวนมาก โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตภายในอาคารมักจะมีปัญหามากกว่าผู้ใช้งานกลางแจ้งถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนี่ยังไม่รวมถึงความยากลำบากในการส่งสัญญาณผ่านทางผนังและหน้าต่าง ทั้งนี้จากรายงานดังกล่าวได้อธิบายถึง วิธีต่างๆที่จะช่วยให้ข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านี้ หากว่าผู้ให้บริการทำความเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้ อาทิ ระยะครอบคลุมของเครือข่าย และควบคุมการใช้งานที่เกินขีดจำกัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายตามเป้าหมายซึ่งจะสามารถปรับปรุง QoE และรักษาลูกค้าไว้ได้ด้วยเช่นกัน

ผู้ใช้บริการอาจต้องอยู่ภายใต้ความกดดันท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของการลงทุนต่างๆ ดังนั้น การเรียนรู้เพิ่มเติม                          และการวิเคราะห์เกี่ยวกับการใช้งานของเครือข่ายและระบบไร้สาย จึงเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้เป็นอย่างดี

สำหรับท่านที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์และคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดได้ที่ State of the RAN 2016 report http://solutions.amdocs.com/2016SOTR.html?LeadSource=OnlineBanner&Publication=Amdocsblog

ที่มา https://news.thaiware.com/8420.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1387114744686674

Firefox เตรียมนำเกมส์สเปคหนัก พร้อมรันบนเบราว์เซอร์ได้ด้วยเทคโนโลยี WebAssembly

Firefox เตรียมนำเกมส์สเปคหนัก พร้อมรันบนเบราว์เซอร์ได้ด้วยเทคโนโลยี WebAssembly

ล่าสุดเว็บเบราว์เซอร์ยอดนิยมตัวหนึ่งของโลกอย่าง Mozilla Firefox ได้อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่น WebAssembly เทคโนโลยีบนเบราว์เซอร์ ที่สามารถรันแอพฯ ที่กินทรัพยากรเครื่องสูงอย่างเกมส์กราฟฟิก 3 มิติแรงๆ, โปรแกรมออกแบบ 3 มิติที่กินทรัพยากรเครื่องสูง, โปรแกรมแต่งรูป หรือแม้แต่โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ให้สามารถรันบนเบราว์เซอร์ได้อย่างไหลลื่น เช่นเดียวกับการติดตั้งโปรแกรมบน PC

WebAssembly เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเบราว์เซอร์ Firefox เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งจะอนุญาตให้นักพัฒนา สามารถเขียนโค้ดด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง เช่น ภาษา C หรือ C++ ขึ้นไปรันบนเว็บเบราว์เซอร์ได้ ซึ่งถ้าเกิดแอพฯ มากมายที่สามารถรันบนเบราว์เซอร์ในอนาคตอันใกล้นี้ได้ ก็จะไม่มีกำแพงของโปรแกรมที่รองรับเฉพาะบนแพลตฟอร์ม หรือระบบปฏิบัติการอีก เพียงแค่มีเว็บเบราว์เซอร์ ก็สามารถเล่นแอพฯ ต่างๆ ได้แล้ว และมีข่าวว่า ไม่เพียงแค่ Firefox เท่านั้น แต่ Google Chrome และ Microsoft Edge ก็จะรองรับเทคโนโลยีนี้ด้วยเช่นกัน

ด้วยเทคโนโลยี อาจจะทำให้ยุคสมัยของการเล่นเกมส์บนเว็บ กลับมาอีกครั้งก็ได้ แต่ที่แตกต่างคือ จะไม่ใช่เกมส์ปลูกผัก เกมส์เปิดร้านอาหารอย่างเคย แต่เป็นเกมส์แอคชั่นกราฟฟิกจัดเต็มระดับ AAA ที่เพียงเปิดเว็บก็เล่นได้ทันทีก็ได้ และไม่เพียงแค่นั้น เพราะทาง Firefox ยังพยายามจะสานต่อเทคโนโลยีนี้ ให้สามารถใช้งานบนมือถือได้ด้วย นึกภาพ แทนที่จะเช็คเฟสบุ๊คบนมือถือตอนเช้า เปลี่ยนมาเปิดเกมส์จัดหนักซักเกมส์เล่นก่อนลุกไปอาบน้ำ ชีวิตเกมเมอร์มีความสุขขึ้นเยอะเลย

ที่มา : www.engadget.com

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1380423948689087