คลังเก็บหมวดหมู่: ชัยพันธ์ สุทธิพันธุ์

นวัตกรรมแห่งอนาคต BMW วางคอนเซ็ปต์ให้ R1200GS เป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบไม่มีล้อ

นวัตกรรมแห่งอนาคต BMW วางคอนเซ็ปต์ให้ R1200GS เป็นรถมอเตอร์ไซค์แบบไม่มีล้อ

BMW LEGO Technic R1200GS Hover Ride Design Concept_1

บริษัท BMW JUNIOR เป็นบริษัทของเล่นที่ผลิตเกี่ยวกับโมเดลรถของ BMW ในรูปแบบตัวต่อเลโก้ ซึ่งได้ทดลองเอาตัวต่อเลโก้มาประกอบตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์ของ BMW หลากหลายรุ่นให้กลายเป็นรถคอนเซ็ปต์ ซึ่งที่ไปเข้าตาทีมวิศวกรคือการนำเจ้า R1200GS มาทำเป็นรถ HOVER หรือรถที่ใช้หลักการใบพัดในการทรงตัว

โดยทาง BMW ได้ทำวิดีโอแล้วโพสลงในสื่อสาธารณะเหมือนจะบอกใบ้ถึงนวัตกรรมที่เป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต และมันก็ตรงกับคอนเซ็ปต์ที่ทาง BMW ได้วางไวในการพัฒนาตัวรถมอเตอร์ที่สามารถจะไปได้ทุกสภาพท้องถนนตามแบบฉบับตระกูลรถมอเตอร์ไซค์สายแอดเวนเจอร์อย่างตระกูล GS

โดยทางฝ่ายเลโก้เทคนิคของ BMW เองก็ได้ผลิตทั้งชิ้นงานในส่วนของเล่นและรถตามขนาดจริงซึ่งก็ตรงกับคอนเซ็ปต์ ‘Hover Ride Design Concept’

โดยตัววิดีโอนี้ก็ได้แสดงถึงความล้ำของรูปร่างและรูปทรง ถึงจะยังไม่ได้แสดงถึงลักษณะการวิ่งของตัวรถแต่ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนที่ชมเป็นอย่างมาก หวังว่าคอนเซ็ปต์นี้จะไม่เป็นเพียงไอเดียหนึ่งที่เกิดมาแล้วก็หายไป ทางเราอยากเห็นมันผลิตออกมาใช้งานได้จริง และมันน่าตื่นเต้นนะถ้าเจ้าตัวนี้มาวิ่งบนถนนเมืองไทย

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก www.visordown.com

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1356074957790653

ปริศนาโลกแตก กับ 5 คำถามที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาคำตอบมาอธิบายได้ ตกลงมนุษย์เรามีต้นกำเนิดจากไหนกันแน่!?

ปริศนาโลกแตก กับ 5 คำถามที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาคำตอบมาอธิบายได้ ตกลงมนุษย์เรามีต้นกำเนิดจากที่ไหนกันแน่!?

Earth-story-pics

 

น้ำบนโลกมาจากไหน : นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าโลกเกิดขึ้นเมื่อ 4.5 พันล้านปีที่แล้ว โดยในขณะนั้นโลกยังเป็นเพียงหินที่แห้งแล้ง ดังนั้นจึงเกิดเป็นคำถามว่าน้ำมาจากไหน บางทีอาจเป็นกระบวนการเมื่อราว 4 พันล้านปีก่อน เมื่อมีอุกกาบาตน้ำแข็งพุ่งชนโลก จนก่อให้เกิดน้ำ แต่ทฤษฎีดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับมากที่ควร

ในแกนโลกมีอะไรบ้าง : เป็นหนึ่งในคำถามที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามค้นหาคำตอบ อย่างที่ทราบกันดีว่ามนุษย์เราสามารถส่งยานอวกาศไปนอกโลกได้แล้ว แต่ปริศนาใต้พื้นพิภพกลับเป็นเรื่องที่มืดแปดด้าน เพราะเราแทบไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในแกนโลก นอกเหนือจากสนามแม่เหล็กของโลกที่ถูกสร้างโดยของเหลวที่เป็นเหล็กไหลเวียนอยู่ด้านนอก

สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้อย่างไร : หนึ่งในปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยังไม่สามารถหาคำตอบมาอธิบายได้ นั้นคือสิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้นบนโลกได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอสซิลสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในชั้นน้ำแข็งของโลกอายุนับพันปี ซึ่งนับว่าเป็นหลักฐานที่ใกล้เคียงที่สุด แต่คำถามคือไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดตอบได้ว่ามนุษย์เราถือกำเนิดมาได้อย่างไร

ดวงจันทร์มาจากไหน : มีหลายทฤษฎีที่ใช้อธิบายว่าดวงจันทร์มีที่มาอย่างไร บ้างก็ว่าดวงจันทร์คือดาวเคราะห์น้อยที่ถูกแรงดึงดูดของโลกบังคับให้มาเป็นดาวบริวาร บ้างก็ว่าดวงจันทร์เคยเป็นชิ้นส่วนที่หลุดออกมาจากโลกเนื่องจากแรงหมุนโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีใครตอบคำถามได้ว่าดวงจันทร์เกิดจากอะไรกันแน่

ออกซิเจนมาจากไหน : ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดสามารถค้นหาคำตอบได้ว่าออกซิเจนบนโลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร หนึ่งในทฤษฎีที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดก็คือ ออกซิเจนเกิดจากไซยาโนแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่สามารถมองด้วยกล้องจุลทรรศน์ เจ้าแบคทีเรียชนิดนี้สามารถคายออกซิเจนได้ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงเมื่อราว 2.4 พันล้านปีก่อน จนก่อให้เกิดสิ่งมีชีวิต แต่ทฤษฎีดังกล่าวยังขาดน้ำหนักและแรงจูงใจอยู่มาก

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1342195339178615

เครื่องบินในตำนานของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าถึงลำละ 8 หมื่นล้านบาท!!! มันคือเครื่องบินรุ่นไหน ทำไมถึงแพงขนาดนั้น ต้องดู

B-2 Stealth Bomber คือเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ถูกออกขึ้นมาเพื่อประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา บินทดสอบครั้งแรกในปี 1988 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในปี 1997 จำนวน 21 ลำ

WIKIPEDIA PD
WIKIPEDIA PD

B-2 Stealth Bomber ถูกยกให้เป็นอากาศยานที่มีราคาสูงที่สุดในโลกเท่าที่มนุษย์เคยสร้างมา เพราะเป็นการรวมเอาเทคโนโลยีด้านอวกาศมาร่วมกับการออกแบบเครื่องบิน จึงทำให้มันมีราคาสูงถึงลำละ 2,400,000,000 เหรียญสหรัฐ (84,000,000,000 บาท อัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 บาท/1 เหรียญสหรัฐ) จึงทำให้สามารถผลิตออกมาได้แค่ 20 ลำเพียงเท่านั้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย

WIKIPEDIA PD
WIKIPEDIA PD

สิ่งที่ทำให้ B-2 Stealth Bomber พิเศษกว่าเครื่องบินทั่วไปนอกจากเรื่องราคาแล้วก็ต้องเป็นความสามารถที่สมราคาของมันเนี่ยแหละ ตัวเครื่องถูกออกแบบมาหน้าตาแปลกประหลาดเนื่องจากต้องการเพื่อที่จะลดการตรวจจับของเรดาห์จากเป้าหมาย และยังเคลือบสารที่สามารถดูดซับเรดาห์ไว้ทั่วลำ ทำให้ B-2 Stealth Bomber กลายเป็นเครื่องบินที่เกือบล่องหน ดังนั้นการปฏิบัติงานทิ้งระเบิดแต่ละครั้งจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องบินคุ้มกันเยอะเหมือนเครื่องทิ้งระเบิดทั่วๆ ไป

WIKIPEDIA PD
WIKIPEDIA PD

แค่นั้นยังไม่พอ B-2 Stealth Bomber ยังสามารถที่จะบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 660 ลูก และทิ้งระเบิดได้คราวละ 80 ลูก (ลูกเดียวนี่ก็ตายเรียบแล้วนะ) ในเรื่องเครื่องยนต์ B-2 Stealth Bomber สามารถทำความเร็วสูงสุด 1010 กม./ชม.ในระดับความสูง 40,000 ฟุตจากพื้นดิน ปัจจุบัน B-2 Stealth Bomber ยังคงประจำการอยู่ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ แต่เหลือเพียงแค่ 19 เครื่องเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุทำให้เครื่องเสียหายไป 2 เครื่อง

เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1341729599225189

NVG แว่นมองกลางคืนกับเทคโนโลยีสุดล้ำ รู้ราคาแล้วจะสะดุ้งอันละล้านกว่าๆ แพงตรงไหน มาดูสเปกกัน

L-3 GPNVG-18 – ANVIS เป็นแว่นมองกลางคืนรุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยบริษัท TNVC ปกติแล้วแว่นมองกลางคืนแบบมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป มุมมองสายตาเมื่อใส่แว่นจะมีระยะจำกัดไม่เกิน 40° แต่กล้องตัวใหม่ที่ TNVC ได้พัฒนาออกมานั้นใช้เลนส์ 18 มม. 4 ตัว แบ่งเป็นข้างละคู่ เมื่อผู้ใช้สวมแว่นภาพที่เห็นก็จะมองได้กว้างขึ้นถึง 97° เลยทีเดียว แค่นั้นยังเจ๋งไม่พอ แต่ละภาพที่ปรากฏบนจอภาพยังให้ภาพที่มองดูมีมิติมากขึ้นกว่ารุ่นเก่าๆ ที่จะเป็นเพียงภาพแบนๆ เท่านั้น

1

ตัวเครื่องทำงานโดยเชื่อมต่อสายเคเบิลกับแบตเตอรี่ 3V ที่แถมมาพร้อมกัน ส่วนแบตเตอรี่เมื่อชาร์จเต็มแล้วสามารถที่จะใช้งานต่อเนื่องได้นาน 30 ชม. ตัวแว่นก็ถือว่ามีน้ำหนักที่เบาพอสมควร เพียงแค่ 765 กรัมเท่านั้น รองรับการติดตั้งเข้ากับ Combat Helmet รุ่นใหม่ทุกประเภท

2

38,000 เหรียญสหรัฐ (1,330,000 บาท) คือราคาค่าตัวของเจ้าแว่นรุ่นนี้ ในเมื่อล้ำขนาดนี้แน่นอนว่าราคาก็จะต้องแรงไปด้วย แต่ก็ใช่ว่ามีเงินจะหาซื้อได้ เพราะเนื่องจากแว่นมองกลางคืนถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์ชนิดหนึ่ง ในประเทศที่มีกฎหมายห้ามครอบครอง ทางบริษัทก็จะสงวนสิทธิ์ไม่ขายให้ เอาไว้ดูเป็นข้อมูลแล้วกันเนอะ

ที่มา : tnvc.com
เรียบเรียง : SpokeDark.TV

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1335791586485657

เรามาลองทิ้งTSAR BOMBA ระเบิดนิวเคลียร์จากโซเวียตอานุภาพรุนแรงที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา ชนิดที่ว่าระเบิดฮิโรชิม่ากลายเป็นประทัดไปเลย

หลังจากสงครามโลกกครั้งที่ 2 ได้ปิดฉากลงด้วยความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นจากการที่กองทัพสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจทิ้งระเบิดที่ไม่มีมนุษย์คนใดบนโลกคาดคิดมาก่อนว่ามันจะมีอุปกรณ์หรือสสารใดๆที่จะสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้เป็นแสนคนในทีเดียว ระเบิดชนิดนั้นก็คือระเบิดปรมาณู ที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการแตกตัวของอะตอมแบบลูกโซ่ทุกครั้งที่อะตอมแตกตัวก็จะให้พลังงานออก อธิบายแบบง่ายๆก็เหมือนๆกับเราแทงลูกสนุ๊กสีขาวให้ไปโดนกองลูกสีแดงที่ตั้งไว้หลายกองแบบไม่ห่างกันมาก แล้วลูกสีแดงจากกองที่ 1 กระเด็นไปโดนกองที่ 2 แล้วทำแบบนี้กันต่อไปเรื่อยๆ

457

ระเบิดปรมาณูลูกที่ชาวโลกได้รู้จักจากการทิ้งลงในประเทศญี่ปุ่นทั้ง 2 ลูกนี่คงจะกลายเป็นเด็กไปเลยเมื่อได้มาเจอกับ TSAR BOMBA หรือที่เรียกกันว่า ระเบิดไฮโดรเจน เป็นขั้นที่เหนือกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ลงที่ญี่ปุ่นขึ้นมาอีกหนึ่งสเต็ปเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆก็เหมือนกับการระเบิดแบบไม่รู้จบในดวงอาทิตย์ โดยเริ่มการทดลองกันหลังจากเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงยุค 50’s เจ้าระเบิดพวกนี้แหละที่เป็นต้นเหตุของสงครามเย็นระหว่างอเมริกาและสหภาพโซเวียต

la-tsar-bomba-la-plus-puissante-des-bombes-nucleaires-de-l-histoire-exposee-pour-la-premiere-fois-a-moscou-le-1er-septembre-2015_5408473

TSAR BOMBA ถูกพัฒนาโดยสหภาพโซเวียตเพื่อใช้ในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ในช่วงก่อนที่จะมีการทำวิจัยเพื่อสร้าง”สิ่งที่จะใช้เป็นท่าไม้ตาย” ของโซเวียต นิกิต้า ครุชชอร์ฟ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ซึ่งถือว่าเป็นระดับผู้บริหารประเทศ ได้บอกกับนักวิจัยว่า อยากจะได้ระเบิดที่มีอานุภาพรุนแรงกว่าที่มีใครเคยทำมา เอาสัก 100 เมกะตัน (จากภาพด้านล่าง จะเห็นว่าระเบิดที่ญี่ปุ่นนั้นมีความรุนแรงเพียงแค่ 18 กิโลตัน) เหล่านักวิจัยที่ได้ยินก็ โอ้โห!! น่าจะทำไม่ไหว จึงลดระดับลงมาเหลือแค่ 50 เมกะตันก็พอที่จะทำให้ศัตรูขี้หดตดหายแล้ว แต่เหตุผลที่สำคัญก็คือ แบบ 100 เมกะตันมันใหญ่จนไม่มียานพาหนะชนิดใดสามารถบรรทุกไปหย่อนให้ข้าศึกได้

1

ในขณะเดียวกันประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศสก็มีการทดลองเช่นกันแต่ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับที่โซเวียตทดลองมันจิ๊บๆไปเลย โดยการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกิดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคม 1961 เครื่องบินลำเลียง TU-95

A Russian Tu-95 Bear 'H' photographed from a RAF Typhoon Quick Reaction Alert aircraft (QRA) with 6 Squadron from RAF Leuchars in Scotland. RAF Typhoon Quick Reaction Alert aircraft were launched from RAF Leuchars to determine the identity of unknown aircraft that approached the NATO Air Policing Area north of Scotland and could not be identified by other means. The aircraft were subsequently identified as Russian military reconnaissance (Bears). The Russian Bears aircraft remained in international airspace as they are perfectly entitled to do.

ได้บรรทุกระเบิดและไต่ระดับขึ้นไปที่ความสูง 10.5 กม. และถูกทิ้งลงมาบริเวณเกาะโนวายา เซมลยา ที่อยู่ทางตอนเหนือของขัวโลกเหนือ เมื่อถึงระดับความสูงจากน้ำทะเล 4 กม. สิ่งที่กลัวก็ได้ปรากฏตัวให้เหล่านักวิทยาศาสตร์และผู้มีอำนาจของโซเวียตที่อยู่ห่างไปเป็นระยะทางกว่า 1000 กม.ได้เห็นแบบสดๆ คาตาระเบิดกลายสภาพเป็นดวงอาทิตย์ขนาดเล็กส่องแสงสว่างไปทั้งขั้วโลกเหนือมองด้วยตาเปล่าได้ไกลกว่า 1000 กิโลเมตร ตามมาด้วยการระเบิดภาพของดอกเห็ด ด้านบนที่เห็นคือกล้องที่ตั้งไว้ระยะทางห่างจากจุดระเบิดถึง 500 กิโลเมตร ต่อไปจะเป็นคลิปแสดงการระเบิดของซาร์บอมบ์และข้อมูลว่าเจ้าระเบิดลูกนี้มันมีอานุภาพทำลายรุนแรงขนาดไหน

รัศมี 100 กิโลเมตร : สิ่งมีชีวิตจะถูกพลังงานความร้อนแผดเผาจนผิวหนังไหม้รุนแรง ในระดับที่ 3 ถือเป็นระดับของแผลไฟไหม้ที่รุนแรงที่สุด
รัศมี  270 กิโลเมตร : สามารถรับรู้ถึงความร้อนแรงสั่นสะเทือนจากแรงระเบิด
รัศมี 1000 กิโลเมตร : รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เคลื่อนผ่านอากาศ
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้  เมื่อระเบิดถูกระเบิดขึ้นในความสูง 4 กิโลเมตร แรงระเบิดเมื่อถึงพื้นก็สร้างลูกไฟที่สูง 10 กิโลเมตร ดอกเห็ดกินพื้นทีถึง 45 กิโลเมตรเลยทีเดียว

1480182512202
ใครสนใจเข้าไปหย่อนระเบิดแล้วดูอานุภาพในการทำลายได้ที่นี่ http://www.carloslabs.com/projects/200712B/GroundZero.html มีระเบิดหลายชนิดให้เลือกลองหย่อนดู

อธิบายให้เห็นภาพเพื่ออรรถรสในความสยองของแรงระเบิดด้วยภาพด้านบน สมมติถ้ามีคนทดลองนำเจ้าซาร์บอมบ์มาปล่อยที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใจกลางกรุงเทพ อานุภาพของระเบิดจะกินเนื้อที่จนสิ่งมีชีวิตล้มตายไปทั้งกรุงเทพ นนทบุรี ส่วนจุดที่อยู่ห่างจากอนุเสาวรีย์เช่น ตลิ่งชัน บางซื้อ จอมทอง จุตจักรนี่ราบ พื้นดินเรียบเป็นลานตากมันไม่เหลือแม้สิ่งก่อสร้างใดๆ  และจังหวัสมุทรปราการที่ติดกับกรุงเทพ ส่วนสีส้มคือในระดับที่ผิวหนังไหม้ระดับสาม แสงและแรงสั่นสะเทือนของระเบิดสามารถรับรู้ได้ถึงเชียงใหม่ หนองคาย ปัตตานี

564541

ระเบิดลูกนี้ถือว่าเป็นการระเบิดครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นบนโลกจากฝีมือมนุษย์ แต่ก็จงสบายใจเถอะว่าการที่จะยิงระเบิดนิวเคลียร์สักลูกในปัจจุบันมันเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดน้อยมากๆ เพราะคงไม่มีประเทศไหนที่จะกล้าแลกกับฝั่งตรงข้ามที่มีเหมือนกัน ยังไงก็ขอภาวนาว่าเหล่าประเทศมหาอำนาจที่มีระเบิดพวกนี้ในครอบครองคงจะไม่หน้ามืดไปกดมันเข้าสักวัน

ที่มา https://www.spokedark.tv/articles/tsar-bomba/

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1331882136876602