คลังเก็บหมวดหมู่: ณัฐนนท์ แก้วเขียว

เตรียมย้ายดาว! NASA ประกาศการค้นพบ 7 ดาวเคราะห์ดวงใหม่ลักษณะคล้ายโลก

9665_17022315590407

น่าตื่นเต้นสุดๆ กับข่าวที่นาซ่า (NASA) เพิ่งแถลงการณ์ไปเมื่อวาน เกี่ยวกับการค้นพบดาวเคราะห์ใหม่ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโลกทั้ง 7 ดวง ซึ่งโคจรอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์ดวงหนึ่ง ในลักษณะคล้ายคลึงกับระบบสุริยะจักรวาลของเรา นับเป็นก้าวสำคัญต่ออนาคตของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ค้นพบยังเชื่อว่าดาวเคราะห์ 3 ใน 7 ดวงที่ถูกค้นพบนี้ มีอุณหภูมิ สภาพแวดล้อม และองค์ประกอบสำคัญอย่างเช่น น้ำในสถานะของเหลว ที่คาดว่าน่าจะใช้เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตได้

ระบบสุริยจักรวาลใหม่นี้ ตั้งอยู่ห่างจากโลกของราวๆ 40 ปีแสง หรือประมาณ 235 ล้านล้านไมล์!! สำหรับเราอาจจะดูเป็นระยะทางที่ไกลแสนไกล แต่ในทางดาราศาสตร์ระยะทางดังกล่าวนับว่าใกล้มาก

ส่วนหนึ่งในการค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว พวกเขาค้นพบมันมาก่อนแล้ว 3 ดวง (ดาวฤกษ์ 1 ดวง และดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงกับโลก 2 ดวง) จากการใช้กล้องโทรทรรศน์ Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope (TRAPPIST) ที่ตั้งอยู่ในประเทศชิลี และเรียกพวกมันว่า TRAPPIST-1 ตามชื่อกล้องที่ค้นพบ

9665_170223141141Wg

จากการค้นพบในครั้งนั้น ผสานกับกล้องโทรทรรศน์ Spitzer ของนาซ่าที่อยู่ในอวกาศ พร้อมกับกล้องโทรทรรศน์อีกหลายตัวบนภาคพื้น และของศูนย์สังเกตการณ์ทางตอนใต้ของยุโรป ทำให้เกิดการค้นพบดาวเคราะห์ที่เหลืออีก 5 ดวงเพิ่มเติม รวมทั้งหมดเป็น 7 ดวง

ถ้าประมาณการตามข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับความหนาแน่นดาวเคราะห์พวกนั้นแต่ละดวง ดูเหมือนว่าพวกมันจะประกอบด้วยหินเป็นส่วนใหญ่ แถมการโคจรของพวกมันทั้งหมดรอบดาวฤกษ์ดวงนั้น ยังใกล้มากกว่าระยะการโคจรของดาวพุธ กับดวงอาทิตย์ของเราเสียอีก (ดาวพุธคือดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด) ซึ่งพวกมันอยู่ใกล้กันมากขนาดที่ว่าหากเราอยู่ที่ดาวดวงหนึ่งในระบบนั้น เราจะสามารถมองเห็นดาวที่เหลือทั้งหมดด้วยตาเปล่าได้เลย

9665_170223151146Zj

แผนการต่อไปของนาซ่าคือการปล่อยกล้องโทรทรรศน์ James Webb ขึ้นในไปในอวกาศอีกตัวในปี 2018 เพื่อช่วยเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าระบบสุริยะใหม่นี้ ในการค้นหาองค์ประกอบทางเคมีของน้ำ, ก๊าซออกซิเจน, ก๊าซมีเทน, โอโซน และองค์ประกอบอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศของดวงดาวพวกนั้น

ความฝันที่มนุษย์จะได้ย้ายไปอาศัยที่ดาวอื่น เหมือนอย่างในหนัง Star Wars หรือ Star Trek มันคงไม่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในช่วงเร็วๆ นี้แน่ แต่ก็นะ ฝันให้ไกลเข้าไว้ เพราะสักวันเราก็อาจจะไปถึงได้ ใครจะไปรู้

ที่มา : www.techspot.com

 

SmartStop แผ่นติดผิวหนังช่วยเลิกบุหรี่ ให้ผิวหนังดูดซึมสารนิโคติน

Nicotine_Patch_1

SmartStop แผ่นติดผิวหนังสำหรับช่วยเลิกบุหรี่ ช่วยปล่อยสารนิโคตินให้ดูดซึมผ่านผิวหนัง ลดอาการอยากสูบบุหรี่

SmartStop แผ่นติดผิวหนังสำหรับช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยปล่อยสารนิโคตินให้ดูดซึมผ่านผิวหนัง ทำให้ร่างกายของผู้ใช้ได้รับสารนิโคตินเพียงพอจนไม่รู้สึกอยากสูบบุหรี่ ช่วยให้สามารถลดและเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น โดยภายใน SmartStop มีสารนิโคตินบรรจุเอาไว้ พร้อมตัวควบคุมการปล่อยสารนิโคตินในแต่ละช่วงเวลาของวัน ได้แก่ ช่วงเช้า 30 นาทีแรกหลังตื่นนอน เนื่องจากมีผลวิจัยว่าคนสูบบุหรี่จำนวน 80% จะสูบในช่วงเวลานี้ ตามด้วยช่วงเวลาหลังอาหารกลางวันและเย็น

Nicotine_Patch_2

SmartStop จะมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถเชื่อมต่อกับแอพฯ สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อแสดงข้อมูลการปล่อยสารนิโคตินและบันทึกเป็นสถิติเก็บไว้ดูย้อนหลังได้ โดยเป้าหมายของการพัฒนา SmartStop ก็คือการช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ภายใน 10 สัปดาห์ แต่ในขณะนี้ SmartStop ยังมีให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเท่านั้น

ที่มา : https://men.kapook.com/view165445.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1349491371782345

ผู้เชี่ยวชาญเตือน! หลังพบช่องโหว่ในแอพฯ ของ iOS จำนวนมากที่อาจทำให้คุณถูกแฮกได้

ggggggggggggggggggggggggggggggg

 

ถึง iOS จะเป็นระบบปฏิบัติการที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม แต่ก็อย่าได้ชะล่าใจไปหล่ะครับ เพราะรายงานผลการวิจัยด้านความปลอดภัยชิ้นล่าสุด เผยข้อมูลข้อผิดพลาดจากแอพพลิเคชั่นจำนวนมากทั้งใน iPhone และ iPad ที่อาจจะกลายเป็นช่องโหว่ เชื้อเชิญบรรดาแฮกเกอร์ให้มาเยี่ยมเยียนเครื่องของคุณ

9574_170209125108P1

ลล์ สตราฟาค (Will Strafach) ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในระบบปฏิบัติการ iOS กล่าวว่า การโจมตีของเหล่าโจรไซเบอร์ผ่านแอพฯ จำนวนมากเหล่านี้ ดำเนินการโดยใช้ TLS certificate ปลอมที่ได้สร้างขึ้นเพื่อการดักรับข้อมูลของเราไปไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ของตน ก่อนจะส่งไปยังบริษัทเจ้าของแอพฯ ด้วยการแฮกระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Wi-Fi โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Wi-Fi สาธารณะ ผลที่เกิดขึ้นคือมันจะขัดขวางการเข้ารหัสข้อมูลที่ปลอดภัยมากอย่าง HTTPS แล้วพอ HTTPS ไม่ทำงาน ผนวกกับการที่ระบบรักษาความปลอดภัยของ iOS ก็ตรวจหาความผิดปกติทำนองนี้ไม่พบ ยิ่งทำให้การแฮกข้อมูลภายในเครื่องเป็นเรื่องหมูๆ ของบรรดาแฮกเกอร์เลย

นอกจากนี้ วิลล์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า ขณะนี้มีแอพฯ ไม่ต่ำกว่า 76 ตัว ที่สุ่มเสี่ยงจะโดนโจมตีจากช่องโหว่ดังกล่าว และอาจจะมีจำนวนอีกเป็นร้อยแอพฯ ที่แค่ยังหาไม่พบ ซึ่งระดับความรุนแรงของการถูกแฮกจากแอพฯ เหล่านี้ มันขึ้นอยู่กับประเภทของข้อมูลที่แอพฯ จะส่งกลับไปยังบริษัท โดยส่วนมากจะเป็นเพียงข้อมูลทั่วๆ ไป เช่น รายงานความบกพร่องที่เกิดขึ้นในแอพฯ (Crash report) เป็นต้น สำหรับรายชื่อของแอพฯ ที่เป็นปัญหานั้น วิลล์ ก็ไม่ได้มีการเปิดเผยแต่อย่างใด และเขาก็ได้แจ้งทางผู้พัฒนาแอพฯ ที่มีช่องโหว่ เพื่อให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

เรื่องดังกล่าวนี้อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจยากสักหน่อย แต่เอาเป็นว่าตอนนี้ใครจะพิมพ์จะกรอกข้อมูลอะไรลงในแอพฯ ควรใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับข้อมูลที่สำคัญ อย่างข้อมูลการเงิน ข้อมูลที่อยู่ ฯลฯ ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าตนเองจะโดนแฮกเมื่อไร การป้องกันยังไงก็ดีกว่าการแก้ไข โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำว่า “หากต้องการกรอกข้อมูลสำคัญเหล่านี้ ควรใช้อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อแบบ Cellular (ใช้เน็ตบนมือถือ 3G/4G) จะมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi สาธารณะ” ครับ

ที่มา : http://news.thaiware.com/9574.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1350096311721851

ทีมวีจัย Deepdive ตัดสินใจใช้เกม GTA V เป็นที่ทดสอบระบบรถยนต์ไร้คนขับอย่างจริงจัง

ทีมวิจัย Deepdive ใช้ Grand Theft Auto V เกมแนว Open World ที่มีโลกจำลองเหมือนจริง เป็นพื้นที่ทดสอบระบบรถยนต์ไร้คนขับอย่างจริงจัง พร้อมเผยผลการทดสอบของระบบอย่างละเอียด

Wasted ปัจจุบันเรามีเหล่ายักษ์ใหญ่ของโลก IT ไม่ว่าจะเป็น Google ก็ดี Tesla ก็ดี ต่างพากันพัฒนา A.I ของรถยนต์ไร้คนขับ หรือ Self-Driving Cars มาพักใหญ่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้เสียที ครั้นจะทดสอบกับบนถนนจริง ๆ ก็ทำไม่ได้เต็มที่ (ติดกฏหมาย) เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้นั้นเอง แต่ในเมื่อทดสอบในโลกจริงไม่ได้ ก็ทดสอบมันในเกมซะเลย และเกมที่ถูกเลือกคือ Grand Theft Auto V

GTA-V-DD-2

สำหรับ Grand Theft Auto V หรือ GTA V เป็นเกมแนว Open World ที่เปิดกว้างสุด ๆ เรียกได้ว่าจะทำอะไรในเกมนี้ก็ได้ และจุดเด่นของเกมก็ไม่พ้นสภาพแวดล้อมภายในที่สมจริงสุด ๆ และยังมีแผนที่กว้างขวางมาก (49 ตารางไมล์) จนเหมือนเป็นโลกจำลองโลกหนึ่งเลย ด้วยเหตุนี้เอง ทางทีมวิจัยกลุ่มหนึ่ง นำเกมดังกล่าวมาใช้เป็นพื้นที่ทดสอบระบบ A.I ของรถยนต์ไร้คนขับซะเลย ซึ่งก็ได้มีการทดสอบอย่างจริงจัง และมีผลการทดลองให้เห็นแล้วด้วย


Craig Quiter
หัวทีมวิจัยโครงการ Deepdive ได้เผยผลทดสอบดังกล่าวผ่านทาง Open AI (บริษัทวิจัยระบบ AI ของ Elon Musk) เนื่องจากในเกม GTA V มีสภาพแวดล้อมเหมือนกับโลกจริงพอควร ก็ได้มีการทดสอบหลาย ๆ อย่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งตามกฎจราจร (ที่ผู้เล่นบางคนถึงกับบอกว่า ใครขับรถในเกมนี้โดยไม่ชนเลยนั้น “โคตรเทพ”) การวิ่งตามสภาพแวดล้อมถนน เช่น ถนนเปียกลื่นหรือขรุขระ และการวิ่งหลบสิ่งกีดขวางเป็นต้น

ท้ายนี้ทางทีมวิจัยได้กล่าวถึงผลการทดสอบนี้ว่า ในการทดสอบนี้ ช่วยยกระดับการพัฒนาพฤติกรรมของ A.I ได้ดีทีเดียว เพราะตัวเกม สามารถสร้างสถานการณ์สำหรับทดลองวิ่งได้แทบทุกอย่าง ซึ่งอาจหาไม่ได้ในถนนจริง ๆ และยังทำให้ทีมงานทดสอบเรื่องความปลอดภัยของระบบได้เต็มที่ด้วย

สำหรับใครที่อยากเห็นผลสอบเต็ม ๆ ไปดูต่อได้ที่ openai.com หรือ deepdrive.io

แถมท้าย เนื่องจากทีมวิจัยยังไม่ได้ทดสอบตอนวิ่งบนถนนที่มีคนเดิน เอาคลิปนี้ไปดูพลาง ๆ ก่อนก็ได้ครับ “หาก Google ทำรถยนต์ไร้คนขับใน GTA V”

ที่มา : The Next Web

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1340138132717669

นักวิจัยพบ ‘อาการหูตึงเฉียบพลัน’ อาจเกี่ยวโยงกับการขาดธาตุเหล็กและภาวะโลหิตจาง

6A90D7C5-4908-4739-A320-FF1E551DB3E8_cx0_cy16_cw0_w987_r1_s_r1

    นักวิจัยกล่าวว่าปัญหาการได้ยินอาจเกี่ยวโยงกับอาการโลหิตจางหรือ anemia ซึ่งเป็นภาวะที่พบบ่อยจากการขาดธาตุเหล็กในเลือด

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นผลงานของผู้เชี่ยวชาญจากคณะแพทย์ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Pennsylvania State พวกเขาทดลองเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มประชากร 3 แสนคนในสหรัฐฯ อายุระหว่าง 21 ถึง 90 ปี

การศึกษานี้ซึ่งถูกตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ JAMA Otolaryngology-Head & Neck Surgery ชี้ว่าผู้ที่มีอาการโลหิตจางมีความเป็นไปได้สูงกว่าปกติถึงสองเท่าที่จะมีปัญหาการได้ยิน ซึ่งภาวะโลหิตจางเกิดจากการสูญเสียเซลล์เม็ดเลือดแดงที่แข็งแรงและธาตุเหล็กที่มากับเซลล์เหล่านี้

    นักวิจัยกล่าวว่าอัตราการเกิดปัญหาการได้ยินในกลุ่มประชากรทั่วไปอยู่ที่ระดับร้อยละ 1.6 เทียบกับร้อยละ 3.4 ในกลุ่มที่ขาดธาตุเหล็กของผู้ป่วยโลหิตจาง

ความผิดปกติเรื่องการได้ยินที่เกิดขึ้นบ่อยให้กลุ่มผู้ป่วยโลหิตจาง มีสาเหตุมาจากการสูญเสียการทำงานของระบบประสาทที่เชื่อมต่อกับสมอง ในกรณีที่ว่านี้ผู้ป่วยไม่ได้ยินเสียงตามปกติที่ผ่านเข้ามาที่หูชั้นกลางและแก้วหู

และนักวิจัยเชื่อว่าการแก้ไขอาการโลหิตจางด้วยอาหารเสริมที่มีธาตุเหล็ก อาจเป็นทางรักษาปัญหาการได้ยินได้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะได้รับการศึกษาต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีเหตุผลที่อธิบายได้ว่าเหตุใดอาการหูตึงจึงอาจเกิดจากภาวะโลหิตจาง เพราะภายในหูของมนุษย์มีความอ่อนไหวต่อการรับออกซิเจนอย่างมาก

    พวกเขาอธิบายต่อว่า เป็นไปได้ว่าเซลล์ประสาทในหูไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอในผู้ป่วยที่ขาดธาตุเหล็ก เพราะธาตุเหล็กมีส่วนสำคัญต่อการผลิตโปรตีนเม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่นำพาออกซิเจนไปส่งตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

งานวิจัยชิ้นนี้สนับสนุนคำแนะนำว่า แพทย์ควรพิจารณาสาเหตุของการสูญเสียการได้ยินอย่างเฉียบพลันว่าอาจมีส่วนมาจากภาวะโลหิตจางที่เกี่ยวโยงกับการขาดธาตุเหล็ก

ตามสถิติเมื่อสองปีก่อนของหน่วงงานของสหรัฐฯ เรื่องสุขภาพการได้ยิน ประชากรอเมริกันวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 15 มีอาการสูญเสียการได้ยิน

นักวิจัยแนะนำด้วยว่าการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสมดุล และที่มีธาตุเหล็ก เป็นแนวทางหนึ่งที่ส่งเสริมการมีสุขภาพดีอย่างสมบูรณ์(รายงานโดย Jessica Berman / เรียบเรียงโดย รัตพล อ่อนสนิท)

ที่มา : http://www.voathai.com/a/hearing-loss-ro/3663859.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1331710706893745

ผู้ผลิตเครื่องสแกนกระเป๋าที่สนามบินทั่วโลกพยายามพัฒนาเทคนิคช่วยลดเวลาเข้าคิว

11

 

  ผู้ผลิตเครื่องสแกนกระเป๋าที่สนามบินต่างๆ ทั่วโลก พยายามพัฒนา       เทคนิคเพื่อช่วยลดเวลาของเจ้าหน้าที่และผู้เดินทาง

ส่วนหนึ่งในบรรดาบริษัทเหล่านี้คือ L-3 Communications และ Smith Detection

ตัวแทนของทั้งสองบริษัทกล่าวว่า กำลังพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยี CT (computer tomography) ที่สามารถระบุด้วยภาพว่า ภายในกระเป๋ามีสิ่งของอะไรบ้างอย่างละเอียด

โดยผู้โดยสารไม้ต้องนำบรรจุภัณฑ์ที่มีของเหลวหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาแสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยอีกต่อไป

45AC56A3-30C8-468F-A425-F93E9E0E9A26_w610_r0_s

   ขณะนี้มีการทดสอบใช้เทคโนโลยีนี้ที่สนามบิน Schiphol ที่นครอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าผลเป็นที่น่าพอใจ

กล่าวคือผู้โดยสารไม่ต้องนำบรรจุภัณฑ์ที่มีของเหลวออกมาจากกระเป๋า เพียงแต่ต้องนำของใช้เหล่านั้นใส่ถุงใสไว้ในกระเป๋าที่จะถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น

หากการทดสอบสำเร็จ เชื่อว่าจะทำให้การเข้าคิวเพื่อตรวจกระเป๋าตามสนามบินต่างๆ ทั่วโลก จะรวดเร็วขึ้นอีกมาก

ที่มา : http://www.voathai.com/a/airport-scan-device/3611157.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1326224244109058

แอลกอฮอล์ทำให้หายเศร้าได้เช่นเดียวกับยาต้านอาการซึมเศร้า

639616eff5b672355abb1d4e55e844a5

งานวิจัยชิ้นล่าสุดในวารสารวิชาการ Nature Communications เผยว่า แอลกอฮอล์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโมเลกุลและทางประสาทในลักษณะเดียวกับที่ยาต้านอาการซึมเศร้า

“เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีคนติดแอลกอฮอล์ไปพร้อม ๆ กับการเป็นโรคซึมเศร้าอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเกิดสมมติฐานว่า คนบางคนอาจจะดื่มเพื่อรักษาอาการซึมเศร้าก็เป็นได้” รองศาสตราจารย์ ดร.คิมเบอร์ลี แรบ-แกรแฮม นักวิจัยที่ Wake Forest Baptist Medical Center มลรัฐนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกาเผย

“ตอนนี้เรามีหลักฐานด้านชีวเคมี และหลักฐานเชิงพฤติกรรมมาสนับสนุนสมมติฐานข้อนี้แล้ว”

แม้นักวิจัยจะยืนยันว่าแอลกอฮอล์สามารถทำให้โรคซึมเศร้าบรรเทาลงได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปใช้รักษาโรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“แน่นอนว่าการเยียวยาตัวเองด้วยแอลกอฮอล์ยังเป็นเรื่องที่อันตรายเสมอ โทษกับประโยชน์ของแอลกอฮอล์อยู่ห่างกันแค่เส้นกั้นบางๆ”

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในสัตว์ทดลอง โดยให้แอลกอฮอล์กับสัตว์ในระดับที่ไม่เป็นพิษ ซึ่งแอลกอฮอล์จะไปหยุดยั้งการทำงานของ NMDA receptors ซึ่งเป็นโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ แอลกอฮอล์ที่เข้าไปจะนี้ทำงานร่วมกับโปรตีน FMRP ที่เกี่ยวข้องกับอาการออทิสติก ไปเปลี่ยนกรด GABA จากที่เป็นตัวยับยั้งให้กลายเป็นตัวกระตุ้น และสุดท้ายคือ อาการซึมเศร้าจะหายไปได้ นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้พบว่าการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีนี้จะทำให้พฤติกรรมซึมเศร้าหายไปได้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

งานวิจัยชิ้นนี้จึงได้แสดงให้เห็นว่า แอลกอฮอล์ทำงานในลักษณะเดียวกับที่ยาต้านอาการซึมเศร้ามีปฏิกิริยากับร่างกายของสัตว์ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมได้ ส่วนในคนนั้น ยาต้านอาการซึมเศร้าก็ทำให้อาการซึมเศร้าหายไปได้เช่นกัน โดยยาจำพวก Ketamine ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดอาการซึมเศร้าได้หลายชั่วโมง และอาจอยู่ได้นานถึงสองสัปดาห์เลยทีเดียว แม้แต่ในคนที่ถูกรักษาด้วยยาแบบดั้งเดิม ก็สามารถมีอาการดีขึ้นได้ด้วยยาชนิดนี้

“เรายังต้องวิจัยต่อไป แต่การศึกษาของเราก็ช่วยชี้แนะในเชิงชีววิทยาถึงกลไกการเยียวยาตัวเองของมนุษย์”

ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/505783

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1316756341722515