คลังเก็บหมวดหมู่: ภัทรวดี กุลวงศ์

สุดล้ำกับนวัตกรรม !! เพียงใช้นิ้วสัมผัสบนแท็บเล็ต ก็สามารถควบคุมรถบรรทุกได้ดั่งใจ

บริษัท ZF Friedrichshafen AG (ZF) ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับรถบรรทุกมายาวนาน ได้แสดงรถบรรทุกนวัตกรรมใหม่ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ในงานแถลงข่าวการค้าระหว่างประเทศ ที่ศูนย์ทดสอบ Aldenhoven ประเทศเยอรมนี

รถบรรทุกสุดล้ำนวัตกรรมนี้ขับเคลื่อนด้วยการควบคุมจาก โปรแกรมบนแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ระบบแอนดรอยด์ ผ่านบลูทูธในรัศมีไม่เกิน 72 เมตร สามารถปรับระดับความเร็วของการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและถอยหลังได้ 3 ระดับ โดยความเร็วระดับสูงสุดทำได้ที่ 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เฟรดดริก สเตดท์เลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยียานยนต์เพื่อการขนส่ง ของบริษัท(ZF) เปิดเผยว่า “เราให้ความสำคัญกับศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ ผู้ใช้งานเพียงวางนิ้วลงบนแท็บเล็ต และควบคุมรถบรรทุกได้ตามใจต้องการ เมื่อหยุดใช้นิ้วควบคุม รถก็จะหยุดขับเคลื่อนตามไปด้วย เทคโนโลยีดังกล่าวได้ดัดแปลงมาจากระบบรถบรรทุกขับเคลื่อนอัตโนมัติของหน่วยงาน automotive world เมื่อประมาณ 10 เดือนก่อน แม้ยังไม่มีบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุกเข้ามาร่วมทดสอบกับเทคโนโลยีนี้ แต่บริษัท ZF พร้อมปรับแต่งเทคโนโลยีดังกล่าวให้รองรับการใช้งานสำหรับบริษัทผลิตรถบรรทุกที่สนใจในอนาคต”

ด็อกเตอร์ สเตฟาน ซอมเมอร์ ประธานกรรมการบริษัท ZF เปิดเผยว่า “นวัตกรรมของรถบรรทุกนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีอันล่าสุดของเรา เราสามารถสร้างระบบฟังก์ชั่นที่มีประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อ ง่ายต่อการใช้งาน นับว่าเป็นทางออกของการดำเนินธุรกิจขนส่งเชิงพาณิชย์ได้เป็นอย่างดี”
 
          ทีมงานของบริษัท ZF ได้ สร้างสรรค์เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการขนถ่ายสินค้าบริเวณลานกว้าง หรือพื้นที่อื่นๆที่สามารถใช้งานได้ ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนถ่ายสินค้าได้เร็วยิ่งขึ้น เมื่อผู้ขับนำรถบรรทุกเข้ามายังคลังเพื่อขนถ่ายสิ้นค้า ระหว่างที่รอการเคลื่อนย้ายสินค้า ผู้ขับสามารถเปิดระบบเทคโนโลยีดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการจัดเก็บสินค้าได้ควบคุมรถ เพื่อนำรถลากส่วนพ่วงท้ายที่บรรจุสินค้าไปไว้ในบริเวณคลังเก็บสินค้า จากนั้นปล่อยส่วนพ่วง แล้วทำหัวรถไปลากส่วนพ่วงอื่นขนย้ายสินค้าต่อไป หรือนำหัวลากไปทำภารกิจอื่นๆขณะที่ผู้ขับรถไปเบรค เมื่อผู้ขับกลับมาการขนย้ายสินค้าก็จะเสร็จสมบูรณ์พอดี พร้อมต่อการขนส่ง
 
          โอล์ริค เวนแมนน์ ผู้จัดการโครงการวิศกรรมและการทดสอบบริษัท ZG แถลงการเสริมว่า “นอกจากนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีประโยชน์ด้านความปลอดภัย โดยช่วยดำเนินงานขนส่งในพื้นที่เต็มไปด้วยสินค้า และช่วยแบ่งเบาภาระของพนักงานขับรถได้มาก ผู้ขับสามารถลงจากรถและเปิดระบบควบคุมด้วยนิ้วมือผ่านแท็บเล็ต เพื่อนำรถเข้าไปจอดในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ”
 
          รถบรรทุกที่ใช้เทคโนโลยีนี้  จะติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ TraXon ไฮบริด โดยผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 120 กิโลวัตต์  พร้อมการติดตั้งดราย คลัทช์ เพื่อเปิด-ปิด การทำงานของระบบไฮบริด และแบตเตอรี่ที่ผลิตแรงไฟฟ้าสำหรับเปลี่ยนเกียร์ สามารถปรับระบบเกียร์ TraXon ได้ทำงานปกติได้ยามต้องการ
นอกจากนี้ยังติดตั้ง ระบบ ZF-Servotwin เพื่อช่วยควบคุมการเลี้ยว สำหรับรถพาณิชย์ที่ใช้เครื่องยนต์ไฟฟ้าประกอบการใช้งานช่วยเครื่องยนต์หลัก อีกทั้งยังลดการปล่อยมลภาวะด้วย
 
            ความเร็วและการควบคุมรถจะปรากฏข้อมูลบนแท็บเล็ต สามารถปรับการใช้งานได้ด้วยระบบสัมผัส เพียงแค่นำนิ้ววางลงบนส่วนต่างๆของตัวรถที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ระบบก็จะควบคุมไปยังตัวรถให้เคลื่อนไหวตามที่เราสั่งการ หากต้องการเลี้ยวซ้ายหรือขวาสามารถทำได้ง่ายเพียงเลื่อนนิ้วมือไปทางซ้ายหรือขวาเท่านั้น หากระบบขาดการเชื่อมต่อระหว่างควบคุม รถบรรทุกก็จะหยุดเคลื่อนที่โดยอัติโนมัติเพื่อความปลอดภัย
 
            เวนแมนน์  ได้กล่าวปิดท้ายว่า “ในแง่มุมด้านเทคนิค มันเป็นไปได้ที่รถบรรทุกจะเคลื่อนย้ายเพื่อขนถ่ายสินค้าหรือเข้าที่จอดได้ด้วยตัวตนเอง โดยปราศจากการควบคุมผ่านรีโมทหรือสื่อกลางอื่นๆ แต่มันเป็นทัศนวิสัยในอนาคตโดยขึ้นกับปัจจัยอื่นๆด้วย

Toyota เตรียมใช้ซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ของ Ford เพื่อเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนกับรถยนต์

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน เดินหน้าใช้ SmartDeviceLink ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของฟอร์ด สำหรับเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนกับรถยนต์

รวมถึง QNX Software Systems และ UIEvolution ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อนำมาปรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา และกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชื่อดังอย่าง พีเอสเอ เปอโยต์ ซีตรอง ฮอนด้า ซูบารุและมาสด้า กำลังศึกษามาตรฐานของซอฟท์แวร์ดังกล่าวเช่นกัน เช่นเดียวกันกับระบบ  SYNC® AppLink™ ในรถฟอร์ด ระบบ SmartDeviceLink ในรถยนต์จากค่ายอื่นๆ ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้งานแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนอย่าง Spotify Glympse  iHeartRadio และอื่นๆ อีกมากมายโดยสั่งงานจากคำสั่งเสียงและแผงหน้าปัดรถยนต์

ที่งาน Consumer Electronics Show 2016 (CES) ในลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทซัพพลายเออร์กลุ่มแรก นำโดย โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ได้เริ่มนำซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ของฟอร์ดมาใช้ ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีครั้งยิ่งใหญ่ พร้อมมอบตัวเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภคในการเชื่อมต่อและควบคุมแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนในระหว่างการเดินทาง

 

SmartDeviceLink เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่สร้างขึ้นจากแพลตฟอร์ม SYNC® AppLin  k™ ของฟอร์ด เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบายในการเชื่อมต่อและควบคุมแอพพลิเคชั่นโปรดบนสมาร์ทโฟนของผู้ขับขี่โดยผ่านการสั่งงานด้วยเสียง พร้อมกันนี้บริษัทซัพพลายเออร์อย่าง QNX Software Systems และ UIEvolution เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและแผนการเพื่อนำมาปรับใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขาเช่นกัน

 

การใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวของฟอร์ด นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่บรรดาค่ายรถยนต์และบริษัทซัพพลายเออร์ได้ช่วยกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนที่สามารถใช้งานภายในรถยนต์ ซึ่งการที่อุตสาหกรรมใช้แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink เหมือนๆ กัน จะช่วยให้นักพัฒนามุ่งเน้นในการพัฒนาซอฟต์แวร์บนแพลตฟอร์มเดียวกันในการมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ

 

“ประโยชน์ที่แท้จริงของการใช้อินเตอร์เฟสเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นสมารท์โฟนกับรถยนต์ที่เหมือนกันนั้น เป็นการสร้างให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งในขณะเดียวกันยังมอบอิสระให้แก่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างๆ ในการสร้างความโดดเด่นให้แก่แบรนด์ของตนเองเช่นกัน” มร. ดอน บัตเลอร์  ผู้อำนวยการบริหารของฟอร์ด ฝ่ายเชื่อมต่อสื่อสารและการให้บริการ กล่าว “ฟอร์ดได้สร้างซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าว”

 

ซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink และ AppLink เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสัญจรอัจฉริยะของฟอร์ด ซึ่งจะช่วยนำพาบริษัทไปสู่อีกขั้นของความสำเร็จในเรื่องการเชื่อมต่อสื่อสาร การสัญจร รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ขับขี่ รวมทั้งการบริหารจัดการฐานข้อมูลและการนำฐานข้อมูลมาวิเคราะห์ในเชิงลึก

 

การที่อุตสาหกรรมยานยนต์ใช้มาตรฐานเดียวกันให้ประโยชน์กับผู้บริโภคอย่างไร

รถยนต์ที่ติดตั้งด้วยซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนยอดนิยมผ่านการควบคุมจากหน้าจอแสดงผล ปุ่มใช้งาน และ/หรือ คำสั่งเสียง ซึ่งผู้ใช้ AppLink ของฟอร์ด สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นเพลงยอดฮิตอย่าง Spotify และ iHeartRadio หรือ แอพพลิเคชั่นที่ให้ข้อมูลและให้ความรู้อย่าง AccuWeather และ MLB รวมทั้งแอพพลิเคชั่นร้านค้าชั้นนำอย่าง Domino’s และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ อีกมากมายจากทั่วโลก

 

งานแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนที่สามารถใช้ในรถยนต์ที่ติดตั้งด้วยซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ได้มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้พัฒนาได้เล็งเห็นจำนวนรถยนต์ที่ใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น สำหรับค่ายรถยนต์และบริษัทซัพพลายเออร์ การใช้ SmartDeviceLink จะช่วยมอบตัวเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภคในการเชื่อมต่อและควบคุมแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟนในระหว่างการเดินทาง ซึ่งการนำซอฟต์แวร์ที่เหมือนกันมาใช้ยังช่วยเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ เพราะได้รับความร่วมมือในการพัฒนาจากหลายผู้ผลิตในอุตสาหกรรม

 

เทคโนโลยี AppLink ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ SYNC ของฟอร์ด สามารถใช้งานได้ในรถยนต์ฟอร์ดกว่า 5 ล้านคันทั่วโลก โดยคาดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถเข้าถึงรถยนต์มากกว่า 28 ล้านคัน ภายในปี 2020

 

การใช้ SmartDeviceLink อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยานยนต์จะช่วยให้เทคโนโลยีดังกล่าวกระจายไปถึงกลุ่มตลาดในประเทศใหม่ๆ อาทิ ประเทศไทย จีน ไต้หวันและนิวซีแลนด์

 

ในปีนี้ ฟอร์ดจะแนะนำ AppLink รุ่นถัดไปที่สร้างขึ้นจากซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้แอพพลิเคชั่นนำทางโปรดผ่านหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสบนรถยนต์เหมือนการใช้งานบนหน้าจอสมาร์ทโฟน การพัฒนาครั้งนี้จะช่วยนำแอพพลิเคชั่นนำทางในสมาร์ทโฟนสู่การใช้งานในรถยนต์ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก

 

การเติบโตของกลุ่มรถยนต์ที่สามารถเชื่อมต่อสื่อสารกันได้

ด้วยการทำซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ให้เป็นโอเพนซอร์ส ฟอร์ดได้ให้แนวทางแก่อุตสาหกรรมในการรักษาความเป็นเอกลัษณ์ จุดเด่นในการให้ความบันเทิงของค่ายรถแต่ละยี่ห้อ และประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อสื่อสารที่ตอบโจทย์ความคาดหวังการเชื่อมต่อการใช้งานแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนใดๆ

 

Lovio ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของฟอร์ด เดินหน้าจัดโปรเจ็คท์โอเพนซอร์สดังกล่าวกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ร่วมใช้ซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink เพื่อพัฒนาอินเตอร์เฟสเชื่อมต่อที่สมบูรณ์สำหรับรถยนต์แต่ละคัน

 

“การพัฒนาบริการการเชื่อมต่อสมารท์โฟนภายในรถยนต์ที่ปลอดภัยกว่าและเหมาะกับฟีเจอร์ของรถยนต์แต่ละคันนั้นมีคุณค่าและเป็นประโยชน์ที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สามารถมอบให้ลูกค้าได้” มร. ชิเกคิ เทราชิ ผู้จัดการอาวุโส โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน กล่าว “เราหวังว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอื่นจะเล็งเห็นความสำคัญและพร้อมร่วมมือกันในการใช้ SmartDeviceLink”

 

ระบบซอฟต์แวร์ของ QNX จากประเทศแคนาดาซึ่งเป็นบริษัทสาขาภายใต้แบล็คเบอร์รี่ ที่ให้บริการข้อมูลแบบครบวงจรของสาระบันเทิง เทเลแมติกส์ ความปลอดภัยและโซลูชั่นด้านเสียงนั้น ได้รับการนำไปใช้ในรถยนต์กว่า 60 ล้านคันทั่วโลก

 

โรงงานผลิตรถยนต์กว่า 40 แห่งรวมทั้งฟอร์ดได้นำระบบซอฟต์แวร์ QNX มาใช้ โดยฟอร์ดใช้ QNX เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับ SYNC 3 ยิ่งไปกว่านั้น QNX ยังวางแผนติดตั้งซอฟต์แวร์ SmartDeviceLink ในแพลตฟอร์ม QNX CAR™ สำหรับมอบสาระบันเทิง โดยแพลตฟอร์มนี้พร้อมรองรับระบบที่หลากหลายจากผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้อินเตอร์เฟสการเชื่อมต่อกับรถยนต์จำนวนมากมายทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว


อ้างอิง https://www.motorexpo.co.th

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1388344504563698/

ล้ำมาก! นวัตกรรมใหม่ในอนาคต “รถบิน” ให้คุณได้ขับจากบ้านไปที่ทำงานได้สบาย

บริษัท Terrafugia ของสหรัฐ โปรโมทรถยนต์ที่สามารถบินได้ TF-X เป็นรถยนต์โดยสาร 4 ที่นั่ง พร้อมขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และสามารถเปลี่ยนสถานะรถยนต์เป็นเครื่องบินได้ทันที โดยเครื่องยนต์สามารถขับเคลื่อนได้รวดเร็วทันใจเป็นอย่างมาก

บริษัท Terrafugia ระบุว่า พลังงานไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนมาจากการส่งถ่ายพลังงานของใบพัด ขับด้วยความเร็วสูงถึง 322 กม./ชม. ระยะทางได้ไกล 805 กม. นั่งโดยสารได้ 4 คน สามารถขับด้วยระบบคนขับอัตโนมัติได้อีกด้วย เพียงแค่ใส่สถานที่ที่ต้องการจะไป เครื่องก็จะบินออโต้ไพล็อทไปส่งได้ถึงสถานที่ปลายทาง

พวกเขากล่าวว่า หวังว่าวันนึงจะทำให้รถบินได้สามารถจอดไว้ในโรงจอดรถได้เช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วๆไป

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีการโปรโมทรถยนต์บินได้รุ่น the Transition ที่สามารถโดยสารได้ 2 ที่นั่ง ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 270,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.9 ล้านบาท คาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้

ผู้ที่สามารถเป็นเจ้าของรถบินเช่นนี้ได้ จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์และใบอนุญาตขับเครื่องบินอีกด้วย โดยจะต้องมีชั่วโมงบินมาแล้วอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 ชม. จึงจะสามารถขับรถคันนี้ได้

ถ้าคุณมีใบขับขี่อย่างที่ว่าพร้อมกับเงิน 8.9 ล้าน ก็สามารถเป็นเจ้าของรถบินได้ ชีวิตคงสะดวกขึ้นเยอะเลย

สำหรับรถบินรุ่นล่าสุด TF-X คาดว่าจะต้องใช้เวลาค้นคว้าวิจัยอีกประมาณ 8 ถึง 12 เดือน

ถ้ารถแบบนี้ได้ออกมาวางขายและเปิดให้ใช้ได้จริง เหมือนชีวิตจะดูสะดวกสบายขึ้นเยอะเลย

เข้าไปชมคลิปวิดีโอที่โชว์นวัตกรรมของรถบินคันนี้กันเลย

ถ้ามีรถแบบนี้ใช้ในเมืองไทย ปัญหารถติดก็ไม่รู้จะลดน้อยลงรึเปล่านะ อาจจะต้องมีระบบการจัดระเบียบสัญจรทางอากาศแทนเหมือนเครื่องบิน แต่ก็ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ล้ำมาก เหลือเชื่อจริงๆ อย่าลืมแชร์ไปให้เพื่อนๆดู ตามเทรนด์ให้ทัน!

ที่มา : http://www.manyum.com/post/detail/127895.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1357253634339452

BMW VISION THE NEXT 100 YEARS ยานยนต์ในอนาคตสุดมหัศจรรย์

เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี BMW Group แบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ฉลองความสำเร็จครบรอบ 100 ปี ภายใต้แนวคิด ‘100 ปีแห่งอนาคต’ (THE NEXT 100 YEAR) ในปี 2559 โดยที่ผ่านมา BMW ได้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียมมาโดยตลอด ทั้งนี้ ความสำเร็จของ BMW เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของทีมงานที่แข็งแกร่งและมีความสนใจอย่างลึกซึ้งในนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนทุกการเดินทาง

ภารกิจที่เป็นหัวใจหลักของ BMW Group คือการหาคำตอบที่ดีที่สุดของทุกความท้าทาย โดยเป้าหมายนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนิยามความเป็น BMW และยังเป็นพลังที่ขับเคลื่อนการทำงานของบริษัทแห่งนี้ในทุกระดับ สะท้อนให้เห็นผ่านวัฒนธรรมขององค์กรและแนวทางการปฏิบัติงานของผู้บริหาร มร. ฮาราลด์ ครูเกอร์ ประธานคณะกรรมการบริหาร มร. ฮาราลด์ ครูเกอร์ ประธานคณะกรรมการบริหาร BMW Group กล่าวในงานฉลองครบรอบ 100 ปีของบริษัทที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ณ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี

สิ่งสำคัญ 3 ประการที่ทำให้ BMW Group แตกต่างจากแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น คือ ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการมีความรับผิดชอบต่อสังคม การดำเนินธุรกิจของ BMW ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเรียนรู้อย่างรวดเร็วและความกล้าหาญในการทำสิ่งยิ่งใหญ่ของบริษัท สำหรับในวาระแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี BMW Group ให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของยานยนต์ส่วนบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน BMW Group ได้สร้างยานยนต์แห่งอนาคตอันล้ำสมัยเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยแนวคิดที่ว่ายานยนต์ระดับพรีเมียมของ BMW จะต้องมอบความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบ สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่แต่ละรายได้อย่างครบครัน จากในปัจจุบันที่เริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับกันอย่างจริงจัง BMW จึงคาดการณ์ได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้รถยนต์ส่วนใหญ่จะสามารถขับเคลื่อนตัวเองด้วยระบบอัตโนมัติบนทุกเส้นทางท่ามกลางเมืองใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นกว่าในทุกวันนี้

ในโลกอนาคต เวลาจะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่ผู้คนต่างขาดแคลนแต่ในขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์จะมีความแพร่หลายมากขึ้นและเทคโนโลยีต่างๆก็สามารถเรียนรู้จากมนุษย์ได้ ยานยนต์ในอนาคตจะเชื่อมทุกมิติของชีวิตมนุษย์เข้าด้วยกัน และ BMW เชื่อว่านวัตกรรมยานยนต์ต้นแบบอนาคตในทิศทางนี้ จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ขึ้นมากมายให้กับวงการรถยนต์ระดับพรีเมียม…


อ้างอิง : อาคม รวมสุวรรณ

E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-52

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/597472

‘The Flying Passenger’ การทดสอบการใช้งานจริงชุดใหม่จากวอลโว่ ทรัคส์สาธิตประสิทธิภาพการทำงานของระบบส่งกำลังที่โดดเด่นผ่านการแสดงร่มร่อนผาดโผนอันน่าตื่นเต้น

  วอลโว่ ทรัคส์กลับมาอีกครั้งพร้อมกับการทดสอบการใช้งานจริงอันน่าตื่นเต้น รถบรรทุก Volvo FH จะลากนักเล่นร่มร่อนให้ลอยเหนือเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน รวมถึงขับลอดผ่านช่องว่างโล่งแคบของสะพานแขวน การขับขี่ผ่านพื้นที่จำกัดต้องอาศัยทักษะการควบคุมรถด้วยความเร็วคงที่อย่างแม่นยำ การทดสอบชุดล่าสุดนี้ถ่ายทำขึ้นเพื่อสาธิตประสิทธิภาพระบบส่งกำลังจากวอลโว่ ทรัคส์ ซึ่งติดตั้งด้วยเกียร์ I-Shift แบบคลัตช์คู่ที่มอบประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการประหยัดเชื้อเพลิงลงอย่างมาก

Image

“การขับขี่ด้วยเกียร์สูงและการเปลี่ยนเกียร์อย่างราบรื่น คือปัจจัยสำคัญในการประหยัดเชื้อเพลิง เกียร์ I-Shift แบบคลัตช์คู่ช่วยให้การขับขี่ราบรื่นทั้งในระหว่างการใช้เกียร์สูงและระหว่างรอบเครื่องต่ำ″ สตาฟเฟ่น เวนเดอแบร์ก ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ FH and Long Haul ที่วอลโว่  ได้พูดถึงวอลโว่ทรัคส์ คันนี้

นอกจากนี้ ระบบเกียร์ที่โดดเด่นส่งผลต่อประสิทธิผลอีกด้วย เกียร์ I-Shift แบบคลัตช์คู่นั้นมอบการเปลี่ยนเกียร์ที่ทรงพลัง เพื่อรับประกันว่าเครื่องยนต์จะไม่สูญเสียแรงบิดในระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ภายใต้สภาพการขับขี่

559000012495702

 

“การทำงานให้เสร็จได้ตามกำหนดและการลดการใช้เชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับต่ำแม้ในระหว่างการขับขี่ขึ้นเขาหรือผ่านเส้นทางคดเคี้ยว คือองค์ประกอบสำคัญเพื่อความสำเร็จของลูกค้าจำนวนมาก การทดสอบครั้งนี้คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบเพื่อท้าทายความสามารถของระบบส่งกำลังรุ่นล่าสุดของเรา ‘The Flying Passenger’ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านการทำงานจริง ว่าอะไรคือประสิทธิภาพการใช้งานและสมรรถนะการขับขี่ของ วอลโว่ ทรัคส์” เคลย์ส นิลส์สัน, ประธานของวอลโว่ ทรัคส์กล่าว

‘The Flying Passenger’ คือบททดสอบล่าสุดจากชุดภาพยนตร์การทดสอบการใช้งานจริงของวอลโว่ ทรัคส์ สำหรับภาพยนตร์ก่อนหน้านี้ที่ประสบความสำเร็จในระดับโลก ได้แก่ ‘The Epic Split’, ‘The Hamster Stunt’ และ ‘Look Who’s Driving’ ภาพยนตร์

การทดสอบดังกล่าวถ่ายทำที่บริเวณเทือกเขาไดนาริกแอลป์ในประเทศโครเอเชีย
โดยใช้เส้นทางที่ปิดการจราจรและมีการดูแลด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

Image111

ข้อมูลเกี่ยวกับระบบส่งกำลังที่ปรับปรุงใหม่จากวอลโว่ ทรัคส์: การปรับปรุงสำหรับเครื่องยนต์ Euro 6
รายการปรับปรุงบางชุดสำหรับเครื่องยนต์ Euro 6 (13 ลิตร, คอมมอนเรล) ประกอบด้วย

– ระบบฉีดแบบคอมมอนเรลสำหรับทุกระดับกำลัง

– การปรับปรุงด้านการบีบอัดสำหรับเครื่องยนต์ D13 รุ่น 420 และ 460 แรงม้า

– ระบบเทอร์โบที่ปรับปรุงใหม่สำหรับเครื่องยนต์ D13 รุ่น 500 และ 540 แรงม้า

– ลดแรงเสียดทานภายในระบบ

– ซอฟต์แวร์และระบบควบคุมเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงใหม่

– การลดน้ำหนักเครื่องยนต์

ระบบเกียร์ I-Shift แบบคลัตช์คู่ของวอลโว่ ทรัคส์

– ระบบเกียร์ I-Shift แบบคลัตช์คู่ช่วยรักษาแรงบิดระหว่างการเปลี่ยนเกียร์

– ระบบการเปลี่ยนเกียร์แบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและ
การประหยัดเชื้อเพลิงระหว่างขับขี่

– แพคเกจซอฟต์แวร์จะปรับรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน

– ตัวเลือกการเลือกเกียร์ด้วยตัวเอง

– น้ำหนักที่ลดลง ด้วยรูปแบบการออกแบบที่กะทัดรัดและตัวเรือนอลูมิเนียม

วอลโว่ ทรัคส์ เหลือเชื่อแต่ทำได้ (ชมคลิป)

เกี่ยวกับการทดสอบนี้

– การทดสอบทั้งหมดใช้เวลาถ่ายทำในประเทศโครเอเชีย

– รถบรรทุกที่ใช้สำหรับการทดสอบ คือรถบรรทุก Volvo FH 540 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ D13 รุ่นปรับปรุงและเกียร์ I-Shift แบบคลัตช์คู่

– ผู้ขับรถบรรทุกใน ‘The Flying Passenger’ คือ หลุยส์ แมร์เรียต จากนิวซีแลนด์

– นักเล่นร่มร่อนในการทดสอบ ‘The Flying Passenger’ คือ กิลเลียม กัลวานี จากฝรั่งเศส

– การแสดงผาดโผนนี้เป็นการแสดงชุดแรกที่ใช้รถบรรทุกร่วมกับนักเล่นร่มร่อน นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่มีการใช้รถบรรทุกเพื่อลากนักเล่นร่มร่อนผ่านอุโมงค์อีกด้วย


อ้างอิงhttp://www.manager.co.th

https://web.facebook.com/rmutphysics/videos/1343930645671751/

 

ชมดีไซน์เต็มๆ! BMW 3.0 CSL Hommage

ค่ายดัง BMW นำรถต้นแบบรุ่นใหม่นามว่า บีเอ็มดับเบิลยู 3.0ซีเอสแอล ฮอมเมจ (BMW 3.0CSL Hommage) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ต 2 ประตู ชื่อดังในยุค 70 มาอวดโฉมในงาน Concorso d’Eleganza Villa d’Este  ซึ่งเป็นงานแสดงรถโบราณชื่อดังจากอิตาลี

16814899861817306771_610-481x300

 

รูปลักษณ์ภายนอก BMW 3.0 CSL Hommage เป็นเช่นใด ?

ในส่วนของการดีไซน์ BMW 3.0 CSL Hommage นี้มีการออกแบบพัฒนาเพื่อให้เข้ายุคเข้าสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป มาดูด้านหน้ากันก่อนเริ่มตั่งแต่ กระจังหน้ามาทรงไตคู่ขนาดใหญ่พิเศษดีไซน์เข้ากับไฟหน้า LED ขนาดเล็กแนวยาว และกระจกมองข้างดีไซน์ปีกเครื่องบินพร้อมระบบกล้องมองหลังทั้ง 2 ข้าง

และในส่วนของบั้นท้ายนั้น โดดเด่นด้วยไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัย เข้ากับสปอยเลอร์หลังดีไซน์ขนาดใหญ่เป็นอย่างดี

11172879991364979766_610-399x300

ส่วนด้านข้างจะเห็นได้ว่าติดชุดสเกริ์ตรอบคันเลย ที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด พร้อมสวมล้ออัลอยด์ขนาด 21 นิ้ว

137775816924753154_610-458x300

ภายใน BMW 3.0 CSL Hommage มีอะไรเป็นความสปอร์ตบ้าง ?

การตกแต่งภายในจัดเต็มความสปอร์ตด้วย เบาะนั่งทรงสปอร์ต 2 ที่นั่งในแบบรถแข่ง ที่มีการตัดเย็บแบบเฉียบคม พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด และใส่พวงมาลัยทรงล้ำยุค อีกทั้งชุดคันเร่งแป้นเบรคทำจากอะลูมิเนียม

xQcoBiyFeZz2rGljUtopM_1jCIxAq69F0B7BFBcK+N0_yJ+xC17i21knDZ+rG_Esjlvg4jtKMO5889bCsWmp_g-400x300

ปิดท้ายด้วยขุมพลังเครื่งยนต์ของรถต้นแบบ BMW 3.0CSL Hommage รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ แถวเรียงพร้อมระบบ eBoost technology แต่จะผลิตและจำหน่ายเมื่อไรต้องรอติดตามดูนะจ๊ะ

เพื่อนๆสามารถติดตามเรื่องราวของรถยนต์คันอื่นๆจากค่าย BMW เพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

จองด่วน! BMW 435i  ZHP Edition
ที่สุดของความประหยัด BMW 320d EfficientDynamics !!
กำลังจะมา BMW X2 ใหม่ !!
โคตรเท่ห์ !! BMW M9  Concept
เพื่อนๆ สามารถติดตามข่าวสารการเปิดตัวรถยนต์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงสาระดีๆเกี่ยวกับการดูแลและขับขี่รถอย่างปลอดภัย การจัดแสดงรถยนต์อื่นๆ ได้ที่ Thaicarlover.com ครับ

อ้างอิงThaicarlover.com

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1343461192385363

2018 Toyota Camry: Made in America, great again

เปิดตัว 2018 Toyota Camry ใหม่ ปรับภาพลักษณ์สปอร์ตเต็มพิกัด

2018 Toyota Camry เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่งานดีทรอยต์มอเตอร์โชว์ 2017 ปรับดีไซน์ใหม่หมดจดเพิ่มความสปอร์ตทะลุพิกัด

2018 โตโยต้า คัมรี่ ใหม่ ที่เปิดตัวในงานดังกล่าวเป็นเวอร์ชั่นสำหรับวางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ ซึ่งไทยเองก็ได้นำรุ่นที่แล้วเข้ามาจำหน่ายในชื่อ Camry Esport ขณะที่รุ่นใหม่ถูกพัฒนาขึ้นบนแพล็ตฟอร์ม TNGA – Toyota New Global Architecture โดยโครงสร้างตัวถังมีการเพิ่มวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีอัดฉีดโลหะเพื่อเพิ่มความแข็งแรง โดยไม่ทำให้น้ำหนักตัวรถเพิ่มขึ้นมากเกินไป

aHR0cDovL3AzLmlzYW5vb2suY29tL2F1LzAvdWQvMTEvNTY2MjUvMDEuanBn

 

108

คัมรี่ ใหม่ จะมีวางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ได้แก่ LE, XLE, SE และ XSE โดยรุ่น SE และ XSE จะได้รับการตกแต่งในดีไซน์สปอร์ต ทั้งกันชนด้านหน้าพร้อมช่องดักลมขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสีดำ กระจังหน้าที่ออกแบบรับกับชุดไฟหน้า กระจกมองข้างติดตั้งบริเวณตัวถังประตู แนวขอบประตูออกแบบให้ดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้น พร้อมไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่ออกแบบให้มีคิ้วเชื่อมลงมาบริเวณกันชนดูแปลกตา กันชนท้ายมีลักษณะคล้ายดิฟฟิวเซอร์ในตัว พร้อมปลายท่อไอเสียแบบ 4 ท่อ อีกทั้งยังมาพร้อมหลังคาสีดำ

112

 

ด้านขุมพลัง 2018 คัมรี่ ที่วางจำหน่ายในอเมริกาเหนือติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dynamic Force Engine ที่ปรับให้ลูกสูบมีระยะชักยาวขึ้น และมีกำลังอัดมากขึ้น พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-iE ใหม่ล่าสุด (Variable Valve-Timing-intelligent Electric) ซึ่งถึงขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขกำลังสูงสุดออกมา นอกจากนั้น ยังมีเครื่องยนต์บล็อกใหญ่แบบ V6 ความจุ 3.5 ลิตร ที่คาดว่าจะยกมาจาก Highlander และ Sienna นั่นเอง เครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่ล่าสุด

ขณะที่ Camry Hybrid จะถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ที่ถูกปรับปรุงใหม่ พร้อมย้ายตำแหน่งแบตเตอรี่ไปวางไว้ใต้เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระท้ายมากขึ้น

103

ห้องโดยสารภายในถูกออกแบบแผงคอนโซลเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลางมากขึ้น สามารถเลือกติดตั้ง ‘Human Machine Interface’ ที่มาพร้อมหน้าจอมาตรวัดความเร็วขนาด 7 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเม้นท์ขนาดใหญ่พร้อมระบบ Entune 3.0 ที่ปรับอินเตอร์เฟซให้ดูใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนมากขึ้น สามารถเลือกระบบกระจายสัญญาณ Wi-Fi และระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก JBL เป็นออพชั่นเสริมได้

ส่วนบ้านเราคงต้องรออีกสักระยะ

อ้างอิง http://auto.sanook.com/

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1339294032802079

Chevrolet Bolt 2017 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็ก ที่ให้ทั้งความทันสมัย และความสนุกในการเดินทาง

Chevrolet Bolt 2017 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเล็ก ที่ให้ทั้งความทันสมัยและความสนุกในการเดินทาง

Chevrolet เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด All-New Chevrolet Bolt 2017 ในรูปแบบรถต้นแบบโฉมจำหน่ายจริงครั้งแรกในงาน Consumer Electronics Show 2016 (CES 2016)

1452136954
All-New Chevrolet Bolt 2017

 

Chevrolet Bolt 2017 รถแฮทช์แบ็คขนาดคอมแพ็คคาร์รุ่นแรกของค่ายที่มาในรูปแบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และเป็นรุ่นที่สองของรถยนต์ขับเคลื่อนไฟฟ้าจากค่ายต่อจาก Chevrolet Volt โดยมีขนาดที่กระทัดรัด ให้ความคล่องตัวในการเดินทางภายในเมืองพร้อมตัวถังที่ออกแบบมาให้ลู่ลมสูงสุดเพื่อดึงประสิทธิภาพในการขับขี่ ไฟท้าย LED ดีไซน์สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ, ล้ออัลลอย 15 นิ้วกำลังดี

1452136984
ภายในของ Chevrolet Bolt 2017

ด้านการออกแบบภายในจะเน้นความทันสมัยและให้ความสนุกในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นจอมาตรวัดแบบดิจิตอลทั้งหมด, จออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส ขนาด 10.2 นิ้ว ที่บรรจุระบบ Chevrolet My Link ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้สั่งการได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงอาจสามารถสั่งการได้ด้วยการปัดผ่านหน้าจอ พร้อมบรรจุระบบเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่มาในรูปแบบการทำสถิติเพื่อแข่งการขับประหยัดพลังงานกับคนอื่น ที่คาดว่าจะเก็บสถิติแบบออนไลน์ และเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถพับแบบ 40:60 โดยพับแบบจังหวะเดียว

1452136978
ที่ชาร์จไฟ

ส่วนข้อมูลทางเทคนิคที่สำคัญนั้นยังไม่มีการเผยออกมา โดยเฉพาะระบบขับเคลื่อน แต่ได้เผยว่าขุมพลังไฟฟ้าและแบตเตอรี่นั้นจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 200 ไมล์ หรือ ราวๆ 320 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รวมไปถึงออกแบบแบตเตอรี่ให้มีความราบเรียบกับพื้นรถเพื่อเพิ่มพื้นที่วางขาตรงกลางของที่นั่งแถวหลังโดยเฉพาะ

1452136972
ไฟท้ายพร้อมสัญลักษณ์

All-New Chevrolet Bolt 2017 ได้เผยราคาจำหน่ายมาแล้ว โดยระบุว่าอยู่ที่ 37,500 เหรียญสหรัฐฯ แต่ลูกค้าที่ซื้อจะได้รับส่วนลดยกเว้นภาษีตามนโยบายของรัฐอีก 7,500 เหรียญสหรัฐฯ จึงทำให้ผู้ซื้อสามารถจับจองได้ในราคาเพียง 30,000 เหรียญสหรัฐฯเท่านั้น


เขียนโดย: boytaku boxza

อ้างอิง:http://car.boxzaracing.com

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1327730860625063

MacBook 2020 สุดยอดนวัตกรรมโน้ตบุ๊คแห่งอนาคตที่ใครก็อยากได้!

 

aHR0cDovL3AuczFzZi5jb20vaGkvMC91ZC8xOTAvOTUwNDk2LzEuanBn

Mac อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite วันนี้ขอนำภาพคอนเซปต์ดีไซน์ของ MacBook 2020 ว่าที่นวัตกรรมโน้ตบุ๊คแห่งยุคต่อไปฝีมือการดีไซน์ของคุณ Tommaso Gecchelin ดีไซน์เนอร์ชาวอิตาเลี่ยนมานำเสนอแฟนๆ TechXcite เสียหน่อย เป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนเข้างาน WorldWide Developer Conference 2012 หรือ WWDC 2012 ช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ที่มีข่าวแว่วๆมาว่า Apple อาจจะนำ MacBook รุ่นใหม่มาเปิดตัวกันในงานนี้เคียงข้างไปกับระบบปฏิบัติการ Mac OS X Lion และ iOS 6.0 กันเสียเลยนั่นเอง

2-macbook-2020

6-macbook-2020

20120509091703

20120509091709

4-macbook-2020

โดย MacBook 2020 นั้นจะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่น่าสนใจมากมายซึ่งดูท่าทางแล้วว่าถ้าให้ Apple พัฒนาเองก็อาจจะไม่ต้องรอถึงปี 2020 ด้วยซ้ำกระมังไม่ว่าจะเป็น Wireless setup หรือการตั้งค่าเครื่องใหม่แบบไร้สายทุกขั้นตอน, วัสดุในการผลิตตัวเครื่องแบบ Nano technology หรือแม้กระทั่งหน้าจอ 3D Hologram ชนิดอัศจรรย์เหนือโลกเป็นต้น

เห็นภาพ MacBook 2020 แบบนี้แล้วก็ชักอดใจรอให้อนาคตมาถึงเร็วๆไม่ไหวแล้วสิ :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite
ที่มา:http://www.techxcite.com

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1327697287295087

แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!

Lucid Motors เป็นสตาร์ทอัพรายย่อยจาก California ที่คิดการใหญ่ กับการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่แรงจนหลังติดเบาะ ซึ่งสิ่งนี้จะเปลี่ยนความเชื่อเรื่องที่ว่ารถยนต์ไฟฟ้า ไม่แรงเท่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน และนี่จะเป็นการเปลี่ยนโฉมการเดินทางด้วยรถยนต์ของมวลมนุษยชาติเลยทีเดียว นอกจากจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว คนที่อยู่หลังพวงมาลัยยังสนุกกับการใช้ความเร็วได้ด้วย

แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
 คอลัมนิสต์ของเว็บไซต์ The Verge ได้รับเชิญให้ไปทดสอบความแรงของรถยนต์ไฟฟ้า Lucid Motors ที่มีชื่อรุ่นสั้นๆ ว่า Air ในระหว่างช่วงที่มีการจัดงาน CES 2017 โดยทาง Lucid Motors ได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้าอันแสนจะหรูหราของพวกเขาเป็นครั้งแรกในงาน LA Auto Show เมื่อปีที่แล้ว และถูกนำมาโชว์ตัวอีกครั้งในงาน CES 2017 โดยที่รอบตัวรถยังมีลวดลายสติ๊กเกอร์แปะไว้ เพื่อพรางรูปโฉมที่แท้จริงของตัวรถ โดยที่คุณ Peter Rawlinson ดำรงตำแหน่ง CTO ของ Lucid Motors บอกว่า จะมีการเอาสติ๊กเกอร์ลายพรางออกภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!

และเนื่องจากยังเป็นเพียงรถตัวต้นแบบ ทำให้ภายในห้องโดยสารยังคงว่างโล่ง ยังไม่มีการติดตั้งองค์ประกอบเข้าไปภายในรถมากนัก ในรถไม่มีแผงคอนโซล ไม่มีที่วางแก้วกาแฟ แต่เต็มไปด้วยสายไฟที่ห้องระโยงระยาง และมีโครงโลหะขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับติดตั้งองค์ประกอบต่างๆ เข้าด้วยกัน สิ่งที่ดูน่าสนใจที่สุดในตัวรถ คือจอภาพสีขนาดใหญ่ 3 จอ ที่วางอยู่หลังพวงมาลัย ทำหน้าที่แสดงข้อมูลสำคัญๆ อย่างเช่นความเร็ว และระดับแบตเตอรี่

Air เป็นรถไฟฟ้าที่มีแนวคิดการออกแบบที่น่าสนใจคือ ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ จะวางชุดก้อนแบตเตอรี่เรียงกันในแนวราบตามรูปทรงของโครงรถ แต่ Air มีการปรับรูปทรงของแพ็กแบตเตอรี่ เพื่อให้มีพื้นที่กว้างมากขึ้นในห้องโดยสาร ทำให้สามารถออกแบบบอดี้ของ Air ให้มีทรงที่แคบกว่า  สั้นกว่า และรูปทรงรถต่ำกว่าของ Tesla Model S แต่ผู้โดยสารยังคงมีความสะดวกสบาย และฐานล้อมีความกว้างเหมือนอย่างรถทรงกึ่งสปอร์ตอย่าง Mercedes benz S Class

แล้วรถยนต์ไฟฟ้าทรงสปอร์ตที่มีขนาดเล็กมันดีอย่างไร? ในเรื่องนี้ทางคุณ Derek Jenkins หัวหน้าทีมออกแบบ ให้คำอธิบายว่า ทำให้การจอดรถในพื้นที่อันจำกัดทำได้ง่ายขึ้น “พื้นที่ว่างคือความหรูหราของ Lucid Motors การหาที่จอดรถก็ทำได้ง่าย ความคล่องแคล่วสนุกสนานในการขับขี่ก็อยู่ในระดับสุดยอด”

แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!
แรงหลังติดเบาะ Lucia Motors Air รถยนต์ไฟฟ้า 1,000 แรงม้า!!!

คุณ Peter Rawlinson ได้พาทีมงานของ The Verge ออกไปขับรถกินลมชมวิวบนถนน Las Vegas ทำให้สัมผัสได้ถึงความเร็วและความแรงแบบไม่ธรรมดาของรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ เมื่อคุณ Peter เหยียบคันเร่งจนมิด ไฟดวงที่สองบนหน้าจอติดสว่างเป็นสีเขียว ทันใดนั้นรถก็เร่งความเร็วขึ้นเหมือนติดปีกบิน และการเข้าโค้งมุมแคบที่ความเร็วสูงนั้น ทีมงานของ The Verge ตัวเอียงไปตามแรงเหวี่ยงของรถเลยทีเดียว แต่รถยังคงทรงตัวได้ดีเยี่ยม ต้องยอมรับว่า Air ของ Lucid Motors เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่แรงมากจริงๆ คนที่ชอบความแรงได้สนุกกับการขับรถคันนี้อย่างแน่นอน

และคนที่สนใจในรถยนต์ไฟฟ้าที่แรงสุดๆ อย่าง Air ก็สามารถวางเงินจองรถรุ่นมาตรฐานได้แล้วในจำนวนเงิน $2,500 (ประมาณ 88,900 บาท)  หรือขยับไปสั่งจองในจำนวนเงิน $25,500 (907,000 บาท) สำหรับรถรุ่น Limited edition ออปชั่นจัดเต็ม โดยรถ Limited edition จะมีจำนวนการผลิตเพียง 225 คันเท่านั้น และจะเริ่มมีการจัดส่งรถในปี 2018 แต่ก็อาจจะมีการขยับเวลาไปได้ถึงช่วงต้นปี 2019

ที่มา : www.theverge.com

ที่มา : http://m.thaiware.com/news/9359.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1316012811796868