คลังเก็บหมวดหมู่: จิรากร กลิ่นปรากฎ

เปลี่ยน Facebook ให้เป็นเหมือนแอพฯ หาคู่ ด้วยฟีเจอร์ค้นหาเพื่อนใหม่สุดแจ่ม Discover People

เปลี่ยน Facebook ให้เป็นเหมือนแอพฯ หาคู่ ด้วยฟีเจอร์ค้นหาเพื่อนใหม่สุดแจ่ม Discover People

อยากจะรู้จักใครที่สนใจชอบอะไรในสิ่งเดียวกันกับคุณ หรือ มีอะไรเหมือนๆ กัน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง จะไปหาเฟซบุ๊คเขามาจากไหนจากไหน ฟีเจอร์ใหม่ Discover People อันนี้ช่วยคุณได้ครับ

เปลี่ยน Facebook ให้เป็นเหมือนแอพ Tinder ด้วย Discover People ฟีเจอร์ค้นหาเพื่อนใหม่สุดแจ่ม

ก่อนหน้านี้เฟซบุ๊คก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณได้เป็นเพื่อน (บนเฟซบุ๊ค) กับ “ผู้ที่คุณอาจจะรู้จัก” อย่างฟีเจอร์ People You May Know ซึ่งจะแสดงรายชื่อบุคคลที่คาดว่าคุณจะรู้จักจากข้อมูลพื้นฐานที่คนๆ นั้นมีเหมือนกันกับคุณหลายๆ อย่างเช่น เมืองบ้านเกิด สถานศึกษาที่เคยหรือกำลังเรียนอยู่เรียน สถานที่ทำงาน หรือข้อมูลการมีเพื่อนร่วมกัน ฯลฯ ให้คุณกดเพิ่มคนเหล่านั้นเป็นเพื่อนได้ แต่สำหรับฟีเจอร์ Discover People นี้มันเหมือนเป็นการต่อยอด People You May Know ให้ฉลาดยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสให้คุณได้สร้างมิตรภาพกับ “เพื่อนใหม่ที่คุณไม่เคยรู้จักมาก่อน”

เปลี่ยน Facebook ให้เป็นเหมือนแอพ Tinder ด้วย Discover People ฟีเจอร์ค้นหาเพื่อนใหม่สุดแจ่ม

ฟีเจอร์ดังกล่าวนี้จะอยู่ภายในเมนูทางเลือกเพิ่มเติม (ดังภาพด้านบน) ในแอพ Facebook ของสมาร์ทโฟน ทั้งฝั่ง Android และ iOS โดยเมื่อคุณกดเข้าไปแล้ว มันจะแสดงรายชื่อบุคคลที่ถูกจำแนกตามหมวดหมู่ในสิ่งที่เขาเหล่านั้นมีความสนใจสิ่งเดียวกัน หรือมีอะไรที่เหมือนๆ กันกับคุณ ซึ่งข้อมูลที่แสดงตามหมวดหมู่จะมีทั้งข้อมูลที่ผู้ใช้เพิ่มลงไปเองในประวัติส่วนตัว (Bio) เช่น เมืองปัจจุบัน สถานศึกษา หรือสถานที่ทำงานที่กำลังทำอยู่ ฯลฯ ที่จะแสดงเฉพาะข้อมูลทั่วไปที่เป็นสาธารณะ และข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นอัตโนมัติ อย่างเช่น อีเวนท์สาธารณะที่คุณได้รับเชิญ หรือกำลังจะไปเข้าร่วม กลุ่มที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ เป็นต้น

เปลี่ยน Facebook ให้เป็นเหมือนแอพ Tinder ด้วย Discover People ฟีเจอร์ค้นหาเพื่อนใหม่สุดแจ่ม  เปลี่ยน Facebook ให้เป็นเหมือนแอพ Tinder ด้วย Discover People ฟีเจอร์ค้นหาเพื่อนใหม่สุดแจ่ม

นอกจากฟีเจอร์นี้จะสร้างโอกาสให้คุณได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ แล้ว มันยังอาจจะทำให้คุณได้เจอพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ และรวมไปถึงใครสักคนที่อาจจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้งานฟีเจอร์นี้ไปในทิศทางใด ถ้าคุณใช้มันเพื่อหาแฟน มันก็จะมีลักษณะคล้ายๆ แอพ Tinder เพียงแค่คุณไม่ต้องคอยลุ้นว่าใครจะ “Match” กับคุณบ้าง เพราะเฟซบุ๊คจัดการ “Match” คุณเข้ากับคนเหล่านั้นด้วย “ข้อมูล” เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ Discover People เริ่มเปิดให้ผู้ใช้ ได้ใช้งานแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งสำหรับใครที่ยังใช้งานไม่ได้ก็ต้องรอไปก่อน แต่มั่นใจได้เลยครับว่า ทุกคนจะได้ใช้งานฟีเจอร์นี้อย่างแน่นอน

ที่มา : http://news.thaiware.com/9529.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1348200621911420

SPLIT แรง!! เปิดตัวอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ Split จิตหลุดโลก ของผู้กำกับ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน (M. Night Shyamalan) จะมาแรงแซงทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศอย่างไม่ยากเย็นอะไร โดยแค่เพียงสองสัปดาห์ก็สามารถกวาดรายได้ไปถึง 26 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่เพียง 9 ล้านเหรียญท่านั้น ทิ้งอันดับ 2 อย่าง A Dog’s Purpose ซึ่งทำได้เพียง 18 ล้านเหรียญไปอย่างขาดลอย

SPLIT แรง!! เปิดตัวอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศ สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การที่ภาพยนตร์ A Dog’s Purpose ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร น่าจะมาจากข่าวคราวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์ จึงส่งผลให้กระแสของภาพยนตร์ตกลงไปไม่น้อย มาถึงภาพยนตร์แฟรนไชส์ไตรภาคมหากาพย์อย่าง ​​Resident Evil โดย Resident Evil: The Final Chapter ทำรายได้เปิดตัวไปเพียงแค่ 13 ล้านเหรียญเท่านั้น ต้องบอกว่าภาคนี้เป็นภาคที่ทำรายได้เปิดตัวน้อยกว่าทุกภาคที่ผ่านมา โดยภาพยนตร์ Resident Evil ทั้ง 5 ภาคก่อนหน้านี้ สามารถทำรายได้เปิดตัวไม่น้อยกว่า 20 ล้านเหรียญ ภาคนี้เลยถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ต่ำที่สุดในประวัติการณ์ มาดูที่อันดับสุดท้ายกันหน่อย นั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง Gold ของพระเอก แมทธิว แม็คคอนาเฮย์ ก็ทำรายได้ไปเพียงแค่ 3 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ภาพยนต์เข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ อย่าง La La Land สามารถกวาดรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ทะลุหนึ่งร้อยล้านเหรียญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทำรายได้เพิ่มมาอีก 12 ล้านเหรียญในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้ขณะนี้กวาดรายได้ทั่วโลกไปแล้ว 106 ล้านเหรียญเลยทีเดียว

 

ที่มา : http://news.thaiware.com/9488.html

Motiv Ring แหวนอัจฉริยะติดตามการออกกำลังกาย พร้อม HR


 
        เปิดตัว Motiv Ring แหวนอัจฉริยะติดตามการออกกำลังกายและการนอน พร้อมเซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) 
        บริษัท Motiv เปิดตัว Motiv Ring แหวนสำหรับคนรักสุขภาพที่สามารถติดตามการออกกำลังกายและการนอนได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเซ็นเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) ระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ และด้วยความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครทำให้ Motiv Ring สามารถคว้ารางวัล CES 2017 Best of Innovation for Wearable Technologies หรือรางวัลนวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่ยอดเยี่ยมมาครองได้อีกด้วย ส่วนสเปคอื่น ๆ มีดังนี้
สเปคเบื้องต้นแหวน Motiv Ring
- ตัวเรือนแหวนทำจากไทเทเนียมที่มีน้ำหนักเบา
- กันน้ำได้ระดับ 50 เมตร ขึ้นไป
- ขนาดรอบวงแหวน 8 มม. x 2.5 มม.
- มีเซ็นเซอร์วัดความเร่ง 3 แกน (3-axis Accelerometer)
- มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ (Heart Rate)
- รองรับการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ
- รองรับการใช้งานผ่านแอพฯ บนอุปกรณ์ iOS 9.0 ขึ้นไป
- มีสีเทาและสีทองชมพู
- มีไซส์แหวนให้เลือก 7 ขนาด
- แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน 5 วัน ต่อรอบการชาร์จ
         นอกจากนี้ Motiv Ring ยังสามารถดูข้อมูลการออกกำลังกายต่าง ๆ ได้ เช่น การออกกำลังกาย, ดูแคลอรีที่เผาผลาญ, ดูระยะทาง, ดูการนอนและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านแอพฯ บนอุปกรณ์ iOS ทั้ง iPhone และ iPad สำหรับผู้ใช้ iOS 9.0 ขึ้นไปได้อีกด้วย ส่วน Android จะตามมาเร็ว ๆ นี้
         สำหรับผู้ที่สนใจ Motiv Ring แหวนอัจฉริยะวงนี้ สามารถสั่งจองแล้วที่ mymotiv.com (เฉพาะในสหรัฐอเมริกา) โดยมีราคาเริ่มต้นวงละ $199 หรือประมาณ 7,040 บาท และจะเริ่มจัดส่งสินค้าในเดือนมีนาคมนี้
ที่มา http://men.kapook.com/view164647.html

​Wi-Fi ชนิดใหม่ใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 10,000 เท่า มือถือของคุณจะไม่ดับก่อนกลับถึงบ้านแน่นอน

 

​Wi-Fi ชนิดใหม่ใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 10,000 เท่า มือถือของคุณจะไม่ดับก่อนกลับถึงบ้านแน่นอน

ถ้าหากคุณเคยค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเพื่อหาคำแนะนำถึงวิธีการประหยัดแบตเตอรี่บนเครื่องโทรศัพท์ของคุณล่ะก็ คุณจะรู้ว่าอันดับหนึ่งนั้นมักจะเหมือนกันเสมอ: ให้เปลี่ยนเป็นโหมดการบิน หรือ Airplane mode นั่นเอง

ทำไมล่ะ?

Wi-Fi ที่คุณกำลังใช้อยู่นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับมนุษย์ แต่มันก็ใช้พลังงานอย่างมากมายเหลือเกิน ซึ่งข่าวดีก็คือนักวิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรในสหรัฐฯได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการขนส่งข้อมูล Wi-Fi ด้วยการใช้พลังงานน้อยกว่าเดิม 10,000 เท่าของวิธีเดิม และน้อยกว่าทางเลือกประหยัดพลังงานอื่นๆเช่น Bluetooth กว่า 1,000 เท่านั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ซึ่งพวกเขาได้เรียกมันว่า Passive Wi-Fi มันเป็นอะไรที่เราต้องการมันในชีวิตเดี๋ยวนี้เลย

“เราอยากจะรู้ว่าเราสามารถส่งข้อมูลผ่าน Wi-Fi โดยแทบไม่ใช้พลังงานเลยได้หรือไม่” Shyam Gollakota ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยจาก University of Washington กล่าว “ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ Passive Wi-Fi ทำ เราสามารถที่จะใช้ Wi-Fi ด้วยพลังงานน้อยกว่าสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้ถึง 10,000 เท่า”

Gollakota และทีมของเขาสามารถคิดวิธีที่จะให้ได้มาซึ่งการส่งผ่านข้อมูล Wi-Fi พลังงานต่ำด้วยการแยกการทำงานทาง digital และ analogue ที่อยู่ในการขนส่งข้อมูลวิทยุออกจากกัน ซึ่งในหลายสิบปีที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพทางด้าน digital ที่ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลเหล่านี้อย่างมาก และมันก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่ไม่มีใครไปสนใจในด้านของ analog เท่าไหร่นัก ซึ่งนั่นหมายความว่ามันยังใช้พลังงานในปริมาณมากอยู่นั่นเอง

ดังนั้น แทนที่จะใช้พลังงานมากๆไปกับสัญญาณพวกนี้ Passive Wi-Fi นั้นสามารถที่จะเลือกสะท้อนคลื่นวิทยุที่เข้ามาและสร้างสัญญาณใหม่ขึ้นมาได้ในขณะที่ตัวมันนั้นสามารถดูดซับพลังงานจากสัญญาณที่มันกำลังแปลงสภาพเพื่อใช้เป็นพลังงานให้กับวงจรของตัวเองได้ด้วย

Bryan Lufkin จากเว็บไซต์ Gizmodo ได้อธิบายไว้ว่า

“มีอุปกรณ์ตัวหนึ่งเสียบปลั๊กติดไว้ที่กำแพง – ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่ใช้พลังงานเกือบทั้งหมดในกระบวนการนี้ – จะทำหน้าที่ส่งคลื่น analogue ไปยังตัวเซ็นเซอร์ Passive Wi-Fi ซึ่งตัวมันเองนั้นเกือบจะไม่ต้องใช้พลังงานในการทำงานเลย ซึ่งหลังจากนั้นตัวเซ็นเซอร์ก็จะเลือกคลื่นสัญญาณและสะท้อนมันต่อไปด้วยสวิตช์ digital ที่ทำหน้าที่สร้างตัว packet Wi-Fi ขึ้นมาซึ่งมอบ Internet พลังงานต่ำด้วย bit rate ที่มากถึง 11 megabits ต่อวินาทีไปยังอุปกรณ์ต่างๆอย่างเช่นโทรศัพท์ เราเตอร์ และอื่นๆอีกมากมายได้”

ในขณะที่ความเร็วดังกล่าวนั้นอาจจะไม่ได้เร็วที่สุดในโลก แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก และมันก็ยังมีความเร็วสูงกว่า Bluetooth อยู่มาก ซึ่งเราคงไม่บ่นแน่นอนถ้ามันหมายถึงว่าเราสามารถที่จะกลับไปถึงบ้านได้ก่อนที่มือถือเราจะแบตหมดแล้วดับไป

ในตอนนี้ เทคโนโลยี Passive Wi-Fi นั้นถูกพิสูจน์แล้วภายในตัวมหาวิทยาลัย และมันสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ใช้ Wi-Fi ใดๆก็ได้โดยมีระยะการเชื่อมต่อไกลถึง 30 เมตรและสามารถส่งสัญญาณผ่านทะลุกำแพงได้

“เซ็นเซอร์ของเรานั้นสามารถใช้งานได้กับเราเตอร์ มือถือ แทบเล็ต หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆก็ได้ที่มีชิพ Wi-Fi ติดตั้งอยู่ สิ่งที่น่าทึ่งก็คือว่าอุปกรณ์เหล่านี้สามารถถอดรหัส Wi-Fi packet ที่เราสร้างขึ้นมาผ่านการสะท้อนได้ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องการอุปกรณ์พิเศษใดๆเพิ่มเติมเลย”

เทคโนโลยีดังกล่าวได้ถูกให้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 10 การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ในด้านเทคโลยีของปี 2016 โดย MIT Technology Review ซึ่งได้ให้รายงานไว้ว่าอุปกรณ์ Passive Wi-Fi นี้อาจจะใช้ต้นทุนต่ำว่าหนึ่งดอลล่าร์ในการผลิตด้วย

สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือเราต้องการอุปกรณ์ที่ใช้งานได้นานขึ้นกว่านี้ และบางทีเทคโนโลยีนี้อาจจะนำพาเราไปถึงจุดนั้นได้ก็เป็นได้

ที่มา http://www.vcharkarn.com/vnews/504398

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1323003781097771

สดร. มั่นใจ แผ่นดินไหวไม่กระทบหอดูดาวแห่งชาติ

สดร. มั่นใจ แผ่นดินไหวไม่กระทบหอดูดาวแห่งชาติ

—–
——-วันนี้(27ธ.ค.2559) ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ยืนยันว่า หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา หรือ หอดูดาวแห่งชาติ ออกแบบให้รองรับเหตุแผ่นดินไหวตามมาตรฐาน Seismic Survival ของสหรัฐอเมริกา ที่ระดับ UBC (Uniform Building Code) Zone 2 สามารถรองรับการสั่นสะเทือนได้ในระดับหนึ่ง และถึงแม้ว่าได้มีการออกแบบกล้องโทรทรรศน์ให้รองรับเหตุแผ่นดินไหว แล้วแต่ทางสดร. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ได้ร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย ศึกษาผลกระทบจากแผ่นดินไหว และประเมินความเสี่ยง เพื่อวางแผนป้องกันและบรรเทาภัยจากเหตุแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม รวมทั้งศึกษาผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายต่อพื้นที่ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ดังนั้น จึงมั่นใจได้ว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 ธันวาคมนี้ ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของกล้องโทรทรรศน์ และโครงสร้างอาคารโดยรวมแต่อย่างใด

——-ส่วนนายอนุรักษ์ จักป้อ เจ้าหน้าเทคนิคดาราศาสตร์ ปฏิบัติงาน ณ หอดูดาวแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ กม. 44 อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ บอกว่า รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนถึง 3 ครั้ง ในช่วงเย็นเวลาประมาณหกโมงครึ่ง และหลังห้าทุ่มครึ่ง พื้นอาคารสั่นสะเทือน หลังจากนั้นเวลาประมาณเกือบเที่ยงคืน เกิดการสั่นสะเทือนอีกครั้ง รับรู้ถึงการสั่นไหวของเสาทวนสัญญานทีโอที ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับอาคารหอดูดาว เบื้องต้นไม่มีความเสียหายหรือผลกระทบใดๆ เกิดขึ้นต่ออาคารและกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร ของหอดูดาวแห่งชาติ

——-สำหรับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ สถานีทวนสัญญาทีโอที (กม. 44.4) อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,457 เมตร อาคารหอดูดาว มีลักษณะเป็นอาคารทรงกระบอก ฝังฐานรากลึก 21 เมตร ผนังอาคารเป็นผนังวงแหวน (Ring Wall) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 8.4 เมตร ส่วนบนติดตั้งโดม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร สูง 5.5 เมตร ความสูงรวมทั้งหมด 19 เมตร

ที่มา http://news.thaipbs.or.th/content/259056

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1316542155077267