คลังเก็บหมวดหมู่: ศิรประภา กุลพานิช

“MiRo” หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงอัจฉริยะช่วยคลายเหงาให้ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุจำนวนมากมักจะมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนช่วยคลายเหงาหรือทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่ในอนาคต สัตว์เลี้ยงสำหรับผู้สูงอายุอาจกลายเป็นหุ่นยนต์แบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสื่อสารได้กับมนุษย์ แทนสัตว์เลี้ยงจริงๆ

1493025985525

“MiRo” คือชื่อของหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัท Consequential Robotics ในอังกฤษ เพื่อให้เป็นเพื่อนกับมนุษย์โดยเฉพาะ

คุณ Marie Favre ผู้จัดการของ Consequential Robotics บอกว่า “หุ่นยนต์ตัวนี้ดูภายนอกแล้วอาจแยกไม่ออกว่าเป็นสุนัข หรือแกะ หรือวัว อาจเรียกว่าเป็นสัตว์ผสมแบบไฮบริด หน้าตาน่ารักน่ากอด โดยมีหน้าที่สำคัญคือช่วยคลายเหงาให้กับผู้สูงอายุหรือคนทุพพลภาพ เช่น ผู้ป่วยออทิสซึ่มได้”

เจ้า MiRo มีระบบเซนเซอร์ที่สามารถรับรู้การสัมผัสที่ศีรษะและที่หลังได้ ซึ่งมันจะโต้ตอบด้วยการกระดิกหางไปมา นอกจากนี้ยังมีระบบรับส่งคลื่นเสียงหรือโซนาร์ติดอยู่ที่จมูก ทำให้มันจดจำตำแหน่งของตัวเองได้ รวมทั้งมีกล้องติดอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างที่ช่วยในการแยกแยะคนแต่ละคน และนำทางไปยังที่ต่างๆ

แต่ส่วนสำคัญที่สุดของเจ้าหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงตัวนี้ ดูเหมือนจะอยู่ที่สมองของมัน ซึ่งติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เอาไว้ ทำให้ MiRo มีความฉลาดกว่าสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่

คุณ Ludwig Resch วิศวกรของ Consequential Robotics อธิบายว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence ช่วยเปิดประตูสู่สิ่งใหม่ๆ เช่น ความสามารถในการสื่อสารความรู้สึก ซึ่งสัตว์จริงๆ ไม่สามารถทำได้

ยังไม่รวมที่มันสามารถต่อโทรศัพท์ จดจำเสียงคนที่มาที่ประตู รวมทั้งเตือนถึงกิจกรรมหรือกำหนดการที่ต้องทำในแต่ละวันได้อีกด้วย

ทางด้านคุณ Mervyn Kohler แห่งมูลนิธิเพื่อผู้สูงอายุ Age UK บอกว่า ข้อได้เปรียบของเจ้า MiRo คือไม่รู้จักเหนื่อย ไม่รู้จักหิว ไม่ต้องการเวลาเป็นของตัวเอง และสามารถอยู่กับคุณได้ตลอดเวลาที่คุณต้องการ

ถึงกระนั้น คุณ Kohler ชี้ด้วยว่า “แม้ว่าเจ้าหุ่นยนต์ MiRo จะช่วยทำให้ผ่อนคลายได้มากแค่ไหน แต่ก็คงไม่สามารถแทนที่ความสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆ ได้”

(ผู้สื่อข่าว Deborah Block รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

ที่มา : http://www.voathai.com/a/robotic-pet/3819179.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1423850944346387/

ล้ำยุค! Facebook เผยวิสัยทัศน์เทคโนโลยีสื่อสารระหว่าง ‘คอมพิวเตอร์กับมนุษย์’ ผ่านคลื่นสมอง

Conference workers speak in front of a demo booth at Facebook's annual F8 developer conference, Tuesday, April 18, 2017, in San Jose, California.

‘มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก’ ซีอีโอของ Facebook แสดงวิสัยทัศน์เรื่องการใช้เทคโนโลยีช่วยคนสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ ที่งานประชุมใหญ่ของบริษัทที่เรียกว่า F8

ผู้บริหาร Facebook กล่าวว่าในอนาคต คอมพิวเตอร์อาจสามารถอ่านความต้องการของมนุษย์ว่าอยากสื่อสารอะไร โดยคนไม่ต้องส่งเสียงพูด

“ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเทคโนโลยีอาจสามารถอ่านคลื่นสมองส่วนที่สั่งการการใช้ภาษาผ่านอุปกรณ์เซนเซอร์”

Regina Dugan, vice president of engineering of Building 8 at Facebook, speaks on stage during the second day of the annual Facebook F8 developers conference in San Jose, California, April 19, 2017.

Regina Dugan, vice president of engineering of Building 8 at Facebook, speaks on stage during the second day of the annual Facebook F8 developers conference in San Jose, California, April 19, 2017.

นอกจากนั้น Facebook กำลังเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีที่ฟังสัญญาณของมนุษย์จากผิวหนัง โดยได้แรงบันดาลใจจากส่วนอวัยวะในหูของคนที่เรียกว่า cochlea ที่ประมวลข้อมูลเสียงเพื่อการส่งไปที่สมอง

Facebook เชื่อว่า อาจเป็นไปได้ที่ในอนาคต คลื่นเสียงอาจสามารถส่งไปที่ผิวหนังคนได้เพื่อการประมวลผลในการสื่อสารกับสมอง

นักพัฒนาซอฟท์แวร์จากทั่วโลกเข้าร่วมการประชุมประจำปีของ Facebook ในวันอังคารและวันพุธ เพื่อรับฟังการเปิดตัวบริการใหม่ๆ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของ Facebook รวมทั้งทิศทางในอนาคตของบริษัท ซึ่งรวมถึงบริการและทิศทางสำหรับสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ในเครือของ Facebook เช่น Instagram และ WhatsApp ด้วย

ชื่อของการประชุมที่ว่านี้คือ F8 ซึ่งตั้งขึ้นตามธรรมเนียมปฏิบัติของ Facebook ในการแข่งขันแฮ็กคอมพิวเตอร์หรือเขียนโค้ดต่างๆ เรียกว่า hackathon ที่มักใช้เวลาราว 8 ชม.

ที่มา : http://www.voathai.com/a/facebook-technology-f8/3818003.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1426100384121443

‘ใยเเมงมุมเทียมต้นทุนต่ำ′ วัสดุใหม่แห่งอนาคตทางการเเพทย์เเละอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม

เส้นใยไหมของเเมงมุมมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโดยเฉลี่ยเท่ากับ 0.003 ของหนึ่งมิลลิเมตร ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบไว้ว่า

1493027041330

“เส้นไหมใยเเมงมุมที่มีขนาดความกว้างเท่ากับเเท่งดินสอ เหนียวและเเข็งเเรงพอที่จะหยุดเครื่องบินให้จอดนิ่งได้”

คุณสมบัติที่ว่านี้อาจเป็นจริงก็ได้ เเต่กว่าเราจะปั่นให้ได้เส้นไหมใยเเมงมุมขนาดความกว้างเท่าเเท่งดินสอ ก็คงต้องใช้เวลานานหลายปี หากใช้ไหมใยแมงมุมจากเเมงมุมธรรมชาติ

ทีมนักวิทยาศาสตร์หลายทีมพยายามหาทางผลิตเส้นไหมใยเเมงมุมเทียมกันมานานหลายปีแล้ว และได้คิดค้นกันขึ้นมาหลายวิธีด้วยกัน

แต่วิธีที่ค้นพบโดยทีมนักวิทยาศาสตร์ในสวีเดนล่าสุดอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

เเมงมุมมีต่อมใต้ท้องจำนวนมากที่ทำหน้าที่ผลิตเส้นใย และเเต่ละต่อมผลิตเส้นใยที่มีคุณภาพแตกต่างกันออกไป

Anna Rising นักวิจัยในสวีเดน กล่าวว่าทางทีมงานได้ตัดเอาต่อมผลิตเส้นใยต่อมต่างๆ จากตัวเเมงมุม แล้วใช้ขั้วไฟฟ้าแบบเจาะจงไอออน (ion-selective microelectrodes) ซึ่งเป็นอิเลคโทรดขนาดจิ๋ว เพื่อใช้ตรวจดูสภาพในต่อมผลิตใยเเมงมุมต่อมต่างๆ

Marlene Anderson นักวิจัยอีกคนหนึ่ง กล่าวว่าทีมงานได้ปั่นโปรตีนจากต่อมผลิตใยแมงมุมลงไปในสารเคมีผสมที่มีความเป็นกรดสูง เเละเมื่อปล่อยโปรตีนลงไปในสารผสมนี้ โปรตีนจะกลายเป็นเส้นไหมใยเเมงมุมทันที

การผลิตใยเเมงมุมวิธีนี้ดูง่ายดายมาก นอกจากนี้ยังเสียค่าใช้จ่ายน้อยและมีคุณภาพดีเหมือนกับใยเเมงมุมธรรมชาติ

นักวิจัยกล่าวว่า หากขยายการผลิตเส้นไหมใยเเมงมุมเทียมให้เป็นการผลิตขนาดใหญ่ขึ้น จะมีค่าต้นทุนการผลิตต่ำ เพราะสารส่วนผสมที่ใช้ในการปั่นเส้นไหมใยแมงมุมเทียมนี้มีราคาไม่เเพง

ทีมงานได้ผลิตเส้นไหมใยเเมงมุมเทียมได้เเล้วยาวกว่า 1 กิโลเมตร และทีมงานวิจัยในสวีเดนทีมนี้บอกว่า “เส้นไหมใยเเมงมุมเทียมที่ผลิตได้นี้เหมาะมากในการนำไปใช้เป็นวัสดุโครงเเบบ ที่เเพทย์ใช้ปลูกเซลล์หรือเนื้อเยื่อที่สามารถนำไปปลูกถ่ายในร่างกายคนเราได้”

ทีมงานวิจัยนี้ยังไม่สิ้นสุดการวิจัย ทีมงานกำลังหาทางพัฒนาให้เส้นไหมใยเเมงมุมเทียมมีความเหนียวและเเข็งเเรงเท่าเทียมกับในเเมงมุมธรรมชาติ

เเต่ไม่ว่าผลงานของพวกเขาจะออกมาเช่นไร เป็นไปได้ว่าเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มในอนาคตน่าจะผลิตด้วยเส้นไหมใยเเมงมุมเทียม

(รายงานโดย Kevin Enochs / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)

ที่มา : http://www.voathai.com/a/spider-silk-tk/3812921.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/videos/1422898814441600/

บริษัทเทคโนโลยี “SpaceX” จัดเเข่งขันยานโดยสารแห่งอนาคตระบบ ‘ไฮเปอร์ลูป’ ครั้งเเรก

การเเข่งขันมีขึ้นเพื่อพิสูจน์ว่าการขนส่งมวลชนระบบไฮเปอร์ลูปใช้งานได้จริง

หลังจากรำคาญใจกับสภาพการจราจรที่คับคั่งระหว่างที่ทำงานไปยังสนามบินลอสแองเจิลลีส นาย Elon Musk นักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัทอวกาศเอกชน SpaceX เเละบริษัทผลิตรถยนต์ Tesla ได้เสนอว่าจะสร้างระบบขนส่งความเร็วสูงระดับความเร็วเสียงที่เรียกว่า “ไฮเปอร์ลูป” ที่จะเชื่อมระหว่างนครซานฟรานซิสโกกับนครลอสแองเจิลลีส

เขากล่าวว่า เเค็ปซูลห้องโดยสารที่หน้าตาเหมือนลูกกระสุน ขับเคลื่อนด้วยระบบเเม่เหล็กผ่านท่ออุโมงค์ด้วยความเร็วสูงกว่า 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะสามารถลดระยะเวลาการเดินทางระหว่างสองเมืองนี้ลงจาก 3 ชั่วโมงเป็น 30 นาที

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นาย Musk ได้จัดงานเเข่งขันระดับนานาชาติครั้งเเรก เพื่อทดสอบความเร็วของเเค็ปซูลโดยสารไฮเปอร์ลูปที่ออกแบบโดยทีมนานาชาติจากทั่วโลก

เขากล่าวว่าการเเข่งขันนี้มุ่งส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านเทคโนโลยีการขนส่ง เพื่อทำให้คนตื่นเต้นกับการเดินขนส่งรูปแบบใหม่ที่เเตกต่างไปจากที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

มีทีมนักศึกษาและทีมวิศวกร 26 ทีม นำยานเเค็ปซูลไฮเปอร์ลูปเข้าร่วมลงแข่งขันครั้งนี้ โดยต้องเคลื่อนที่ผ่านท่ออุโมงค์ยาว 1,600 เมตรซึ่งสร้างโดยบริษัท SpaceX

และทีมที่ได้รับรางวัลความเร็วสูงที่สุดเป็นทีมจาก Technical University of Munich ในเยอรมนี ที่มีลูกทีม 35 คน

Joseph Fleischman แห่งทีม WARR Hyperloop กล่าวว่า ทีมงานดีใจมากกับผลงานที่ได้ เเค็ปซูลโดยสารที่คิดค้นขึ้นสามารถวิ่งไปจนถึงปลายอุโมงค์ด้วยความเร็ว 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยที่ระบบย่อยทุกระบบของเเค็ปซูลโดยสารไฮเปอร์ลูปทำงานเป็นปกติดี

ส่วนทีม rLoop ทีมผู้เข้าแข่งขันอีกทีมหนึ่ง ซึ่งได้รับสปอนเซอร์โดยบริษัท TE Connectivity ซึ่งมีวิศวกรอายุน้อยทั้งหมด 140 คนจากทั่วโลก ร่วมมือกันทางไกลเพื่อออกแบบและสร้างกระสวยผู้โดยสารไฮเปอร์ลูป

Tom Lambot วิศวกรที่เป็นหัวหน้าทีม กล่าวว่า ทีมงานได้ทดสอบเเค็ปซูลโดยสารไฮเปอร์ลูปครั้งเรกเมื่อเดินทางมาร่วมการเเข่งขัน และเป็นครั้งเเรกที่ลูกทีมหลายคนได้พบเจอกัน หลังจากทำงานร่วมกันมานานราวปีครึ่ีง

เเค็ปซูลโดยสารทั้งหมดที่เข้าร่วมเเข่งขันนี้ได้รับการทดสอบเพื่อวัดประสิทธิภาพ ความเสถียรภาพ ระบบเบรค และอื่นๆ กล้องถ่ายภาพหลายตัวที่ติดตั้งไว้ภายในท่ออุโมงค์ และตัวเเค็ปซูลโดยสาร เเสดงให้เห็นว่าเเนวคิดการขนส่งระบบไฮเปอร์ลูปนี้ทำงานได้จริง

และทีมจาก Delft University of Technology ในเนเธอร์เเลนด์ ได้คะเเนนรวมสูงสุดจากการทดสอบทั้งหมด

นอกจากการเเข่งขันนี้จะช่วยทดสอบว่าไอเดียการขนส่งมวลชนระบบเหนือความเร็วเสียงนี้เป็นไปได้เเล้ว ยังช่วยพิสูจน์ด้วยว่าการร่วมมือกันทางไกลเป็นเรื่องที่ทำได้

Tom Lambot วิศวกรหัวหน้าทีม rLoop กล่าวว่า งานนี้ทำให้เขาเชื่อว่าการร่วมมือกันทำงานแบบทางไกล สามารถนำไปใช้ได้กับความร่วมมือด้านอื่นๆ และบริษัทมากมายสามารถทำงานในรูปแบบนี้หากรู้จักจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัท SpaceX ชี้ว่า การเเข่งขันในรอบต่อไปจะเน้นที่ความเร็วสูงสุด และคาดว่าจะจัดการเเข่งขันในปลายปีนี้

(รายงานโดย George Putic / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)

ที่มา http://www.voathai.com/a/technoloy-hyperloop-competition-tk/3746390.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1380818981982917

“เครือข่าย 5G” และ “Internet of Things” สร้างความฮือฮาในงาน WMC 2017

An SK telecom exhibitor directs the robot's movements using 5G on the last day at the Mobile World Congress in Barcelona.

งานแสดงเทคโนโลยี World Mobile Congress 2017 ที่นครบาร์เซโลน่า สเปน เพิ่งจบลงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมายมาแสดง

และที่ฮือฮากันมากในงานนี้ คือ เทคโนโลยีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตยุคใหม่แบบ “5G” ที่มีความเร็วสูงแบบ “Super-Fast Network” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบอกว่าจะทำให้การเชื่อมตืออินเทอร์เน็ตในอนาคตเป็นแบบ “Real-Time” คือแทบไม่มีการดีเลย์เลย

เทคโนโลยีอีกอย่างหนึ่งคือ “Internet of Things” คือการที่อุปกรณ์ทุกอย่างรอบตัวเราสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างของเทคโนโลยีที่ว่านี้ เช่น ไฟถนนอัจฉริยะของบริษัท General Electrics ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต และมีกล้องวงจรปิดติดไว้ทุกต้น

โดยไฟถนนอัจฉริยะนี้มีใช้แล้วในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ที่มา http://www.voathai.com/a/wmc-2017-5g-network/3751058.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1381704475227701

นักวิทยาศาสตร์พบมลพิษที่มนุษย์สร้างขึ้น แม้แต่บริเวณจุดที่ลึกที่สุดในมหาสมุทร

ในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Ecology & Evolution ทีมนักวิจัยที่มหาวิทยาลัย New Castle ในอังกฤษ เปิดเผยว่า สัตว์ทะเลขนาดเล็กรูปร่างคล้ายกุ้ง ที่เรียกว่า แอมฟิพอดส์ (amphipods) ที่อาศัยอยู่ในร่องลึกก้นมหาสมุทร มาเรียน่า (Mariana Trench) กับร่องลึกก้นมหาสมุทร เคอร์มาเดค (Kermadec Trench) ซึ่งลึกกว่า 10 กิโลเมตร มีระดับสารเคมีอันตรายที่มนุษย์ผลิตขึ้นในปริมาณสูงมากสั่งสมอยู่ในเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นไขมัน

สารเคมีอันตรายดังกล่าวที่ว่านี้ เป็นสารเคมีกลุ่มสารพีซีบี หรือสาร polychlorinated biphenyls

สาร PCBs เป็นสารเคมีอันตรายที่มนุษย์สร้างขึ้นตั้งเเต่ยุค 1930 จนกระทั่งถึง 1970 ซึ่งมีการสั่งห้ามผลิตสารเคมีเหล่านี้ ทีมนักวิจัยประมาณว่ามีสาร PCBs ราว 1 ล้าน 3 เเสนตันถูกผลิตออกมาใช้รวมกันทั่วโลก

สารเคมีเหล่านี้เข้าไปสั่งสมอยู่ในสิ่งเเวดล้อมผ่านการปล่อยของเสียออกจากโรงงานอุตสาหกรรม และจากการรั่วไหลออกมาจากหลุมฝังกลบขยะ

สารเคมีอันตรายประเภทนี้ยังไม่สลายตัวไปอย่างง่ายดาย ทำให้คงอยู่ในสภาพเเวดล้อมได้่นานหลายสิบปี

Dr. Alan Jamieson หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้คนเชื่อกันทั่วไปว่าก้นบึ้งของมหาสมุทรยังมีความสะอาด เเละปลอดจากมลพิษทางสิ่งเเวดล้อมที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เเต่ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นเเล้วว่าความเชื่อที่ว่านี้ไม่เป็นความจริง

เขากล่าวอีกว่า ตัวอย่างของสัตว์ทะเลประเภทแอมฟิพอดส์ที่ทีมนักวิจัยนำมาศึกษา มีปริมาณสารเคมีอันตรายประเภทนี้สั่งสมในร่างกายสูงเท่าๆ กับตัวอย่างของสัตว์ชนิดเดียวกันที่อาศัยในอ่าว Suruga ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมที่มีมลพิษมากที่สุดเขตหนึ่งในทางตะวันตกเฉียงใต้มหาสมุทรเเปซิฟิก

ในการศึกษา ทีมนักวิจัยใช้ยานสำรวจใต้ทะเลลึกลงไปใต้ทะเล เพื่อนำเอาตัวอย่างของสัตว์ชนิดนี้จากร่องลึกก้นทะเลทั้งสองจุดดังกล่าวขึ้นมาศึกษาวิเคราะห์ ร่องลึกก้นมหาสมุทรทั้งสองจุดนี้อยู่ห่างกันเป็นระยะทาง 7,000 กิโลเมตร

Dr. Jamieson หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่าสารมลพิษเหล่านี้น่าจะจมลงไปถึงก้นมหาสมุทรผ่านขยะพลาสติกที่มีสารเคมีเหล่านี้เป็นส่วนประกอบ เช่นเดียวกับซากสัตว์ที่ตายเเล้วเเละจมลงไปใต้ทะเล กลายเป็นอาหารของแอมฟิพอดส์

หลังจากนั้นแอมฟิพอดส์ที่มีสารเคมีอันตรายสั่งสมในร่างกายจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ทะเลที่ใหญ่กว่าต่อไป ทำให้สารเคมีอันตรายเหล่านี้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหาร

Dr. Jamieson หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่าการพบว่าสารเคมีอันตรายที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้ในระดับสูงในสัตว์ที่อาศัยอยู่ในก้นบึ้งของทะเลที่ห่างไกลจากคน และเป็นจุดที่คนเราเข้าไม่ถึง เเสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถสร้างผลกระทบระยะยาวที่ร้ายแรงต่อโลกได้อย่างที่เราไม่เคยคาดคิดกันมาก่อน

(รายงานโดยห้องข่าววีโอเอกรุงวอชิงตัน / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)

ที่มา http://www.voathai.com/a/ocean-pollution-tk/3744696.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1371378356260313

 

ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ 7 ดวงลักษณะคล้ายโลก สิ่งแวดล้อมเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิต

Artist’s impression of the TRAPPIST-1 planetary system

Artist’s impression of the TRAPPIST-1 planetary system

คณะนักดาราศาสตร์ระหว่างประเทศเปิดเผยการค้นพบดาวเคราะห์ ในระบบดาวแห่งใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกับโลกมนุษย์ ถึง 7 ดวง ห่างจากโลกราวๆ 40 ปีแสง

Artist’s impression of the ultracool dwarf star TRAPPIST-1 and its three planets

Artist’s impression of the ultracool dwarf star TRAPPIST-1 and its three planets

รายงานตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันพุธ (22 ก.พ.) ตามเวลาสหรัฐฯ ระบุว่าดาวเคราะห์ที่มีขนาดพอๆ กับโลกมนุษย์ทั้ง 7 ดวงนี้ มีมวลน้อยกว่าหรือเกือบจะเท่ากับโลกของเรา

ขณะเดียวกันอุณหภูมิบนพื้นผิวก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่อาจจะมีของเหลวหรือน้ำได้ ซึ่งเป็นลักษณะบ่งชี้ของสภาพที่เอื้ออำนวยต่อการมีสิ่งมีชีวิต

This illustration shows the possible surface of TRAPPIST-1f, one of the newly discovered planets in the TRAPPIST-1 system. Scientists using the Spitzer Space Telescope and ground-based telescopes have discovered that there are seven Earth-size planets in

This illustration shows the possible surface of TRAPPIST-1f, one of the newly discovered planets in the TRAPPIST-1 system. Scientists using the Spitzer Space Telescope and ground-based telescopes have discovered that there are seven Earth-size planets in

ดาวเคราะห์ทั้ง 7 ดวงค้นพบว่าโคจรในระบบดาวแทรปปิสต์ 1 (TRAPPIST-1) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ค้นพบระบบดาวเคราะนอกระบบสุริยะที่เป็นดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงกับโลกทั้งหมด

คุณ Michaël Gillon นักดาราศาสตร์จาก University of Liège ในเบลเยี่ยม กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่คณะนักดาราศาสตร์ได้ค้นพบระบบดาวที่น่าประทับใจนอกระบบสุริยะนี้

ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นการพบดาวเคราะห์หลายๆ ดวงเท่านั้น แต่ยังพบว่าดาวเคราะห์ทั้งหมดมีขนาดเดียวกับโลกมนุษย์อย่างน่าเหลือเชื่อ

ที่มา http://www.voathai.com/a/new-earth-trappist1/3736267.html

ชิพอัจฉริยะ! ใช้แทนบัตรประชาชน บัตรเครดิต และกุญแจบ้าน

1487636291188

บริษัทเทคโนโลยีในเบลเยียม New Fusion เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เป็นชิพคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Radio Frequency Identification หรือ RFID ที่สามารถใช้แทนบัตรประชาชน บัตรเครดิต นามบัตร หรือแม้กระทั่งกุญแจบ้านได้

ปัจจุบัน ชิพ RFID นี้มีใช้กับสัตว์เลี้ยงในบางประเทศ โดยฝังไว้ในตัวสัตว์เลี้ยงนั้นเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงหาย

แต่คุณ Vincent Nys ซีอีโอของบริษัท New Fusion บอกว่า สำหรับมนุษย์ ชิพคอมพิวเตอร์นี้อาจนำไปติดไว้ที่แหวน หรือกำไลข้อมือ เพื่อใช้จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเปิดประตูออฟฟิศและประตูบ้านได้อย่างง่ายดาย

แต่หากใครอยากฝังชิพนี้ไว้ใต้ผิวหนังก็ทำได้เช่นกัน!

ที่มา http://www.voathai.com/a/smart-chip/3728461.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1357140751017407

 

โอ้ว้าว! นี่มันมินิโดรน ที่สร้างง่ายๆ ด้วยตัวต่อ Lego แถมยังราคาไม่แรง

โอ้ว้าว! นี่มันมินิโดรน ที่สร้างง่ายๆ ด้วยตัวต่อ Lego แถมยังราคาไม่แรง

ตัวต่อ Lego เชื่อว่าเป็นของเล่นสร้างสรรค์จินตนาการ ที่ทุกคนน่าจะรู้จัก หรือเคยได้สัมผัสมาแล้ว และในตอนนี้ ทาง Kitables จะทำให้ตัวต่อ Lego ทำอะไรได้มากกว่าที่เคย ในรูปแบบของโดรนตัวจิ๋ว ที่สร้างจากตัวต่อ Lego พร้อมชุดมอเตอร์, ใบพัด, แบตเตอรี่ และแผงควบคุม เจ้าโดรนตัวจิ๋วนี้สามารถบินได้จริง ผ่านการควบคุมด้วยตัวคอนโทรลเลอร์ที่มีลักษณะคล้ายจอยเกมส์ และดูแล้วน่าจะเหมาะ สำหรับการบินเล่นในบ้าน มากกว่าการออกไปบินเล่นแบบ Outdoor

การประกอบชิ้นส่วนนั้นก็ง่ายดาย ด้วยการต่อ Lego เพียงไม่กี่ชิ้น และมีการเชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าด้วยอุปกรณ์หัวแร้งบัดกรีอีกนิดหน่อย เด็กๆ สามารถประกอบเจ้าโดรนจิ๋วนี้ได้ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่เพียงเล็กน้อย

ตอนนี้เจ้าโดรนจิ๋วของ Kitables เปิดให้ Pre-order ผ่านเว็บ Kickstarter ในราคา $50 (ประมาณ 1,765 บาท) และจะเริ่มมีการจัดส่งสินค้าในเดือนเมษายน 2017 ครับ

ที่มา : www.digitaltrends.com

ที่มา : http://news.thaiware.com/9484.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1347740551957427

นักวิจัยพัฒนาวิธีสร้างกล้ามเนื้อหัวใจแบบใหม่ด้วยสารเคลือบเซลล์จาก ‘หัวใจปลาม้าลาย’

1486139834083

นักวิจัยในสหรัฐฯ พัฒนาวิธีสร้างกล้ามเนื้อหัวใจ

‘ปลาม้าลายน้ำจืด’ เป็นปลาที่คนนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น ปลาม้าลายเป็นปลาในกลุ่มปลาซิว นอกจากจะสวยงามเเล้ว ยังเป็นปลาที่มีคุณสมบัติพิเศษที่นักวิทยาศาสตร์สนใจศึกษาในห้องทดลอง เพราะปลาชนิดนี้สามารถสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นทดแทนอวัยวะที่เสียหายได้ ไม่ว่าจะเป็นครีบ ผิวหนังหรือหัวใจ

Yadang Wang นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Pittsburgh กล่าวว่า หากตัดเอา 20 เปอร์เซ็นต์ของหัวใจของปลาม้าลายทิ้ง ปลาจะสร้างกล้ามเนื้อหัวใจใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งเป็นความสามารถที่น่าทึ่งมาก ทำให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ของเขาคิดว่า อาจเป็นไปได้ที่เนื้อเยื่อจากหัวใจของปลาม้าลายอาจสามารถช่วยสร้างเนื้อเยื่อหัวใจแก่หัวใจคนที่เสียหาย

ทีมนักวิทยาศาสตร์จึงเริ่มทดลองนำสารเคลือบเซลล์ที่เรียกว่า extracellular matrix หรือ ECM ที่ได้จากหัวใจของปลาม้าลาย ฉีดเข้าไปในหัวใจของหนูทดลองที่กล้ามเนื้อเสียหายรุนแรง

ทีมงานพบว่าหนูทดลองสามารถสร้างกล้ามเนื้อหัวใจใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ภายในไม่กี่วัน

ความรวดเร็วของการสร้างกล้ามเนื้อหัวใจขึ้นมาใหม่จะยิ่งรวดเร็วมากขึ้น หากทีมนักวิทยาศาสตร์นำสารเคลือบเซลล์ หรือ ECM จากหัวใจของปลาม้าลาย ในขณะที่ปลาม้าลายตัวนั้นกำลังอยู่ระหว่างการสร้างเนื้อเยื่อหัวใจใหม่ขึ้นทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหาย

Yadang Wang สมาชิกทีมนักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Pittsburgh กล่าวว่า นี่เเสดงว่าสารเคลือบเซลล์ หรือ ECM ที่ได้จากปลาม้าลายที่กำลังอยู่ระหว่างสร้างเนื้อเยื่อหัวใจใหม่ขึ้นทดแทนกล้ามเนื้อที่สูญเสียไป จะยิ่งมีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีก

ทีมนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า โมเลกุลตัวที่เรียกว่า neuregulin 1 น่าจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่

Yadang Wang กล่าวว่า ทีมงานพบว่าปลาม้าลายมีจำนวนโมเลกุล neuregulin 1 มากกว่าหนูทดลอง และหัวใจของปลาม้าลายที่กำลังอยู่ระหว่างการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ยิ่งมีโมเลกุลชนิดนี้สูงขึ้นไปกว่าปกติ

เขากล่าวว่าข้อมูลนี้ทำให้ทีมงานเชื่อว่า โมเลกุล neuregulin 1 น่าจะมีบทบาทในการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อหัวใจขึ้นมาใหม่ แต่เขาชี้ว่าเพื่อยืนยันเรื่องนี้ ต้องมีการศึกษาวิจัยต่อไป

ในขั้นต่อไป ทีมนักวิทยาศาสตร์วางเเผนที่จะนำสารเคลือบเซลล์ หรือ ECM ที่ได้จากหัวใจของปลาม้าลายไปทดลองกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ขึ้น

(รายงานโดย George Putic / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทย)

ที่มา http://www.voathai.com/a/science-heart-regeneration-tk/3704583.html

https://web.facebook.com/rmutphysics/posts/1340973622634120