คลังเก็บหมวดหมู่: จิราภรณ์ จำสัตย์

Dagger มอเตอร์ไซค์ Sci-Fi จากหนังดัง Divergent ก็ใช้เทคโนโลยี 3D Printing

dragger

3D PRINTING เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่จะมาเปลี่ยนวิถีของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ล่าสุดในภาพยนตร์ไตรภาคจากฮอลลีวู้ดDivergent Series ที่กำลังจะมีภาคสุดท้ายออกมาฉายถึงแม้จะไม่ได้มีการออกฉายในโรงภาพยนตร์ปกติ แต่ก็ยังมีงานสร้างระดับเดียวกับภาพยนตร์ที่ฉายในโรงทั่วไปอยู่ดี

 

โดยทีมงานได้เลือกนวัตกรรม 3D Printing มาแปลงโฉมเจ้า Kawasaki Ninja H2-powered supercharged ให้เป็นมอเตอร์ไซค์เนกเกตซุปเปอร์ชาร์จเจอร์  .

โดยการใช้เครื่องยนต์ตัวเดิมมาเป็นแกนหลักในการโมดิฟายครั้งนี้  โดยใช้ชื่อวา Dagger โดยใช้นวัตกรรม 3D Printing ในการทำตัวถังของรถ สวิงอาร์มและถังน้ำมัน  โดยใช้วัสดุพิเศษที่ทนทานอย่าง Carbon Fiber และโลหะในบางส่วน

ตัวถังที่ทำมาเฉพาะพิเศษที่มีความยืดหยุ่นสูงก็ใช้นวัตกรรม 3D Printing เช่นกัน โดยเจ้าตัว Dagger ได้ถูกโชว์ตัวที่นครลอสแองเจอลีส โดยยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% และยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการแล้วเสร็จในเวลาไหน และจะมีการใส่เรื่องของระบบไฟส่องสว่างเพื่อจะนำมาวิ่งบนท้องถนนจริงๆได้มั้ย

นวัตกรรมนี้ถือได้ว่าเป็นแนวทางที่จะทำไปสู่การพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตที่สามารถทำให้เรื่องของการปรับแต่งเจ้ารถมอเตอร์ไซค์คันโปรดของคุณเป็นไปได้ง่ายได้ ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นมันถูกนำไปใช้ในสนามแข่งรายการระดับโลกในเร็วๆนี้ก็เป็นไปได้

ที่มา คลิกที่นี่

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1369414886456660

 

พัฒนาไปอีกขั้น! Samsung และ LG จ่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับได้ในปลายปีนี้

พัฒนาไปอีกขั้น! Samsung และ LG จ่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับได้ในปลายปีนี้

อีกไม่นานนี้ เราเตรียมตัวเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนที่สามารถพับจอกันได้เลย ว้าว! ดูมันน่าใช้มากเลยใช่ไหมล่ะ มันพับเก็บได้เหมือนกระเป๋าสตางค์ เจ๋งจริงๆ

จากข่าวที่ Samsung และ LG มีแผนจ่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอบิดงอได้ในปลายปีนี้ และทาง Samsung ก็จะเริ่มทำสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ ที่สามารถแปลงร่างเป็นแท็บเล็ตจอ 7 นิ้ว โดยคลี่หน้าจอออกมา ก็กลายเป็นแท็บเล็ตจอใหญ่จุใจ สมาร์ทโฟนจอพับได้ของ Samsung นี้ จะผลิตในช่วงไตรมาสที่สาม จำนวน 1 แสนเครื่อง ก่อนหน้านี้ ทางบริษัทได้มีการพัฒนามือถือจอพับได้ให้เห็นแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับบริษัทแต่อย่างใดที่จะผลิตออกมาจำหน่าย และในปีที่ผ่านมา LG ก็ได้ออกมาโชว์หน้าจอ LED แบบม้วนได้ในงาน CES และ Lenovo ก็ได้โชว์สมาร์ทโฟนหน้าจอบิดงอได้ สำหรับสวมใส่ข้อมือเช่นกัน

และทาง LG ก็มีรายงานออกมาว่า กำลังมีแผนที่จะปล่อยออกมาสัก 1 แสนเครื่อง ในไตรมาสที่ 4 แต่อาจจะไม่ได้ผลิตเป็นอุปกรณ์แบรนด์ของตัวเอง น่าจะเป็นการผลิตชิ้นส่วนจอพับได้ให้กับทาง Huawei และ Apple แทน อีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นแกดเจ็ตหน้าจอพับได้ในตลาด ดังนั้นใครที่สนใจก็ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดครับ

ที่มา http://news.thaiware.com/9372.html

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1368965843168231

 

นาซ่าแชร์ภาพเมฆมุมสามเหลี่ยม ปรากฏการณ์ที่หาดูไม่ง่าย

นาซ่าแชร์ภาพเมฆมุมสามเหลี่ยม ปรากฏการณ์ที่หาดูไม่ง่าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า องค์การนาซาได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศที่ทำให้เห็นปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเหนือท้องฟ้าบนโลก แต่เมื่อมองจากภาพถ่ายทางอากาศเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง เมื่อเมฆกลุ่มหนึ่งมีรูปร่างสามเหลี่ยมอย่างน่าประหลาด คล้ายกับคลื่นน้ำแผ่กระจายเมื่อเรือล่องผ่านผืนน้ำ

สถานีอวกาศก็อดดาร์ด สเปซ ได้ส่งภาพถ่ายดังกล่าวที่บันทึกเอาไว้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยดาวเทียมเธอร่าขององค์การนาซา ระหว่างที่โคจรผ่านเกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช บริเวณซีกโลกตอนใต้ใกล้กับขั้วโลกใต้

สำหรับภาพที่ปรากฏนั้นเป็นสิ่งน่าทึ่งและนักวิชาการได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งที่หาดูได้ยาก ภาพกลุ่มเมฆที่ปกคลุมที่แตกตัวออกเป็นรูปสามเหลี่ยม เผยให้เห็นหมู่เกาะอย่างชัดเจน มีการเปรียบเทียบว่าคล้ายคลื่นน้ำเมื่อเรือแล่นผ่านในทะเลสาบ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวนักวิชาการเรียกว่า Gravity waves หรือ คลื่นแรงโน้มถ่วง ที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของความดันชั้นบรรยากาศ ซึ่งจุดดังกล่าวถือเป็นพื้นที่ที่มีความแปรปรวนของสภาพอากาศค่อนข้างรุนแรง ความชื้นจากมหาสมุทรถูกกดลงด้วยแรงโน้มถ่วงบริเวณขั้วโลกใต้ และถูกปล่อยให้ลอยขึ้นด้วยความแห้งของชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดเป็นภาพดังกล่าวขึ้นอย่างสวยงาม

ที่มา : http://news.sanook.com/2165310/

https://www.facebook.com/rmutphysics/posts/1356683204396495

นักวิทยาศาสตร์สามารถลบความทรงจำของหนูได้ด้วยแสงสว่าง

รูปภาพแสดงการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทจากสมองชั้นในไปยังสมองชั้นนอก

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Davis Center for Neuroscience และแผนกจิตวิทยาของ University of California ได้ใช้แสงสว่างเพื่อลบความทรงจำบางอย่างจากหนู และพิสูจน์ทฤษฎีพื้นฐานว่าส่วนต่างๆของสมองนั้นทำงานร่วมกันเพื่อดึงเอาความทรงจำเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเองออกมา โดยวิทยาศาสตร์สาขา Optogenetics หรือการใช้แสงเพื่อควบคุมเซลล์ประสาทนั้นได้ถูกริเริ่มขึ้นโดย Karl Diesseroth จาก Stanford University และกำลังจะกลายเป็นพื้นฐานของการตรวจสอบการทำงานของสมองในอนาคต

Kazumasa Tanaka และ Brain Wiltgen เพื่อนร่วมงานจาก University of California นั้นได้ใช้เทคนิคดังกล่าวเพื่อตรวจสอบแนวคิดที่มีมานานเกี่ยวกับการดึงความทรงจำขึ้นมาใช้ โดยเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่นักประสาทวิทยาได้ตั้งสมมติฐานว่าการรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับประสบการณ์เช่นเหตุการณ์ต่างๆและสถานที่นั้นเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันในสมองระหว่าง cerebral cortex ซึ่งเป็นส่วนนอกของสมองและ hippocampus ซึ่งเป็นโครงสร้างขนาดเล็กที่อยู่ลึกลงไปข้างในของสมอง

“ทฤษฎีดังกล่าวก็คือว่าการเรียนรู้นั้นเกี่ยวข้องกับการประมวลผลในชั้นนอกของสมอง ส่วน hippocampus นั้นเกิดปฏิกิริยาการทำงานขึ้นระหว่างการรื้อฟื้นข้อมูลและทำให้คุณสามารถรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตได้” Wiltgen กล่าว ซึ่งถ้าเกิดมีความเสียหายเกิดขึ้นกับ hippocampus แล้วล่ะก็ความทรงจำนับสิบๆปีก็อาจจะสูญหายไปได้

แต่โมเดลดังกล่าวนั้นก็ยากที่มีการทดสอบโดยตรง จนกระทั่งศาสตร์ของ optogenetics ได้ถูกคิดค้นขึ้น Wiltgen และ Tanaka ได้ใช้หนูที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้เซลล์สมองนั้นเรืองแสงสีเขียวเมื่อมีปฏิกิริยา อีกทั้งยังใส่โปรตีนที่ทำให้เซลล์สามารถยุติการทำงานได้ด้วยแสงอีกด้วย ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถติดตามได้ว่าเซลล์สมองตัวใดที่ทำงานในระหว่างการเรียนรู้และการรื้อฟื้นความจำ และปิดการทำงานของพวกมันด้วยแสงผ่านเคเบิลใยแก้วได้

พวกเขาได้ฝึกหนูโดยการใส่มันไว้ให้กรงที่ให้กระแสไฟฟ้าเล็กน้อย โดยปกติแล้วหนูที่ถูกไว้ในสภาพแวดล้อมใหม่นั้นจะคอยดมกลิ่นไปรอบๆและทำการสำรวจพื้นที่ แต่เมื่อถูกวางไว้ในกรงที่พวกมันได้รับกระแสไฟฟ้าแบบอ่อน พวกมันก็จะอยู่กับที่เนื่องจากความกลัว ซึ่ง Tanaka และ Wiltgen ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถบออกเซลล์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และทำการสาธิตได้ว่าพวกมันมีปฏิกิริยาการทำงานให้เห็นระหว่างการรื้อฟื้นความจำ จากนั้นพวกเขาก็สามารถที่จะปิดกั้นการทำงานของเซลล์เหล่านั้นใน hippocampus ซึ่งทำให้หนูเหล่านั้นสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ ซึ่งพวกเขายังได้ทำให้เห็นด้วยว่าการปิดการทำงานของเซลล์อื่นๆใน hippocampus นั้นไม่ได้ส่งผลต่อการรื้อฟื้นความทรงจำแต่อย่างใด

“หลักฐานของเราแสดงให้เห็นว่าสมองชั้นนอกและ hippocampus นั้นต้องทำงานร่วมกันในการรื้อฟื้นความทรงจำ”

พวกเขายังได้เห็นว่าเซลล์ในสมองชั้นบางเซลล์นั้นเชื่อมต่อกับสมองส่วน amygdala ซึ่งเป็นโครงสร้างในสมองที่มีความเกี่ยวข้องกับอารมณ์และทำให้หนูนั้นหยุดอยู่กับที่ด้วย

ที่มา : http://www.vcharkarn.com/vnews/500220